PR News New Cars : Worldwide
พักนี้ Hyundai แรงจริง อะไรจริงเพราะพี่แกซุ่มเงียบเปิดตัวรถซีดานรุ่นเดอะแบบ facelift พร้อมกันถึง 2 คันได้แก่
Hyundai Grandeur/Azera รถเรือธงขับเคลื่อนล้อหน้า และล่าสุด Hyundai Equus รถเรือธงแบบขับเคลื่อนล้อหลัง
โดยการปรับโฉมของทั้งคู่จะมีทิศทางเดียวกัน

alt



ด้านหน้าจะเปลี่ยนแปลงกระจังหน้าแบบบานเกล็ดแนวตั้งที่สามารถสะท้อนความหรูหราและดูปราดเปรียวในตัว คาดว่า
ชุดกระจังหน้าแบบนี้น่าจะเป็นกระจังต้นแบบของรถซีดาน Hyundai รุ่นใหม่ นอกจากนี้ยังถอดแถบโครเมี่ยมกันกระแทก
บนกันชนด้านหน้าออกด้วยก็ทำให้ภาพรวมดูสดใสมากขึ้น ส่วนด้านท้ายก็ปรับปรุงรายละเอียดไฟท้ายใหม่และลดชิ้นส่วน
โครเมี่ยมลง

สิ่งที่น่าทึ่งมากที่สุดคือการปรับปรุงภายในที่มีการเปลี่ยนชิ้นส่วนหลายชิ้นเป็นอย่างมาก เพราะไม่น่าเชื่อว่า Hyundai จะ
กล้าเปลี่ยนแปลงรายละเอียดภายในได้มากขนาดนี้ อาทิ ขึ้นรูปแผงแดชบอร์ดหน้าใหม่ทั้งหมด แทบจะไม่มีชิ้นส่วนใด
สามารถใช้ร่วมกับโฉมเก่าได้เลย, เปลี่ยนแปลงพวงมาลัยใหม่, เปลี่ยนแปลงเรือนคันเกียร์ใหม่หมด ส่วนแผงประตูยังคง
ดีไซน์แบบเดิมแต่เปลี่ยนวัสดุและสีหุ้มเท่านั้น





Hyundai Equus Minorchange จะติดตั้งเครื่องยนต์ V6 3.8 ลิตร GDI 334 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร และ
เครื่องยนต์ Tau V8 5.0 ลิตร 416 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 510 นิวตันเมตร

ขณะนี้ดีลเลอร์ในเกาหลีใต้ได้วางจำหน่ายไปเรียบร้อยแล้ว คาดว่าในตลาดโลกจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้




Hyundai ได้เปิดตัว Grandeur/Azera Minorchange เงียบ ๆ ในเกาหลีใต้เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นการปรับโฉมที่
รวดเร็วกว่าที่คิด ด้านหน้าจะถูกปรับปรุงให้มีความสวยเร้าใจมากขึ้นด้วยชุดกระจังหน้าบานเกล็กแนวตั้งแทนที่ลายกระจัง
แนวขวางแบบดั้งเดิม และคาดว่ารูปแบบกระจังหน้าแบบนี้น่าจะมีมาให้เห็นในรถยนต์ Hyundai เจเนเรชั่นต่อไป

alt





นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนล้ออัลลอยลายใหม่และมีการปรับปรุงรายละเอียดภายในห้องโดยสารในบางจุด อาทิ เปลี่ยนสี
วัสดุและปุ่มกดบางชิ้น, จอมอนิเตอร์กลางจะเพิ่มฟีเจอร์กล้องส่องถอยหลังได้ เป็นต้น

Hyundai Grandeur/Azera Minorchange ยังคงติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.4 ลิตร 201 แรงม้าและเครื่องยนต์
V6 3.0 ลิตร 270 แรงม้า

Hyundai Grandeur/Azera Minorchange พร้อมวางจำหน่ายในเกาหลีใต้แล้ว ส่วนตลาดอื่นต้องรอกันต่อไป

 
นับตั้งแต่ Nissan เปิดวางจำหน่าย All New NV350 Caravan ในเดือนมิถุนายน 2012 Nissan ก็สามารถกวาดยอดจด
ทะเบียนรถตู้คันเก่งรุ่นนี้จนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน 2012 มากถึง 12,000 คันหรือเดือนละประมาณ 2,000 กว่าคัน โดย
Nissan อ้างว่าปัจจัยที่ทำให้รถตู้รุ่นใหม่ของตนประสบความสำเร็จคือ ความประหยัดน้ำมันสูงสุด, ดีไซน์, เนื้อที่ภายในที่
กว้างขวางและมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ล้ำหน้า

ล่าสุด Nissan ได้เผยโฉม Nissan NV350 Caravan Wide Body เวอร์ชันตัวถังกว้างและยาวกว่ารุ่นมาตรฐาน ว่าง่าย ๆ
ก็คือรถรุ่นนี้จะสามารถแข่งขันกับ Toyota Hiace Commuter ได้ถนัดถนี่มากขึ้น (จะว่าไปรถตู้ในลักษณะนี้ดูเหมือนมีแค่
Toyota กับ Nissan ที่ยังสามารถขายได้ในตลาดโลกอยู่)

alt



ดีไซน์ภายนอกของ Nissan NV350 Caravan Wide Body จะเหมือนกับตัวถังมาตรฐานแต่ถูกขยายความกว้างของ
ตัวถังเป็น 1,880 มม. เท่ากับ Toyota Hiace Commuter ส่วนความยาวตัวถังจะอยู่ที่ 5,230 มม. สั้นกว่าคู่แข่ง 150
มม. ความสูงมีให้เลือกแบบเดียวคือรุ่น High Roof ความสูงจะอยู่ที่ 2,285 มม. มีความยาวฐานล้อ 2,940 มม.

Nissan มีทางเลือกให้ลูกค้าและผู้ประกอบการถึง 2 แบบคือแบบ Microsbus ติดตั้งเบาะนั่งผู้โดยสาร 14 ที่นั่งที่
ออกแบบให้มีเนื้อที่วางขากว้างขวางเพียงพอสำหรับผู้โดยสารในแต่ละแถว และแบบ Van รถตู้ส่งของเปล่า ที่มีความยาว
ของเนื้อที่บรรทุก 1,730 มม. มีเนื้อที่ภายใน 8,400 ลิตร





จุดขายสำคัญของรถรุ่นนี้คือเป็นรถตู้ Wide Body ที่ประหยัดน้ำมันที่สุดในตลาด ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล YD25DDTi ที่มี
อัตราสิ้นเปลืองวัดตามมาตรฐาน JC08 ที่ 11.2 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับแบบ Microsbus และ 11.8 กิโลเมตรต่อลิตร
สำหรับแบบ Van ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน QR25DE ก็มีอัตราสิ้นเปลืองที่ 8.6 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับแบบ Microbus
และ 8.8 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับแบบ Van



ขณะนี้ดีลเลอร์ Nissan ในญี่ปุ่นได้วางจำหน่าย NV350 Caravan Wide Body เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับตลาด
เมืองไทยจะเปิดตัวให้ผู้ประกอบการทุกประเภทได้จับจองในเดือนมีนาคม 2013 เป็นต้นไป คาดว่าน่าจะมาในชื่อ Nissan Urvan
เหมือนเดิม





Volkswagen Up! เป็นรถยนต์รุ่นหนึ่งที่พลิกความคาดหมายในวงการรถยนต์ยุโรป เพราะถือว่าเป็นรถเล็กคันหนึ่งที่
มีความสมบูรณ์แบบในหลายๆด้าน จนได้รับรางวัลจากหลายสำนัก Volkswagen จึงดำเนินการสานต่อความสำเร็จ
ด้วยการเพิ่มทางเลือกพลังงานก๊าซธรรมชาติ ในชื่อ Volkswagen eco Up! ครบทั้งตัวถัง 3 และ 5 ประตู

alt

งานนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมใดๆทั้งสิ้น แต่เน้นการเปลี่ยนแปลงที่ระบบงานวิศวกรรม โดยเฉพาะตัวถังและเครื่องยนต์
ที่ต้องออกแบบให้รองรับระบบแก๊สนั่นเอง โดยขุมพลังยังคงเป็นบล็อกเบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.0 ลิตร ที่สร้างกำลังได้
68 แรงม้า พร้อมแรงบิด 90 นิวตัน-เมตร โดยสร้างอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลา 16.3 วินาที และมีความเร็วสูงสุด
164 กม./ชม. โดยสามารถเติมได้ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันเบนซินเอธานอล และแก๊สธรรมชาติได้

alt

Volkswagen eco Up! ถูกออกแบบมาเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะ จึงมาพร้อมกับระบบ Idling Start/Stop
และระบบชาร์จพลังงานจากระบบเบรก พร้อมสวมยางแรงเสียดทานต่ำ ทำให้ใช้แก๊สเฉลี่ยเพียง 2.9 กก./100 กม.
โดย Volkswagen คำนวณคร่าวๆว่า eco Up! สามารถวิ่งระยะทาง 100 กม. โดยเสียค่าแก๊ส(อัตราในเยอรมนี) เพียง
3 ยูโร หรือ 150 บาทเท่านั้น

alt

นอกจากนี้ ตัวรถยังติดตั้งถังแก๊สและถังน้ำมัน ซึ่งเมื่อเติมแก๊สและน้ำมันให้เต็มถัง จะทำให้เดินทางได้มากถึง 380 ด้วยระบบ
แก๊สเพียงอย่างเดียว และอีก 220 กม.เมื่อเดินทางด้วยระบบน้ำมัน เมื่อรวมกันถือว่าเดินทางได้ไกลถึง 600 กม.เลยทีเดียว

Volkswagen eco Up! พร้อมจำหน่ายในประเทศเยอรมนีแล้ว ด้วยป้ายราคา 12,950 ยูโร หรือประมาณ 5.1 แสนบาท
อีกทั้งยังสามารถรับส่วนลดจากรัฐบาลเยอรมนีเพิ่มอีก 1,000 ยูโรอีกด้วย


แฟน ๆ เว็บไซต์หลายคนน่าจะรู้กันแล้วว่านับต่อจากนี้ BMW พยายามจะแยกตระกูลรถตัวถังสปอร์ตคูเป้และเปิดประทุน
ไว้แยกต่างหาก จากรถทรงมาตรฐานพวกซีดาน, แฮทช์แบคและแวกอน โดยตั้งชื่อรถสปอร์ตตระกูลเหล่านี้เป็นเลขคู่
ยกตัวอย่าง BMW X6 รถสปอร์ตครอสโอเวอร์ท้ายคูเป้และ 6-Series เป็นต้น

alt



ล่าสุด เราก็มีภาพของ BMW 4-Series Coupe รหัส F32 รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นการยืนยันแล้วว่านับจากนี้ไป 3-Series จะ
ไม่มีตัวถังคูเป้และเปิดประทุนอีกต่อไป เพราะต้องให้ 4-Series ทำหน้าที่แทน

ดีไซน์ด้านหน้าไม่แตกต่างจาก BMW 3-Series รุ่นใหม่มากนัก แต่ออกแบบช่องดักลมกันชนหน้าใหม่, ติดตั้งล้ออัลลอยที่
ดูสปอร์ตหรูมากขึ้นและเส้นบ่าข้างรถที่มีความลึกมากกว่า 3-Series (ซึ่งเส้นดังกล่าวจะเหมือนกับ 3 Series GT ด้วย)
ส่วนครึ่งคันหลังก็ดูคล้าย ๆ กับรุ่นพี่ 6-Series คือมาแนวสปอร์ตปราดเปรียวที่ดูหรูเรียบง่าย





เครื่องยนต์กลไกจะยกมาจาก 3-Series เริ่มจากเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 184 แรงม้า และ 245 แรงม้า รวมไปถึง
เครื่อง 6 สูบ 3.0 ลิตร 306 แรงม้า

 
บทความ อื่นๆ ...