PR News New Cars : Worldwide
คงมีรถยนต์น้อยในตลาด ที่จะมาพร้อมกับความแรงถึงขีดสุด แต่ยังสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไม่เคอะเขิน
Audi ค่ายรถยนต์ 4 ห่วงจึงเดินหน้าสานต่อความสำเร็จ ด้วยการเปิดตัว 2014 Audi RS6 Avant รถยนต์รุ่น A6
เวอร์ชันแรงและเผ็ด พร้อมตัวถังแวกอน ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีจากรุ่นปัจจุบัน

alt

งานนี้ Audi ตั้งใจคงแนวคิดรถยนต์ซูเปอร์คาร์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้ จึงเลือกหยิบเอาตัวถังแวกอนของ Audi A6
มาพัฒนาในเวอร์ชันรหัส RS โดยรูปลักษณ์ภายนอก ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราอย่างลงตัว ด้านหน้ามา
พร้อมกับกระจังหน้าใหม่ ผสานลายรังผึ้งเข้ากับอลูมิเนียมสีเงินด้าน พร้อมช่องรับอากาศขนาดโต และป้าย Quattro
เพื่อสื่อให้เห็นถึงการใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออันลือชื่อของ Audi ในขณะที่ด้านข้างถูกตีโป่งซุ้มล้อหลังเพื่อรองรับฐานล้อ
และยางที่กว้างขึ้น สร้างความดุดันไปในตัว ในด้านท้ายมีการติดตั้งชุดสปอยเลอร์หลังและครีบรีดอากาศขนาดใหญ่
พร้อมระบบท่อไอเสียคู่ และสวม้ออัลลอยขนาดโตสะใจ 20 นิ้ว

alt
alt

รูปลักษณ์ภายในก็ได้มีการตกแต่งผสานความสปอร์ตและความหรูหราไม่แพ้กัน ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดีทั้งสิ้น เช่น
เบาะนั่งทรงสปอร์ตหุ้มด้วยหนังแท้และหนัง Alcantara ตกแต่งคอนโซลหน้าด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และวัสดุปัดเงาให้ความ
สปอร์ตอย่างเห็นได้ชัด เลือกใช้พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตพร้อมท่อนล่างตัดตรง แต่ยังไม่ทิ้งระบบความบันเทิง
แบบไฮเอนด์ออกไป เช่น ระบบอินโฟเทนเมนต์ MMI Navigation Plus พร้อมเครื่องยนต์และลำโพง 15 ชิ้นจาก Bang & Olufsen

ขุมพลัง เป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์แวกอนสุดแรงคันนี้ ด้วยการใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อม
เทอร์โบคู่ ให้กำลังแรงถึง 560 แรงม้า พร้อมแรงบิดสะใจ 700 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Torque Vectoring Differential สร้างอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที
และมีการล็อกความเร็วสูงสุดไว้ที่ 250 กม./ชม.

alt

แม้จะมีสมรรถนะที่แรงเร้าใจขนาดนี้ แต่ก็ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เช่น ระบบ Idling Start/Stop
ระบบตัดการทำงานลูกสูบอัตโนมัติ จนทำให้รถยนต์คันนี้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 10.2 กม./ลิตร ซึ่งดีขึ้นจากรุ่น
ปัจจุบันถึง 40%

ด้านระบบเบรกมาพร้อมกับการปรับจูนใหม่ให้มีความสามารถในการหยุดรถได้ดีกว่ารุ่นปกติ รวมไปถึงระบบช่วงล่างที่
นำเอาระบบช่วงล่างถุงลมมาใช้ พร้อมลดความสูงตัวถังลง 20 มม. และหากนี่ยังไม่พอสำหรับนักซิ่งเท้านัก Audi ได้เตรียม
ออพชั่นเสริมด้วยระบบเบรกคาร์บอนเซรามิก พร้อมกับระบบช่วงล่างสปอร์ตพิเศษมาให้เลือกใช้กันด้วย

2014 Audi RS6 Avant เปิดตัวแล้วในตลาดโลก และพร้อมจำหน่ายในประเทศอังกฤษช่วงฤดูร้อน ปี 2013 ด้วยเพดาน
ราคาประมาณ 3.7 ล้านบาท


ข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวดีสำหรับนักขับหัวใจนักแข่งที่มี Chevrolet Sonic รถยนต์ B-Segment ค่ายโบว์ไทที่เพิ่งเปิดตัวในไทย
ไปไม่นานมานี้ เพราะ Chevrolet Performance อันเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการปรับแต่งรถยนต์ของเชฟโรเลต ได้เปิดตัว
Chevrolet Sonic B-Spec รถต้นแบบที่เป็นการเสริมชุดแต่งให้ใกล้เคียงกับรถแข่งมากที่สุด

alt

รถยนต์คันนี้จะช่วยพรีวิวและชี้นำให้เห็นถึงศักยภาพการนำไปแต่งต่อในสไตล์เชฟโรเล็ตแท้ๆ โดยในชุดแต่ง B-Spec นี้
จะประกอบไปด้วยชุดปรับแต่งระบบช่วงล่าง เช่น เหล็กกันโคลงใหม่ แผงบังลมใหม่ รวมไปถึงล้ออัลลอยลายพิเศษขนาด 15 นิ้ว
พร้อมยางประเภทรถแข่ง ช่วยขับภาพลักษณ์สปอร์ตให้ชัดเจนขึ้น

ด้านตัวถังถูกพ่นด้วยสีน้ำเงินเฉดพิเศษ Luxor Blue พร้อมสติกเกอร์กราฟิก Monaco Blue เพื่อความเป็นรถแข่งในสนาม
อย่างแท้จริง นอกจากนี้ห้องโดยสารยังใช้เบาะนั่งสไตล์รถแข่ง ที่ขึ้นรูปด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มีการเพิ่มโรลล์บาร์ในห้อง
โดยสาร ถังดับเพลิง และพวงมาลัยแบบถอดออกได้สไตล์รถแข่ง รวมไปถึงบรรดาตาข่ายบริเวณหน้าต่างเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

อย่างที่เอ่ยไปตอนต้น จุดประสงค์ของรถยนต์รุ่นนี้ มีเพื่อแสดงถึงการตกแต่งสไตล์รถแข่งเท่านั้น ดังนั้นเครื่องยนต์จึงใช้
บล็อกเดียวกันกับ Sonic รุ่นปกติไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งกำหนดการออกจำหน่ายของชุดแต่งสไตล์รถแข่งจาก Chevrolet Performance
นี้ น่าจะออกขายในไตรมาสแรกของปี 2013 ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าผู้ใช้ Sonic ชาวไทยสามารถสั่งชุดแต่งนี้มาใส่รถยนต์
ของตนได้เช่นกัน


Nissan ประเทศไทยคงสามารถสลัดภาพ “เจ้าพ่อตลาดวาย” ได้ค่อนข้างถาวรแล้ว เนื่องจากรถยนต์ Nissan ในพักหลัง
เริ่มมีการเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นสำคัญในประเทศไทยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก บางคันก็ได้ใช้เป็นที่แรกของโลกกันเลยทีเดียว
และที่สำคัญชาวไทยได้ใช้รถรุ่นใหม่ก่อนชาวญี่ปุ่นเสียส่วนมาก

alt



ล่าสุด Nissan Motor ประเทศญี่ปุ่นได้เปิดตัว All New Sylphy ซีดานคอมแพคท์รุ่นใหม่เป็นประเทศที่ 4 ต่อจากจีน,
ไทยและสหรัฐอเมริกา โดยไร้เงาชื่อ Bluebird นั่นเท่ากับว่า Nissan จะยุติบทบาท Bluebird ที่มีอายุยาวนานถึง 55 ปี
อย่างเป็นทางการ


Nissan Sylphy เวอร์ชันญี่ปุ่น จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับเวอร์ชันไทยและจีน มิติตัวถังเมื่อเปรียบเทียบกับ Bluebird
Sylphy เดิมก็พบว่ามันมีความสูงตัวรถลดลง 15 มม. กว้างกว่าเดิม 65 มม.ภายในห้องโดยสารก็มีเนื้อที่ไหล่เพิ่มขึ้น 30
มม. และติดตั้งเครื่องยนต์ MRA8DE ขนาด 1.8 ลิตร 131แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 17.7 กิโลกรัมเมตรที่
3,600 รอบต่อนาที มีอัตราสิ้นเปลืองที่วัดในโหมด JC08 ที่ 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร





อุปกรณ์มาตรฐานเบื้องต้นที่แตกต่างจากเวอร์ชันไทย ได้แก่ หลอดไฟซีนอนในเกรด G, ระบบเปิดไฟหน้าอัตโนมัติ (ทำงาน
ร่วมกับใบปัดน้ำฝนและเซนเซอร์ตรวจจับแสง) ในเกรด G/X, ระบบ VDC, ถุงลมนิรภัยข้างและถุงลมม่าน

Nissan Sylphy เวอร์ชันญี่ปุ่นจะผลิตขึ้นที่โรงงานโอปปะมา ประเทศญี่ปุ่น ตั้งราคา 1,937,250 ถึง 2,389,800 เยน ตั้ง
เป้าเบา ๆ แค่เดือนละ 600 คัน




เพิ่งจะเปิดตัวไปได้เพียงแค่ปีกว่าๆแท้ๆ แต่ค่าย Honda ต้องเร่งเข็นเอา 2013 Honda Civic รุ่นปรับโฉมของ
Honda Civic รหัส FB เปิดตัวออกมากันก่อน เพื่อกลบกระแสด้านลบของ Civic ตัวถังนี้ให้หมดสิ้น โดยได้เปิดตัว
ในแดนมะกันไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมๆกับงาน 2012 L.A. Auto Show เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2012 ที่ผ่านมา

alt

การปรับโฉมครั้งนี้ มุ่งเน้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพการประกอบ งานดีไซน์ และการใช้วัสดุล้วนๆ เพื่อทำให้ Civic เป็นรถยนต์
ที่คนทั่วโลก (โดยเฉพาะคนอเมริกัน) รักเหมือนเดิม รูปลักษณ์ภายนอก เปลี่ยนชิ้นกันชนใหม่หมดจดในด้านหน้า ด้วย
การเน้นกระจังหน้าทรง 4 เหลี่ยมคางหมูให้ชัดขึ้น รวมถึงเสริมแถบเส้นโครเมียมทั้งด้านบนและด้านล่างของกันชน
ช่วยให้ตัวรถดูเตี้ยลงและกว้างขึ้น สวยงามลงตัวกว่าเดิมชัดเจน ฝากระโปรงหน้าถูกปรับงานดีไซน์ให้ดูเฉียบคมขึ้นกว่า
เดิมเช่นกัน ส่วนโคมไฟหน้ามีการปรับรายละเอียดเล็กน้อย

alt
alt

รูปลักษณ์ด้านข้างยังคงงานดีไซน์แบบเดิมเอาไว้ แต่ด้านท้าย ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ทั้งฝากระโปรงท้าย ที่มี
การเสริมแถบโครเมี่ยม เพราะเหลี่ยมสันที่มากขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่โคมไฟท้ายถูกออกแบบขึ้นใหม่ ให้เป็นทรงแนวยาว
รูปตัว L และกันชนท้ายถูกออกแบบใหม่เช่นกัน โดยรวมถือว่าให้ความรู้สึกหรูหรามีระดับมากขึ้น และยังส่งผลทางจิต
วิทยาให้ตัวรถดูกว้างขึ้นอีกด้วย

alt

ภายในห้องโดยสาร ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุด ด้วยการปรับงานดีไซน์คอนโซลหน้าใหม่ ลบเหลี่ยมสันออก
แทนที่ด้วยการเพิ่มความเรียบเนียนต่อเนื่องมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่นำวัสดุคอนโซลบุนิ่ม พร้อมการเดินด้ายเย็บ
ในคอนโซลหน้า เพิ่มคุณภาพการประกอบและเลือกใช้วัสดุแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ รวมไปถึงเน้นการตกแต่งคอนโซล
หน้าด้วยโทนสีดำ พร้อมแถบโครเมี่ยม ดูสวยงามลงตัวกว่าเดิมชัดเจน

อุปกรณ์มาตรฐานของ 2013 Honda Civic ยังคงมีมาให้อย่างครบครันเช่นเคย แต่มีการเพิ่มกล้องถอยหลังให้เป็น
อุปกรณ์มาตรฐาน ทำงานร่วมกับระบบ i-MID นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการบุวัสดุเก็บเสียง และใช้กระจกบานหน้า
ที่มีความหนามากขึ้น ทำให้ลดเสียงรบกวนและเสียงลมปะทะจากภายนอกได้

alt

ด้านงานวิศวกรรม ยังคงมีทัพขุมพลังเหมือนกับรุ่นก่อนปรับโฉมไม่ผิดเพี้ยน ในตลาดสหรัฐอเมริกาจะมาพร้อมกับ
เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร i-VTEC 141 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.4 ลิตร i-VTEC 201 แรงม้า
ในรุ่น Si และเครื่องยนต์ไฮบริด IMA 1.5 ลิตร 110 แรงม้า ในรุ่น Hybrid เช่นเคย แต่ในส่วนของช่วงล่างและ
โครงสร้างตัวถัง ให้มีความแข็งแกร่งกว่าเดิม และมีการปรับปรุงช่วงล่างใหม่ ใช้สปริงที่แข็งมากขึ้น และใช้เหล็ก
กันโคลงที่หนาขึ้น สร้างความมั่นใจในยามขับขี่มากขึ้น ลบนข้อตำหนิว่ามีช่วงล่างที่ยวบยาบและสร้างการขับขี่ที่ไม่
มั่นใจรุ่นก่อนปรับโฉม

2013 Honda Civic พร้อมจำหน่ายอย่างฉับไว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในสหรัฐอเมริกา สำหรับเมืองไทยเจอกันอย่าง
เร็วสุดในปี 2014 เพราะเพิ่งจะเปิดตัวรุ่นก่อนปรับโฉมไปเมื่อต้นปี 2012 นี้เอง


Toyota เปิดตัวรุ่นเปลี่ยนโฉมของ RAV-4 รถยนต์ Urban SUV ขนาดคอมแพคท์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวที
งาน L.A. Auto Show ปี 2012 เป็นเวทีในการเปิดผ้าคลุม ท่ามกลางความคาดหวังของคนทั่วโลก ที่จับตาว่า
โตโยต้าจะเดินเกมอย่างไร ในยุคที่ Urban SUV คู่แข่งหลายค่ายกำลังตีตื้นด้วยรถยนต์ของตน

alt

รูปลักษณ์ภายนอก ถูกอัพเดทด้วยสไตล์ Keen Look อันเป็นเอกลักษณ์งานดีไซน์ล่าสุดของค่าย Toyota ที่จะให้
ความปราดเปรียว ดูมีความเคลื่อนไหว ผสมผสานกันอย่างลงตัว ในรูปลักษณ์ด้านหน้า มาพร้อมกันชนดีไซน์ใหม่
และกระจังหน้าทรงรอยยิ้ม คล้ายกับใน Toyota Avanza รุ่นปัจจุบัน และ Toyota Yaris รุ่นใหม่ เพิ่มความลงตัว
ด้วยชุดโคมไฟหน้าที่สานต่อเส้นสายของกระจังหน้า จนดูต่อเนื่องกัน

alt
alt

ในขณะที่รูปลักษณ์ด้านข้าง ดูมีความปราดเปรียวมากขึ้น ด้วยเส้นแนวหลังคาที่ลาดลงกว่ารุ่นก่อน และจบที่ด้านท้าย
ด้วยเส้นสายแนวเหลี่ยมสัน เพิ่มความบึกบึน เรียกได้ว่างานดีไซน์ภายนอกของ RAV-4 ใหม่ ดูแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยวมากกว่ารุ่นปัจจุบันไม่น้อย

ส่วนห้องโดยสารภายใน มีการออกแบบโดยผสมผสานรูปแบบ Floating Design เข้ากับความบึกบึนอย่างลงตัว
เพิ่มความซับซ้อนด้วยเลเยอร์ต่างๆบนคอนโซลมากขึ้น และใช้โทนสีเมทัลลิกมากกว่าเดิม นอกจากนี้บรรดาของเล่น
ยังเข้าประจำการอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็นระบบ Infotainment พวงมาลัยหุ้มหนังมัลติฟังก์ชัน ระบบอุ่นร้อนเบาะนั่ง
คู่หน้า เสริมความหรูหราด้วยการเดินด้ายเย็บบริเวณครึ่งบนของคอนโซลกลาง

alt

สำหรับขุมพลัง เป็นการยกชุดมาจาก Toyota Camry ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร
ที่ให้กำลัง 178 แรงม้า และบล็อกเบนซิน แบบ V6 ความจุ 3.5 ลิตร 268 แรงม้า เชื่อมต่อกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ
ลูกใหม่แบบ 6 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และสำหรับลูกค้าชาวยุโรป จะมีเครื่องยนต์ดีเซลออกมาให้เลือกใช้
อย่างแน่นอน

แม้ตัวรถจะน่าสนใจขนาดนี้ แต่ต้องขอแสดงความเสียใจกับชาวไทย ที่จะไม่ได้ใช้รถยนต์รุ่นนี้อย่างแน่นอน เนื่องจาก
โตโยต้า มอเตอร์ส ประเทศไทย เล็งเห็นแล้วว่า Toyota Fortuner ตอบโจทย์ชาวไทยได้ลงตัวมากกว่านั่นเอง


บทความ อื่นๆ ...