PR News New Cars : Worldwide
ปัจจุบัน คำโปรยว่า All New เริ่มจะใช้กับรถที่ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปโฉมอะไรเลยมากขึ้น เพื่อหวังให้ลูกค้ารู้สึกถึง
ความสดใหม่ (แต่ในสายตามันก็คือรถเก่าดี ๆ นี่เอง)ที่เราไม่แน่ใจว่าในระยะมันจะเป็นผลดีต่อแบรนด์แค่ไหน ถึงแม้ใน
ระยะสั้นจะพอดึงลูกค้าได้บ้างก็ตามที

alt



ล่าสุด PT Nissan Motor Indonesia ก็ได้เปิดตัว Nissan Grand Livina Big Minorchange ที่ฝ่ายการตลาดดันไป
เรียก All New ซะอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่มันเป็นรถรุ่นปัจจุบันนั่นแหล่ะ แต่ถึงอย่างไรรถคันนี้ก็ถือว่ามีความเปลี่ยนแปลงเยอะมากพอสมควร
โดยเฉพาะรูปร่างหน้าตาที่จะเหมือนกับ Nissan Livina Minorchange 100% ทั้งด้านหน้าและด้านท้าย หากสังเกตดี ๆ ก็พบว่า Nissan ลงทุน
เปลี่ยนแก้มล้อด้านหน้าใหม่หมด

ภายในห้องโดยสารก็มีการเปลี่ยนแปลงโทนสีแบบทูโทน และมีการเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนภายในห้องโดยสารบางชิ้น อาทิ
แผงเครื่องเสียง, พวงมาลัยยกมาจาก Sylphy/Pulsar และแผงหน้าปัดก็ยกชุดมาจาก Nissan Almera รุ่นท๊อปสุดของ
บ้านเรา







รายละเอียดด้านวิศวกรรมก็มีความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรจะจับคู่เกียร์ XtronicCVT
แทนที่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ส่วนเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรยังคงจับคู่เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ

นอกจากนี้ Nissan อินโดนีเซียก็ได้แนะนำเวอร์ชัน Grand Livina X-Gear แบบตกแต่งสไตล์ออฟโรดและยกสูงขึ้น
เล็กน้อยอันเป็นการสานต่อความสำเร็จของ Livina X-Gear

ส่วนตลาดไทยเห็นทีไม่ต้องรอเพราะในปี 2007 ได้มีการประเมินจากผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วว่ามันจะไม่ประสบความสำเร็จใน
การทำตลาดในไทยแน่นอน ถ้าคิดจะมาคงต้องรอโฉมใหม่จริง ๆ
Mahindra & Mahindra ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดในนาม Mahindra Verito Vibe ที่ดัดแปลงมาจาก Renault
Logan ในรูปแบบรถท้ายตัดที่มีดีไซน์ดูแปลกตา โดยมีจุดขายคือสไตล์ที่ดูโฉบเฉี่ยวแต่มีความยาวตัวถังไม่เกิน 4 เมตร
เพื่อให้ผ่านภาษีรถยนต์ราคาประหยัดในตลาดอินเดีย

alt



Mahindra Verito Vibe ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล dCi 1.5 ลิตรจาก Renault ที่มีความประหยัดถึง 20.8 กิโลเมตรต่อลิตร
ตามมาตรฐานอินเดีย พร้อมมาตรวัดแสดงอัตราสิ้นเปลืองแบบ Real-Time ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานก็พร้อมสรรพด้วย
ระบบเบรค ABS, ถุงลมนิรภัยด้านคนขับ, หมอนรองศีรษะ 5 ที่นั่ง, ไฟท้าย LED





จุดแปลกที่สำคัญของ Mahindra Verito Vibe คือมีการกั้นเนื้อที่ระหว่างห้องโดยสารตอนหลังกับห้องสัมภาระ
เหมือนกับรถซีดาน (จึงมีความเป็นไปได้ว่าเบาะหลังพับไม่ได้เลย)

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่า Mahindra Verito Vibe จะประสบความสำเร็จในตลาดอินเดียมากน้อยเพียงใด
เมืองไทยได้เปิดตัว Nissan March โฉม Minorchange ในช่วงเดือนมีนาคม 2013 ก่อนใครในโลกเรียบร้อยแล้ว จน
หลาย ๆ ประเทศก็เริ่มถามหากันว่าเมื่อไรประเทศอื่น ๆ จะได้ใช้ March/Micra รุ่นปรับปรุงโฉมกับเขาบ้าง แต่ในระหว่าง
ที่รอก็มีการเปรย ๆ มาว่า โฉมอินเดียและยุโรปจะมีหน้าตาที่แตกต่างจากเวอร์ชันไทยแน่นอน ทำให้หลายคนรอลุ้นว่ามัน
จะมีรูปโฉมแนวไหนกันแน่

alt



ในที่สุด Nissan Motor ก็ได้เปิดเผยโฉม Micra/March Minorchange สำหรับตลาดยุโรปและอินเดียเป็นที่เรียบร้อย
ในวันที่ 3 มิถุนายน 2013 และมันก็ยืนยันแล้วว่าดีไซน์จะมีความแตกต่างจากบ้านเราในบางจุดพอสมควร

Nissan Micra/March Facelift European Version จะมาพร้อมกับใบหน้าที่ Aggressive กว่าเวอร์ชันไทยพอสมควร
ด้วยไฟหน้าทรง L-Shape นอกนั้นจะเหมือนกับของไทย ส่วนบั้นท้ายก็จะเหมือนกับเวอร์ชันไทยทุกประการ นอกจากนี้ยัง
ติดตั้งหลังคาพาโนรามิคและเซนเซอร์ช่วยถอยจอดรอบคันรถเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนภายในห้องโดยสารก็จะมีความ
เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ด้วยการออกแบบแผงกลางใหม่ทั้งหมดซึ่งก็แน่นอนว่ามีดีไซน์เหมือนกับของบ้านเรา 100% พร้อม
ทั้งติดตั้งหน้าจอสัมผัส 5.8 นิ้ว NissanConnect





เครื่องยนต์กลไกยังคงวางขุมพลัง 3 สูบ 1.2 ลิตร 79 แรงม้า และซูเปอร์ชาร์จ 1.2 ลิตรที่ประหยัดน้ำมัน 68.9 MPG และ
ปล่อยค่าไอเสีย CO2 แค่ 95 กรัมต่อกิโลเมตร

การปรับโฉมครั้งนี้น่าจะเป็นการพยายามกอบกู้วิกฤตศรัทธาในด้านคุณภาพได้ในระดับหนึ่ง ถือเป็นการแก้หน้ากันก่อนที่
รุ่นโฉมใหม่จะมาปี 2016 ถึงตอนนั้นก็คงต้องลุ้นกันว่า Micra จะกลับมาเป็นรถที่มีคุณภาพสูงได้อย่างในอดีตหรือไม่

ปัญหาสำคัญของ Chevrolet Malibu เจเนเรชั่นล่าสุดที่เปิดตัวในปี 2011 ก็คือมันเป็นรถที่มีกระแสตอบรับจากลูกค้า
ชาวอเมริกันไม่ค่อยจะดีนัก ผีซ้ำด้ำพลอยอีกหนก็ตอนที่บรรดาคู่แข่ง “ตัวเป้ง” ทั้ง Honda Accord, Nissan Altima และ
Ford Fusion พาเหรดเปิดตัวรถรุ่นเปลี่ยนโฉมกันในปี 2012 โดยมิได้นัดหมายแทบจะพร้อมกันจนทำให้ลูกค้าที่เกือบ
หลายคนหันไปซื้อหารถคู่แข่งกันมาก ที่สำคัญพักหลัง ๆ Chevrolet Malibu ยังทำยอดขายสู้ Hyundai Sonata ยังไม่
ค่อยจะได้ ทั้ง ๆ ที่ Hyundai Sonata เป็นรถรุ่นปีเก่ากว่า Malibu เสียอีก

alt



จึงไม่แปลกใจนักที่ GM เร่งรีบสั่งให้ปรับปรุงรูปลักษณ์และคุณภาพของ Chevrolet Malibu อย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะเสีย
รังวัดไปมากกว่านี้ กรณนี้ก็จะคล้าย ๆ กับกรณีของ Honda Civic โฉมปัจจุบันที่มีกระแสตอบรับด้านคุณภาพไม่ค่อยดีนัก
จากสื่อมวลชนโดยรวม (แต่กลับกันยอดขาย Civic ก็ยังอยู่แถวหน้าเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น) จนต้องเร่งเปลี่ยน
โฉมกันอย่างหนัก

Ken Kelzer หัวหน้าวิศวกรรมสูงสุดสำหรับรถขนาดใหญ่และขนาดกลางเปิดเผยว่า GM มีเวลาเพียงแค่ 18 เดือนในการ
เปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เพื่อแสดงความมุ่งมั่นอย่างถึงที่สุดว่าจะสร้าง Malibu ที่ดีที่สุด มันจะมีการขับขี่ที่แม่นยำมากขึ้น
และการบังคับควบคุมที่เหนือกว่ารถราคาแพงกว่า



ความเปลี่ยนแปลงของ Chevrolet Malibu คือความสดใหม่ที่รู้สึกราวกับเป็นรถรุ่นเปลี่ยนโฉมกันเลยทีเดียว โดย
ด้านหน้าแสนเสน่ห์ด้วยชุดกระจังหน้า Dual-Port ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ที่สวยโฉบเฉี่ยวขึ้นมาก หากสังเกตดี ๆ GM ก็
ลงทุนออกแบบฝากระโปรงหน้าใหม่ที่ดูเหมือนกับ Chevrolet Impala โฉมใหม่เป็นอย่างมาก แต่น่าแปลกรายละเอียด
ช่องดักลมกันชนกลับดูเหมือนของเดิมมาก

ภายในห้องโดยสารก็มีการปรับปรุงมากกว่าที่เราคิดด้วยการขยายเนื้อที่หัวเข่าในห้องโดยสารตอนหลังถึง 31.7 มม.นั่น
เป็นเพราะได้ออกแบบพนักพิงเบาะคู่หน้าให้เว้ามากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังขึ้นรูปตัวเบาะใหม่และบุวัสดุใหม่เพื่อให้
ผู้โดยสารสัมผัสความสบายที่ดีกว่าเดิม





เครื่องยนต์กลไกประเดิมด้วยเครื่อง 2.5 ลิตร Ecotec ติดตั้ง Valve Lift Contorl ในฝั่งไอดี ฉีดเชื้อเพลิงตรงที่ช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพและลดมลภาวะ มีแรงดึงในรอบต่ำทำให้ขับขี่ความเร็วไม่สูงก็สามารถสัมผัสความยอดเยี่ยมได้ นอกจากนี้ยัง
ติดตั้งระบบ Start-Stop ทำให้ประหยัดน้ำมันในเมือง 5% และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถ เช่น แอร์, เครื่องเสียงก็ยังสามารถ
ทำงานได้ระหว่างดับเครื่องยนต์ชั่วคราว

เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร Ecotec ให้กำลัง 196 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร พร้อมปรับปรุงระบบส่งกำลังให้เปลี่ยน
เกียร์ได้เร็วขึ้น

หากต้องการเครื่องที่แรงกว่านี้ก็ต้องจัดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 259 แรงม้าที่ให้แรงบิดกว่ารุ่นเดิม 14% จนมีแรงบิด
ถึง 400 นิวตันเมตรจน GM เคลมว่าเป็นเครื่องที่ดีที่สุดในคลาสนี้ และสามารถเทียบชั้นกับเครื่องยนต์ 6 สูบ

Chevrolet Malibu รุ่นปรับปรุงใหม่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีกว่าเดิมด้วยการปรับปรุงรีบาวสปริง, ปรับปรุงการ
ทำมุมของแดมเปอร์ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้น, ปรับปรุงการถ่ายเทน้ำหนักขณะวิ่งหรือเลี้ยว

การส่งมอบไปยังโชว์รูมทั่วสหรัฐอเมริกาจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้
หลังจากใน Honda Civic รุ่นที่แล้ว Honda ได้มีการปรับแผนการตลาด ด้วยการพัฒนาตัวถัง 5 ประตูสำหรับชาวยุโรป
โดยเฉพาะ และยุติการทำตลาดของ Civic ตัวถังซีดานรุ่นปกติออกไป ให้คงเหลือเฉพาะรุ่น Hybrid เอาไว้เท่านั้น เนื่องจาก
ตัวถังแบบแฮตช์แบกเป็นตัวถังที่ชาวยุโรปนิยมอย่างมาก

alt

แต่สำหรับโฉมที่ 9 นี้ Honda ขอปรับแผนการบุกตลาดยุโรปอีกครั้ง เพราะนอกจากจะส่ง Civic ตัวถัง 5 ประตูที่พัฒนา
สำหรับชาวยุโรปโดยเฉพาะเช่นเคยแล้ว ยังส่ง Civic ตัวถังซีดานกลับไปทำตลาดอีกครั้ง และที่พิเศษกว่านั้น คือ Honda
ลงทุนปรับโฉมเล็กน้อยอีกครั้งหนึ่ง ต่อยอดจากการปรับโฉมกู้หน้าครั้งใหญ่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปในแดนมะกันเมื่อปลายปีที่แล้ว

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อยู่ที่รูปลักษณ์ด้านหน้าและท้ายของ Civic ด้วยการหันมาใช้กระจังหน้าที่ออกแบบให้มีขนาดใหญ่
กว่าเวอร์ชันอเมริกาเล็กน้อย พร้อมกับการออกแบบเส้นโครเมี่ยมรอบกระจังหน้าใหม่อีกด้วย ส่วนด้านท้ายได้รับความเปลี่ยนแปลง
ที่เด่นชัดกว่าด้านหน้า ด้วยการออกแบบชุดโคมไฟท้ายใหม่ เล่นเส้นสายของชุดไฟมากยิ่งขึ้น และย้ายไฟเลี้ยว-ไฟถอยหลังมา
ไว้ด้านล่าง พร้อมกับการออกแบบชุดกันชนหลังใหม่ ให้อารมณ์สปอร์ตขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนภายในห้องโดยสารไม่มีความเปลี่ยนแปลง
ใดๆ เพราะจากเวอร์ชันอเมริกา ก็ได้รับการปรับโฉมจนเป็นที่น่าพึงพอใจอยู่แล้ว

alt
alt

Honda ตั้งใจนำ Civic ตัวถังซีดาน กลับไปบุกตลาดยุโรปด้วยขุมพลังเพียงตัวเลือกเดียว ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง
i-VTEC ขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้า บล็อกเดียวกับในประเทศไทย แต่จะมีระบบส่งกำลังให้เลือก 2 แบบ ได้แก่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ที่น่าจะช่วยดึงความประหยัดน้ำมันให้กับ Civic ได้เต็มที่มากที่สุด

การออกจำหน่ายในยุโรปจะเริ่มขึ้นในเร็วๆนี้ และสร้างคำถามให้ขบคิดกันเล่นๆว่า หรือรุ่นปรับโฉมในไทย อาจจะได้เวอร์ชันนี้
มาจำหน่ายกันแน่?

ที่มา : Worldcarfans


บทความ อื่นๆ ...