4 กุมภาพันธ์ 2007

แม้จะเปิดตัวไปตั้งแต่ สิงหาคม 2006

แต่กว่าผมจะได้มีโอกาสยืมเอวิโอจากเชฟโรเลต  มาทดลองขับ ทำฟูลรีวิวให้อ่านกัน
เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง

ปาเข้าไป 5 เดือน หลังการเปิดตัว รอจนเบื่อกันไปเลย

zzzzzzzzZZZZZZZZ

 

เปล่าครับ เปล่า ไม่ใช่ว่าเอวิโอจะขายดีอะไรขนาดไม่มีรถตัดมาให้ฝ่ายพีอาร์ส่งให้สื่อมวลชนเลย

แม้ยอดขายจริง สรุปถึงสิ้นปี 2006
จะสรุปได้ที่ตัวเลข 3,729 คัน

(ซึ่ง คนของนิสสัน ก็คงจะรู้สึกรู้สาอะไรกันบ้างแล้ว ทีด้า รถใหญ่กว่า
เปิดตัวมาในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ขายได้ทั้งปี แค่ 2,100 กว่าคัน  
แต่ เอวิโอ ขายได้ 3,729 คัน แบรนด์ใหม่เกิดทีหลัง กับแบรนด์เก่า
ที่เคยฝังรากในไทยมาหลายสิบปี มันแย่ไหมละนั่น? หืม?)

เพียงแต่ว่า

1. ในช่วงเปิดตัว เชฟโรเลต เล่นใช้วิธีที่สื่อมวลชนสายรถยนต์บางคนบ่นกัน

คือ เล่นส่งรถขึ้นโชว์รูม ก่อนจัดงานเปิดตัวถึง 1 เดือน  
แล้วค่อยมาจัดงานเปิดตัว

2. หลังงานเปิดตัว กว่าจะจัดทริปให้สื่อมวลชนสายรถยนต์ทั่วไป ที่ไม่ได้ดีลงานกับเชฟวี
มีโอกาสจับรถเอวิโอกันครั้งแรก ก็ปาเข้าไป 1 พฤศจิกายน

วันนั้น ผมไปด้วยกันกับตาโจ้ เปรมศักดิ์ เพียรพาณิชย์ จากศูนย์บริการผลิตภัณฑ์หล่อลื่น สุลิตดา วิทยากรร่วมรายการวิทยุ “กลับให้ได้ ไปให้ถึง” ด้วยกันกับผมนั่นละครับ

จากสิงหาคม ถึง พฤศจิกายน ความสดใหม่ของข่าว ก็หายไปแล้ว
แต่แน่นอนว่า ตามหลักการของ การพีอาร์ และการตลาดแล้ว
วิธีทางใดที่จะทำให้สินค้า สามารถใช้พื้นที่ของสื่อ นำเสนอส่สาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง
และ/หรือด้วยความถี่ที่เหมาะสม นั่นละคือ ความสำเร็จของคนทำงานในด้านนี้เขาละครับ

และ..ซึ่งมันก็เป็นธรรมดาโลก …..

 

 

แต่……

วันที่จัดทริปขับเอวิโอ นั้น ทางเชฟวี ไม่ยอมเปิดเผยเส้นทาง ไม่ยอมบอกกล่าวกันล่วงหน้า
ใช้วิธี ให้สื่อมวลชนที่ไปร่วมทริป เปิด CD เสียง ฟังกันไปตลอดทาง!
เป็น CD นำทาง เนวิเกชัน ซิสเต็ม!!

เปล๊า ไม่ใช่ด้วยแผนที่ บนจอมอนิเตอร์นะ
แต่เป็นเสียงของ พี่สาวร่วมวงการที่น่ารักคนหนึ่งของผม
กับพี่มะปราง คุณสมศักดิ มีลือการ แห่งคู่แข่งมอเตอร์ริง นั่นเอง
คุยกันไปสนุกสนานดีหนะใช่ เปิดเพลงไปเรื่อยๆหนะใช่
เล่นเกมส์ ไปเรื่อยๆหนะใช่

แต่โดยปกติแล้ว การจัดทริปให้ผู้สื่อข่าวทดลองขับรถโดยทั่วไป แทบทุกครั้งที่ผ่านมา
ก็ปล่อยให้ขับกันไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยมีเกมส์ให้ผู้สื่อข่าวเล่นในระหว่างทาง
อาทิ หาดูสิว่า ป้ายโฆษณา มีอะไรผิดพลาดจากในรูปที่ให้มาบ้าง
หรือ จะเป็น เกม ทายว่าเพลง ชื่ออะไร ท่อนที่หายไป ของเพลง ร้องว่าอย่างไร ฯลฯ แต่ครั้งนี้ มี และเยอะด้วย

ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า จะเป็นความพยายาม ดึงความสนใจของผู้ร่วมทริป
ออกห่างจากการใส่ใจในค้นหาสมรรถนะที่แท้จริงของตัวรถหรือเปล่า?

แต่ ก็คงต้องคิดไว้ก่อนว่า มันคงไม่ใช่อะไรอย่างนั้นหรอกหนะครับ
เพราะเมื่อปีก่อน ตอนไปขับ ออพตร้า เอสเตท ที่เปิดโอกาสให้พาครอบครัว
ไปร่วมด้วยนั้น ก็มีเล่นเกมส์แบบเดียวกันนี้แหละครับ

แถม เส้นทางที่ปิดเป็นความลับกันมาตั้งแต่แรกนั้น
ตั้งแต่ติดตามข่าวสารวสงการรถยนต์มาตั้งแต่เด็ก
ก็ยังไม่เคยได้ยินทริปไหน ที่จัดเส้นทางได้ “มึนตึบ” ขนาดนี้

คือ มาร้ทีหลังว่า พาไปกินข้าวเที่ยงที่พัทยา
แล้วย้อนไปที่นครนายก !!!!

ไม่ให้นอนค้าง ไม่ว่าอะไรครับ
แต่เล่นจัดให้กลับถึงกรุงเทพฯ ตอน 5 ทุ่มกว่าๆ แบบนี้

เ ห นื่ อ ย มาาาาาาาาาาาาาาาาาก คร้าบ

ถึงขั้นที่หนังสือพิมพ์บางฉบับ ไปเขียนในคอลัมน์ซุบซิบเลยว่า
“ถ้ารู้เส้นทางแต่แรก ก็คงจะไม่ไปร่วมทริปด้วยแน่ๆ”

และขอบอกตามตรงว่า

ผมเห็นด้วยอย่างมากกกกกก! 

 

 

3. หลังจบทริปนี้เสร็จ ยังมีโครงการที่ GM จัดทริปพิเศษ ร่วมมือกับ เอเจนซีพีอาร์ บริษัทออร์แกไนเซอร์ ทีมช่างภาพ
และทีมวางเส้นทาง (ทีมคม-เข้ม) จัดทริปการกุศล เพื่อพาหนูน้อย เด็กพิการซ้ำซ้อน จากบ้านเฟื่องฟ้า กว่า 50 คนพร้อมด้วยผู้ดูแล เดินทางไปทัศนศึกษาที่หาดบางแสน จังหวัดชลบุรี ให้น้อง ๆ คนพิการ ได้มีโอกาสสัมผัสกับชายหาดและท้องทะเล เป็นการใช้ธรรมชาติบำบัดและฟื้นฟูสภาพจิตใจ เพื่อการพัฒนาทางสมองและร่างกายที่ดีต่อไปในอนาคต
โดยที่ ทุกคน มาร่วมทำงานนี้ด้วยใจ ไม่คิดเงินคิดสตางค์กัน เป็นการกุศลโดยแท้

GM ทำงานดีๆแบบนี้ ซึ่งก็ดีเหมือนกัน
เพราะบางที ทำดี ไม่จำเป็นต้องให้คนเห็น แค่ได้ทำอะไรดีๆให้กับคนอื่นๆในสังคมที่เขาสมควรจะได้รับ
แค่นั้นก็เป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่แล้ว

กว่าจะจบได้ เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงเดือนมกราคม
ผมและทาง จีเอ็ม ต่างคนต่างยุ่ง เราก็เลยยังไม่ได้คุยกันเสียที
และในที่สุด ได้เวลาแล้วละที่จะต้องยืม เอวิโอ มาลองอัตราสิ้นเปลือง และอัตราเร่ง
ให้เสร็จสิ้นเสียที ดองไว้นานเป็นแตงกวาดองแล้ว

ตอนแรก กะไว้ว่าจะยืมแค่ ตอนเช้า คืนในตอนเย็น
แต่ ดูไปดูมา  ก็มาสรุปว่า เอาละ ยืมมาขับรื้อฟื้นความรู้สึกอีกสักที

และผมก็ได้พบว่า บางความรู้สึกที่เคยคิด มันยังคงเป็นเหมือนอย่างที่เคยเจอเคยคิด
แต่ในบางประเด็น กลับแตกต่างไปจากที่เคยคิด

 

 

***ทำความรู้จักกับเอวิโอ กันเถอะ***

หากใครยังจำ แดวู ลาโนส (DAEWOO LANOS รหัสรุ่น T100)

รถยนต์คอมแพกต์ ซีดาน และแฮตช์แบ็กที่เคยเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ช่วงปี 1995 ได้

คงง่ายที่จะอธิบายต่อไปว่า เชฟโรเลต เอวิโอ คือพัฒนาการที่ต่อเนื่องมาจาก แดวู ลาโนส นั่นเอง!

 

 

เหตุที่เป็นเช่นนี้ นั่นเพราะนับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจในเอเซีย ถาโถมเข้าใส่ จนเกินกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างแดวู จะต้านทานไหว

ทำให้จีเอ็ม ในฐานะพันธมิตรแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกันมาตลอด ต้องเข้าซื้อกิจการรถยนต์ แดวู มอเตอร์ จากกลุ่มแดวู

และเปลี่ยนชื่อเป็น GMDAT (GM-DAEWOO AUTO TECHNOLOGY) จีเอ็มก็มองเห็นว่า หากต้องการแก้ไขปัญหาด้านการเงิน

และด้านแรงงานทั้งหมดของแดวู มอเตอร์ ก็ต้องหาทางพัฒนารถยนต์ที่สามารถจะส่งออกไปทำตลาดได้ทั่วโลก โดยอาศัยความได้เปรียบ

ด้านต้นทุนที่ต่ำของการพัฒนารถยนต์ในเกาหลี ผสานกับเทคโนโลยียานยนต์ที่จีเอ็มสั่งสมมาเป็นร้อยปี ซึ่งเป็นจุดแกร่งของแดวูที่เกิดขึ้นหลังการเข้าซื้อของจีเอ็ม

 

 

ในช่วงแรก รถยนต์ที่ GMDAT ผลิตและส่งออกนั้น ทำตลาดภายใต้แบรนด์แดวู ของตนเอง แต่ต่อมา แผนยุทธศาสตร์การนำ 2 แบรนด์หลัก

บุกตลาดรถยนต์ทั่วโลกของจีเอ็ม เริ่มชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น คือใช้แบรนด์เชฟโรเลต สำหรับตลาดรถยนต์ทั่วๆไป แข่งขันกับโตโยต้า นิสสัน

ฟอร์ด โฟล์กสวาเก้น ฮอนด้า ฯลฯ ส่วนแบรนด์แคดิลแล็ค สำหรับรถยนต์ระดับหรู ชนกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ บีเอ็มดับเบิลยู ออดี้ เล็กซัส อินฟินีตี อะคูรา ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม เมื่อโอเปิล แบรนด์หลักในระดับสากลจากเยอรมันของจีเอ็ม ประสบปัญหาด้านยอดขายตกต่ำ จนส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน

จนต้องลดจำนวนคนงาน ปิดโรงงานบางแห่ง และอยู่ในระดับประคองตัวไปเรื่อยๆ จีเอ็มจึงเริ่มมองเห็นศักยภาพของ GMDAT ว่า

เป็นแหล่งพัฒนาวิจัยและผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่มีต้นทุนต่ำกว่า สำหรับการทำตลาดผ่านแบรนด์เชฟโรเลตตามยุทธศาสตร์ใหม่ดังกล่าว

 

 

ดังนั้น GMDAT จึงเร่งสร้างรถรุ่นใหม่ๆ อย่างแดวู ลาเซ็ตติ (DAEWOO LACETTI) ให้ทำตลาดทั่วโลกได้ในชื่อเชฟโรเลต ออพตร้า / ซูซูกิ ฟอเรนซา

หรือซีดานรุ่นใหญ่แดวู แม็กนัส (DAEWOO MAGNUS) รุ่นเปลี่ยนโฉมของแดวู เลแกนซา (DAEWOO LEGANZA) ก็ถูกส่งไปทำตลาดทั่วโลกในชื่อ

เชฟโรเลต อีพิคา (CHEVROLET EPICA) ด้วยเหตุนี้ แดวู คาลอส รหัสรุ่น T200 ซึ่งเป็นรุ่นเปลี่ยนโฉมของ ลาโนส และเปิดตัวเมื่อปี 2002

จึงถูกส่งออกสู่ตลาดโลกโดยเปลี่ยนโลโก้เป็น เชฟโรเลต เอวิโอ นั่นเอง

 

 

รุ่นใหม่ล่าสุดของเชฟโรเลต เอวิโอ เพิ่งเปิดตัวและทำตลาดไปแล้วในเกาหลีเมื่อเดือนตุลาคม 2005 ภายใต้ชื่อ แดวู เจ็นทรา (DAEWOO GENTRA)

มีรหัสโครงการและรหัสรุ่น T250 ยังคงเป็นรถยนต์นั่งระดับซับ-คอมแพกต์ ภายใต้ยุทธศาสตร์การนำแบรนด์เชฟโรเลต บุกตลาดรถยนต์ทั่วโลกของจีเอ็ม

โดยอาศัยถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง GAMMA ซึ่งเป็นพื้นตัวถังสำหรับรถยนต์ซับ-คอมแพกต์ขนาดเล็ก ของจีเอ็ม โดยเวอร์ชันล่าสุดของพื้นตัวถังนี้

เป็นผลงานร่วมกันระหว่าง จีเอ็มและกลุ่มเฟียต ของอิตาลี ซึ่งนอกเหนือจากเอวิโอแล้ว ยังจะถูกนำไปใช้กับ โอเปิล/วอกซ์ฮอลล์/เชฟโรเลต คอร์ซา

(OPEL/VAUXHALL/CHEVROLET CORSA) เฟียต ไอเดีย แลนเซีย อิปซิลอน และแลนเซีย มูซา (FIAT IDEA , LANCIA YPSILON, LANCIA MUSA)

โฉมต่อไป โดยนับจากเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป กลุ่ม GMDAT เกาหลีใต้ จะเป็นผู้สานต่อการพัฒนาพื้นตัวถัง GAMMA นี้ต่อจากทีมงานเดิม

เพื่อช่วยให้ต้นทุนในการพัฒนาและการผลิตรถรุ่นใหม่ๆ ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า (เอวิโอโฉมต่อไป) ให้ถูกลงกว่าที่เป็นอยู่

 

 

รูปลักษณ์ภายนอก เห็นได้ชัดว่า มีลักษณะคล้ายคลึงกับคู่แข่งเป้าหมายหลักของรถรุ่นนี้ นั่นคือโตโยต้าโซลูนา วีออสนั่นเอง

แต่มีการดัดแปลงแนวเส้นสายด้านข้างตัวถัง ให้โค้งมน และมีลักษณะร่วมกับรถยนต์จาก GM และ GMDAT คันอื่นๆ กล่าวคือ มีแนวเส้นบ่าข้าง

 

 

เพื่อเสริมความรู้สึกแน่นหนาให้กับตัวถัง กระจังหน้าเป็นแบบมีแถบพาดกลางในแนวขวางพร้อมโลโก้โบว์ไท ชุดไฟท้ายเป็นแบบ สามเหลี่ยม

สไตล์สมัยนิยมทั่วไป ภาพรวมแล้วรูปลักษณ์ภายนอก ถือว่าเป็นซีดานร่วมสมัยที่อาจไม่มีอะไรโดดเด่นสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นครั้งแรกนัก

แต่ไม่ได้ดูแปลกตาแหวกแนวเหมือนฮอนด้า ซิตี้ รุ่นปัจจุบัน

 

 

ส่วนแนวเส้นตัวถังด้านข้างนั้น ถ้ามองเป็นบางมุม มันก็ดูสวยดีครับ

หาจุดสวยหนะได้อยู่

แต่ขอทีเหอะ

เปลี่ยนลายล้ออัลลอย ขนาด 15 นิ้วที่มาพร้อมยาง 185/55 R15 ให้มันดูดี มีชาติตระกูลกว่านี้หน่อยได้ปะท่าน?

 

 

อีกเรื่อง

ขอบประตู บริเวณ B-Pillar
ถ้าทาสีดำมาได้ เหมือนเวอร์ชันต่างประเทศ
มันจะทำให้รถ “ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นอีกเยอะ”

มือจับประตู โครเมียม เฉพาะรุ่น LT

เสียงเปิด-ปิด ประตู มัน ส่อให้รับรู้ได้เลยว่า
ประตูมันกลวงโบ๋มากๆ ทั้ง 4 บานเลยแหะ

 

 

มิติตัวถังยาว 4,310 มิลลิเมตร
กว้าง 1,710 มิลลิเมตร (กว้างกว่าคู่แข่งทุกคัน)
สูง 1,505 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 2,480 มิลลิเมตร (ยาวกว่า ซิตี้รุ่นเดิืม และสั้นกว่าวีออส 20 มิลลิเมตร)

 

 

 

มาดูห้องโดยสารกันบ้างครับ

ประตูเปิดกว้างได้มาก กำลังดี

 

 

เบาะนั่งเป็นผ้าสีดำ เนื้อผ้าจะแข็งๆ ตามสไตล์รถยนต์ราคาถูก แบบยุโรป ซึ่งชาวยุโรป ไม่รู้เค้าชอบอะไรกันนักกันหนากับผ้าแบบนี้

เห็นมาตั้งแต่ ฟอร์ด โฟล์กสวาเก้น ซีตรอง เรโนลต์ เปอโยต์ ยัน สโกดา เลยทีเดียว

แผงประตูก็บุผ้าแบบนี้ แต่ คันที่เอามาลองขับนี่ ดูเหมือนว่ามันจะพองๆออกมานิดๆ ไม่เรียบสนิท เหมือนอย่างที่ควรจะเป็น และคงเป็นปัญหาเฉพาะคัน

เบาะคนขับ ปรับระดับสูงต่ำได้ ด้วยลูกหมุน ติดตั้งด้านข้าง
ฝั่งขวา

มาพร้อมจุดเด่นที่ผมชอบที่สุดในเอวิโอคันนี้

คือ มีที่พักแขนสำหรับคนขับมาให้

รถระดับนี้ ที่พักแขน แบบพับเก็บได้อย่างนี้
เป็นสิ่งที่หายากครับ

สมัยก่อน นิสสัน เซ็นทรา B13 อาจจะเคยมี
แต่สมัยนี้ ถ้าผมจำไม่ผิด จะมีแต่เอวิโอเท่านั้นที่มี

 

 

ทางเข้าประตู (คู่) หลัง

การขึ้นลง เข้า-ออกจากห้องโดยสารด้านหลัง
ก็ทำได้ในแบบปกติของรถทั่วไป

 

 

ในส่วนเบาะนั่งด้านหลังนั้น

บอกได้เลยว่า

เบาะรองนั่งนั้น นุ่มดีจัง ฟองน้ำที่ใช้ ไม่แข็งมากเกินไป
นุ่ม บุ๋ม ลงไปเลย

มันช่างเป็นสัมผัสที่ตรงกันข้ามกับผนักพิงหลัง

ที่นอกจากจะแข็งทื่อเป็นเสาหิน สโตนเฮนจ์
เฉกเช่นเดียวกับ ทั้ง โตโยต้า ยาริส
และเรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ซูเปอร์ชาร์จ
คันละ 9.6-9.8 ล้านบาท นั่นแล้ว

ผมว่ามันยังมีองศาที่เอียงมากไปหน่อย สำหรับการเดินทาง

มันควรจะตั้งชันกว่านี้ สัก 1 องศา
(หรือไม่ก็ปรับปรุงให้สามารถปรับเอนได้ตามต้องการ
อย่างน้อย 3 ระดับ ก็น่าจะดีกว่านี้)

 

 

แต่ ข้อดีที่ชนะ วีออส รุ่นปัจจุบัน อย่างใสๆ เลย

ก็คือ พนักพิง ที่แข็งนั้น
สามารถพับลงมาได้ เพื่อทะลุไปยังห้องเก็บของ ในอัตราส่วน 60 : 40

และเมื่อพับมาแล้ว จะเห็นสาเหตุที่มันแข็งได้ทันที

ก็เล่นปิดด้วยแผ่นเหล็กเลย

กะว่าป้องกันรอยขูดขีดจากสิ่งของที่มี แง่ง เงี่ยง ได้อย่างดีนั้นเอง

แม้ว่าจะสู้ ซิตี้ ไม่ได้ เพราะ เบาะรองนั่งของซิตี้นั้น สามารถ
ยกตัวขึ้นล็อก วางกระถางต้นไม้ได้ แถมยังนั่งสบายกว่า
เอวิโอ

แต่อย่างน้อย เบาะหลังก็ยังพับได้ละน่า

วีออสรุ่นปัจจุบันหนะ เบาะหลังพับไมได้
แถมด้านหลัง ก็ยังใช้ ฟิวเจอร์บอร์ด แปะไว้ให้ดูรำคาญลูกตา
ของลูกค้าหลายๆคนเล่นๆ

อิอิ

 

 

ถ้าจะถามถึงพื้นที่วางขา ว่าเป็นอย่างไร

ดูรูป ตอนผมนั่งในรถ ที่ด้านท้าย

ตอนไปทริปของเชฟวี เขาแล้วกันครับ

ผมคงไม่ต้องพูดอะไรเพิ่มเติม

นอกจากบอกว่า เบาะรองนั่ง ช่วยทำให้ยื่นออกมาอีกนิดจะขอบพระคุณมากๆ

 

 

มาดูห้องเก็บของด้านหลังกันอีกสักนิด

 

 

ผมมองดูลู่ทางในการถ่ายรูปแล้ว

ก็คิดว่า ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่จะเอาตัวเองเข้าไปยัดทะนาน
เป็นศพ อยู่หลังรถ ในแบบที่เคยทำมา

เพราะเอวิโอนั้น ขาเข้า คงเข้าได้ แต่ไอ้ขาออกเนี่ยสิ….

ผมไม่อยากจะลงข่าวหน้าหนึ่งไทยรัฐหนะครับ

แหะๆๆ

สรุปว่า ใส่ได้ ศพอ้วนๆ ศพนึง ชัวร์ป้าด!

คิคิ

 

 

เมื่อมองเข้าไปในห้องโดยสาร จะพบแผงหน้าปัดในสไตล์เรียบง่าย

 

 

เอวิโอจะมีความสูงโปร่งกว่าเล็กน้อย และพื้นที่เหนือศีรษะค่อนข้างโปร่งกว่ารถยนต์ซีดานระดับเดียวกันทั่วไปนิดนึง

พวงมาลัย พร้อมถุงลมนิรภัยในตัว
ยกมาจากออพตร้า กันดื้อๆเสียอย่างนั้นละ

ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ฝั่งคนขับ
ใช้วิธี สกรีน แปะไว้ที่แผงหน้าปัดว่า AIRBAG

อืมม มันดูดีใช้ได้เลยนะ

ถ้าเราพยายาม ไม่มองช่องแอร์ หมุนได้ 360 องศา
ดีไซน์ เห่ยๆ

ที่ เจ้าน้องกล้วย หรือ “BnN”
จะเรียกซะเสียของไปเลยว่า

“เหมือนช่องแอร์ รถเมล์ ปอ. เรยอะ”

 

 

ชุดมาตรวัด มองเผินๆ เหมือนยกมาจากเชฟโรเลต ออพตร้า ทั้งที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

และชุดมาตรวัดแบบเดียวกันนี้

คุณจะพบได้ใน รถจาก GM DAEWOO ทุกรุ่น

ตั้งแต่ มาทิส ยัน วินสตรอม (หรือเจ้า แค็พติวา ตรูดหมึก
ที่จะเข้ามาเปิดตัวในไทย กลางปีนี้ หน้าปัดก็จะมาในสไตล์
แบบเนี้ย)

ไฟบอกตำแหน่งเกียร์บนแผงหน้าปัดหนะไม่มีครับพี่น้อง!

ของแบบนี้ มันกลายเป็นเรื่องที่คุณควรจะมีให้ลูกค้าได้แล้ว

 

 

คอนโซลกลาง ก็มีเรื่องให้ ฮา กันอีกแล้ว นะเชฟวี!

ข้อแรกเลย

ไล่จากบนลงล่าง

นาฬิกา ดิจิตอล ไปติดไว้ในตำแหน่งกลางแผงหน้าปัด

คือ ขับๆไป ถ้าไม่เห็นเวร่ำเวลา นี่ก็ช่วยไมได้แล้ว

ไปไว้ในตำแหน่งเดียวกับแผงหน้าปัดของ วีออส และ ยาริส

แต่ก็ดีแล้วที่ไม่ได้ย้ายชุดมาตรวัดไปไว้ในตำแหน่งเดียวกันกับเขาด้วย

รายการต่อมา ชุดเครื่องเสียงจาก Clarion

หว่ายยยย Clarion อีกแล้ว

ไอ้ยี่ห้อ ที่มันเคยล่อกินแผ่น ซีดี เพลงลาวของผม ใน Saab 9-3 Aero

กลับมาคราวนี้ มันมาหลอกหลอนผมด้วยคุณภาพเสียงที่
ยังไม่ถึงกับจัดว่าดีเท่าใดนัก

แถมฟังก์ชันการใช้งาน ถ้าเป็นในแบบพื้นๆ ก็กดตามปุ่มทั่วๆไป
แต่ถ้าจะเปลี่ยนแผ่น CD ต้องกดปุ่มแช่ไว้นานหน่อย
แถมยังสามารถ กดเลื่อนเพลงขึ้นหน้า ถอยหลังอย่างรวดเร็วได้

แต่ต้อง เปิดคู่มืออ่านระกอบการใช้งานไปด้วย

และสำหรับผมแล้ว ถ้าเมื่อไหร่ ที่คนซึ่งชอบเล่นกับ
ปุ่ม สวิชต์ต่างๆ
เกิดรู้สึกว่า งงงวยจนต้องเปิดคู่มือแลบ้ว

เชื่อแน่ว่า ลูกค้าทั่วไป ก็คงจะรู้สึกว่ามันใช้งานยากแหงๆ

มิหนำซ้ำ สวิชต์ ไฟ ฉุกเฉิน ยังออกแบบไปอยู่เสียตั้งไกลมือ

คือ จะให้ดี GMDAT อย่าถึงขั้นขี้เกียจในการแปลงย้ายสวิชต์ที่ว่านี้
มาไว้ ที่ รูกลมๆตันๆ ในตำแหน่งเดียวกันแต่อยู่ซีกขวา ของคอนโซลนั่นเลย

 

 

อีกรายการที่ผม ฮา ซะไม่มี หนะ

คือ สวิชต์เครื่องปรับอากาศ

รถบางรุ่น เค้าก็ใช้ สวิชต์ มือบิดแบบเครื่องซักผ้า”รุ่นรักเมีย” อย่างที่เห็น ในเอวิโอ (สวิชต์ ปรับทิศทางของแอร์
และสวิชต์ ปรับเร่ง/ลดน้ำยาแอร์)

รถบางรุ่น เค้าใช้ปุ่มหมุน แบบเดียว ไปเลยทั้ง 3 ชิ้น
(ปุ่มหมุนแบบอยู่ตรงสวิชต์ระดับความแรงพัดลมนั่นละครับ)

แต่..เอวิโอ นั้น

เดาว่า ไอ้หนุ่มกิมจิ ที่ GM DAEWOO คงจะคุยกับ ดีไซน์เนอร์ชาวเซี่ยงไฮ้
ที่ Shanghai GM ไม่รู้เรื่อง กัน

เลยไปออกแบบมาคนละทิศละทาง

ทะเลาะกันไม่ลงตัว

พระอาจารย์ Guigiaro แห่งอิตาลี ผู้รับงานช่วยเหลือ
ในการ ออกแบบ และเกลาแบบ ของรถคันนี้
เลยยกมือขึ้น เบรกห้านิ้ว เป็นท่า ปางห้ามญาติ
บอกว่า  เฮ่ยยๆๆ ลื้อ สอง ตัว เอ้ย สอง คน อย่าทะเลาะกัน
ลื้อมีบรรพุรุษเลียวกัน จาทาเลาะกันปายทามมายยยย

ว่าแล้ว ก็เจรจาหย่าศึก ออกมา

จนเป็นอย่างที่เห็น

คือ มีสวิชต์ สองแบบ ที่แตกต่างกันราวกับฟ้า และ เหว
อยู่ในรถคันเดียวกัน!! เพื่อทำงานในอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน
แม้จะต่างหน้าที่กันก็เถอะ!

แถมสวิชต์พัดลม อุตส่าห์ ทำตัวชวนให้นึกถึง อดีตอันหอมหวานของโอเปิลในไทย
ที่ชาวสยามคงจะไม่ได้สัมผัสอีกแล้ว

เพราะไอ้ปุ่มหมุนๆ เนี่ย ดีไซน์ของมัน เป็นแบบเดียวกับที่มีใช้ในคอนโซลกลาง
ของรถ โอเปิล / วอกซ์ฮอลล์ ในยุโรป อีกด้วยแหนะ เล่นล้อมวงกลม
ด้วยโครเมียมให้มันดูหรู โดดเด่น เด้งดึ๋ง ออกมาจาก สวิชต์มือบิด”เครื่องซักผ้ารุ่นรักเมีย” ที่ประกบอยู่ข้างๆ

คือ มันชวนให้นึกถึง นักร้องเพลงแร็พ สไตล์ Blink Blink
พร้อมกับ Gangster ที่มาเต้นขนาบข้าง ยังไงยังงั้นเลย

เฮ้อ..แค่สวิตช์แอร์ มันออกแบบไม่เข้าท่าอย่างเดียว
เราเขียนได้ยาวเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย

เอิ๊กๆ

 

 

 

และไม่เพียงเท่านั้น

ท่านผู้อ่านทั้งหลาย

เอวิโอ มีอุปกรณ์ ร่วมสมัย ที่เข้าท่าๆ
อย่างเช่น สวิชต์ ปรับความสว่างของชุดมาตรวัด
ยามค่ำคืนได้

ไฮโซ มั่กๆ!

 

 

แต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

สวิชต์กระจกไฟฟ้า ฝั่งคนขับนั้น

การที่เชฟวี ไม่ติดตั้งระบบ One-touch
ดึงนิวขึ้น ครั้งเดียวให้กระจกมันเลื่อนขึ้นเอง ให้กับรถอย่างออพตร้า
โดยอ้างว่า เป็นเรื่องความปลอดภัยนั้น
แม้จะฟังดูเหตุผลไม่เข้าท่านัก แต่ว่า ยังพอกล้อมแกล้มไปได้

แต่ สำหรับเอวิโอ

รถยนต์ ญี่ปุ่น ยุโรป เกาหลี หรือแม้แต่จีนแดง
กระจกหน้าต่างฝั่งคนขับ เดี่ยวนี้ เค้าเป็น One-touch กัน
แทบจะ ร้อยละร้อย ของรถที่ติดตั้งกระจกหน้าต่างไฟฟ้าแล้ว

เอวิโอ ไม่มีกระจกหน้าต่างฝั่งคนขับแบบ One-touch ลงครับคุณผู้อ่าน!!!!

แล้วขอโทษนะครับ

มือเปิดประตูภายใน ประดับด้วยโครเมียม! ให้สอดคล้องกับ
มือเปิดประตูภายนอก

แถมไม่มีสวิชต์กดปลด และสั่งล็อก ระบบเซ็นทรัลล็อก ด้วยนะนั่น

ทีอุปกรณ์พื้นๆ บ้านๆ ที่ควรมี ดันไม่มี
ทีอุปกรณ์ไฮโซๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมี กลับมีให้เห็น
(ซึ่งมี ก็ดีแล้ว ดีกว่าไม่มี)

เนี่ยแหละ
ส่วนหนึ่งที่ผมละง๊งงงกะเชฟวี เค้าจริงๆ

ว่าเค้าไปทำวิจัยวัยรุ่นแถวไหนมาฟะเนี่ย?

ไม่ใช่วัยรุ่นแถวสยาม (สแควร์) แน่ๆ

แต่อาจจะเป็นวัยรุ่นแถว (โรงแรม) สยาม ก็น่าจะเป็นได้

โลโซ มั่กๆ!

คริคริ

Wink

—————

เอาน่า อย่างน้อย แผงประตูด้านข้าง ก็ใส่หนังสือพ็อกเก็ตบุ๊ค ในแนวตั้ง ได้ 2 เล่ม
แล้วกัน!

 

 

 

อย่างไรก็ตาม

ตำแหน่งเบาะคนขับ ที่ตั้งไว้สูง แต่ไม่สูงจนเกินไป

รวมทั้งตำแหน่งการวางแขน ทั้งที่แผงประตู และที่พักแขน
ของเอวิโอ ถือว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมดีแล้ว

ก้านไฟเลี้ยว อยู่ฝั่งซ้ายนะครับ

แบบเดียวกับรถที่ผลิตออกมาจากประเทศ
ซึ่งขับรถพวงมาลัยซ้ายกันนั่นละครับ

บอกได้เลยว่า ก้านไฟเลี้ยวและใบปัดน้ำฝน มันเงาวับมากๆ

รับประกันได้ว่า ใช้ๆไป สัญลักษณะต่างๆ จะเริ่มค่อยๆเลือนหายไป

มันลื่นมือเหนียวหนืดซะขนาดนั้น

 

 

เงยหน้ามองเพดานกันบ้าง

ไฟในเก๋ง อาจจะไม่ค่อยสว่างนักในยามค่ำคืน

เพราะ เอวิโอ นั้น มาในสไตล์เดียวกับ Lexus GS300 เป๊ะ

คือ มีไฟในเก๋ง กระจุกไว้แค่ที่กระจกมองหลัง

แค่นั้นเลย

แต่ยังดี ที่มีกระจกแต่งหน้ามาให้ครบทั้ง 2 ฝั่ง

ในขณะที่รถหลายๆรุ่น มีแค่ฝั่งคนนั่งอย่างเดียว

ที่เก็บแว่นตา ก็ไว้ในตำแหน่งแปลกประหลาด
คือ ติดไว้อยู่ที่โครงสร้างหลังคา เหนือศีรษะฝั่งขวาของคนขับ

 

 

แต่  

เพดานนั้น

ถูกบุด้วยวัสดุซับเสียง แบเดียวกับในยาริส และ แจ้ส
ก็จริงอยู่

ทว่า

วัสดุบุเพดานนั้น มาแปลกๆแหะ คือผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องขึ้นรูปในลักษณะนี้ด้วย จะทำให้มันเรียบต่อเนื่องไปเลยไม่ได้หรืออย่างไรกัน?

และยิ่งเมื่อเคาะฟังเสียง โดยไมได้ตั้งใจ
ผมก็พบว่า

เสียงมันช่างก้องกังวาลยิ่งนัก

ชวนให้สงสัยว่า

เดี๋ยวนี้ เชฟโรเลต สั่งซื้อ แผ่นยิบซั่มตราช้าง จากเครือซีเมนต์ไทย มาบุเพดานรถเก๋งกันแล้วเหรอเนี่ย?

ซึ่งไอ้เสียงที่ว่านี้ ถ้าผมจำไม่ผิด ฮอนด้า แจ้ส ก็เป็นนะ!

haha

 

ที่วางแก้ว ซ่อนอยู่ในลิ้นชักครับ

ต้องกดเข้าไป ถึงจะดีดออกมา

ใส่ขวดน้ำคริสตัล และเนสท์เลย์ เพียว ไลฟ์ 7 บาท ได้

 

 

ส่วน ด้านหลังนั้นมีที่วางแก้วให้เหมือนกัน

แต่แก้วที่วาง ควรเป็นแก้วกาแฟขนาดใหญ่โตสักหน่อย
ไม่งั้น ก็ต้องเป็นขวด PET นาด 1.25 ลิตรขึ้นไป

เพราะเจ้าขวดน้ำ 7 บาท มันตั้งไม่อยู่นะครับ

แล้วที่ผมสงสัยคือ
ทำไมไม่ทำพื้นที่ตรงนี้ให้เป็นคอนโซลบ็อกซ์ขึ้นมาเลย

ทั้ง แจ้ส ทั้ง เอวิโอนั่นละ

อย่างน้อย จะได้ใส่ CD หรือวางโทรศัพท์มือถือ
ใส่ของจุกจิกได้หน่อย จะดีกว่า

เล่นทำพื้นที่โล่งๆ แบบนี้ มันยังไม่อเนกประสงค์เท่าที่ควรครับ

พื้นที่ว่าง ใต้คอนโซลกลาง ตรงคันเกียร์ ใส่ กล่อง CD ได้ 4 กล่อง ก็เต็มแล้ว

อย่าบอกเลยว่า ต้องเอา CD ทั้งหมด ไปใส่ไว้ในเครื่องเล่นแบบ 6 แผ่น จาก Clarion

อ้าว แล้วในรุ่นที่ไมได้ให้เครื่องเล่น 6 แผ่นมาละ?
เขาจะเอากล่อง CD ที่เยอะๆไว้ที่ไหน

ก็คงต้องหาซองใส่ CD Album มาใส่
แล้วจะวาง ซองหนาๆแบบนั้นที่ไหนได้บ้างในเอวิโอละ?

อย่าบอกนะว่า ลิ้นชักด้านหน้า เพราะแค่ ใส่ซองสมุดคู่มือและสมุดรับประดัน
ก็เกือบจะเต็มอยู่แล้ว

ฝากปรับปรุงด้วยครับข้อนี้

 

 

เอาละครับ รายละเอียดอุปกรณ์ต่างๆ รุ่นย่อย 4 รุ่น แตกต่างอย่างไร

ไปดูเอาเองนะครับ

www.chevrolet.co.th

 

 

รายละเอียดทางวิศวกรรม และการทดลองขัีบ

เครื่องยนต์เป็น รหัส F14D3
4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
ความจุกระบอกสูบนั้น 1,399 ซีซี
หรือตีซะว่าเป็น 1,400 ซีซี นั่นละครับ

หัวฉีด MPFI (Multi-Point Fuel Injection)
ความกว้างกระบอกสูบ x ระยะชัก 77.9 x 73.4 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 9.5 : 1

พร้อมระบบแปรผันท่อทางเดินไอดี VGiS (Variable Geometry Intake System)

กำลังสูงสุดที่ระบุในโบรชัวร์
94 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 12.3 กก.-ม. ที่ 3,400 รอบ/นาที

 

 

ขับเคลื่อนล้อหน้า
มีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
และอัตโนมัติ 4 จังหวะ

รุ่นเกียร์อัตโนมัติ คันเกียร์ เป็นแบบขั้นบันได
เวลาจะเข้าเกียร์ถอยหลัง ต้องกดคันเกียร์ลง ไม่ว่าอยู่ในตำแหน่ง P หรือ N แล้วจึงจะเลื่อนได้
อัตราทดเกียร์มีดังนี้

เกียร์ 1 = 2.875
เกียร์ 2 = 1.568
เกียร์ 3 = 1.000
เกียร์ 4 = 0.697
เกียร์ถอยหลัง 2.300
อัตราทดเฟืองท้าย 4.052

 

 

ผมทำการทดลองหาตัวเลขอัตราเร่ง
โดยคราวนี้ ผู้ช่วยของผมคือ น้องกล้วย หรือชื่อล็อกอิน “น้องชายคนเล็ก” ในห้องรัชดาเรานี่เอง
น้ำหนักตัวประมาณ 50 กิโลกรัม รวมน้ำหนักผมแล้ว ก็ 140 กิโลกรัม

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
ผมขอนำตัวเลขของโตโยต้า วีออส และ ยาริส รวมทั้ง ฮอนด้า แจ้ส
มาเปรียบเทียบให้เห็นด้วยในคราวนี้เลย นะครับ

อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง
เปิดแอร์

…………….VIOS…….YARIS…….JAZZ…….AVEO
ครั้งที่ 1…..12.65…….12.87…….13.08…….14.39 วินาที
ครั้งที่ 2…..12.23…….12.24…….13.14…….14.37 วินาที
ครั้งที่ 3…..12.62…….12.69…….13.23…….14.16 วินาที
ครั้งที่ 4…..12.88…….12.51…….13.09…….14.59 วินาที

เฉลี่ย……..12.59…….12.57…….13.13…….14.37 วินาที

สรุปว่า อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ชัดเจนแล้วครับว่า เอวิโอ อืดกว่า วีออส เกือบ 2 วินาที
ขณะที่ช้ากว่า แจ้ส ประมาณเกือบ 1 วินาที

————————-

อัตราเร่ง 80-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง

…………….VIOS…….YARIS…….JAZZ…….AVEO
ครั้งที่ 1…….8.47…….10.71……..9.85…….12.10   วินาที
ครั้งที่ 2…….8.90…….10.44……..9.92…….12.12   วินาที
ครั้งที่ 3…….8.66…….10.75……..9.97…….12.31   วินาที
ครั้งที่ 4…….8.66…….10.54……..9.60…….12.22   วินาที

เฉลี่ย……….8.67…….10.61……..9.83…….12.18   วินาที

ช่วงเร่งแซงนี่ ถือได้ว่า เอวิโอเองนั้น อาการหนักกว่าใครเพื่อนอย่างชัดเจน

แต่พอใช้ในการขับขี่ ในชีวิตประจำวันจริง
ถ้าไม่ได้วิ่งออกต่างจังหวัด แล้วต้องไปเร่งแซงสิบล้อที่ไหน
การเร่งแซง พวกขับช้า วิ่งขวา ถ้ากดคันเร่งสุด ก็อยู่ในระดับพอไหว พอรับได้
แต่ไม่ถึงกับดีนัก

เพราะแม้ว่าการกดคันเร่งจนมิด เพื่อเรียกอัตราเร่งในแต่ละครั้ง
คอมเพรสเซอร์ของระบบปรับอากาศ จะตัดการทำงานออกไป
เพื่อลดภาระของเครื่องยนต์ให้น้อยที่สุดก็ตาม

แต่จากการใช้งานจริงแล้ว
ขออนุญาตยกเอา วลี ของ นักทดสอบรถอย่าง เจเรมี คลากสัน แห่ง BBC Top Gear ในอังกฤษ
มาใช้เสียหน่อยก็ดีครับ

“คันเร่ง มีไว้ใช้เพิ่มระดับเสียงเครื่องยนต์ให้ดังขึ้นเป็นหลัก”

(ส่วนล้อจะหมุนเร็วขึ้นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องรอง อิอิ)

 

 

ความเร็วสูงสุดในแต่ละเกียร์ อ่านจากมาตรวัด

เกียร์ 1……55   กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 6,200 รอบ/นาที
เกียร์ 2…..100  กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 6,000 รอบ/นาที
เกียร์ 3…..160  กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่ 6,500 รอบ/นาที

เมื่อขึ้นเกียร์ 4 แล้ว รอบเครื่องยนต์ จะลดลงไปเหลือ
4,500 รอบ/นาที

แต่ถ้ากดปุ่ม HOLD
เพื่อลากเครื่องยนต์ต่อไปจนสุดเกียร์ 3 จะได้ความเร็วสูงสุด
จากมาตรวัด 170 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 6,500 รอบ/นาที

และเมื่อถึงเรดไลน์ กล่อง ECU จะสั่งตัดการจ่ายเชื้อเพลิง
มีผลให้รถเกิดอาการหัวทิ่มคะมำลง รอบเครื่องยนต์จะลดลง
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายกับเครื่องยนต์

และแน่นอนว่า ความเร็วของรถ จะลดลงตามไปด้วย

 

 

เอาละ ถ้าคิดเสียว่า
นี่คือรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1,400 ซีซี ไม่ใช่ 1,500 ซีซี
อีกทั้งมีกำลังม้าน้อยกว่า แรงบิดก็น้อยกว่าชาวบ้านเขาหน่อย
ได้แค่นี้ ก็ถือว่า พอไหวแล้ว

ทั้งที่เอาเข้าจริงแล้ว เครื่องยนต์ และเกียร์แบบนี้
เหมาะแก่การขับขี่ในเมืองเป็นหลักจริงๆ

การขับต่างจังหวัด บอกตรงๆว่า มีเหนื่อย…

และจะยิ่งเหนื่อยมาก แม้คุณจะวิ่งในเมือง
หากผู้โดยสารรวมนขับ มีตั้งแต่ 3 คน ขึ้นไป

เท่าที่ได้ทดลองแบก สาวๆ ขึ้นรถ 3 คน ผู้ชายตัวใหญ่กว่าผม 1 คน
รวมทั้งผม และน้องกล้วย เบ็ดเสร็จแล้ว 6 คน

แหะๆๆ กดคันเร่งทีนี่ รถนี่เร่งไม่ค่อยออกเลยแหะ

เอาละ มันเป็นเรื่องปกติ

แล้วทำไม ฮอนด้า แจ้ส แบกคนไปขนาดนั้น ตัวก็ใหญ่โตกว่าแยะ เบ็ดเสร็จ ก็ 6คน
ยังเร่งได้ดีกว่าเอวิโอเลยละ?

——————–

การเก็บเสียงที่จะเล็ดรอดสู่ห้องโดยสารนั้น
ในช่วงความเร็วต่ำ ถือว่าทำได้ดีมาก
เสียงเครื่องยนต์ เล็ดรอดเข้ามาในห้องโดยสารอยู่บ้าง
แต่ถ้าไปยืนข้างนอกรถ จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างดังอยู่พอสมควร
เมื่อเทียบกับคู่แข่งในระดับเดียวกันคันอื่น
ขณะขับขี่ในความเร็ว ไม่เกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง
การเก็บเสียงนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่สบายๆ กำลังดี เก็บเสียงเครื่องยนต์จากห้องเครื่องได้ดีกว่ายาริสนิดหน่อย

แต่เมื่อไหร่ที่ก้าวข้ามขีดความเร็ว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง
เสียงของกระแสลมที่ไหลผ่านตัวถัง จะเริ่มดังเข้ามาให้ได้ยินอยู่บ้าง และดังขึ้นเรื่อยๆ จนถึงท็อปสปีด

(รูป พี่กบ รชต สุวรรณรัตน์ นั่งคู่หน้า กับตาโจ้ ตอนไปทริป)

 

 

พวงมาลัย มีเฉพาะรุ่น LT ตัวท็อปเท่านั้นที่ปรับระดับสูงต่ำได้
นอกนั้น แข็งทื่อ ตายตัว ปรับระดับสูงต่ำไม่ได้เลย

มีน้ำหนักที่มากกว่ารถทุกคันในระดับซับ-คอมแพกต์
คือ ครั้งแรกที่เลี้ยว ก็ชวนให้นึกถึงน้ำหนักแบบเดียวกับที่พบในพี่ใหญ่รุ่นออพตร้า
การบังคับเลี้ยวภาพรวมหนะอยู่ในเกณฑ์ดี

คือ มีน้ำหนักแบบรถยุโรปสมัยใหม่ ในย่านความเร็วต่ำ ให้ความมั่นใจได้ในการควบคุมรถ
ที่ความเร็วไม่เกิน 80-90 กิโลเมตร/ชั่วโมง

แต่…การที่พวงมาลัยมีระยะฟรีมากนั้น
กลับส่งผลให้ การควบคุมรถคันนี้ในย่านความเร็วสูง ยังไม่อาจให้ความมั่นใจได้เต็มที่นัก
คือในขณะที่ล้อยังนิ่งๆ แต่พวงมาลัยที่มีระยะฟรีเยอะของเอวิโอ
ยังพอกระดิกซ้าย-ขวาได้ คือส่ายพวงมาลัยไปมาซ้าย-ขวา ได้นิดนึง
ทั้งที่ล้อก็ยังตรงแหน่วไปตามทางอยู่อย่างนั้น

ราวกับว่า มันถูกติดตั้งมาอย่างหลวมๆ ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เรียกได้ว่า ยังพอให้หวนระลึกถึงความรู้สึกไม่ต่างจากรถญี่ปุ่นที่ออกขายเมื่อ 10-15 ปีก่อนเท่าใดนัก

อีกทั้ง ในรถคันที่ยืมมาทดลองขับ ที่ยังจอดอยู่ในโรงรถที่บ้านตอนนี้
ถ้าในกรณี หักเลี้ยวพวงมาลัยไปทางขวา จะมีอาการฝืดๆ ขืนๆของชุดแร็คแอนด์พีเนียนพร้อมเพาเวอร์ เกิดขึ้น
ขณะที่ถ้าหักเลี้ยวไปทางซ้าย จะไม่เป็น

(ขณะกำลังเข้าโค้ง ที่สนาม โก-คาร์ท ของคุณปั้น พฤฒิรัตน์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ ที่จุดปล่อยรถตอนเช้าวันไปทริป)

 

 

ระบบกันสะเทือน หน้า แม็คเฟอร์สันสตรัต
และด้านหลังแบบทอร์ชันบีม

แม้จะเหมือนกับ รถยนต์ซับ-คอมแพกต์ ในตลาดทกรุ่น
แต่นี่คือจุดเด่นของเอวิโอ !

การดูดซับแรงสะเทือนขณะผ่านลูกระนาด ไปจนถึงการเข้าโค้ง
เอวิโอให้ความมั่นใจได้ดีมากกว่า ซิตี้ ZX อย่างกินขาด
แต่ ถ้าเทียบกับวีออสแล้ว ในช่วงความเร็วสูง
เอวิโอ จะยังคงนิ่งสนิทได้หากใช้ความเร็วไม่เกิน 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ขณะที่วีออส ทำได้ดีกว่านั้นเล็กน้อย คือ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง  

แต่หากเกินกว่านั่นไป
ความมั่นใจก็หดหายลดน้อยถอยลงไป ซึ่งเป็นปกติธรรมดาของรถยนต์ที่มีขนาดเล็ก และมีน้ำหนักเบา อย่างนี้

 

 

การทดลองหาอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

คราวนี้ ผมเลือกน้อง Bombe มานั่งเป็นหุ่น และผู้ช่วยในการทดลองครั้งนี้
Bome มีน้ำหนัก 75 กิโลกรัม รวมผมด้วย เป็น 165 กิโลกรัม

เติมน้ำมันคราวนี้

ตามมาตรฐานเดิมของผมครับ

รถเก๋ง ซับ-คอมแพกต์ และคอมแพกต์
ต่ำกว่า 2,000 ซีซี
และรถกระบะ ไม่เลือกขนาดเครื่องยนต์ จับเขย่ารถหมด

เติมน้ำมันกันจนเต็มล้นปรี่ ยัดไม่ลงอีกต่อไป

 

 

เรายังคงใช้เส้นทางเดิมครับ

ปั้มเอสโซ่ พระราม 6
ขึ้นทางด่วน ขับไปยังเชียงราก

ใช้ความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง เปิดแอร์ นั่งสองคน ตามมาตรฐานเดิม

 

 

จากนั้น เลี้ยวกลับมายัง พระราม 6 เช่นเดิม
และกลับมาเติมที่ปั้มเอสโซ่ หัวจ่ายเดิม

 

 

ระยะทางที่แล่นไปทั้งหมด ตามมาตรวัด

88.1 กิโลเมตร

 

 

ระยะทางที่แล่นไป จากมาตรวัด     88.1   กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันที่เติมกลับ                6.109  ลิตร
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย       14.42 กิโลเมตร/ลิตร

เมื่อเปียบเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มแล้ว

อัตราสิ้นเปลืองของเอวิโอ ถือว่า อยู่ในระดับเดียวกันและทำได้ดีกว่า โตโยต้า ยาริส (14.2 กิโลเมตร/ลิตร) เล็กน้อย
แต่ยังอาจจะทำได้ไม่ดีเท่า โตโยต้า วีออส และฮอนด้า แจ้ส / ซิตี้ คือยังห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร/ลิตร

 

 

แต่ถ้าเทียบกับสถิติของเชฟโรเลต ออพตร้า
ที่เคยทำมาแล้วภายใต้มาตรฐานเดียวกัน คือวิ่ง 110 เปิดแอร์ นั่ง 2 คน นั้น

ก็มีเรื่องชวนให้งงนิดหน่อย

ออพตร้า 1.6 ซีดาน ทำได้ 16.09 กิโลเมตร/ลิตร
ออพตร้า 1.6 เอสเตท ทำได้ 13.5 กิโลเมตร/ลิตร
เอวิโอ 1.4 LT ทำได้ 14.42 กิโลเมตร/ลิตร

ดูตัวเลขแล้ว ใช้วิจารณญาณเอาเองได้ตามอัธยาศัยครับ

 

 

***สรุป***

ออพตร้า จูเนียร์ เวอร์ชันซับคอมแพกต์ ซีดาน สำหรับการใช้งาน “อย่างจริงจัง” ในเมืองเป็นหลัก…เท่านั้น

ครั้งแรกที่ได้ยินสโลแกนของเอวิโอว่า Built for the young ในช่วงก่อนที่รถจะเปิดตัว

ผมมองว่า ทีมการตลาดของ เชฟโรเลต และเอเจนซีคู่บารมีอย่าง ลีโอ เบอร์เนทท์ เข้าใจหาทางออก
สำหรับการโปรโมท ซีดานคันเล็กที่ไม่มีจุดเด่นในทางบวกแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดมากนัก คันนี้ ได้อย่างดีเยี่ยม

และยิ่งพอมาเห็นรถในวันเปิดตัว
ผมยิ่งมั่นใจว่า เชฟวีคิดถูกแล้ว ที่เลือกลีโอเบอร์เนทท์ มาร่วมงาน

ผมเชื่อว่า ทีมงานของเขา คงเค้นไอเดียกันสุดฤทธิ์จนหมดแม็กฯ แล้ว
จึงได้ไอเดียที่ว่า สร้างขึ้นด้วยการวิจัยความต้องการของวัยรุ่น

ทว่า ผมเห็นด้วยกับไอเดียของ ตาแพน Commander CHENG
ที่เอ่ยปากเมื่อเเห็นรถเอวิโอเป็นครั้งแรกว่า

Built for the young…who was born 20 years ago..!

ก็จะไม่เห็นด้วยได้อย่างไรกันละครับ?
ถ้าวิจัยตลาดจริง ก็คงจะรู้ว่า วัยรุ่น นิยมรถที่มีพลัง
และพลังที่ว่า ไม่ได้มาจากพลังชีวิตของผองเพื่อนเค้า
อย่างในสป็อตโฆษณาวิทยุของเอวิโอ
ทว่า มันควรจะมาจาก เครื่องยนต์!
คือเครื่องต้องแรงกว่านี้  

ถ้าวิจัยกับกลุ่มวัยรุ่นมากขนาดนั้นจริง
ก็คงจะรู้ว่า วัยรุ่นนั้น ต้องการห้องโดยสารที่มีช่องใส่ของอเนกประสงค์เยอะหน่อย

ถ้าวิจัยกับกลุ่มวัยรุ่นมากขนาดนั้น
ก็คงจะรู้ว่า การตกแต่ง และเลือกใช้โทนสี ของตัวรถนั้น ต้องไม่ดูแล้วแก่ เชย
อย่างที่เป็นอยู่นี้ เปิดแค็ตตาล็อกเวอร์ชันเกาหลีเทียบดูแล้ว สีตัวถัง
และการตกแต่งทั้งคันนี่
ผมเห็นแล้วกรี๊ดสลบ! ย้ำว่า กรี๊ดสลบจริงๆ

คือมันดูดีมีชาติตระกูลกว่าเวอร์ชันไทยเห็นๆเลย ทั้งที่เป็นรถโมเดลเดียวกันนั่นละ

 

 

ขณะเดียวกัน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เป็นสิ่งที่พวกเขาคำนึงเป็นอันดับรองๆลงไปเสียด้วยซ้ำ
แต่พวกเขาก็ยังต้องการให้รถเล็กคันแรกในชีวิตของเค้า ประหยัดน้ำมัน
เพราะบางคน ผู้เป็นพ่อแม่นอกจากจะต้องซื้อรถมาให้แล้ว ยังต้องออกค่าน้ำมันให้อีกด้วย  
คือออกแนวเป็น ชวนป๋วยปีแป่โหล่ว ตราลูกอกตัญญู ไปซะอย่างดื้อๆ  

ซึ่ง เมื่อขับทางไกล ด้วยความเร็วที่คงที่ อัตราสิ้นเปลืองนั้นถือว่า อยู่ในระดับมาตรฐานเดียวกับรถยนต์คู่แข่ง ระดับ 1,500 ซีซี

แต่ ว่า รถเครื่อง 1,400 ซีซี ลูกค้าคาดหวังจะเห็นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ประหยัดกว่า รถ 1,500 ซีซี คงจะยาก
เพราะดูตัวถังแล้ว น้ำหนักตัวเปล่า 1,120 กิโลกรัม
รวมน้ำหนักบรรทุกทั้งหมด 1,545 กิโลกรัม
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความแตกต่างกันแค่ 100 ซีซี สำหรับรถยนต์ระดับนี้ ได้ในระดับนี้ ผมถือว่า ไม่น้อยหน้าคู่แข่งแล้ว

อีกทั้ง ใครที่ซื้อเอวิโอมา แล้วบอกว่า ไม่ประหยัด
ส่วนหนึ่งที่พอจะอธิบายได้ ก็คือ ถังน้ำมัน มีความจุแค่ 45 ลิตร
และเข็มน้ำมันในช่วงที่ยังเต็มถังนั้น ค่อนข้างแข็ง แต่ร่วงลงค่อนข้างเร็ว ถ้าไม่ทันสังเกตุ

ลองคิดูแล้วกันว่า
ผมขับใช้งานหลังจากทดลองอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
จนถึงวันนี้ น่าจะมีประมาณไม่เกิน 200 กิโลเมตร แต่เข็มน้ำมัน ลดลงฮวบลงไปแล้ว เกินครึ่งไปกระจึ๋งนึง
อย่าตกใจครับ อย่าตกใจ

ทีนี้ ถ้าเครื่องยนต์ นอกจากจะไม่แรงแล้ว ยังให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง พอๆกับรถเก๋ง 1,500 ซีซี ละก็

นั่นหมายความว่า

โจทย์ตอนนี้ของ จีเอ็ม นอกจากควรจะปรับปรุงอุปกรณ์อำนวยความสะดวกด้านต่างๆในห้องโดยสาร
อย่างที่ผมสาธยายเป็นวรรคเป็นเวรไปแล้วข้างต้น

ยังรวมถึง เรื่องของ เครื่องยนต์
พอเข้าใจว่า ในเวอร์ชันเกาหลีนั้น
มีเครื่องยนต์ 1,500 และ 1,600 ซีซีให้เลือก

แต่กำลังม้าของรุ่น 1,500 ซีซี นั้น ปั่นม้าแคระออกมาได้แค่ 86 ตัว เท่านั้น
ถ้าจะหันไปคบ 1,600 ซีซี
ก็เป็นเครื่องยนต์เดียวกับ ออพตร้า 1,600 ซีซี ตัวขายดีแบบเรื่อยๆ ในบ้านเรา เป๊ะ!
แล้วจะเอาเข้ามาทัพไลน์สินค้าตัวเองเล่นๆทำไมละนั่น

ส่วนเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี 109 แรงม้า ที่เคยบอกไปว่าอยู่ในเวอร์ชันส่งออกนั้น
ผมก็ไม่รู้ว่า มันหายไปไหน?

ถ้าจะเอาเข้ามาขาย ไม่ได้ ก็คงจะมีเหตผลในเรื่องของ การทดสอบแล้วไม่ผ่านมาตรฐานมลพิษในบ้านเรา
ที่อิงกับมาตราน Euro III ในยุโรปตอนนี้เป็นสาเหตุหลัก

แล้วอย่างนี้จะทำอย่างไร
เพราะดูแนวโน้มแล้ว จีเอ็ม แดวู ไม่น่าจะหาทางเปลี่ยนเครื่องยนต์ สำหรับเวอร์ชันไทย
ในระยะเวลาปีนี้ ถึงปี 2008

ก็คงไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าทำใจ ครับ

ส่วนเรื่องความปลอดภัย ไม่ได้ลอง และไม่กล้าลอง กับน้องดาวเดียวครับ…
ถือเป็นความพยายามในเชิงพีอาร์ที่จะลบกระแสการทดสอบการชน
ซึ่งผ่านมาตรฐานของ EuroNCAP แค่ดาวเดียว
ด้วยมาตรฐานการชนจากรัฐบาลอเมริกัน หรือหน่วยงาน NHTSA แทน

การบริการหลังการขาย?
100 โชว์รูม และศูนย์บริการ น่าจะการันตีได้ว่า เชฟวี จะยังอยู่ในไทยอีกนานแน่ๆ
ไม่หลบหนีหายหัวไปตอนนี้

แต่ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ และงานบริการหลังการขาย
รวมทั้ง เงื่อนไขในการรับประกันชิ้นส่วนต่างๆนี่ละ
ที่จะเป็นจุดสำคัญซึ่งทำให้เชฟวี มีลูกค้าแสดงความไม่พอใจจากรถที่มีปัญหาอยู่เนืองๆ
ปัญหา แม้จะเกิดจากรถ นั่นหนะแก้ได้ แต่ที่บานปลาย ก็มักจะมาจากความไม่พอใจในบุคลลากรของบริษัท
และปัญหานี้ เชฟวี ต้องแก้ไขให้ได้ ไม่เช่นนั้น ภาพลักษณ์แบรนด์จะเสียระยะยาว
ชนิดที่ต่อให้ใช้เงินทุ่มซื้อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ก็ยากเกินจะแก้

 

 

แล้วเอวิโอ ไม่มีจุดเด่นเลยเหรอ?

มีครับ! มีๆๆ

1. ระบบกันสะเทือน ที่ให้ความมั่นใจได้ดี คล้ายรถยุโรปรุ่นใหม่ๆ ถ้าคุณขับด้วยความเร็วไม่เกิน 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งนั่นคือจุดสุดท้ายที่จะเริ่มเสียเซลฟ์
2. ตำแหน่งนั่งขับ พร้อมกับที่วางแขน ช่วยให้คุณอยุ่ในสภาพการจราจรได้อย่าง ไม่ต้องอึดอัดใจ
3. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ถ้าขับทางไกล วิ่ง 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ 14.42 กิโลเมตร/ลิตร
4. เบาะหลังพับได้

นี่สารภาพตามตรงนะครับ
ผมหาข้อดีของ เอวิโอ จากตัวรถแท้ๆเพียวๆ ได้เท่านี้จริงๆ…

ข้อที่ควรปรับปรุง?

1. เครื่องยนต์ ที่ควรมีพละกำลังมากกว่านี้สักหน่อย
2. พวงมาลัย น้ำหนักดีแล้ว แต่ปรับลดระยะฟรีให้น้อยลงกว่านี้ เพื่อความมั่นใจในการขับขี่ด้วยความเร็วเดินทางมากขึ้น
3. อุปกรณ์อำนวยความสะดวกขึ้นสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ในห้องโดยสาร ช่วยปล่อยมาให้ลูกค้าเยอะกว่านี้
และ/หรือที่มีอยู่แล้ว ช่วยปรับปรุงให้มันดูดีกว่านี้ อย่าให้มันดู Look cheap as its price กันหน่อยเถิด
4. คุณภาพการประกอบ ความเนี้ยบ ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเอวิโอ แต่ปัญหาอยู่ที่ ชิ้นส่วน ซึ่งจะนำมาประกอบเป็นคันรถต่างหาก
เสียงปิดประตู “กลวงโบ๋” สุดๆ ชวนให้นึกถึง โตโยต้า โคโรลล่า DX KE70 มากๆ
5. การบริการหลังการขาย ราคาอะไหล่ ไม่ใช่ปัญหาแล้ว
แต่ สิ่งที่ควรทำมากกว่านี้คือ ใส่ใจเสียงบ่นขอลูกค้ายิ่งกว่านี้ และอย่าคิดแค่ว่า แก้ให้ปัญหาจบ แต่ควรคิดแก้ให้ลูกค้าสบายใจและพึงพอใจสูงสุดอย่างแท้จริง

แล้วถามว่า เอวิโอ เป็นรถที่เหมาะกับใคร?

ก็คงตอบได้ว่า เป็นผู้ชาย ผู้หญิง เกย์ เลสเปี้ยน อายุราวๆ 20 – 30 ปี  โดยน่าจะมีสัดส่วนของผู้หญิง เยอะที่สุด
กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ เป็นคนวัยเรียนตอนปลาย และ วัยทำงานตอนต้น ที่ในสมัยเรียนนั้น ถือว่าเป็นเด็กติ๋มๆ เด็กเรียน
เค้ามีอะไรก็ตามแห่กันไปกับผองเพื่อน เพื่อนว่าไง ก็เออ ออ ห่อหมก ตามนั้น
กลุ่มลูกค้าของเอวิโอ มักจะไม่เคยซื้อรถมาก่อน มองหารถคันแรกในชีวิต เอาไว้ใช้ขับไปทำงาน
หรือไปเรียน ปริญญาโท คนกลุ่มนี้ การใช้ชีวิตจะเรียบง่าย และอยากได้รถเชฟโรเลต เพราะหล่อนๆจะคิดไปว่า
เป็นรถฝรั่งจะชาติไหนก็ตามแต่ แต่ได้ชื่อว่า ก็เป็นรถฝรั่งนะ น่าจะปลอดภัยกว่า รถญี่ปุ่น

ทั้งที่ความจริงก็คือ
เชฟโรเลต หนะ เป็นแบรนด์จากอเมริกา ในเครือของ จีเอ็ม เจเนอรัล มอเตอร์ส อเมริกา
แต่ว่า กลยุทธ์การทำตลาดของเขาตอนนี้ ในเอเซีย เขาเลือกเอารถเก๋งจาก แดวู เกาหลี
และรถกระบะที่พัฒนาร่วมกับอีซูซุ มาขึ้นสายการประกอบในไทย แล้วปะตราเชฟโรเลต ขาย

เชฟวีครับ
อย่าได้เถียงเลยครับ มันเป็นความจริงที่เราทุกคนก็ร้กันดี
เห็นกันอยู่ และที่ผมเขียนบอกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้อย่างนี้
ผมไม่ได้คิดจะว่าอะไร ไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝง หรือโจมตีอะไรหรอกครับ

แต่ มันคือ ความจริง ที่ผมแค่ just inform your future customer และ แค่นั้น จุด ฟูลสต็อป

 

 

ทั้งหมดที่เขียนมานี้
เขียนในฐานะของ คนที่เราคุ้นเคยกัน บอกเล่าความรู้สึกลึกๆ ของคนเราที่คุ้นเคยกัน
กับพี่ๆ กับเพื่อนๆ ที่ทำงานด้วยหน้าที่ของแต่ละคน
ซึ่งเมื่อถอดหัวโขนของหน้าที่ออกแล้ว เราก็เป็นคนคุ้นเคยกันดี

ไม่ได้มีอคติ เพราะได้ถอดอคติ ต่างๆ ออกไปจนหมดแล้ว ทำใจให้นิ่ง และเป็นกลางที่สุด
มีสมาธิที่สุด ก่อนจะลงมือเขียน และกลั่นกรองทุกคำออกมา

น้ำใจที่ เชฟวีมีให้ผมมาตลอด ขอบคุณครับ
แต่ เราก็ต้องแยกกันให้ออกด้วยเหมือนกัน
เพราะสิ่งที่ผมเขียนนี้ ผมเน้นในแง่ของ product development เป็นหลัก

อยากให้เปิดใจรับฟัง
และลองหาทางปรับปรุงแก้ไขดู
ถ้าทำได้ ตลอดอายุตลาดของเอวิโอ มันยังขายได้เรื่อยๆแน่ๆ

เพราะสุดท้าย ถ้าปรับปรุงกันได้
คนที่จะมีความสุขมากที่สุดด้วยกัน
ก็มีอยู่ 2 คน

คือ คุณ ผู้ที่ทำงานในเชฟวี และ ลูกค้าผู้ที่ซื้อรถจากเชฟวีไปใช้  นั่นเอง

 

——————————————–///———————————————-

 

 

ขอขอบคุณ

คุณชาติชาย สุวรรณเสวก (พี่บอย)

(อดีต) ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร ประจำภูมิภาคเอเซีัย-แปซิฟิก และประเทศไทย

บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

รวมทั้งทีมงาน เอเจนซี ประชาสัมพันธ์ Weber Shandwick ในเครือ McCann Worldwide

สำหรับ ทริป กิจกรรมต่างๆ และรถทดลองขับ

 

———————————————————————————————-

 

 

J!MMY

สงวนลิขสิทธิ์

เผยแพร่ครั้งแรก : 4 กุมภาพันธ์ 2007 ใน Pantip.com ห้องรัชดา 

ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 21 กุมภาพันธ์ 2009 สำหรับ www.headlightmag.com