PR News New Cars : Worldwide
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2012 Ford Motor ได้แนะนำ Ford Transit Connect Wagon ในตลาดสหรัฐอเมริกาเพื่อหวัง
เจาะกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองรถยนต์อเนกประสงค์ 5-7 ที่นั่งแต่ประหยัดน้ำมันกว่าพวก Toyota Sienta และมีความสาร
มารถในการบรรทุกได้ดีไม่แพ้ใคร

alt



Ford Transit Connect Wagon ถือเป็นรถ 5-7 ที่นั่งขนาดคอมแพคท์ที่มีขนาดใหญ่กว่าพวก Mazda 5 พอสมควรแต่
เล็กกว่าพวก Toyota Sienna ระดับหนึ่งโดย Ford ยืนยันว่ามันเป็นมินิแวนที่ประหยัดน้ำมันกว่ามินิแวนขนาดใหญ่, ให้
ความสนุกในการขับขี่, สามารถพลิกแพลงการใช้งานได้ตามต้องการซึ่งตัวรถสามารถรองรับน้ำหนักบรรทุกสัมภาระ
มากกว่า 500 กิโลกรัมและสามารถลากจูงวัตถุที่มีน้ำหนักมากกว่า 900 กิโลกรัมได้





Ford Transit Connect Wagon จะติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.5 ลิตรและ 1.6 ลิตร Ecoboost จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6
จังหวะโดย Ford อ้างว่า Ford ได้เซ็ตการออกตัวให้เน้นการใช้งานในเมืองและเน้นรอบต่ำเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง

Ford เตรียมส่ง Transit Connect Wagon ลงโชว์รูมสหรัฐอเมริกาในไตรมาส 4 ปี 2013



GM เตรียมเปิดตัว Chevrolet Spark EV ในงาน Los Angeles Autoshow 2012 ซึ่งถือเป็นรถยนต์ที่น่าสนใจ 1 ใน 13
คันที่จะจัดแสดงในงานนี้ นอกจากนี้ GM ยังได้จัดแสดงระบบ MyLink เจเนเรชั่นใหม่ที่จะติดตั้งในรถยนต์ Chevrolet
Malibu รุ่นใหม่อีกด้วย

alt

Chris Perry รองประธานการตลาด Chevrolet ระดับโลกกล่าวว่า GM ได้มุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีล้ำหน้าเสนอสู่ลูกค้า
ในวันนี้อย่าง Chevrolet Spark EV และระบบ MyLink เจเนเรชั่นใหม่

รายละเอียดเบื้องต้นของ Chevrolet Spark EV ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนมากนัก แต่ GM ก็ได้แต่บอกว่ารถยนต์ตระกูล
Spark ถือเป็นรถขนาดเล็กที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดลอสแองเจลิสที่ได้รับความนิยมอย่าง
มาก และเพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จ GM จึงเปิดตัว Chevrolet Spark EV โดยใช้แพคเกจตัวถังแบบเดียวกับ Spark
รุ่นมาตรฐาน



Suzuki Jimny เจเนเรชั่นปัจจุบันเริ่มทำตลาดในปี 1998 เป็นต้นมาและดูไม่มีวี่แววจะเปลี่ยนโฉมในเร็ว ๆ นี้เลย คงเป็น
เพราะว่า Jimny เป็นรถเอสยูวีที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานแชสซีส์ขั้นบันไดขณะที่ตลาดเอสยูวีในระดับโลกก็เปลี่ยนแปลงไปมาก
กระแสเอสยูวีที่ใช้พื้นฐานจากรถกระบะก็เริ่มมีน้อยลงมาก จนน่าจะทำให้ Suzuki ต้องคิดหนักว่าจะพัฒนา Jimny ใหม่
ให้คุ้มทุนอย่างไร

alt



ล่าสุด Suzuki สหราชอาณาจักรก็ได้เปิดตัว Jimny Minorchange ครั้งล่าสุดเรียบร้อยแล้ว งานนี้ Suzuki ได้ลงทุน
เปลี่ยนแปลงกันชนหน้าใหม่, เปลี่ยนชิ้นส่วนฝากระโปรงหน้าใหม่ที่ดูบึกบึนขึ้นมากซึ่งแยกชิ้นกับกระจังหน้า (ของเดิมจะ
เป็นฝากระโปรงหน้าที่เป็นกระจังหน้าไปในตัว) ด้านหน้าโดยรวมดูไม่แตกต่างจากของเดิมมากสักเท่าไรนัก

ภายในห้องโดยสารมีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก แผงแดชบอร์ดไม่มีความเปลี่ยนแปลง ส่วนเบาะนั่งคู่หน้าก็จะเปลี่ยน
พนักพิงศีรษะใหม่และเพิ่มจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX





ขุมพลังจะติดตั้งเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร 85 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 39.8
MPG ในรุ่นเกียร์ธรรมดาและ 38.7 MPG ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ

ถ้า Jimny ปรับรูปลักษณ์ในปีนี้นั่นก็แสดงว่า All New Suzuki Jimny น่าจะต้องรอกันอีกนานมาก ๆ แล้วล่ะครับ



หลังจากเปิดตัวได้เพียงปีเดียว Lamborghini ค่ายรถยนต์สปอร์ตเจ้าของฉายากระทิงดุ ได้กลับมาชิมลางตลาดรถยนต์
สปอร์ตเปิดประทุนอีกครั้ง ด้วย 2013 Lamborghini Aventador Roadster สร้างความเร้าใจถึงที่สุดด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง
ในตัวถังแบบเปิดหลังคาที่แฟนๆรถยนต์ต่างรอคอยหลังยุติบทบาท Murcielago Roadster ไปเมื่อไม่นานมานี้

alt

ในขณะที่ Murcielago Roadster มาพร้อมกับหลังคาผ้าใบ 2013 Lamborghini Aventador Roadster กลับหัน
ไปใช้หลังคาแข็งแบบถอดเก็บได้แทน โดยชุดหลังคาแข็งนี้ สามารถถอดออกได้ด้วยมือในเวลาเพียงไม่กี่วินาที และมี
น้ำหนักเบาเพียง 6 กก.เท่านั้น โดยหลังคาชุดนี้ทำมาจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผ่านกระบวนการ Forged Composite
ให้ความแข็งแรงมากกว่าวัสดุไทเทเนี่ยม แต่มีน้ำหนักเบากว่า

นอกจากนี้ เสาหลังคาด้านหลังยังได้ถูกออกแบบขึ้นใหม่ เพื่อรองรับกับชุดหลังคาแข็งถอดออกได้ ทำให้ในรุ่นตัวถังคูเป้
และโรดสเตอร์จะมีความแตกต่างด้านรูปลักษณ์เล็กน้อย โดยเสาหลังคาด้านหลังในรุ่นโรดสเตอร์ ถูกออกแบบให้มีความ
แข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บยามพลิกคว่ำและไม่ได้ติดตั้งชุดหลังคาแข็งไว้ อีกทั้งยังช่วยรีดอากาศ
เพื่อนำมาระบายความร้อนเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

alt

ด้านขุมพลัง ยังคงเลือกใช้เครื่องยนต์บล็อกเดียวกันกับรุ่นตัวถังคูเป้ ได้แก่เครื่องยนต์เบนซินแบบ V12 ความจุ 6.5 ลิตร
ไร้ระบบอัดอากาศ แต่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Idling Start/Stop และระบบตัดการทำงานลูกสูบ สร้างแรงม้าสูงสุด 700
ตัวที่ 8,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 690 นิวตัน-เมตร ที่ 5,500 รอบ/นาที เชื่อมต่อกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ
7 จังหวะ และถึงแม้เปิดหลังคาไว้ ก็สามารถสร้างอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ได้เร็วสะใจ ในเวลาเพียง 3 วินาที และมี
ความเร็วสูงสุด 349 กม./ชม.

วิศวกรของ Lamborghini ยังได้ติดตั้งกระจกหลังที่ควบคุมด้วยไฟฟ้า เพื่อช่วยควบคุมกระแสอากาศที่ไหลผ่านตัวรถ
อีกทั้งยังช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ในห้องโดยสารยามเปิดหลังคา นอกจากนี้ในกระจกบานหน้ายังติดตั้งตัวรีดอากาศเพื่อ
ลดเสียงลมหมุนภายในห้องโดยสารเมื่อเปิดหลังคาอีกด้วย

alt
alt

ในห้องเครื่องยนต์ยังมีการติดตั้ง Spinal Column โครงกระจกทรง 8 เหลี่ยมบริเวณฝากระโปรงเครื่องยนต์ไว้ คล้ายกระดูกสันหลัง
ของมนุษย์ และบานกระจกในประตูคู่หน้ายังได้รับการเจียระไนขอบเป็นพิเศษ เพื่อปิดได้อย่างแนบสนิทยามติดตั้งชุด
หลังคาแข็ง อีกทั้งยังมีสีตัวถังพิเศษให้เลือกพ่นกัน โดยเป็นสีฟ้าเฉดพิเศษ Azzuro Thetis ที่เคยใช้ในรถยนต์
Miura Roadster รุ่นปี 1968 มาให้หวนรำลึกกันอีกด้วย

2013 Lamborghini Aventador Roadster พร้อมออกจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปี 2013 โดยจะให้เศรษฐีชาวยุโรป
ได้จับจองความเร้าใจท้าสายลมแบบนี้เป็นกลุ่มแรก


ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ และรุปแบบการเดินทางของคนเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ Honda ตัดสินใจ
เปิดตัว Micro Commuter รถยนต์ 1 ที่นั่งสำหรับคนเมือง หลังโชว์โฉมในรูปแบบรถต้นแบบเมื่อปลายปีที่แล้ว

alt

ถูกออกแบบด้วยแนวคิด 'รถยนต์ขนาดจิ๋วที่เดินทางในระยะสั้นๆด้วยพลังไฟฟ้า' งานนี้ค่าย Honda ตั้งใจพัฒนา
Micro Commuter ให้ตรงใจกับสไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองสมัยใหม่อย่างเต็มที่ ด้วยการสร้างมิติตัวถังให้ยาวเพียง
2.5 เมตร และมีความกว้างกะทัดรัด 1.25 ม. พร้อมความสูง 1.45 ม.

รถยนต์คันนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งบริเวณล้อคู่หลัง พร้อมการใช้แบตเตอรี่ Li-ion กำลัง 15kW
สามารถสร้างระยะทางวิ่ง 59 กม.ในการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง และสามารถวิ่งด้วยความสูงสุด 80 กม./ชม. โดยตัวรถ
ถูกออกแบบให้โดยสารผู้ใหญ่ได้ 1 คน หรือพร้อมเด็กเล็ก 2 คนในบริเวณด้านหลังเบาะคนขับได้ และ Honda ยัง
อินเทรนด์ด้วยการใช้ Tablet ที่ถอดออกได้ เป็นหน้าจอแสดงผลเพื่อควบคุมระบบต่างๆของตัวรถ รวมถึงทำหน้าที่
เป็นหน้าจอมาตรวัดอีกด้วย

alt

นอกจากรูปแบบตัวถังแบบ 1 ที่นั่งนี้ Honda ได้เผยออกมาว่า เราอาจได้เห็นรูปแบบตัวถังแบบอื่นๆในอนาคตอีกก็เป็นได้
เพราะแพลตฟอร์มของ Micro Commuter เป็นแพลตฟอร์มที่ถูกดัดแปลงเพื่อใช้ในรูปแบบตัวถังต่างๆได้ง่าย

แม้จะถูกเปิดตัวในฐานะรุ่นจำหน่ายจริงก็ตาม แต่ในช่วงแรก Honda Micro Commuter จะถูกทดสอบในชีวิตจริง
ณ ประเทศญี่ปุ่นในปี 2013 ก่อนจะนำไปปรับปรุงเพื่อผลิตขายจริงในปีต่อๆไปครับ


บทความ อื่นๆ ...