นับว่าเป็นการเปิดตัว BMW 5-Series F10 ที่แปลกอยู่เล็กน้อยว่าทำไมถึงไม่เปิดตัวในงานเทศกาลรถยนต์ชื่อดังตามสถานที่ต่าง ๆ  เหมือนอย่างเจเนเรชั่นที่ผ่านมา แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลกลใดก็ตาม BMW ก็ยังเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์ผ่านสู่โลกอินเตอร์เน็ตไปแล้วภายในวันนี้ (วันที่ 24 พฤศจิกายน 2009) ให้ชาวโลกได้ยลโฉมพร้อมเพรียงกัน ส่วนแนวโน้มที่จะนำ BMW 5-Series F10 ยลโฉมในงาน LA Autshow เร็ว ๆ นี้นั้นคงเป็นไปได้ยาก

 
 

BMW 5-Series นับเป็นตระกูลที่สร้างชื่อเสียงให้กับ BMW ไม่แพ้น้อง ๆ 3-Series ในฐานะเป็นรถขนาดกลางระดับหรูที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดภายใต้การนำเสนอนวตกรรมใหม่ ๆ ตลอดเวลา ความสำเร็จของ 5-Series นับตั้งแต่เจเนเรชั่นแรกที่ถือกำเนิดในปี 1972 จนถึงเจเนเรชั่นที่ 5 รุ่นปี 2009 มียอดขายสะสมรวมกันถึง 5.5 ล้านคันทั่วโลก

 
 

BMW 5-Series โฉมใหม่ก็ยังไม่ละทิ้งนวตกรรมที่สร้างความประหลาดใจอีกเช่นเคย รวมทั้งดีไซน์ภายนอกที่ยังคงรักษาบุคลิคของความเป็นรถสปอร์ตซีดานขนาดกลางแต่ยังแฝงบุคลิคของความสง่างามไว้ด้วยกัน สัดส่วนภายนอกของ 5-Series BMW เคลมว่าเป็นสัดส่วนที่ได้สมดุล เป็นรถที่มีความยาวรับกับบริเวณห้องเครื่องที่มีลูกเล่นชัดเจน โอเวอร์แฮงค์หน้าและท้ายสั้น และลากเส้นหลังจรดฝากระโปรงหลังมาในลักษณะเดียวกับรถคูเป้ ขณะเดียวกัน BMW ก็จัดการยืดฐานล้อให้ยาวรับกับทรวดทรงรถ ทำให้ 5-Series เป็นรถซีดานขนาดกลางหรูหราที่มีความยาวฐานล้อมากที่สุดในคลาส

 
 

ไฮไลต์เด่นของดีไซน์ภายนอก BMW 5-Series คือการออกแบบกระจังหน้าไตคู่สำหรับ BMW ยุค 2010 ที่ไม่ละทิ้งความโฉบเฉี่ยวแต่ปรับเส้นให้มีความมั่นคงช่วยทำให้รถดูมีบุคลิคภาพสำหรับลูกค้ามากกว่าเดิม ขณะเดียวกันเส้นสายของ 5-Series รอบคันก็ไม่ละทิ้งความสปอร์ตแน่นอนด้วยการลากเส้นบ่ารถ (Belt Line)เฉียบคมจรดไฟท้ายเปรียบเสมือนมัดกล้ามเนื้อ และออกแบบเส้นสายของชายล่างประตูให้รับกับเส้นบ่ารถด้วยเช่นกัน

 
 

ส่วนความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัดคือโคมไฟหน้าที่ดูคล้าย 7-Series รวมเข้ากับไฟหน้าของ 5-Series GT รถอเนกประสงค์พันธุ์แปลกและทรงไฟท้ายทรงใหม่ตามมาตรฐาน BMW ยุคใหม่ด้วยโคมหลอด LED แท้

 
 
 

ภายในได้รับอิทธิพลมาจาก 7-Series โฉมใหม่มาไม่น้อย แต่ยังคงความหรูหราไว้เช่นเคย การใช้สีสันตกแต่งห้องโดยสารเน้นแบบเลเยอร์ทำให้ห้องโดยสารดูดีมีรสนิยมมากขึ้น ภาพรวมก็ยังไม่ถือว่าฉีกแนวมากนัก

 
 

พละกำลังของ 5-Series รุ่นใหม่มีให้เลือกถึง 5 เครื่อง ทุกเครื่องจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งและลดใช้เชื้อเพลิง และผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย EURO5 เรียบร้อยแล้ว ได้แก่

BMW 550i เครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุกระบอกสูบ 4,395 ซีซี เทอร์โบคู่และหัวฉีดแรงดันสูง ให้พละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า (HP) ที่รอบระหว่าง 5,500 – 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 61 กิโลกรัมเมตรที่รอบระหว่าง 1,750 – 4,500 รอบต่อนาที อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงตามมาตรฐานยุโรป 10.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์ 243 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 535i เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2,979 ซีซี เทอร์โบคู่ หัวฉีดแรงดันสูง พร้อมวาล์วแปรผัน Valvetronic ให้พลัง 306 แรงม้า (HP) ที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 40.8 กิโลกรัมเมตรที่รอบระหว่าง 1,200 – 5,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงตามมาตรฐานยุโรป 8.4 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์ 195 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 528i เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2,996 ซีซี พร้อมระบบ bi-VANOS และ Valvetronic ให้กำลังสูงสุด 258 แรงม้า (HP) ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 31 กิโลกรัมเมตร ที่รอบระหว่าง 2,600 – 5 ,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงตามมาตรฐานยุโรป 7.6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์ 178 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 523i เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง ความจุกระบอกสูบ 2,996 ซีซี พร้อมระบบ bi-VANOS และ Valvetronic ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (HP) ที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 27.7 กิโลกรัมเมตรที่รอบระหว่าง 1,500 – 4,250 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 7.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 234 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงตามมาตรฐานยุโรป 7.6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์ 177 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 530d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียงอลูมิเนียมแครงก์เคส ความจุกระบอกสูบ 2,993 ซีซี พร้อมเทอร์โบชาร์จแบบแปรผัน VNG หัวฉีดคอมมอนเรลจากเพียซโซแรงดันสูงสุด 1,800 บาร์ ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า (HP) ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 55 กิโลกรัมเมตรที่ 1,750 – 3,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงตามมาตรฐานยุโรป 6.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์ 162 กรัมต่อกิโลเมตร

BMW 520d เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบแถวเรียง งอลูมิเนียมแครงก์เคส ความจุกระบอกสูบ 1,995 ซีซี เทอร์โบชาร์จแบบแปรผัน VNG หัวฉีดคอมมอนเรลจากเพียซโซ พร้อมหัวฉีดกลไกเหนี่ยวนำแม่เหล็กแรงดันสูงสุด 1,800 บาร์ ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 38.7 กิโลกรัมเมตรที่รอบระหว่าง 1,900 – 2,750 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 8.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเชิ้อเพลิงตามมาตรฐานยุโรป 5.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ปล่อยค่าคาร์บอนไดออกไซด์ 137 กรัมต่อกิโลเมตร

 ประสิทธิภาพการควบคุมบังคับ BMW ยืนกรานว่าพัฒนาให้ใกล้เคียงกับ 7-Series มากที่สุดและกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับ 3- Series ในอนาคต  นั่นก็เพราะช่วงล่างหน้าติดตั้งแขนยึดคู่ขณะที่ด้านหลังติดตั้งแขนยึดแบบ V-Shape พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า EPS แบบ Servotronic

อุปกรณ์มาตรฐานไม่มีขาดตกบกพร่องโดยเฉพาะ i-Drive จุดขายของแบรนด์ BMW ก็ต้องติดตั้งใน 5-Series โฉมใหม่ด้วยเช่นกัน หน้าที่หลักของ i-Drive คือระบบควบคุมเครื่องเสียง  ระบบนำทาง ระบบการติดต่อสื่อสารซึ่งแสดงผลผ่านหน้าจอ LCD ขนาด 7 นิ้ว

 

และอีกระบบอำนวยความสะดวกที่ BMW ภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือ BMWConnectedDrive คือการรวมระบบความปลอดภัย ระบบอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ระบบความบันเทิง มาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ระบบ BMWConnectedDrive ประกอบไปด้วยระบบช่วยจอดอัตโนมัติ ,ระบบป้องกันการชนจะทำงานร่วมกับระบบเบรค ระบบ Active Cruis Control และระบบ Stop&Go , เซ็นเซอร์ติดตั้งรอบคันเพื่อทำงานร่วมกับระบบป้องกันเปลี่ยนเลนกะทันหัน,ระบบ Night Vision ป้องกันการชนคนและสัตว์ในตอนกลางคืน BMWConnectedDrive สามารถเชื่อมต่อไปยังโลกอินเตอร์เน็ต หรือเชื่อมต่อไปยัง Telemetic ได้

BMW ยังไม่ยืนยันว่าจะนำ 5-Series F10 ไปยลโฉมที่ไหนและเมื่อไร หาก BMW แจ้งเมื่อใดเราจะติดตามข่าวและประกาศให้ทราบครับ