PR News New Cars : Worldwide
ผู้อ่านหลายคนพอนึกถึงชื่อ Ssangyong หลายคนก็อุทานเบา ๆ ในใจว่าเป็นรถที่ไม่ค่อยจะมีความสวยเอาเสียเลย ก็ถูก
ครับนั่นมันอดีตในช่วงหลาย ๆ ปีแต่สำหรับรถรุ่นปีใหม่ ๆ นั้นก็จะเริ่มมีความสวยงามในแบบสากล (คือใครเห็นก็ต้องบอก
ว่างาม) เพียงแต่เอกลักษณ์ในงานออกแบบคงยังต้องค้นหากันต่อไป

alt



ล่าสุด Ssangyong ก็เผย Actyon Sports เวอร์ชันอัพเดทรุ่นปี 2014 ซึ่งมันยังคงมีหน้าตาเหมือนกับรุ่นปี 2012 ที่ดูสวย
สปอร์ต แต่ได้มีการอัพเดทสีตัวถังภายนอกสีน้ำตาลหรูหรา, เปลี่ยนล้ออัลลอยให้ดูสวยทันสมัยขึ้น, เปลี่ยนใบปัดน้ำฝนให้
มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารก็มีการปรับปรุงโทนสีใหม่และปรับปรุงหมอนรองศีรษะให้หนุนได้สบายขึ้น

นอกจากนี้ยังอัดออพชั่นอื่น ๆ เพิ่มเติมเช่น ระบบอุ่นพวงมาลัย, เบาะหนังแท้พร้อมระบบอุ่นเบาะ, แอร์อัตโนมัติ, เซนเซอร์
ช่วยถอยจอด

ส่วนเครื่องยนต์กลไกจะติดตั้งเครื่องดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ 150 แรงม้าจับคู่เกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 จังหวะ
ตลาดรถยนต์ระดับหรูขนาดใหญ่กำลังปะทุความดุเดือดอีกครั้ง เมื่อวันนี้ค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz พร้อมเผยโฉม
2014 Mercedes-Benz S-Class ใหม่ อย่างเป็นทางการ เตรียมถล่มตลาดด้วยหลากเทคโนโลยีใหม่ พร้อมความหรูหรา
ที่มากขึ้น โดยงานเปิดตัวจัดขึ้นอย่างแหวกแนว ด้วยการบรรจุ S-Class ใหม่ในเครื่องบิน Airbus A380 ในเมือง Hamburg
ประเทศเยอรมนี

นับได้ว่า Mercedes-Benz S-Class ใหม่ รหัส W222 นี้ เป็นรถยนต์ที่ทีมวิศวกรบรรจงใส่ความสมบูรณ์แบบและที่สุด
ของงานวิศวกรรมเอาไว้ทั้งหมด จนกลายเป็น S-Class ที่หรูหราและล้ำหน้ามากที่สุดที่ Mercedes-Benz เคยผลิตมา

alt

งานออกแบบตัวถังภายนอก เป็นการเพิ่มความสปอร์ตคูเป้ ผสานเข้ากับความหรูหราของซีดานขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว
รูปลักษณ์ด้านหน้ามาพร้อมกับกระจังหน้าทรงสปอร์ตขนาดใหญ่ พร้อมเปลือกกันชนหน้าที่มีเส้นสายโค้งมน ลงตัวมากขึ้น
รวมถึงโคมไฟหน้าที่ถูกออกแบบให้รับกับกระจังหน้าได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ 2014 Mercedes-Benz S-Class ยังเป็น
รถยนต์ที่ใช้หลอดไฟ LED "ทั้งคันรถ" ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟหน้า ไฟตัดหมอก ไฟท้าย หรือไฟตกแต่งภายในห้องโดยสารก็ตาม

ส่วนรูปลักษณ์ด้านข้าง นำเอาเส้นสายความลาดเท โค้งมนจาก CLS-Class มาแต่งเติมอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเส้นไหล่
แบบ Dropping Line อันเป็นเอกลักษณ์งานออกแบบยุคใหม่ของค่ายดาวสามแฉก พร้อมรูปลักษณ์ด้านท้ายที่ลาดเอียง
พร้อมเส้นสายเรียบสะอาด ทั้งหมดนี้ทำให้ S-Class ใหม่ มีรูปลักษณ์คล้ายรถยนต์คลาสสิกล้ำยุค และมีมีผลให้ค่า
สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศต่ำเพียง 0.24 โดยเป็นรองแค่น้องคนเล็ก CLA-Class ที่ทำได้ 0.23 เท่านั้น

alt
alt

มิติตัวถังโดยรวม ถือว่ามีขนาดใหญ่ขึ้นมากด้วยเช่นกัน เพราะมีความยาวตัวถังที่ 5.11 ม. ความกว้าง 1.899 ม.
และมีความสูง 1.48 ม. ส่วนระยะฐานล้อหน้า-หลังนั้น ในรุ่นปกติจะมีตัวเลขที่ 3,035 มม. ส่วนในรุ่นฐานล้อยาวจะถูก
เพิ่มระยะฐานล้อหน้า-หลังเป็น 3,165 มม.เลยทีเดียว

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ อยู่ที่ห้องโดยสารภายในที่มีการพลิกแนวคิดทางออกแบบ ให้กลายเป็นรถยนต์ลีมูซีนชั้นเยี่ยมที่มี
ความสมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา ด้วยการออกแบบโดยการคำนึงถึงสรีระศาสตร์เป็นหลัก และเลือกใช้เฉพาะวัสดุชั้นเยี่ยม
ประกอบด้วยฝีมือคุณภาพสูง ผสานกับเทคโนโลยีล้ำยุค เพื่อให้ทุกสัมผัสเปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ

alt

ครั้งนี้ Mercedes-Benz ตัดสินใจแหวกแนวด้วยการหันมาใช้พวงมาลัย 2 ก้านคล้ายรถโบราณ แต่มีรายละเอียดงานออกแบบ
ที่หรูหราน่าจับต้อง ด้วยการหุ้มพวงมาลัยด้วยหนังแท้ แต่ผสานชิ้นไม้จริง และวัสดุอะลุมิเนียม ทำให้สัมผัสของผู้ขับขี่มี
ความมั่นใจและจับต้องถึงความหรูหราได้มากที่สุด นอกจากนี้คอนโซลหน้ายังติดตั้งหน้าจอสีความละเอียดสูงขนาดมหึมา
12.3 นิ้วถึง 2 หน้าจอด้วยกัน เพื่อแสดงผลมาตรวัดและเป็นหน้าจอของระบบอินโฟเทนเมนต์ COMAND ส่วนระบบเครื่องเสียง
เป็นการจัดเต็มด้วยระบบเครื่องเสียงคุณภาพเยี่ยมเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมลำโพง 10 ชิ้นรอบคัน แต่หากต้องการ
ความสุนทรีย์ของเสียงที่มากขึ้น สามารถสั่งเพิ่มออพชันระบบเครื่องเสียง Burmester Surround Sound หรืออัพเกรดเป็น
ระบบเครื่องเสียงไฮเอนด์ Burmester 3D-Surround Sound ก็สามารถทำได้

นอกจากนี้ 2014 Mercedes-Benz S-Class ยังมาพร้อมกับบรรดาเทคโนโลยีเสริม เพื่อทำให้ S-Class ใหม่ เป็นรถยนต์
ที่เป็นที่สุดของที่สุด เช่นแพคเกจ Air Balance อันเป็นการติดตั้งระบบกรองอากาศและปล่อยประจุลบเพื่อให้อากาศมี
ความบริสุทธิ์และเป็นมิตรกับผิวพรรณมากที่สุด และเป็นครั้งแรกของวงการรถยนต์ที่มีออพชันติดตั้งระบบปล่อยน้ำหอมอ่อนๆ
เพื่อทำให้อากาศภายในห้องโดยสารมีความหอมดุจอยู่ในสปาชั้นหรู หากแพคเกจนี้ยังเพิ่มความสุนทรีย์ได้ไม่พอ Mercedes-Benz
ก็เตรียมแพคเกจ Warmth Comfort ให้เป็นระดับต่อไป ด้วยการติดตั้งระบบอุ่นที่วางแขน พวงมาลัย และเบาะนั่ง จนทำให้
ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายได้อย่างที่สุด

alt
alt

พิเศษสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง สามารถเพิ่มออพชันได้เพิ่มเติม ด้วยความสามารถเลือกแบบเบาะนั่งได้ 5 รูปแบบ เช่น Energizing
Seats อันเป็นเบาะนั่งขนาดโตพร้อมระบบนวด 6 โปรแกรม หรือแบบ First Class Rear Seats ที่แยกเบาะนั่งด้านหลัง
เป็น 2 ที่นั่ง พร้อมการขยายคอนโซลกลางต่อเนื่องจากด้านหน้าและโต๊ะส่วนตัวขนาดเล็ก ให้อารมณ์เดียวกับเบาะนั่ง
ของ Maybach อัครยานยนต์จากค่ายดาวสามแฉกที่เพิ่งยุติการจำหน่ายไป โดยในแพคเกจนี้ยังมาพร้อมกับที่วางแก้ว
ปรับอุณหภูมิร้อน-เย็นได้

ด้านงานวิศวกรรมหลักของตัวรถ ยังมาพร้อมกับหลากเทคโนโลยีระดับสุดยอดด้วยเช่นกัน เช่นระบบ Road Surface Scan
ที่ใช้กล้องด้านหน้าจับภาพถนนและคำนวนสภาพ ก่อนส่งให้ระบบช่วงล่าง Magic Body Control จัดการปรับสไตล์ระบบ
ช่วงล่างต่อไป

ส่วนระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz ซุ่มพัฒนาหลายเทคโนโลยี อัดแน่นล้นคันรถ ไม่ว่าจะเป็น DISTRONIC PLUS
พร้อมระบบ Steering Assist ครั้งแรกของ Mercedes-Benz ที่สามารถช่วยควบคุมพวงมาลัย และช่วยขับเคลื่อนตัวรถ
พร้อมหยุดรถอัตโนมัติในสภาพจราจรติดขัด

รวมถึงระบบ Brake Assist PLUS พร้อมระบบช่วยสอดส่องการจราจรด้านท้าย ระบบช่วยรักษาเลน Active Lane Keeping Assist
ระบบเลี่ยงไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist Plus ระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน Night View Assist Plus
และระบบเตือนสติผู้ขับขี่ ATTENTION ASSIST รวมถึงระบบ PRE-SAFE Brake, PRE-SAFE PLUS และ PRE-SAFE Impulse

alt

ขุมพลังและระบบขับเคลื่อน ก็เป็นอีกหนึ่งงานวิศวกรรมที่ Mercedes-Benz ตั้งใจรังสรรค์ด้วยเช่นกัน โดยในระยะแรก
Mercedes-Benz ส่งเครื่องยนต์ทำตลาด 4 บล็อกด้วยกัน ครบครันทั้งเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.7 ลิตร ในรหัส
S500 สร้างแรงม้าได้ 455 ตัว พร้อมแรงบิดสูงสุด 700 นิวตัน-เมตร เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบแบบ V6 ขนาด 3.0 ลิตร
ในรหัส S350 BlueTEC พร้อมกำลัง 258 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตัน-เมตร

และปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดในรุ่น S400 Hybrid ที่เป็นการผสานเครื่องยนต์เบนซินแบบ V6 3.5 ลิตร
เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าจนสร้างพลังรวมได้ 306 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร

การออกจำหน่ายจะเริ่มต้นที่ยุโรปกันก่อนช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ก่อนจะตามด้วยตลาดสหรัฐอเมริกาในไตรมาสที่ 3 และ
ต่อด้วยประเทศอินเดียต้นปีหน้า นอกจากนี้ Mercedes-Benz ยังเตรียมจัดทริปทดลองขับเรียกน้ำย่อยกันก่อนเร็วๆนี้
ดังนั้นติดตามกันให้ดีๆว่า ฟีดแบ็กจากสื่อมวลชนทั่วโลกจะออกมาน่าตื่นตาเท่ากับตัวรถหรือไม่ครับ


พักนี้ค่ายรถชื่อดังบางค่ายเริ่มจะออกรถต้นแบบที่ต้องร่วมมือกับนักออกแบบชื่อดังหรือสำนักออกแบบรถยนต์ที่มีชื่อเสียง
พ่วงเข้ามาด้วย อาจเป็นเพราะการสร้างสรรค์รถต้นแบบคืองานศิลปะ บางครั้งค่ายรถยนต์ก็อาจจะอยากหาไอเดียใหม่ ๆ ที่
หลุดจากกรอบเดิมไปบ้าง

ล่าสุด BMW ก็จะเตรียมเปิดตัว BMW Grand Lusso Coupé Pininfarina Concept แค่ชื่อก็บ่งบอกเลยว่า BMW ได้
ร่วมมือกับสำนักออกแบบ Pininfarina ซึ่งจะอวดโฉมในเทศกาล Concorso d'Eleganza Villa d'este 2013

alt

BMW Grand Lusso Coupé Pininfarina Concept ยังจะยึดหลักแนวคิดการออกแบบศูนย์รวมสง่างามอย่างแท้จริง
ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดจากการออกแบบรถยนต์ร่วมกันระหว่าง BMW และสำนักออกแบบรถยนต์ชื่อดังเพื่อตกผลึกความ
สวยและความหรูหราอย่างสมบูรณ์แบบ

เครื่องยนต์กลไกจะเป็นแบบ V12 ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ จาก BMW 7-Series ที่ให้กำลัง 544 แรงม้า แรงบิดสูงสุด
550 ปอนด์ฟุต

จุดเด่นสำคัญของรถต้นแบบคันนี้คือระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านหน้าที่สั้นแต่มีโอเวอร์แฮงค์ท้ายที่ยาว ส่วนภายในห้องโดยสาร
จะเป็นการผสมผสายความหรูหราและความสง่างามในแบบรถยุคใหม่


มีความเป็นไปได้สูงมากว่า BMW Grand Lusso Coupé Pininfarina Concept จะแปลงร่างกลายเป็น BMW 8-Series

BMW Grand Lusso Coupé Pininfarina Concept จะอวดโฉมในวันที่ 24 พฤษภาคม 2013

GM และ Nissan Motor เพิ่งประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2013 ด้วยวิธีการส่งรถตู้เพื่อการ
พาณิชย์ขนาดเล็ก Nissan NV200 ไปให้ GM นำไปจำหน่ายภายใต้ชื่อ Chevrolet City Express ภายในปลายปี 2014
ภายในเขตสหรัฐอเมริกาและแคนาดา


alt



Ed Peper รองประธานกลุ่ม GM ฝ่ายรถเพื่อการพาณิชย์และฟลีต กล่าวว่า ลูกค้าของ GM จะถามถึงรถตู้ขนาดเล็ก
บ่อยครั้งมาก จนวันนี้ GM ก็จะเตรียมแนะนำรถตู้ขนาดเล็กสำหรับกลุ่มตลาดรถเพื่อการพาณิชย์และเหมาล๊อตในระดับ
Entry Level

Joe Castelli รองประธานฝ่ายรถเพื่อการพาณิชย์และฟลีตแห่ง Nissan Motor กล่าวว่าการทำงานร่วมกันพันธมิตรเพื่อ
ขยายตลาดสินค้าที่มีนวัตกรรมเป็นการเพิ่มจุดคุ้มทุนในการเติบโต, การผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ราคาจำหน่ายยังไม่กำหนดแต่อย่างใด
การจำหน่าย Acura ILX สมาชิกคอมแพคท์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ Acura เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2012 ที่ผ่านมา
แต่กลับต้องเผชิญกับมรสุมคำติติงเกี่ยวกับรถยนต์รุ่นนี้ ทั้งการตั้งราคาขายเกินเหตุ ผนวกกับคุณภาพตัวรถที่ไม่ได้สูง
จนแตะระดับพรีเมี่ยมเท่าที่ควร จนผู้บริหาร Acura ต้องรีบโร่ออกมาชี้แจงว่า จะมีการปรับปรุงตัวรถตามมาในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

วันนี้ Acura พร้อมแล้วกับการเผยโฉม 2014 ILX โฉมใหม่ในฐานะรุ่นปี 2014 ที่ได้รับการแก้ไขจุดด้อยจากรุ่นปัจจุบัน
แต่การปรับปรุงครั้งนี้จะเป็นการทำแผลได้ถูกจุดหรือไม่?

alt

เพราะความเปลี่ยนแปลงที่ Acura ได้จัดทำให้กับ ILX รุ่นปี 2014 นี้ มีเพียงการปรับปรุงจุดเด่นๆเพียง 8 จุดใหญ่ทั่วคันรถ
เช่น เบาะนั่งหุ้มหนังแท้ทั้งคัน พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในเบาะผู้ขับขี่ และระบบอุ่นเบาะนั่งคู่หน้า การสวมล้ออัลลอย 17 นิ้ว
การเพิ่มระบบกล้องมองหลัง และระบบเครื่องใหม่พร้อมเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนแบบใหม่ เท่านั้น

แต่ขุมพลัง กลับไม่มีการแตะต้องและเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งที่ข้อบกพร่องหลักที่ผู้บริโภคไม่พอใจ อยู่ที่เครื่องยนต์ที่มีกำลัง
น้อยไปเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ซึ่งดูเหมือนว่าใน Acura ILX รุ่นปี 2014 นี้ Acura ยังคงยกชุดขุมพลังมาจาก Civic ทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 150 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์เบนซิน
4 สูบ 2.4 ลิตร 201 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 230 นิวตัน-เมตร ที่ประจำการอยู่ใน Civic Si มาให้เลือกใช้กัน

alt

เหนือไปกว่านั้น Acura จัดการเพิ่มราคาขายปลีกให้กับ ILX รุ่นปี 2014 เพิ่มขึ้นจากรุ่นปัจจุบันอีก 1,000 เหรียญสหรัฐฯ
หรือประมาณ 30,000 บาท ซึ่งต้องติดตามกันว่า ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะสร้างกระแสตอบรับของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์คันนี้
ในทางที่ดีขึ้นหรือไม่? หรือจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิม? ต้องติดตามกันครับ


บทความ อื่นๆ ...