PR News New Cars in Thailand
กรุงเทพฯ – บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวโซนิค เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์น้ำหนักเบาและประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ขนาด 1.6 ลิตร
รองรับเชื้อเพลิง E85 มอบสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งกว่า พร้อมด้วยการควบคุมอันปราดเปรียวและดีไซน์ที่ล้ำสมัยพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งเป็นความโดดเด่นที่
ทำให้โซนิค ได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมในเซกเมนท์นี้ พรีวิวกับสื่อมวลชนให้ดูกันแล้วเรียบร้อย เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม DoubleTree by Hilton
ย่านสุขุมวิท ก่อนจะออกจำหน่ายจริงในไทยเร็วๆนี้

โซนิค 1.6 ลิตร ยังมาพร้อมสองคุณสมบัติเด่นที่ถือเป็นครั้งแรกในรถระดับนี้ คือการรองรับเชื้อเพลิง E85 และการติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์ Chevrolet MyLink แสดงผลผ่าน
หน้าจอทัชสกรีนขนาดเจ็ดนิ้ว เชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดผ่านสมาร์ทโฟน ถือเป็นระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นล่าสุดของเชฟโรเลต

alt

มร. กุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาด และบริการหลังการขาย ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวภายในงานเปิดตัวโซนิค เวอร์ชั่นใหม่ว่า “นอกจากความสนุกสนาน ทันสมัยและมีสไตล์ เราได้เพิ่มความทรงพลังให้โซนิค เวอร์ชั่นใหม่
เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร E85 ถือเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าที่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูงและพละกำลังที่มากขึ้น โซนิค 1.6 ลิตร E85 แสดงให้เห็นถึงคำมั่นสัญญา ‘Find New Roads’
ของแบรนด์เราอย่างชัดเจน ด้วยการนำเสนอคุณสมบัติเด่นมากมายเป็นครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน

“โซนิค ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศไทย โดยมียอดขายติดอันดับห้าของโลกในไตรมาสแรกของปีนี้ ตามหลังสหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน และเม็กซิโก ผมเชื่อว่า โซนิค 1.6 ลิตร
ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร E85 และระบบมายลิงค์จะประสบความสำเร็จทัดเทียมกับที่ผ่านมา” มร.โคลอซซี กล่าว ซึ่งโซนิคมียอดขายสะสมจนถึงเดือนพฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา
อยู่ที่ 14,858 คัน โดยแบ่งเป็นรุ่นซีดาน 9,732 คัน ที่เหลือเป็นรุ่นแฮทช์แบ็กห้าประตู

โซนิค 1.6 ลิตร มาพร้อมการเติมแต่งรูปลักษณ์อันสะดุดตาหลายส่วน อาทิ สีตัวถังใหม่อย่าง สีส้ม Orange Rock และขาว White Metallic รวมถึงกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว LED
ซึ่งสีสันตัวถังแบบใหม่ที่มีทั้งรุ่นแฮทช์แบ็กและซีดานได้เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้แก่โซนิค พร้อมเน้นย้ำถึงความทันสมัยและเก๋ไก๋ของตัวรถ ขณะที่กรอบไฟหน้ายังคงเป็นแบบเปลือยให้ความโฉบเฉี่ยว
ถ่ายทอดดีไซน์จากมอเตอร์ไบค์สมรรถนะสูง รวมถึงซุ้มล้อที่โดดเด่นและรอยต่อตัวถังที่แน่นหนา โซนิค 1.6 ลิตร ยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมอีกมากกว่า 35 รายการ เพื่อให้ลูกค้า
สามารถปรับแต่งรูปลักษณ์ได้ตามความต้องการ

อุปกรณ์ใหม่ที่มีความสำคัญที่สุดของโซนิค 1.6 ลิตร E85 คือ ระบบเชฟโรเลต มายลิงค์ ซึ่งเป็นระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่ล่าสุดของเชฟโรเลต สามารถเชื่อมต่อการใช้งานของสมาร์ทโฟน
เข้ากับตัวรถได้ โซนิค 1.6 ลิตร E85 จึงสามารถเข้าถึงเนื้อหาออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟน ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลแบบ 3จี ทำให้โซนิคกลายเป็นเหมือน ‘สมาร์ทโฟนโลดแล่น’ ถือเป็นรถรุ่นแรก
ในระดับเดียวกันที่ติดตั้งระบบอินโฟเทนเมนท์อันล้ำสมัยเช่นนี้ เมื่อเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับตัวรถแล้ว ผู้ใช้สามารถรับฟังวิทยุออนไลน์ (streaming audio) ผ่านเครื่องเสียงลำโพงหกตัว
รวมถึงการสั่งงานด้วยเสียง การโทรออกด้วยเสียงและการใช้งานอื่นๆ ระบบนี้จะรวบรวมเนื้อหาจากสมาร์ทโฟนให้แสดงผลขึ้นบนหน้าจอทัชสกรีนสีความละเอียดสูงขนาดเจ็ดนิ้ว ผ่านทางช่องยูเอสบี
และบลูทูธ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าถึงรายการเพลงส่วนตัว การใช้โทรศัพท์ด้วยระบบแฮนด์ฟรี ตลอดจนใช้งานฟังก์ชั่นอื่นๆได้อีกมากมาย

alt

มายลิงค์ ยังทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีหน่วยความจำสูง อย่างเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และไอพอด เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ดังกล่าวผ่านช่องยูเอสบีแล้ว มายลิงค์จะเล่นวีดีโอและภาพที่เก็บอยู่ใน
อุปกรณ์ดังกล่าว มายลิงค์ยังแสดงภาพแบบสไลด์โชว์พร้อมกับเล่นเพลงไปพร้อมกันได้ นอกจากนี้ยังมีพอร์ท AUX สำหรับอุปกรณ์เล่นเพลงส่วนตัวและสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้ใช้ยูเอสบีหรือไม่มี
ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ

ในประเทศไทย โซนิคที่มาพร้อมระบบมายลิงค์จะรองรับสองแอพพลิเคชั่น คือ  TuneIn Internet Radio และ Stitcher Smart Radio แอพพลิเคชั่นเหล่านี้สามารถปรับการใช้งานให้เข้ากับ
ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้หลากหลายรูปแบบ โดยสามารถเลือกฟังสถานีวิทยุกว่า 70,000 สถานีทั่วโลกได้ แอพพลิเคชั่น TuneIn มีสถานีวิทยุในประเทศไทยมากกว่า 135 สถานี พร้อมกับมี
การอัพเดตสถานีโปรดของผู้ใช้ด้วยข้อมูลที่ทันสมัย โซนิค 1.6 ลิตร ยังโดดเด่นด้วยห้องโดยสารแบบดูอัล-ค็อกพิท เอกลักษณ์ของ
เชฟโรเลต มาตรวัดผสมผสานระหว่างดิจิตอลและอนาล็อกโดยมี
ดีไซน์แยกส่วนติดตั้งอยู่บนแผงแดชบอร์ด

โซนิค 1.6 ลิตร E85 ถือเป็นรถเฟล็กซ์ฟิว (Flex-Fuel Vehicle) รุ่นแรกในระดับเดียวกัน มีศักยภาพรองรับเชื้อเพลิงเบนซินปกติ (E0) ไปจนถึงเอทานอล 85 เปอร์เซ็นต์ (E85) นอกจาก
การปรับปรุงชิ้นส่วนและเสริมความแข็งแกร่งของวัสดุเพื่อให้ทนทานต่อเอทานอลแล้ว โซนิค 1.6 ยังใช้ระบบการจัดการเครื่องยนต์ใหม่ที่มีความยืดหยุ่นในการปรับอัตราไหลเวียนเชื้อเพลิง
จังหวะการจุดระเบิดและการจุดล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับเชื้อเพลิงที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็น E10 E20 หรือ E85

alt

เครื่องยนต์บล็อก 4 สูบ ความจุ 1.6 ลิตร ใช้ระบบเพลาลูกเบี้ยวคู่เหนือฝาสูบ (DOHC – Double Overhead Camshafts) 16 วาล์ว ผลิตพละกำลังสูงสุด 115 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 155 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ต่อเนื่อง (DCVC – Double Continuous Variable Camphasing) จึงมีพละกำลังและแรงบิดที่สูงขึ้นในช่วง
รอบเครื่องยนต์กว้าง ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มอัตราความประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลภาวะ

เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร E85 ของโซนิค ถูกพัฒนาให้ตอบสนองการใช้งานของลูกค้าที่ต้องการพละกำลังที่เหนือกว่าแต่ยังคงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพียบพร้อมด้วยระบบ DCVC ตัวแลกเปลี่ยน
ความร้อนน้ำมัน-น้ำ ตัวควบคุมความร้อนแบบวัดความดันในท่อไอดี (MAP – Manifold Absolute Pressure) และท่อไอเสียแบบขึ้นรูปลึกพร้อมตัวกรองไอเสียติดตั้งในตัว เชื่อมต่อกำลังผ่าน
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
 
รถซับคอมแพ็กต์รุ่นล่าสุดของเชฟโรเลต มอบความสดใหม่และทันสมัยสำหรับคนรุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่นวายในเมืองไทยที่มีไลฟ์สไตล์ไม่หยุดนิ่ง อัดแน่นด้วยคุณสมบัติครบครันทั้งสมรรถนะการขับขี่
ที่เฉียบคมและดีไซน์ที่ดุดัน โซนิค 1.6 ลิตร ขึ้นสายการผลิตในประเทศไทย ไม่เพียงออกจำหน่ายในประเทศเท่านั้น หากยังส่งออกไปในอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้ โดยคาดว่าราคาขายจริงในไทย
ไม่น่าจะเกิน 7.59 แสนบาท


กรุงเทพฯ. มินิ Not Normal เปิดตัว MINI Paceman รถรุ่นที่ 7 ของมินิ ซึ่งมีด้วยกัน 3 รุ่น เพื่อตอบโจทย์ทุกรสนิยมของลูกค้า ได้แก่ MINI Cooper Paceman
ศิลปินแห่งท้องถนน MINI Cooper S ALL4 Paceman ศิลปะชิ้นเอกแห่งยนตรกรรม และ MINI Cooper SD ALL4 Paceman พลังแห่งความสร้างสรรค์
คุณจตุพล พุทธวิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “MINI Paceman รุ่นใหม่นี้เป็น Sport Activity Coupe’ ซึ่งเป็นครั้งแรกของโลกในตลาดรถยนต์หรูขนาดเล็กและคอมแพ็ค
และเป็น รุ่นที่ 7 ของตระกูลมินิที่มาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัว และผสมผสานนวัตกรรมแห่งความหรูหรา ดีไซน์ที่ประณีต และความสนุกสนานในการขับขี่ตามสไตล์ของมินิไว้ได้อย่างลงตัว
รวมถึงภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบให้ใช้งานได้อเนกประสงค์ ทำให้ MINI Paceman เป็น "สุดยอดยนตรกรรมสำหรับขับขี่ในเมืองอย่างแท้จริง”

alt

MINI Paceman มาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมินิ ด้วยความหรูหราในสไตล์อังกฤษ 
การออกแบบหลังคาสไตล์คูเป้ที่ลาดลงเล็กน้อยเพิ่มความสวยงาม พร้อมกับไฟท้ายที่ออกแบบ
มาในแนวนอนรับกับกระจกหลังที่ลาดเอียงช่วยเน้นรูปลักษณ์ที่สปอร์ตและโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น 
คิ้วโครเมี่ยมด้านข้างที่รับกับล้ออัลลอยด์อย่างกลมกลืน ให้อารมณ์ของความเป็น MINI Paceman
ได้อย่างชัดเจน โดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์ของรถคูเป้สามประตู ประกอบด้วยประตูหน้าสองประตูและประตูหลังขนาดใหญ่ เบาะหลังสามารถพับเก็บได้เพิ่มพื้นที่ความจุ 330 – 1,080 ลิตร
ภายในห้องโดยสารออกแบบให้เบาะด้านหน้ายกสูงกว่าเบาะด้านหลังเล็กน้อยเพื่อเพิ่มทัศนียภาพที่ชัดเจนและสวยงามขณะขับขี่ พร้อมกับบรรยากาศกว้างขวางของห้องโดยสารด้านหลังที่ออกแบบ
มาในสไตล์เลาจ์นตอบสนองความสะดวกสบายในการเดินทาง

นอกเหนือไปจากการผสานเอกลักษณ์โดดเด่นภายนอกและดีไซน์หรูหราภายในได้อย่างลงตัว MINI Paceman ยังได้นำเทคโนโลยี MINIMALISM เพื่อการขับขี่อย่างประหยัดพลังงานสไตล์มินิ
มาใช้ รวมถึงเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติและพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า

alt 

MINI Paceman มาให้เลือก  3 สไตล์ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว ได้แก่
MINI Cooper Paceman – ศิลปินแห่งท้องถนน
ผลงานศิลปะบนท้องถนน ด้วยเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร พร้อมกับกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที มีอัตราการประหยัดน้ำมันอยู่ที่ 13.8 กิโลเมตรต่อลิตร

MINI Cooper S ALL4 Paceman – ศิลปะชิ้นเอกแห่งยนตรกรรม
รถรุ่นที่มีความเร็วสูง ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ผสมผสานระหว่างความสวยงามและความรวดเร็วอย่างกลมกลืน มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 
4 สูบ 1.6 ลิตร พร้อมเทอร์โบ Twin-Scroll
สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ถึง 184 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที พร้อมกำลังอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 8.2 วินาที โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 13 กม./ลิตร
     
MINI Cooper SD ALL4 Paceman – พลังแห่งความสร้างสรรค์
มาพร้อมกับความยิ่งใหญ่ของสมรรถนะ ด้วยประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ Turbocharger Diesel 2.0 ลิตร มีกำลังสูง 143 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที

รถทุกรุ่นพร้อมจำหน่ายแล้ว ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของมินิ ประเทศไทย ในราคาจำหน่ายสำหรับ MINI Cooper Paceman 2,490,000 บาท,
MINI Cooper S ALL4 Paceman 2,950,000 บาท และ MINI Cooper SD ALL4 Paceman 3,190,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

alt

เพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่เจ้าของรถมินิทุกท่าน มินิ Not Normal ยังได้จัดโปรแกรมบริการหลังการขาย MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งเป็นการดูแลบำรุงรักษารถมินิ
ตลอดระยะเวลา 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร โดยลูกค้าสามารถเลือกขยายระยะเวลาต่อไปอีก 3 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร รวมเป็น 6 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ทั้งนี้
โปรแกรม MSI มาพร้อมกับรถเพื่อให้ลูกค้าที่รับการส่งต่อรถมินิสบายใจกับระยะเวลาบริการที่เหลืออยู่ และช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่รถมินิเมื่อเปลี่ยนเจ้าของอีกด้วย


Mitsubishi Motor ประเทศไทยเริ่มเปิดแนวรุกตลาดรถยนต์นั่งครั้งใหญ่ในปี 2013 กันอีกครั้งด้วย Mitsubishi
Attrage อีโคคาร์ซีดานคันที่ 3 ของตลาดเมืองไทย หลังจากที่เปิดตัว Mitsubishi Mirage อีโคคาร์ตัวถังแฮทช์แบค 5
ประตูที่มาพร้อมกับกลยุทธ์การทำตลาดทุกรูปแบบจนทำให้สามารถผลักดันยอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถอีโคคาร์ท้าย
ตัดได้สำเร็จ จากความสำเร็จในกลยุทธ์ดังกล่าวก็น่าจะเป็นสูตรสำเร็จในการทำตลาดรถรุ่นใหม่ด้วยเช่นกัน

alt


รายละเอียดในเบื้องต้นของ Mitsubishi Attrage ก็ยังคงพึ่งพิงงานวิศวกรรมหลัก ๆ จาก Mitsubishi Mirage อยู่เช่น
เคย ด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 1.2 ลิตร แบบ 3 สูบ DOHC MIVEC 12 Valve รองรับทั้งเบนซิน 91 และ 95 แก๊สโซฮอล์ 91,
95 และ E20 และตั้งเป้าให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร (ผลการทดสอบในห้องปฏิบัติการตาม
มาตรฐานยุโรป UNECE Reg.101 Rev.01 Combine Mode) มาพร้อมระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และระบบเกียร์
อัตโนมัติ CVT 6 จังหวะ พร้อม Sportronic และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะ INVECS-III เพิ่มประสิทธิภาพการ
ขับเคลื่อนและให้การประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น

จุดขายสำคัญของ Mitsubishi Attrage คงหนีไม่พ้นด้านโครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งด้วยเหล็กชนิดพิเศษ
“High Tensile Steel” รวมทั้งกรรมวิธีในการลดน้ำหนักตัวถังลงไปและออกแบบตัวรถตามหลักอากาศพลศาสตร์จนทำ
ให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียงแค่ 0.29 เท่านั้น



มิติตัวถังของ Mitsubishi Attrage ใกล้เคียงกับ Toyota Vios เจเนเรชั่นที่แล้วอย่างมาก (แต่เล็กกว่าคู่แข่งอย่าง
Nissan Almera แต่ก็ใหญ่กว่า Honda Brio Amaze อย่างเห็นชัด)ด้วยความยาว 4,245 มม. กว้าง 1,670 มม. ศูง
1,510 มม. มีความยาวฐานล้อ 2,550 มม. เท่ากับ Toyota Vios ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่

ออพชั่น Mitsubishi Attrage ทุกรุ่นย่อยจะติดตั้งกระจกไฟฟ้า,, กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า, กุญแจรีโมต, ที่ท้าว
แขนเบาะหลังพร้อมหลุมวางแก้วน้ำ, เครื่องเล่น CD/MP3 พร้อมช่องต่อ AUX, มาตรวัด Combine Meter แสดงผล
ความประหยัดน้ำมันได้, ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและ ABS/EBD

หากขยับเป็นรุ่น GLS ก็จะได้ไฟตัดหมอกหน้า, ล้ออัลลอย 15 นิ้ว, ไฟเลี้ยว LED, มือจับประตูด้านในโครเมี่ยม, แผงบังแดด
พร้อมกระจกแต่งหน้า, แอร์อัตโนมัติ, กุญแจ KOS, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์, ถุงลมคู่หน้า

รุ่น GLS Limited จัดเต็มจนรถคอมแพคท์บางรุ่นมีอายม้วน!! เริ่มจากเบาะหนังสีเบจ, พวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งสีเงิน,
กล้องมองหลัง, ระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย, ระบบนำทางในรถยนต์, Bluetooth, เครื่องเสียงรองรับ DVD






โดยสรุป Mitsubishi สามารถดักคู่แข่งตัวฉกาจทั้ง Nissan Almera และ Honda Brio Amaze ด้วยความลงตัวของ
แพจเกจรถและออพชั่น โดยเฉพาะด้านออพชั่นที่นำเสนอความคุ้มค่าเกินหน้าเกินตากว่าคู่แข่ง

โปรโมชั่น Mitsubishi Attrage สำหรับลูกค้าที่จอง 9,000 คันแรกจะได้รับส่วนลดเงินคืน 10,000 บาท และประกันภัย
ชั้น 1 Diamon Protection

มิตซูบิชิ พร้อมผลิตอีโคคาร์ ซีดาน เคาะชื่อ มิตซูบิชิ “แอททราจ”

ปทุมธานี – 21 พฤษภาคม 2556, มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศพร้อมผลิตรถยนต์รถอีโค คาร์ ซีดาน
ณ โรงงานงานใหม่ แห่งที่ 3 ใช้ชื่อรุ่นมิตซูบิชิ “แอททราจ” หลังได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ

มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ภายใต้โครงการโกลบอล
สมอลล์ของมิตซูบิชิ หรืออีโคคาร์ ซีดาน สำหรับตลาดในเมืองไทยว่า ภายหลังจากได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ จะเริ่มการผลิตรถรุ่นดังกล่าว ณ โรงงานใหม่แห่งที่ 3 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี
ในชื่อรุ่น มิตซูบิชิ “แอททราจ”

alt


สำหรับชื่อรุ่น “ แอททราจ (ATTRAGE) ” มาจากคำภาษาอังกฤษ ว่า Attractive (อ่านว่า แอทแทรคทีฟ หมายถึงความมีสเน่ห์ ดึงดูดใจ)
เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า “แอททราจ” เป็นรถยนต์นั่งที่จะสามารถดึงดูดใจผู้ใช้รถกลุ่มต่างๆ จากคุณสมบัติหลัก 3 ประการ คือ ประหยัดน้ำมันสูงสุด
คล่องตัวในการขับขี่ และ ห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย

“แอททราจ” มาพร้อมความโดดเด่นเหนือรถอีโค คาร์ ซีดานทั่วไป ด้วยการออกแบบตัวถังตามหลักอากาศพลศาสตร์
และการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตัวถังจากโครงสร้างเหล็กความแข็งแรงสูง High tensile steel
ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่ให้ความแข็งแกร่งสูงกว่าเหล็กทั่วไปจึงทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันสูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร
อีกทั้งยังให้ความคล่องตัวในการขับขี่จากรัศมีวงเลี้ยวที่แคบสุดเพียง 4.8 เมตร นอกจากนี้ “แอททราจ”
ยังได้รับการออกแบบให้มีห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายด้วยห้องโดยสารที่สูงกว่ารถในระดับเดียวกัน
พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งนี้ภายหลังจากการประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการแนะนำมิราจเมื่อปีที่ผ่านมา “แอททราจ”
จะเป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับสายผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย
ซึ่งผมเชื่อว่ารถรุ่นดังกล่าวจะสร้างความพึงพอใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี” มร.มูราฮาชิ กล่าว


บริษัทฯ มีกำหนดแนะนำ มิตซูบิชิ “แอททราจ” อย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในเมืองไทยในเดือนกรกฎาคมนี้
รวมทั้งมีแผนจะส่งออกไปจำหน่ายยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกในลำดับต่อไป

 
กรุงเทพฯ - บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยึดพื้นที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เนรมิต “Star Dome” เปิดตัวยนตรกรรมหรูรุ่นใหม่ล่าสุด The new CLA-Class
รถยนต์สปอร์ตคูเป้สี่ประตู ซึ่งนับเป็นการเปิดเซ็กเม้นต์ใหม่ขนาดกลางของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยรูปโฉมที่ได้รับอิทธิพลโดยรวมมาจากรุ่น CLS  เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLA ใหม่นี้
ได้พัฒนาเข้าสู่สายการผลิตซึ่งมาจากรถยนต์ต้นแบบ Concept Style Coupé โดยได้รับการดีไซน์โฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตแบบ Avant-garde พร้อมความพริ้วไหวของลายเส้นด้านข้าง
ภายใต้การออกแบบใหม่หมดตั้งแต่หน้าจรดท้าย ทำให้ CLA-Class เปิดตัวด้วยความสปอร์ตและปราดเปรียว พร้อมดึงดูดลูกค้าเจเนอเรชั่นใหม่ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย
ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือค่า Cd ที่ต่ำเพียง 0.22 นับเป็นระดับของความลู่ลมในรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก CLA ใหม่พร้อมเปิดให้จองได้ในราคา 2,640,000 บาท
ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

alt
 
The new CLA-Class เป็นการสร้างปฐมบทใหม่ให้แก่วงการยานยนต์ ด้วยนวัตกรรมการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ล้ำสมัยในสไตล์คูเป้สี่ประตูที่ไม่เหมือนใคร โดยมิติของตัวรถมีความยาว
4,630 มม. ความกว้าง 1,777 มม. และความสูง 1,432 มม. ที่สามารถสร้างความแตกต่างอันโดดเด่น ด้วยการผสมผสานกันระหว่างความเร้าใจแบบสปอร์ตและความปราดเปรียว
โดยตัวถังของ CLA จะดีไซน์เป็นส่วนโค้งและส่วนเว้าเข้ากันได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า พื้นที่ด้านข้าง และกระจังหน้าแบบ diamond grille พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์  
ชุดโคมไฟหน้าแบบไบซีนอน (bi-xenon) พร้อมระบบฉีดน้ำทำความสะอาด และไฟ daytime สำหรับการขับขี่เวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้า นอกจากนี้ลายเส้นด้านข้างสามแนว
ได้รับการออกแบบและสอดรับกันอย่างพิถีพิถัน ความพริ้วไหวบนลายเส้นทั้งแนวเส้นโค้งและเส้นเว้าตลอดแนวด้านข้าง ก่อให้เกิดมิติบนพื้นผิวตัวถังและดูปราดเปรียว นอกจากนั้นยังมีหลังคาซันรูฟ
แบบพาโนรามิค รวมทั้งยังตกแต่งด้วยชุดแต่งแบบสปอร์ต AMG (กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง), กันชนท้ายแบบสปอร์ต พร้อมตกแต่งชายล่างของกันชนสีเดียวกับตัวรถ, ปลายท่อไอเสียเสริม
โครเมียม 2 ท่อ ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
และความน่าหลงใหลให้กับรถยนต์คันนี้มากยิ่งขึ้น

การตกแต่งภายในห้องโดยสารของ The new CLA-Class เน้นความเป็นสปอร์ต และล้ำสมัย ตั้งแต่มาตรวัดค่าแบบสปอร์ตทรงกลมสองวงตกแต่งพื้นหลังด้วยสีเงินและก้านบอกตำแหน่งสีแดง
แบ่งเป็นมาตรวัดความเร็วที่ออกแบบภายในให้มีมาตรวัดปริมาณเชื้อเพลิงวงเล็กซ้อนไว้อย่างสวยงาม อีกวงเป็นมาตรวัดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ภายในเป็นมาตรวัดอุณหภูมิคั่นกลาง
ด้วยทริปมิเตอร์แสดงค่าอย่างละเอียด แผงคอนโซลด้านหน้าประกอบไปด้วย ช่องปรับอากาศ 5 ช่องแบบโครเมียม การตกแต่งเลือกใช้วัสดุชั้นดี คุณภาพสูง และออกแบบวัสดุที่ใช้ตกแต่งให้เข้ากัน
ได้อย่างลงตัว เบาะนั่งแบบสปอร์ตให้ความกระชับกับสรีระทุกการควบคุม หุ้มด้วยหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แผงประตูบุด้วย DINAMICA
microfibre สีดำ  พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต 3 ก้านตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พรมรองพื้นสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง The new CLA-Class ติดตั้งเครื่องเล่นวิทยุแบบ Audio 20
พร้อมเครื่องเล่นซีดี และช่องเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิงทั้ง Aux-in และ USB บริเวณคอนโซลกลาง เพื่อให้ความเพลิดเพลินขณะขับขี่ รวมทั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านบลูทูธ เพื่อให้
ความสะดวกสบายในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น
 
เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLA-Class โฉมใหม่นี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยต่างๆ ตลอดจนอุปกรณ์แบบครบครันที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด
ไม่ว่าจะเป็น กระจกส่องหลังลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถ
รักษาทิศทางและการทรงตัวของรถได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์คับขัน ระบบช่วยเบรก BAS (Brake Assist) ที่จะทำงานร่วมกับระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวและการยึดเกาะถนนให้อยู่ใน
ระดับสูงสุด ระบบรักษาความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าโดย
ไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ตลอดเวลา

alt

CLA 250 AMG Sport ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี ขุมพลัง 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที ให้แรงบิด
สูงสุดที่ 350 นิวตันเมตรที่ 1,200 – 4,000 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่
16.13-16.39 กม./ลิตร เครื่องยนต์มาพร้อมฟังก์ชัน ECO Start/Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น และมีระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย แบบ 7G-DCT(Dual Clutch Transmission)
พร้อมกับระบบ direct-steer system ที่พวงมาลัยจะปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ซึ่งจะช่วยทำให้การควบคุมทิศทางรถเป็นไปอย่างเที่ยงตรงแม่นยำพร้อมตอบสนองอย่างฉับไวไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้ง
หรือหักหลบอย่างกะทันหัน ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมกเฟอร์สัน ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ และมีระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต ทำให้การขับขี่เร้าใจและสนุกมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล

alt

นับว่าเป็นการเปิดศักราชซีดานระดับหรูระดับ 211 แรงม้า พร้อมป้ายราคาอันยั่วยวนใจจริงๆ ต้องยอมรับว่าการเปิดตัว The New CLA-Class ครั้งนี้ ต้องทำให้คู่แข่งระดับพรีเมี่ยมคอมแพคท์
ต้องร้อนๆหนาวๆกันเป็นอย่างแน่


บทความ อื่นๆ ...