PR News New Cars in Thailand
วอลโว่สานต่อความสำเร็จการเจาะตลาดรถหรู ส่งวอลโว่ V40 รุ่นใหม่ล่าสุดชิงเจ้าตลาดรถ 5 ประตูแฮทช์แบค ระดับพรีเมี่ยม ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นปราดเปรียว
แบบรถ 5 ประตูซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติและบุคลิกรถหรูรุ่นใหญ่ ออกแบบตามแนวคิด “Designed Around You” ที่จะเปิดมิติใหม่แห่งการใช้ชีวิตในรถพรีเมี่ยม
พร้อมเปิดให้จองครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์ 25 มีนาคม - 7 เมษายนนี้ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา

นางฉันทนา วัฒนารมย์ ประธานบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2555 ที่ผ่านมา วอลโว่ประสบความสำเร็จกับยอดขาย 1,854 คัน
ซึ่งสูงกว่าปี 2554 ถึงประมาณ 55% เพราะเรามีรถยนต์ที่มีคุณภาพครบทุกเซ็กเมนต์ ซึ่งออกแบบในแนวคิด “Designed Around You” ที่เน้นการให้ “คน”
เป็นจุดศูนย์กลางในการออกแบบ โดยนำความคิดของลูกค้ามาผสมผสานเพื่อออกแบบรถที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจสำหรับแต่ละบุคคล จึงทำให้สนองได้ทุก
ความต้องการของลูกค้า  และโดดเด่นด้วยนวัตกรรมมากมายทั้งในด้านรูปลักษณ์ การใช้งาน และความปลอดภัย   การนำเสนอรถยนต์พรีเมี่ยมคุณภาพสูงที่ตอบสนอง
ทุกมิติในการใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์จะยังคงเป็นแกนหลักในการขยายตลาดในปีนี้

alt
 
“จากกระแสความต้องการและความนิยมรถยนต์ 5 ประตูที่ยังคงมาแรง รถพรีเมี่ยมแฮทช์แบคจะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หัวหอกของเราในปีนี้ นำโดย V40 รุ่นใหม่ซึ่ง
เรามั่นใจว่าเป็นรถที่ดีที่สุดในตลาดรถยนต์ 5 ประตูแฮทช์แบคระดับพรีเมี่ยม เมื่อรวมกับความเป็นผู้นำในตลาดรถเอสเตทที่วอลโว่ V50 และ V60 ครองตลาดอยู่
วอลโว่จะสามารถรักษาความเป็นผู้นำได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน” นางฉันทนากล่าว

การออกแบบมาในแนวคิดปรับตัวให้เข้ากับคนขับ แทนที่จะให้คนขับปรับตัวเข้ากับรถ และให้ผู้ขับได้ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ตามแนวคิด
“Designed around You” จึงโดดเด่นมากใน 3 ด้าน ได้แก่ รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวมีสไตล์สะดุดตา  การสร้างประสบการณ์ใหม่โดยให้อิสระกับผู้ขับขี่ในการเลือกสร้าง
บรรยากาศและแสดงข้อมูลตามอารมณ์ในการขับขี่ เช่น ไฟ LED การจัดแสงภายในห้องโดยสารแบบเดียวกับในโรงละคร สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 7 โทนสีตามอารมณ์ ฯลฯ
และความเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือกว่า ซึ่งทำให้ วอลโว่ V40 ใหม่เป็นรถ IntelliSafe หรือรถอัจฉริยะและปลอดภัยที่สุดในตลาดเดียวกัน ทั้งยังเป็นมิตร
ต่อสิ่งแวดล้อมโดยผ่านมาตรฐานยูโร 5

alt

Volvo V40 ใหม่ มีเครื่องยนต์เพียงแบบเดียวให้เลือก ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน T5 แบบ 5 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้พลังแรง 213 แรงม้า และแรงบิด 300 นิวตัน-เมตร 
ติดตั้งเกียร์ออโตเมติก 6 สปีด ที่ตอบสนองทันใจเปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวล สามารถเปลี่ยนเป็นการขับขี่แบบสปอร์ตเพิ่มความเร้าใจในการเดินทาง และสามารถรองรับน้ำมัน
ได้หลากหลายทั้งเบนซิน 95, E10 และ E20 ได้  มีอัตราสิ้นเปลือง 9.6 กม./ลิตรเมื่อขับขี่ในเมือง หรือ 17.2 กม./ลิตรเมื่อขับขี่นอกเมือง และเฉลี่ยในเมืองและ
นอกเมือง 13.3 กิโลเมตร/ลิตร

วอลโว่ V40 ใหม่ พรีเมี่ยมแฮทช์แบค 5 ประตู มีรูปลักษณ์หรูหราสง่างาม ด้วยการผสานความกะทัดรัดและปราดเปรียวของรถยนต์คอมแพคกับคุณสมบัติและบุคลิก
ของรถหรูรุ่นใหญ่ การออกแบบที่ชาญฉลาดทั้งภายในและภายนอกทำให้วอลโว่ V40 รุ่นใหม่เป็นรถพรีเมี่ยมแฮทช์แบค 5 ประตู ที่แตกต่างด้วยบุคลิกที่มีสไตล์ 
ภายในไม่เหมือนใครด้วยเบาะนั่งที่โอบอุ้มรับสรีระผู้นั่งในทุกที่นั่ง กระจกมองหลังแบบไร้กรอบสุดเท่ ธีมของไฟภายในห้องโดยสารที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 7 สี ตามบรรยากาศ
และอารมณ์ ไม่ว่าจะเตรียมตัวไปดินเนอร์สุดหรู เดินทางไปทำงานธรรมดา หรือเตรียมไปปาร์ตี้สุดฮิป

alt
alt

นอกจากนี้ วอลโว่ V40 ใหม่ ยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ให้อิสระกับผู้ขับ สามารถ ปรับหน้าจอข้อมูลให้เป็นสไตล์ของตัวเอง เพียงโยกคันบังคับที่อยู่หลังพวงมาลัย หน้าปัด
แบบดิจิตอลของวอลโว่ V40 แสดงผลได้ถึง 3 แบบตามอารมณ์ในการขับขี่ คือ แบบ Elegance แสดงผลด้วยโทนสีเหลืองในรูปแบบดั้งเดิม คือ มีมาตรวัดความเร็วอยู่ตรงกลาง
มาตรด้านซ้ายแสดงอุณหภูมิเครื่องยนต์และระดับน้ำมันในถัง และด้านขวาแสดงรอบเครื่องยนต์แบบ Performance แสดงผลด้วยโทนสีแดงอารมณ์สปอร์ต มีมาตรวัดรอบ
เครื่องอยู่ตรงกลาง และแสดงความเร็วเป็นตัวเลขดิจิตอล ด้านขวาแสดงกำลังของรถ ช่วยคำนวณกำลังของรถได้แบบวินาทีต่อวินาที และ Eco แสดงผลด้วยโทนสีเขียว
มี Eco Guide ที่วัดความเร็วรถ ความเร็วรอบเครื่อง ตำแหน่งวาล์วปีกผีเสื้อ (Throttle) และการเบรกเพื่อประเมินความประหยัดของเชื้อเพลิง และแนะแนวทางให้ผู้ขับ
ขับขี่ประหยัดมากยิ่งขึ้น  ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างประหยัดสูงสุด

ด้วยระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่า ทำให้วอลโว่ V40 ใหม่รถยนต์พรีเมี่ยมแฮทช์แบค 5 ประตู ได้รับการจัดอันดับระดับ 5 ดาวในการทดสอบการชนของ Euro NCAP ที่เข้มข้น
สามารถทำคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในทุกหัวข้อของการทดสอบ ทั้งการปกป้องผู้ใหญ่ การปกป้องเด็ก ระบบเพิ่มความปลอดภัย และการปกป้องคนเดินถนน โดยผ่าน
การทดสอบการปกป้องผู้ใหญ่ (Adult Protection) ด้วยคะแนน 98% ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดตั้งแต่เคยมีมาของ Euro NCAP  และผ่านการทดสอบด้านระบบเพิ่มความปลอดภัย
(Safety Assist) ด้วยคะแนน 100% เนื่องจากมีเทคโนโลยีมากมาย อาทิ ระบบตรวจจับคนเดินเท้า  ระบบ Lane Keeping Aid และ ระบบเตือนจุดอับสายตารุ่นใหม่ (BLIS)
เป็นต้น รวมทั้งสร้างสถิติใหม่ในด้านการปกป้องคนเดินถนนอีกด้วย

นอกจากนี้ วอลโว่ V40 ใหม่ พรีเมี่ยมแฮทช์แบค 5 ประตู ยังมาพร้อมเทคโนโลยีทันสมัย ได้แก่ เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ติดตั้งระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (City Safety)
เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งในวอลโว่ V40 ทุกรุ่น โดยปรับปรุงใหม่ให้ทำงานครอบคลุมถึงความเร็วไม่เกิน 50 กม./ช.ม. (จากเดิม 30 กม./ช.ม.) ระบบนี้จะหยุดรถให้เองหาก
คนขับไม่แตะเบรกขณะที่รถคันหน้าชะลอความเร็วหรือหยุด  หรือเมื่อรถพุ่งเข้าหารถคันหน้าที่หยุดนิ่งอยู่กับที่ด้วยความเร็วสูงเกินไป ส่วนระบบ Lane Keeping Aid ช่วยให้รถ
อยู่ในเลนของตัวเอง หากหัวรถเบนออกนอกแนวที่ควรจะเป็น ระบบจะทำงานทันที โดยส่งสัญญาณทำให้พวงมาลัยสั่นเพื่อเตือนให้คนขับดึงให้รถกลับเข้ามาในแนวที่ควรจะเป็นระบบนี้
ทำงานในขณะที่รถกำลังขับขี่ด้วยความเร็วระหว่าง 65-200 กม./ชม. ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Park Assist Pilot) ช่วยให้จอดแบบขนานขอบทางได้อย่างง่ายดาย โดยที่ระบบอัจฉริยะ
จะควบคุมการบังคับเลี้ยวของรถเอง ผู้ขับขี่เพียงกำหนดความเร็วและเกียร์เท่านั้น ระบบกล้องและสัญญาณเตือนมุมอับสายตารุ่นใหม่ (BLIS) ที่ใช้เรดาร์ช่วยในการติดตามและแจ้งเตือน
ผู้ขับขี่เมื่อมีรถขับมาทางด้านหลังในจุดที่อับสายตาทั้งด้านซ้ายและขวาห่างไปในระยะ 70 เมตร จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลน และระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทาง
ด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด (Cross Traffic Alert) เมื่อถอยรถออกจากช่องจอดรถ เรดาร์จะส่งเสียงและแสดงภาพเตือนหากมีรถวิ่งอยู่ในระยะ 30 เมตรทั้งสองด้าน

แม้การเปิดตัวจะยังไม่เปิดเผยราคาออกมา แต่คาดว่า Volvo V40 ใหม่ จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1.79 ล้านบาท ตามที่มีข้อมูลหลุดออกมาก่อนหน้านี้ครับ


เท่าที่ผู้เขียนสังเกตปรากฏการณ์ของ Honda Accord เจเนเรชั่นที่ 9 ในประเทศไทยก็พบว่าเมื่อทุกคนเริ่มรู้สเปคและภาพ
แอบถ่ายของ Accord เวอร์ชันในไทยแล้ว อยู่ดี ๆ ก็มีกระแสฮือฮาจากในเวบบอร์ดของพวกเราและเวบบอร์ดคลับ (ที่
เตรียมตั้งเพื่อรอรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ) ในแง่บวกเป็นอย่ามาก นั่นก็แสดงว่าการเปิดตัว All New Honda Accord ในครั้งนี้คง
จะไม่น่าเป็นห่วงมากนัก


แต่ปริศนาที่ทุกคนรอคอยคือ Honda จะจัดเต็มเทคโนโลยี Earth Dreams Technology แบบหัวฉีดตรงหรือไม่? เพราะ
ดูเหมือนทุกคนจะค้างคาใจกันไม่น้อยเลยทีเดียว เรื่องของเทคโนโลยีเครื่องยนต์อยากให้ทุกคนลองอ่านรายละเอียดใน
บทความนี้เสียก่อนครับ

โดยรวม Honda พยายามจัดเต็มกับ Accord เจเนเรชั่นที่ 9 อย่างตั้งใจพอสมควร ดูเหมือนพวกเขาหมายมั่นปั้นมือที่จะ
โค่น Toyota Camry จริง ๆ จัง ๆ เสียทีเพราะ Honda ยังไม่สามารถปราบ Toyota Camry ได้อยู่หมัดมาตลอดเวลา 10
กว่าปี แม้ Honda จะฮึดสู้แค่ไหนก็ทำได้แค่ชนะ Camry ในระยะสั้น ๆ นอกจากนี้ยังเป็นการกระทุ้งให้ Nissan Teana
ที่เริ่มมีความแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงเกือบ 10 ปีให้อ่อนรัศมีลงไป (จนกว่าโฉมใหม่จะทำตลาด)



alt



alt


Honda Accord ใหม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนถึงเจนเนอเรชั่นที่ 9 ด้วยดีไซน์ใหม่สะท้อนความหรูหรา สง่างาม
รอบคัน ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ และรองรับการใช้น้ำมัน E85
เหมือนกับรุ่นน้องอย่าง Honda Civic และ CR-V อีกด้วย

ดีไซน์ภายนอก
Honda Accord ใหม่มีดีไซน์ที่เฉียบคมทุกตารางนิ้ว สะดวกสบายด้วยตัวถังขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าที่ล้ำสมัย
ไฟหน้าแบบแอลอีดี และไฟส่องส่วางสำหรับการขับขี่เวลากลางคืน เคร่งขรึมด้วยเสากลางรถสีดำหรูแบบเปียโนแบล็ค ไฟ
ท้ายแบบแอลอีดี และระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ ทั้งยังใช้โครงสร้างเหล็กกล้าพิเศษคุณภาพสูงและมีความยืดหยุ่นดี
เยี่ยม จึงทำให้ตัวถังมีความแข็งแกร่งทนทานและมีน้ำหนักลดลง

ห้องโดยสารภายในสะดวกสบาย
ด้านการออกแบบภายในห้องโดยสารของ Honda Accord เจนเนอเรชั่น 9 เน้นการเพิ่มความสบายสูงสุด ให้แก่ผู้ขับขี่
และผู้โดยสาร ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขึ้นกว่าเดิม มีพื้นที่วางขาตอนหลังกว้างขึ้นมากกว่า 1 นิ้ว และที่นั่งทั้งตอนหน้าและ
ตอนหลังมีพนักพิงที่กว้างขึ้นเป็นพิเศษ ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถมีความจุเพิ่มขึ้นกว่า 1 ลูกบาศก์ฟุต หรูหราด้วย
คอนโซล มาตรวัด การตกแต่งลายไม้หรูหรา ครบครันด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมี่ยม เช่น เบาะนั่งด้านคนขับปรับ
ไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่
(Memory Seat) และระบบควบคุมเสียงรบกวนเข้าห้องโดยสาร (Active Noise Control) ทั้งยังมีระบบปรับอากาศ
อัตโนมัติแบบ Dual zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบสตาร์ท
เครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ (One Push Ignition System) ที่ใช้งานได้ง่ายสะดวกและรวดเร็ว


alt


เครื่องยนต์
Honda Earth Dreams Technology นวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ "เอิร์ธ ดรีม" ครั้งแรกในไทย Honda Accord
ขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ทุกรุ่น ซึ่ง "Earth Dremas Technology" เป็นเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแห่งอนาคตที่เป็น
มิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด เพื่อ
สร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องยนต์ที่ให้แรงบิดและสมรรถนะแรงม้าที่สูงขึ้น โดยมีอัตราการปล่อยมลพิษต่ำ

แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น โดยมีเครื่องยนต์ 2 ขนาด ได้แก่
• เครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว แบบ DOHC i-VTEC ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมนวัตกรรมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ "Earth
Dreams" ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีสมรรถะการขับขี่ที่คล่องตัว ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ด้วยกำลังสูงสุด 174 แรงม้า
ที่ 6,200 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 225 นิวตัน-เมตร (23.0 กก.-ม.) ที่ 4,000 รอบต่อนาที ได้แก่ รุ่น 2.4EL,
2.4EL (Navi) และ 2.4 TECH
• เครื่องยนต์ 4 สูบ 16 วาล์ว แบบ SOHC i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 155 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อ
นาที และให้แรงบิดสูงสุดที่ 190 นิวตัน-เมตร (19.4 กก.-ม.) ที่ 4,300 รอบต่อนาที ได้แก่ รุ่น 2.0EL และ 2.0EL (Navi)
• เครื่องยนต์ทุกรุ่น มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด


alt



alt


เทคโนโลยีความปลอดภัย
ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร โดยมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้ง
ถุงลมคู่หน้าอัจฉริยะ Dual i-SRS ถุงลมด้านข้างคู่หน้าอัจฉริยะ i-Side Airbag พร้อมม่านถุงลมด้านข้าง Side Curtain
Airbags ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS ระบบช่วยการออกตัวขณะ
อยู่บนทางลาดชัน HSA ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ ระบบ
กุญแจนิรภัย Immobilizer สัญญาณฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS

นอกจากนี้ แอคคอร์ด ใหม่ ยังเพิ่มฟังก์ชั่นความปลอดภัยระดับสูงสุด ให้ความมั่นใจรอบด้านด้วยทัศนวิสัย 360 องศา
และเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ
• Collision Mitigation Brake System (CMBS) ระบบเตือนการชนด้านหน้าด้วยเรดาห์พร้อมระบบช่วยเบรก
เป็นระบบที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็ว เมื่อรถคันหน้าอยู่ใกล้เกินไป และในกรณีที่อยู่ในระยะที่เสี่ยงมาก ระบบ CMBS
จะทำการเบรกอย่างเต็มที่เพื่อลดความรุนแรงในการชน
• Honda LaneWatch ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยลดจุดบอดในการมองเห็นของกระจก
มองข้างด้านซ้าย โดยจะใช้กล้องในการจับภาพและแสดงผลผ่านหน้าจอขนาด 8 นิ้ว


alt


• Adaptive Cruise Control (ACC) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ทำงานด้วยเรดาห์ตรวจจับ
ความเร็วของรถคันหน้าและควบคุมระยะห่างให้เหมาะสม โดยระบบ ACC จะลดความเร็วของรถยนต์ลงโดยอัตโนมัติเมื่อ
รถคันหน้ามีการชะลอความเร็ว เพื่อรักษาระยะห่างในระดับที่ปลอดภัย และจะเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นกลับสู่ระดับปกติโดย
อัตโนมัติเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติของรถให้แปรผันตาม
ระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 4 ระดับ โดยเรดาห์มีรัศมีการตรวจจับความเร็วที่ระยะทางราว 91.44 เมตร (100 หลา)
• ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบแอลอีดี (Daytime Running Lights)


alt


• ระบบไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติ Active Cornering Light (ACL) เพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวรถในเวลา
กลางคืน
• Multi-angle Rearview Camera กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการ
ถอย สามารถเลือกดูมุมกล้องที่แตกต่างกันได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และมุมมองจากด้านบน


alt


ระบบเครื่องเสียง
แอคคอร์ด ใหม่ มีการติดตั้งระบบเครื่องเสียง โดยมีวิทยุและเครื่องเล่น CD ที่สามารถรองรับแผ่น
CD-R ที่บันทึกไฟล์ MP3 พร้อมหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 8 นิ้ว ฮาร์ดดิสก์สำหรับบันทึกไฟล์เพลง (HDD Audio) และ
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth

สี
แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก), สีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก), สีดำคริสตัล (มุก) และ 2 สีใหม่
ได้แก่ เทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และสีทองแชมเปญฟรอสต์ (มุก) ส่วนภายในห้องโดยสารนุ่มสบายด้วยเบาะหนังที่มีให้
เลือกทั้งแบบสีเบจ และสีดำ

*อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น


alt





กรุงเทพมหานคร (7 มีนาคม 2556) – บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานแถลงข่าวเปิดตัว นิสสัน พัลซาร์ ใหม่ รถยนต์แฮทช์แบค 5 ประตู
สำหรับผู้มีสไตล์ โดยรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อเป็นรถยนต์แฮทช์แบค ระดับพรีเมี่ยมที่ให้ความรื่นรมย์ทุกการขับขี่ และได้รับการออกแบบที่ดูมีระดับ
ปราดเปรียวทุกมุมมอง ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสมรรถนะและอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ดีขึ้น พร้อมมอบพื้นที่ใช้สอยภายในที่กว้างขวางสะดวกสบาย

alt
alt

ด้วยการออกแบบที่เน้นอารมณ์สปอร์ตในทุกมุมมอง นิสสัน พัลซาร์ ใหม่ จึงถูกสรรสร้างให้มีเส้นสายที่ปราดเปรียวพลิ้วไหว โดยเฉพาะเส้น Waistline ที่ได้รับ
แรงบรรดาลใจจากมาจากรถสปอร์ตหรู อย่างนิสสัน 370Z นอกจากนี้ยังโดดเด่นอีกระดับด้วย ไฟหน้าแบบไบซีนอนโปรเจ็คเตอร์ และล้ออัลลอยลายดุดันขนาด 17 นิ้ว

ส่วนจุดขายหลักของนิสสัน พัลซาร์ คือ ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ที่มาพร้อมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสาร
แถวหลัง พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน และระบบนำทางแบบหน้าจอสัมผัส ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่านบลูทูธ และห้องโดยสารที่กว้างขวาง
ที่เหนือกว่าใคร

alt
alt

นิสสัน พัลซาร์ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 1.8 ลิตร 131 แรงม้า และเครื่องยนต์พัฒนาใหม่ขนาด 1.6 ลิตร 116 แรงม้าระบบส่งกำลัง XTRONIC CVT
(Continuous Variable Transmission) ช่วยให้นิสสัน พัลซาร์ ใหม่ ขับขี่นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

“นิสสัน พัลซาร์ ใหม่ สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้รถยนต์ของกลุ่มหนุ่ม-สาว ยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายหรือ Urbanistas  สะท้อนคล่องตัว และช่วยผลักดัน
ให้แบรนด์นิสสันเข้าไปใกล้กลุ่มลูกค้าเหล่านี้มากขึ้น” คุณประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส การตลาดและขาย กล่าว พร้อมเสริมว่า “เราได้เลือก
การสื่อสารไปยังกลุ่มนี้ด้วยคำนิยาม  “กล้าที่จะเติมสไตล์ให้ชีวิต” ผ่านการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ และช่องทางการสื่อสารหลากหลายรูปแบบรวมทั้งด้านออนไลน์
และการจัดแสดงนิสสัน พัลซาร์ ในแหล่งฮอทฮิตกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ”  นายทาคายูกิ คิมูระ ประธานบริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

alt

โดย นิสสัน พัลซาร์ ใหม่ มาพร้อม 5 รุ่นตกแต่ง 5 ราคาด้วยกัน ได้แก่ 1.6 S 776,000 บาท 1.6 V 839,000 บาท 1.6 SV 872,500 บาท และ
1.8 V 925,000 บาท 1.8 V Navi Sunroof 976,000 บาท


กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 8 มีนาคม 2556 มาสด้ามุ่งสร้างความต้องการเป็นเจ้าของรถมาสด้าให้แรงยิ่งขึ้น ด้วยการส่งมาสด้า2 รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น
สปอร์ตพรีเมี่ยมใหม่ กับไฟหน้า LED ออพชั่นหนึ่งเดียวในคลาส เสริมความสปอร์ตแบบพรีเมี่ยมขึ้นอีกระดับ และยังมีสีพิเศษ สีแดง ซีลเรด ไมก้า (Zeal Red Mica)
ที่มีความเข้มและความเงาของสีพิเศษกว่าสีอื่นทั่วไป รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น นี้ลงตลาดพร้อมชุดแต่งสปอร์ตแพ็กเก็จ ซึ่งจะเปิดตัวสู่ตลาดคนรักรถสปอร์ตในอีก 2 สัปดาห์นี้
ทั้งนี้ กลยุทธ์ออกรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นพิเศษ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์รุกตลาดที่สำคัญของมาสด้าที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด

alt
alt

นอกจากนี้มาสด้ายังได้ออกโปรโมชั่นสุดพิเศษรับข้อเสนอสุดฮ็อต "Mazda Hot Deal" เตรียมสตาร์ทความสปอร์ตเร้าใจ กับข้อเสนอสุดพิเศษเช่นเดียวกันกับงานมอเตอร์โชว์
ลูกค้าสามารถตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทุกสี ทุกคัน ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษ ที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันงานจริง โดยเฉพาะลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์นั่งสปอร์ต
ที่ขับสนุก ด้วยเงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 22,000 บาทเท่านั้น หรือเลือกรับดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 1.79% รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 เครื่องยนต์ 1.6L และเครื่องยนต์ 2.0L
เงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 33,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 0.33% เท่านั้น และสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถปิคอัพสไตล์เก๋งเสริมความภูมิฐาน มาสด้า บีที-50 โปร
ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.99% พร้อมรับฟรีแพ็กเกจค่าบำรุงรักษา 1 ปีเต็ม รถยนต์ประเภทพรีเมี่ยมคาร์ รถสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 และรถสปอร์ตครอสโอเวอร์
สุดหรู มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 อัตราดอกเบี้ยเพียง 2.45% และแถมฟรีแพ็กเกจค่าบำรุงรักษาฟรีนาน 3 ปี พร้อมกันนี้รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นยังแถมฟรีประกันชั้นหนึ่ง


ปทุมธานี – 4 มีนาคม 2556 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมเผยโฉมรถต้นแบบของอีโคคาร์ ซีดาน “มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4” เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย
พร้อมมิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV ร่วมเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2556
ที่อาคารชาเลนเชอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี  

มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการเข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 25 มีนาคม
ถึง 7 เมษายนนี้ว่า ในปีนี้ มิตซูบิชินำรถยนต์เข้าร่วมจัดแสดงทั้งสิ้น 23 คัน โดยได้เตรียมนำรถต้นแบบอีโคคาร์ ซีดาน “มิตซูบิชิ Concept G4 (MITSUBISHI Concept G4)”  
มาร่วมโชว์เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย พร้อม “มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV (MITSUBISHI Concept GR-HEV)”  รถต้นแบบของรถกระบะเจนเนอเรชั่นใหม่
กับการวางเครื่องยนต์ไว้ด้านหน้ารถและขับเคลื่อนล้อหลังแบบFR ด้วยเทคโนโลยีดีเซล-ไฮบริด  ซึ่งจะแสดงในงานเจนีวา มอเตอร์ส โชว์ ครั้งที่ 83 ในต้นเดือนมีนาคมนี้มาร่วมแสดง
เป็นไฮไลท์ของงาน ร่วมกับยนตรกรรมรุ่นต่างๆ ทั้ง มิตซูบิชิ มิราจ รถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากตลาดเมืองไทยซึ่งจะมาพร้อมรุ่นตกแต่งพิเศษ
รวมไปถึง“มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์” ที่มาพร้อมสมรรถนะและความอัจฉริยะในการขับขี่ รวมทั้ง “มิตซูบิชิ ไทรทัน” และ “ปาเจโร สปอร์ต” รุ่นปี 2013 ที่มาพร้อม สมรรถนะที่เป็นเยี่ยม
จากเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2.5 วีจี เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 178 แรงม้า โดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
มาร่วมโชว์ในงาน

alt


MITSUBISHI Concept G4

มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 (Global 4-door sedan) เป็นรถยนต์ต้นแบบของรถเก๋งขนาดเล็กซึ่งมิตซูบิชิมีแผนจะผลิตและจำหน่ายไปทั่วโลก มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 ได้รับการออกแบบ
โดยใช้แนวคิดของความสว่างสดใสของเพชรมาเป็นบรรทัดฐานสำหรับการออกแบบกระจังหน้า รวมไปถึงไฟหน้าและชุดไฟท้าย เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับตัวรถจากหน้าจรดท้าย
อีกทั้งยังมาพร้อมความโดดเด่นของรถยนต์นั่งขนาดเล็กเจนเนอเรชั่นใหม่จากองค์ประกอบดังนี้

การออกแบบส่วนหน้าให้สั้นลงช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่และง่ายต่อการควบคุมสง่างามและได้สัดส่วนจากมุมมองด้านข้างซึ่งให้ความสมดุลย์ระหว่างพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่
กว้างขวางที่สุดในรถระดับเดียวกันกับการการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เส้นสายข้างตัวรถที่ปราดเปรียวจากด้านหน้าไปหลัง มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 ยังให้การประหยัด
น้ำมันสูงสุดในรถระดับเดียวกันซึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างตัวถังแบบ RISE body ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาจากโครงสร้างเหล็กความแข็งแรงสูง High tensile steel การขับเคลื่อน
ด้วยเครื่องยนต์น้ำหนักเบาขนาด 1.2 ลิตร MIVEC พร้อมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ  CVT นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีการลดน้ำหนักของตัวรถ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 สร้างความพึงพอใจ
ในการขับขี่โดยให้ความคล่องตัวและความปราดเปรียวจากน้ำหนักของรถที่เบาลง แต่ยังคงให้ความมั่นใจในการควบคุมและความสะดวกสบายในการขับขี่ อีกทั้งยังให้ความสะดวกสบาย
กับผู้โดยสารด้วยประตูขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออกรวมไปถึงพื้นที่นั่งด้านหลังที่กว้างขึ้น

แม้จะอยู่ในรูปแบบคอนเซปท์คาร์ในตอนนี้ แต่คนไทยจะได้สัมผัสรถยนต์ต้นแบบ Concept G4 เวอร์ชันขายจริง ในฐานะตัวถังซีดาน 4 ประตู ของ Mitsubishi Mirage ในช่วง
ปลายปีนี้ อย่างแน่นอน!

alt

MITSUBISHI Concept GR-HEV

สำหรับ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV เป็นรถต้นแบบของรถกระบะที่ให้ทั้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะในการขับขี่จากระบบดีเซล-ไฮบริดแบบ FR (ที่กำลังอยู่ใน-
ระหว่างการพัฒนา)ในรถกระบะซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดเศรษฐกิจใหม่ จากเครื่องยนต์ดีเซลพลังงานสะอาดที่ให้การประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม
ทำงานร่วมกับมอเตอร์และแบตเตอรี่ที่ให้กำลังสูง ทำให้รถยนต์ระบบไฮบริดพลังงานไฟฟ้า (HEV) ให้ค่าการปล่อยมลพิษต่ำกว่า  149 กรัมต่อกิโลเมตร และทำให้เป็น
รถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุดในรถระดับเดียวกัน สำหรับรถต้นแบบ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV  ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งติดตั้งระบบ Super Select 4WD
ที่มีอยู่ในรุ่นปาเจโร และระบบ Super All Wheel Control (S-AWC) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและให้สมรรถนะสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน

โดย Mitsubishi Concept GR-HEV ถือเป็นรถยนต์ที่ช่วยพรีวิว Mitsubishi Triton โฉมใหม่ ที่ใกล้จะเปิดตัวช่วงปลายปี 2014 เป็นอย่างเร็วที่สุดครับ





บทความ อื่นๆ ...