เมื่อวันที่ ผม กับ น้องเติ้ล สมาชิก The Coup Team ของเว็บเรา ยืนอยู่ ณ สนามทดสอบบ้านโพธิ์
ของโตโยต้า ระหว่างรอทดลองขับ Camry Hybrid กัน ตอน สายๆของวันที่ 18 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เราเห็น วีโก้ สมาร์ทแค็บ ยกสูง สีเงิน หรือทอง คันหนึ่ง แล่นไปแล่นมา ในสนามนั่นละ
เอาไปจอดล้างบ้างละ แล้วจู่ๆ ก็กำลังจะขับออกจากสนามไป โดยไม่มีใครแม้กระทั่งผมจะสังเกต

มีเพียง สายตาของ น้องเติ้ล นั่นละครับ ที่เห็นว่ามันผิดสังเกต
เลยร้องทักถามผมขึ้นมาใกล้ๆ ว่า
“พี่จิม นั่น มันวีโก้ VN TURBO หรือเปล่าอ่ะ?”

ผมมองคร่าวๆ แล้วบอกไปว่า “ไม่น่าใช่ม้างงง”

แต่เติ้ลยังมั่นใจว่า ตาเขาไม่ฝาดแน่ๆ…เราเลยใช้จังหวะที่ไม่มีใครสังเกตตรงนั้น
ถามวิทยากรซึ่งเป็นผู้อำนวยการ (ใช่หรือเปล่าหว่า)  ซึ่งผมจำชื่อพี่ท่านไม่ได้จริงๆ
จำได้แต่ว่า มาจากฝ่าย Product Planning  ที่มีบุคลิก ออกแนว พี่แดง ไบเลย์
ผสมพี่อี๊ด วงปลาย นั่นละ (^_^’)

ทีนี้ เรา 3 คนก็เลยมาช่วยกันเพ่งดู

“อืมม ยกสูงด้วยแหะ สมาร์ทแค็บซะด้วย…..เออ เว้ยเฮ้ย มันไม่มีตัวเลข 3.0 แปะข้างรถนี่หว่า”

เอาแล้วไง!!!

นั่นละครับ การพบปะกันครั้งแรก ของ ผม น้องเติ้ล และ เจ้า VN TURBO รุ่นใหม่ในตระกูล
Hilux Vigo นี้ ก่อนหน้าการเปิดตัว สู่ตลาดอย่างเป็นทางการ ครั้งแรก ในวันนี้ 6 สิงหาคม 2009
แถลงข่าวกันยามบ่าย 2 โมง ที่ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรม อินเตอร์คอนติเน็นตัล สี่แยกเพลินจิต

การเพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์ใหม่ในครั้งนี้ เกิดขึ้น ตามการคาดเดา ของผู้คนในแวดวงรถยนต์
ว่า โตโยต้า คงจะต้องหาทางปรับปรุงเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ของตนเสียที หลังจากที่ คู่แข่งทั้งหลาย
พากันเปิดตัวเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ที่มีพละกำลังแรงกว่า โตโยต้า อย่างมาก โดยเฉพาะ นิสสัน นาวารา
ที่มีให้เลือกทั้ง รุ่น 144 แรงม้า และ 174 แรงม้า และถือเป็นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรที่แรงที่สุดในตลาด
กันเลยทีเดียว ดังนั้น เมื่อมีเสียงเรียกร้องจากลูกค้ามากมายเข้า โตโยต้า ก็เลย จัดการปรับปรุง
เครื่องยนต์ 2.5 ลิตรของตน ให้แรงขึ้น

แต่ แม้จะปรับปรุงเครื่องยนต์อย่างไร ก็ยังจะไม่มีการปรับโฉมภายนอก ใดๆ เพิ่มเติม
จากการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ครั้งล่าสุด เมื่อ ปลายปี 2008 ที่ผ่านมา แน่ๆ เหตุผลก็คือ
ตลาดต่างประเทศ เขาเพิ่งจะปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ตามเรา ถ้าขึ้นเราเปลี่ยนกระจังหน้า
อะไรกันใหม่อีก ชาวต่างชาติเขาจะร้องโอ้โห ได้ว่า

“เฮ้ยยย นี่ วีโก้ บ้านยู จะเปลี่ยนโฉมใหม่ บ่อยอะไรขนาดเน้!!!! หา!!!!”

อีกทั้ง การปรับโฉมคราวนี้ เกิดขึ้นเฉพาะ รุ่นยกสูง และขับสี่ เท่านั้น รุ่นไม่ยกสูง ยังเหมือนเดิมทุกประการ
 
อย่างที่บอกไปว่า ขนาดผมเอง ยังดูไม่รู้เลย ว่าวีโก้ 2.5 VN TURBO นี้ มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง
ดังนั้น อย่าแปลกใจ ถ้าคุณจะแยกความแตกต่างไม่ออก… 
 

ก็ดูเอาสิครับ ภายนอก ของรุ่น VN TURBO มีความแตกต่างจากรุ่นปกติดั้งเดิม…”แค่เนี้ย!!!!”
(กรุณา ทำเสียง ร้อง ของคุณดวงตา ตุงคะมณี ประกอบไปด้วย จะได้อารมณ์มาก!!)

คือมีโลโก้ VN TURBO แปะเพิ่มขึ้นมา บริเวณฝั่งขวา ของกระจังหน้า แค่นั้นเลย!!!!!

เอ่อ อันที่จริง ในรุ่น PRE-RUNNER ยังมีสติ๊กเกอร์ ลายใหม่
แปะเอาไว้ที่ด้านหลัง ข้างกระบะ อีกหนึ่งรายการ ที่เพิ่มเติมเข้ามา

นอกนั้น ไม่ว่าภายนอก หรือภายใน ทุกรายละเอียด ก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป
อาจจะมีการปรับวัสดุพลาสติกตกแต่ง ห้องโดยสาร ที่ทะยอยๆ ปรับปรุง กันมาเรื่อยๆ
แบบเงียบๆ มานานแล้ว ให้ดูประณีตขึ้น กว่ารุ่นแรกๆ อยู่นิดนึง แต่ถ้าไม่สังเกต ก็คงไม่ทราบ

 

 รุ่น 2.5 VN TURBO นั้น จะมีให้เลือกทั้งรุ่น Smart-Cab หรือรุ่น บานแค็บเปิดกางออกได้
ซึ่งเมืองไทย ถือเป็นประเทศแรก ที่เป็นแม่งาน ของการปรับปรุงในครั้งนี้ และเป็นประเทศแรก
ที่ได้ใช้บานแค็บเปิดได้ ในรถรุ่นไฮลักซ์ วีโก้ (หากเราไม่รับ รถกระบะ เวอร์ชันอเมริกาเหนือ
ทั้ง Tacoma และ T100 กับ TUNDRA นั่นแล้ว)

 

และรุ่น ดับเบิลแค็บ ที่ยังคงมีพื้นที่ห้องโดยสาร กว้างขวาง
โดยเบาะนั่งด้านหลัง นั่งสบาย เป็นอันดับ 2 ของตลาด

 

อีกทั้ง เบาะหลังของรุ่นดับเบิลแค็บนั้น เบาะรองนั่ง สามารถยกขึ้น เพื่อวางสัมภาระที่มีความสูงกว่าปกติได้
คล้ายกับ ที่พบได้ใน Honda Jazz ทั้งรุ่นเก่า และปัจจุบัน รวมทั้ง City ZX (รุ่นเก่า)

ในรุ่น 2.5 ลิตร VN TURBO จะมีให้เลือกเฉพาะเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะเท่านั้น
พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน ยูรีเทนสีดำ อันเป็นพวงมาลัยแบบเบสิคสำหรับรถรุ่นที่
ไม่มีถุงลมนิรภัยมาให้ ของโตโยต้าไปแล้ว ชุดมาตรวัด ยังคงเป็นแบบธรรมดา
ไม่ใช่ออพติตรอน เหมือนรุ่น 3.0 ลิตร แต่อย่างใด มีกล่องคอนโซลกลางอเนกประสงค์
มีไฟส่องแผนที่ กล่องเก็บแว่นตา ที่วางแก้ว ใต้ช่องแอร์ ส่วนวิทยุเป็นแบบ 2DIN
เล่น CD / MP3 /WMA ได้ 1 แผ่น พร้อมลำโพง 4 ชิ้น

แต่การปรับปรุงที่สำคัญ อยู่ที่ การเพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์ใหม่ ในตระกูล KD
แบบ 2.5 ลิตรอีก 1 รุ่น จากเดิม ที่ทุกวันนี้ มีอยู่แล้ว 2 รุ่น

นั่นคือ 2KD-FTV เวอร์ชันใหม่ VN-TURBO โดยพื้นฐาน ยังคงเป็น
ดีเซล บล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,494 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 92.0 x 93.8 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด 18.5 : 1

 

ติดตั้งระบบเทอร์โบแปรผันครีบ (Variable Nozzle TURBO) เข้าไป
ซึ่งครีบปรับองศาของเทอร์โบนั้น ควบคุมการเปิดปิด ผ่านมอเตอร์ไฟฟ้า
ที่สั่งงานโดยกล่องอีเล็คโทรนิค ECU 32bit เพื่อให้การทำงานของเทอร์โบ
สัมพันธ์กับทุกๆความเร็วรอบของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะที่รอบเครื่องยนต์ต่ำนั้น
การทำงานของเทอร์โบแปรผันจะปรับองศาของครีบให้แคบลงเพื่อรีดไอเสีย
ที่มีปริมาณน้อยให้ไหลเร็วขึ้น ส่งผลให้การทำงานของเครื่องยนต์
เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เพิ่มพละกำลังจาก 2KD-FTV เวอร์ชัน ปกติ ในรุ่นไม่ยกสูง
จาก 102 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 20.38 กก.-ม.
(200 นิวตันเมตร) ที่ 1,400 – 3,400 รอบ/นาที
รวมทั้ง เพิ่มกำลัง จากรุ่น มีอินเอร์คูลเลอร์ 120 แรงม้า (PS) ที่ 3,600 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 33.11 กก.-ม. หรือ 325 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที

เป็น 144 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบ/นาที (เพิ่มขึ้น 20% จากรุ่น 2.5 I/C ปกติ)
แรงบิดสูงสุด 34.95 กก.-ม.(343 นิวตันเมตร) ที่รอบตั้งแต่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที
เพิ่มขึ้น  6% จากรุ่น 2.5 I/C และยังคงเป็นแรงบิดในแนว FLAT TORQUE

คือ มีแรงบิดเกือบสูงสุดมารอตั้งแต่รอบต่ำ และลากแรงบิดสูงสุดไปยาวจนถึงรอบสูงๆ

ที่สำคัญ แรงบิดสูงสุดของ รุ่น 2.5 VN TURBO นั้น
มันเท่ากับ แรงบิดสูงสุด ของ รุ่น 3.0 ลิตร VN TURBO ปกติ
เป๊ะ!!! เพียงแต่ว่า รุ่น 3.0 ลิตร แรงบิดจะมาในช่วงรอบที่กว้างกว่า
คือ 1,400 – 3,200 รอบ/นาที เท่านั้นเอง!

แต่ถ้าคุณคิดว่า เพียงแค่เพิ่ม เทอร์โบแปรผันครีบเข้าไป จะได้กำลังมากขนาดนี้แล้วละก็
ขอบอกว่า คุณคิดผิดครับ เพราะคราวนี้ โตโยต้า ถึงขั้น ต้องจัดการ เปลี่ยนวัสดุที่ใช้ทำเสื้อสูบ
ปลอกสูบ แหวนลูกสูบ ตัวลูกสูบ เสียใหม่ (สรุปง่ายๆก็คือ ชิ้นส่วนที่กล่าวมา หน้าตาจะเหมือน
กับเครื่องยนต์ 2KD-FTV เวอร์ชัน 102 แรงม้า ตามปกติ เปี๊ยบ แต่เปลี่ยนวัสดุที่ใช้หล่อขึ้นรูป
ทั้งหมดเสียใหม่ นั่นเอง) โดยเฉพาะเสื้อสูบ ที่จะทนทาน และแข็งแรงเพิ่มขึ้นถึง 20 เปอร์เซนต์

เพื่อให้รองรับกับสมรรถนะที่แรงสะใจมากขึ้น 

นอกจากนี้ เครื่องยนต์ ตระกูล KD ของ โตโยต้า ทุกตัว ยังผ่าน
มาตรฐานมลพิษจากไอเสียรถยนต์ EURO-III มานานแล้ว

เอาเข้าจริงแล้ว เครื่องยนต์ ตระกูล KD ใน วีโก้ ฟอร์จูเนอร์ และ อินโนวา
ณ วันนี้ เพียงแค่ปรับจูนกล่องโปรแกรม เพียงนิดเดียว ก็พร้อมที่จะก้าวเข้าสู่
มาตรฐานมลพิษระดับ EURO-IV กันได้แล้ว แต่ ที่ยังกำหนดเอาไว้แค่เพียง
EURO-III (PLUS) นั่นก็เป็นเพราะ ความสะอาดของน้ำมันเชื้อเพลิงของบ้านเรา
ที่ยังไม่อาจก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไปได้ซักที

ซึ่งถ้าใครห่วงในประเด็นนี้ โตโยต้า บอกว่า เครื่องยนต์ 2KD-FTV เวอร์ชันใหม่นี้
ถูกออกแบบ และปรับจูนโปรแกรม เพื่อให้รองรับกับคุณภาพน้ำมันที่ผันผวน
และแตกต่างกันต่อการเติมในแต่ละครั้ง มากขึ้นกว่า รถรุ่นปีก่อนๆ ไปแล้ว

ระบบกันสะเทือนด้านหน้า ยังคงเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ดับเบิ้ลวิชโบนและคอยล์สปริง
ส่วนด้านหลัง แบบแหนบซ้อน ถูกปรับปรุง ให้มีการตอบสนองที่ดีขึ้น เหมือนกันกับ
รถรุ่น 3.0 ลิตร ขุมพลัง 1KD-FTV

ติดตั้งเข้ากับ เฟรมแชสซี ชิ้นเดียวยาวตลอดคัน แบบเดิม ของวีโก้ ที่โตโยต้าเรียกมันว่า
TOP Platform (พูดตรงๆนะ รุ่นต่อไปช่วยเปลี่ยนชื่อเรียกได้ไหมครับ?
มันชวนให้นึกถึง โลตัส และคาร์ฟูร์ ตามมาชะมัด!)

ส่วนระบบเบรก นั้น ดิสก์เบรกหน้า มีครีบระบายความร้อน ส่วนดรัมเบรกหลัง มาพร้อม
วาล์วปรับแรงดันน้ำมันเบรกอัตโนมัติ LTS and Super LSPV

และในรุ่น Pre-Runner 2.5 ABS จะติดตั้ง ระบบป้องกันล้อล็อคขณะเบรกโดยอัตโนมัติ
ABS (Anti-lock Braking System) ที่ใช้การตรวจจับของเซ็นเซอร์จากล้อทั้ง 4 ล้อ ส่งข้อมูล
ไปยังกล่องสมองกล คอมพิวเตอร์ มาให้เป็นพิเศษ

 

วีโก้ ใหม่ รุ่นที่จะวางเครื่องยนต์ 2KD-FTV เวอร์ชัน VN TURBO นี้ มีให้เลือกทั้งหมด แค่ 4 รุ่น
ล้วนแล้วแต่เป็นรุ่น ยกสูง PRE-RUNNER และ รุ่น ขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD ทั้งหมด ติดป้ายราคาดังนี้

2.5 E  VN TURBO Smart-Cab  5MT  Pre-Runner     673,000 บาท
2.5 E  VN TURBO Smart-Cab  5MT  4WD               706,000 บาท
2.5 E  VN TURBO Double-Cab 5MT  Pre-Runner    755,000 บาท
2.5 E  VN TURBO Double-Cab 5MT  4WD              781,000 บาท

โดยลูกค้า สามารถ ติดต่อขอชมรถ และทดลองขับได้
ที่โชว์รูมโตโยต้า ทุกแห่ง ตั้งแต่ 15 สิงหาคม เป็นต้นไป

 

นอกจากจะทำตลาดในเมืองไทยแล้ว เครื่องยนต์ 2KD-FTV เวอร์ชัน VN-TURBO จะถูกส่งออก
ไปยังตลาดยุโรป และ ตะวันออกกลาง ด้วย ในช่วงเวลาหลังจากนี้ไม่นานนัก

และถ้าใครอยากเห็นขุมพลังใหม่ตัวนี้ วางลงใน รถรุ่นอื่นๆ ของโครงการ IMV ทั้ง วีโก้
แบบไม่ยกสูง รวมทั้ง ฟอร์จูเนอร์  ฯลฯ มีข่าวดีก็คือ เป็นไปได้ว่า สิ่งที่คุณกำลังคิดอยู่อาจเป็นจริง
เพราะโตโยต้า จะศึกษาความต้องการของตลาด หากมีกระแสตอบรับดี ก็จะได้เห็นในรถรุ่นที่กล่าวมา

——————————–///———————————

J!MMY
สงวนลิขสิทธิ์ เฉพาะบทความ
ภาพ เป็นลิขสิทธิ์ของ Toyota Motor Thailand Co.,ltd
สำหรับอนุญาตให้สื่อมวลชน ใช้เผยแพร่ และจัดทำแค็ตตาล็อก

เผยแพร่ครั้งแรก ใน www.headlightmag.com
6 สิงหาคม 2009