PR News New Cars in Thailand
มิตซูบิชิ พร้อมผลิตอีโคคาร์ ซีดาน เคาะชื่อ มิตซูบิชิ “แอททราจ”

ปทุมธานี – 21 พฤษภาคม 2556, มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศพร้อมผลิตรถยนต์รถอีโค คาร์ ซีดาน
ณ โรงงานงานใหม่ แห่งที่ 3 ใช้ชื่อรุ่นมิตซูบิชิ “แอททราจ” หลังได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ

มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการแนะนำรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ภายใต้โครงการโกลบอล
สมอลล์ของมิตซูบิชิ หรืออีโคคาร์ ซีดาน สำหรับตลาดในเมืองไทยว่า ภายหลังจากได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ จะเริ่มการผลิตรถรุ่นดังกล่าว ณ โรงงานใหม่แห่งที่ 3 ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ณ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี
ในชื่อรุ่น มิตซูบิชิ “แอททราจ”

alt


สำหรับชื่อรุ่น “ แอททราจ (ATTRAGE) ” มาจากคำภาษาอังกฤษ ว่า Attractive (อ่านว่า แอทแทรคทีฟ หมายถึงความมีสเน่ห์ ดึงดูดใจ)
เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า “แอททราจ” เป็นรถยนต์นั่งที่จะสามารถดึงดูดใจผู้ใช้รถกลุ่มต่างๆ จากคุณสมบัติหลัก 3 ประการ คือ ประหยัดน้ำมันสูงสุด
คล่องตัวในการขับขี่ และ ห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย

“แอททราจ” มาพร้อมความโดดเด่นเหนือรถอีโค คาร์ ซีดานทั่วไป ด้วยการออกแบบตัวถังตามหลักอากาศพลศาสตร์
และการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตัวถังจากโครงสร้างเหล็กความแข็งแรงสูง High tensile steel
ซึ่งมีน้ำหนักเบาแต่ให้ความแข็งแกร่งสูงกว่าเหล็กทั่วไปจึงทำให้มีอัตราการบริโภคน้ำมันสูงสุดถึง 22 กิโลเมตรต่อลิตร
อีกทั้งยังให้ความคล่องตัวในการขับขี่จากรัศมีวงเลี้ยวที่แคบสุดเพียง 4.8 เมตร นอกจากนี้ “แอททราจ”
ยังได้รับการออกแบบให้มีห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบายด้วยห้องโดยสารที่สูงกว่ารถในระดับเดียวกัน
พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งนี้ภายหลังจากการประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการแนะนำมิราจเมื่อปีที่ผ่านมา “แอททราจ”
จะเป็นยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับสายผลิตภัณฑ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย
ซึ่งผมเชื่อว่ารถรุ่นดังกล่าวจะสร้างความพึงพอใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี” มร.มูราฮาชิ กล่าว


บริษัทฯ มีกำหนดแนะนำ มิตซูบิชิ “แอททราจ” อย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในเมืองไทยในเดือนกรกฎาคมนี้
รวมทั้งมีแผนจะส่งออกไปจำหน่ายยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกในลำดับต่อไป

 
กรุงเทพฯ - บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยึดพื้นที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เนรมิต “Star Dome” เปิดตัวยนตรกรรมหรูรุ่นใหม่ล่าสุด The new CLA-Class
รถยนต์สปอร์ตคูเป้สี่ประตู ซึ่งนับเป็นการเปิดเซ็กเม้นต์ใหม่ขนาดกลางของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยรูปโฉมที่ได้รับอิทธิพลโดยรวมมาจากรุ่น CLS  เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLA ใหม่นี้
ได้พัฒนาเข้าสู่สายการผลิตซึ่งมาจากรถยนต์ต้นแบบ Concept Style Coupé โดยได้รับการดีไซน์โฉบเฉี่ยวในสไตล์สปอร์ตแบบ Avant-garde พร้อมความพริ้วไหวของลายเส้นด้านข้าง
ภายใต้การออกแบบใหม่หมดตั้งแต่หน้าจรดท้าย ทำให้ CLA-Class เปิดตัวด้วยความสปอร์ตและปราดเปรียว พร้อมดึงดูดลูกค้าเจเนอเรชั่นใหม่ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วย
ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือค่า Cd ที่ต่ำเพียง 0.22 นับเป็นระดับของความลู่ลมในรถยนต์ที่ดีที่สุดในโลก CLA ใหม่พร้อมเปิดให้จองได้ในราคา 2,640,000 บาท
ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

alt
 
The new CLA-Class เป็นการสร้างปฐมบทใหม่ให้แก่วงการยานยนต์ ด้วยนวัตกรรมการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ล้ำสมัยในสไตล์คูเป้สี่ประตูที่ไม่เหมือนใคร โดยมิติของตัวรถมีความยาว
4,630 มม. ความกว้าง 1,777 มม. และความสูง 1,432 มม. ที่สามารถสร้างความแตกต่างอันโดดเด่น ด้วยการผสมผสานกันระหว่างความเร้าใจแบบสปอร์ตและความปราดเปรียว
โดยตัวถังของ CLA จะดีไซน์เป็นส่วนโค้งและส่วนเว้าเข้ากันได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่ฝากระโปรงหน้า พื้นที่ด้านข้าง และกระจังหน้าแบบ diamond grille พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์  
ชุดโคมไฟหน้าแบบไบซีนอน (bi-xenon) พร้อมระบบฉีดน้ำทำความสะอาด และไฟ daytime สำหรับการขับขี่เวลากลางวันแบบ LED ในกรอบไฟหน้า นอกจากนี้ลายเส้นด้านข้างสามแนว
ได้รับการออกแบบและสอดรับกันอย่างพิถีพิถัน ความพริ้วไหวบนลายเส้นทั้งแนวเส้นโค้งและเส้นเว้าตลอดแนวด้านข้าง ก่อให้เกิดมิติบนพื้นผิวตัวถังและดูปราดเปรียว นอกจากนั้นยังมีหลังคาซันรูฟ
แบบพาโนรามิค รวมทั้งยังตกแต่งด้วยชุดแต่งแบบสปอร์ต AMG (กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง), กันชนท้ายแบบสปอร์ต พร้อมตกแต่งชายล่างของกันชนสีเดียวกับตัวรถ, ปลายท่อไอเสียเสริม
โครเมียม 2 ท่อ ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ
และความน่าหลงใหลให้กับรถยนต์คันนี้มากยิ่งขึ้น

การตกแต่งภายในห้องโดยสารของ The new CLA-Class เน้นความเป็นสปอร์ต และล้ำสมัย ตั้งแต่มาตรวัดค่าแบบสปอร์ตทรงกลมสองวงตกแต่งพื้นหลังด้วยสีเงินและก้านบอกตำแหน่งสีแดง
แบ่งเป็นมาตรวัดความเร็วที่ออกแบบภายในให้มีมาตรวัดปริมาณเชื้อเพลิงวงเล็กซ้อนไว้อย่างสวยงาม อีกวงเป็นมาตรวัดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ภายในเป็นมาตรวัดอุณหภูมิคั่นกลาง
ด้วยทริปมิเตอร์แสดงค่าอย่างละเอียด แผงคอนโซลด้านหน้าประกอบไปด้วย ช่องปรับอากาศ 5 ช่องแบบโครเมียม การตกแต่งเลือกใช้วัสดุชั้นดี คุณภาพสูง และออกแบบวัสดุที่ใช้ตกแต่งให้เข้ากัน
ได้อย่างลงตัว เบาะนั่งแบบสปอร์ตให้ความกระชับกับสรีระทุกการควบคุม หุ้มด้วยหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง แผงประตูบุด้วย DINAMICA
microfibre สีดำ  พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต 3 ก้านตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พรมรองพื้นสีดำแบบสปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง The new CLA-Class ติดตั้งเครื่องเล่นวิทยุแบบ Audio 20
พร้อมเครื่องเล่นซีดี และช่องเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิงทั้ง Aux-in และ USB บริเวณคอนโซลกลาง เพื่อให้ความเพลิดเพลินขณะขับขี่ รวมทั้งระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ผ่านบลูทูธ เพื่อให้
ความสะดวกสบายในการสื่อสารมากยิ่งขึ้น
 
เมอร์เซเดส-เบนซ์ CLA-Class โฉมใหม่นี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยต่างๆ ตลอดจนอุปกรณ์แบบครบครันที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความปลอดภัยสูงสุด
ไม่ว่าจะเป็น กระจกส่องหลังลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP (Electronic Stability Program) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถ
รักษาทิศทางและการทรงตัวของรถได้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์คับขัน ระบบช่วยเบรก BAS (Brake Assist) ที่จะทำงานร่วมกับระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)
ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control) ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวและการยึดเกาะถนนให้อยู่ใน
ระดับสูงสุด ระบบรักษาความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวไปข้างหน้าโดย
ไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้ตลอดเวลา

alt

CLA 250 AMG Sport ใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี ขุมพลัง 155 กิโลวัตต์/211 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที ให้แรงบิด
สูงสุดที่ 350 นิวตันเมตรที่ 1,200 – 4,000 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายในระยะเวลา 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันโดยเฉลี่ยอยู่ที่
16.13-16.39 กม./ลิตร เครื่องยนต์มาพร้อมฟังก์ชัน ECO Start/Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น และมีระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย แบบ 7G-DCT(Dual Clutch Transmission)
พร้อมกับระบบ direct-steer system ที่พวงมาลัยจะปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ ซึ่งจะช่วยทำให้การควบคุมทิศทางรถเป็นไปอย่างเที่ยงตรงแม่นยำพร้อมตอบสนองอย่างฉับไวไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้ง
หรือหักหลบอย่างกะทันหัน ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมกเฟอร์สัน ด้านหลังแบบมัลติลิงค์ และมีระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ต ทำให้การขับขี่เร้าใจและสนุกมากยิ่งขึ้นแต่ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล

alt

นับว่าเป็นการเปิดศักราชซีดานระดับหรูระดับ 211 แรงม้า พร้อมป้ายราคาอันยั่วยวนใจจริงๆ ต้องยอมรับว่าการเปิดตัว The New CLA-Class ครั้งนี้ ต้องทำให้คู่แข่งระดับพรีเมี่ยมคอมแพคท์
ต้องร้อนๆหนาวๆกันเป็นอย่างแน่


กรุงเทพฯ. - บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว เคย์แมน (Cayman)
เจเนอเรชั่นที่ 3 ใหม่ล่าสุด อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2013 ที่ผ่านมา ณ งานมหกรรมยานยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2013
ซึ่งงานนี้จะถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มี.ค. - 7 เม.ย. 2556 โดยถือว่าเป็นการเปิดตัวหลังจาก เคย์แมน (Cayman) คันนี้ เผยโฉมครั้งแรกของโลกที่งาน the Los Angeles Auto Show

alt

ภายในงานท่านจะมีโอกาสได้สัมผัสสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก อย่างใกล้ชิดอีกมากมาย ประกอบด้วย ปอร์เช่ เคย์แมน เอส ใหม่ (New Cayman S), บ็อกซ์เตอร์ (Boxster),
911 คาร์เรร่า 4 (911 Carrera 4), 911 คาร์เรร่า (911 Carrera), 911 คาร์เรร่า เอส คาบริโอเลต (911 Carrera S Cabriolet), พานาเมร่า เอส ไฮบริด (Panamera S Hybrid),
คาเยนน์ เอส ไฮบริด (Cayenne S Hybrid)

“เอเอเอสฯ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์ บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2013 ครั้งที่ 34 นี้ และเราขอต้อนรับทุกท่านเข้าชมรถยนต์ปอร์เช่
พร้อมรับข้อเสนอพิเศษต่างๆ มากมายภายในงานนี้” คุณวินธร บุนนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าว

เคย์แมน (Cayman) เจเนอเรชั่นที่ 3 ใหม่ล่าสุดคันนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่หมดทั้งคัน ตัวรถต่ำกว่าและยาวกว่าเดิม เบาขึ้นและรวดเร็วมากขึ้น อีกทั้งเครื่องยนต์ยังเต็มไป
ด้วยพละกำลังและเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างเต็มพิกัดอีกด้วย ฐานล้อได้รับการขยายให้กว้างขึ้น ตัวรถมีความกว้างขึ้น และล้อมีขนาดใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่
รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางได้มากขึ้น และถือได้ว่าดีที่สุดในคลาสรถแบบเดียวกันเลย ตัวรถของรถสปอร์ตสองที่นั่งใหม่ล่าสุดคันนี้ได้รับการออกแบบโดยเน้นเรื่องของนวัตกรรมการใช้
วัสดุที่มีน้ำหนักเบา ส่งผลให้เคย์แมน (Cayman) ใหม่ล่าสุดคันนี้เบากว่าเดิมถึง 30 กก. ซึ่งขึ้นอยู่กับรุ่นและอุปกรณ์ที่ติดตั้งเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน ไม่เพียงเท่านี้รถคันนี้ยังประหยัดน้ำมัน
เชื้อเพลิงมากกว่ารุ่นเดิมถึง 15% เลยทีเดียว

alt

รถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลาง 2 ที่นั่งเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดคันนี้จะ เปิดตัวถึง 2 รุ่นหรือเวอร์ชั่นด้วยกัน นั่นคือรุ่น เคย์แมน (Cayman) และเคย์แมน เอส (Cayman S)
รุ่นเคย์แมน (Cayman) หรือรุ่นธรรมดาจะมีขนาดเครื่องยนต์ 2.7 ลิตร และผลิตกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 275 แรงม้า (202 กิโลวัตต์) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม.
ทำได้ในเวลาเพียงแค่ 5.4 วินาทีเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาด้วย) ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 266 กม./ชม. อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำแค่เพียง 7.7 ลิตร/100 กม.
และ 8.2 ลิตร/100 กม. ขึ้นอยู่กับระบบส่งกำลังหรือระบบเกียร์ที่ติดตั้งมา สำหรับรุ่นเคย์แมน เอส (Cayman S) นั้นมีขนาดเครื่องยนต์ 3.4 ลิตร และผลิตกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง
325 แรงม้า (239 กิโลวัตต์) อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียงแค่ 4.7 วินาทีเท่านั้น (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ที่ติดตั้งมาด้วย) ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 283 กม./ชม.
อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำแค่เพียง 8.0 ลิตร/100 กม. และ 8.8 ลิตร/100 กม. ขึ้นอยู่กับระบบส่งกำลังหรือระบบเกียร์ที่ติดตั้งมา

ทั้งสองรุ่นจะติดตั้งระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะมาด้วย และสามารถเลือกติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ Porsche Doppelkupplungsgetriebe (PDK) 7 จังหวะเป็นอุปกรณ์เสริม
ได้หากต้องการ ซึ่งหากติดตั้งระบบเกียร์ PDK มาด้วยแล้วจะทำให้รถมีกำลังเครื่องยนต์ที่เร็วขึ้นและประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากกว่า

alt

โดย AAS Auto Service จะเริ่มการจำหน่าย ปอร์เช่ เคย์แมน (Cayman) ใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


กรุงเทพฯ, 27 มีนาคม 2013 - บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส จำกัด เปิดตัวรถยนต์รุ่นโกสต์ อาร์ต เดคโค คันแรกที่จะขายในประเทศไทย ณ งาน บางกอก
อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34  ยนตกรรมหรูที่งดงามคันนี้สะท้อนถึงคุณลักษณะและการลงรายละเอียดของบริการสั่งทำพิเศษ และเป็นหนึ่งในรถยนต์อาร์ต เดคโค
ลิมิเตด เอดิชั่น ซึ่งมีเพียง 35 คันทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์โรลส์-รอยซ์อีก 3 รุ่นที่เป็นผลงานอันโดดเด่นของตราสินค้า (แบรนด์) ได้แก่ แฟนธอม แฟนธอมรุ่นขยายฐานล้อ และโกสต์รุ่นขยายฐานล้อ
ได้ถูกนำมาจัดแสดงโดยโรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก (บริษัท มิลเลียนแนร์ ออโต้ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด) ผู้จำหน่ายรถยนต์โรลส์-รอยซ์
อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยหลังการเปิดตัวโชว์รูมโรลส์-รอยซ์แห่งแรกในประเทศไทยบนถนนพระราม 3 ที่ผ่านมา โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก
จะเปิดโรลส์-รอยซ์บูติคในศูนย์การค้าสยามพารากอนภายในปีนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าของโรลส์-รอยซ์ในการชมและสั่งทำรถยนต์เฉพาะบุคคล

alt

มร.เฮอร์ฟรีด ฮัสนัล ผู้จัดการทั่วไปตลาดใหม่ประจำภาคพื้นเอเซีย บริษัท โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่จะนำเสนอรถยนต์รุ่นลิมิเตด
เอดิชั่นเป็นครั้งแรกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ รถยนต์โรลส์-รอยซ์ของเราเป็นสุดยอดแห่งยนตรกรรมแบบสั่งทำพิเศษเฉพาะบุคคล และด้วย
การออกแบบในสไตล์อาร์ต เดคโค ซึ่งสะท้อนให้เห็นศิลปวัฒนธรรมของไทยและในภูมิภาคเอเซีย รถยนต์อาร์ต เดคโค เป็นเครื่องหมายของความสามารถของ
บริการสั่งทำพิเศษเฉพาะบุคคลที่ไร้ข้อจำกัดเมื่อคุณสั่งซื้อรถยนต์โรลส์-รอยซ์ เรามีความภาคภูมิใจที่จะจัดแสดงรถยนต์คันนี้ภายในงานแสดงยานยนต์ที่โด่งดัง
ที่สุดงานหนึ่งในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้”

“ด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้นในบริการสั่งทำพิเศษของโรลส์-รอยซ์ และการเปิดตัวของรถยนต์รุ่นเรธเมื่อไม่นานมานี้  เราหวังว่าจะได้รับการตอบรับและมีความต้องการ
ที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์โรลส์-รอยซ์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง” มร. ฮัสนัล กล่าวเสริม

นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก กล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาที่น่ายินดีของบริษัทฯ เมื่อเราก้าวเข้าสู่ปีที่สองของ
การดำเนินงานในฐานะผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของรถยนต์โรลส์-รอยซ์ในกรุงเทพฯ  เรายังคงไว้ซึ่งคุณภาพของการบริการเพื่อตอบสนองต่อการคาดหวังในด้านมาตรฐาน
ของแบรนด์ รถยนต์อาร์ต เดคโคจึงเป็นทางหนึ่งที่แสดงถึงความสามารถในการให้บริการสั่งทำพิเศษเฉพาะบุคคลของโรลส์-รอยซ์ เพื่อสร้างสรรค์ยนตกรรมที่มีเอกลักษณ์
เฉพาะตัวให้แก่ลูกค้าของเรา”
 
รถยนต์อาร์ต เดคโค คอลเลคชั่น ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกระแสความเคลื่อนไหวในศิลปะด้านการออกแบบแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นการระลึกถึงงานนิทรรศการ
ในกรุงปารีส ปีค.ศ. 1925 หรือที่ชื่องาน Exposition Internationale des Arts Décoratifs et Industriels Modernes ซึ่งเป็นสถานที่ให้กำเนิดชื่อศิลปะ
ด้านการออกแบบในแนวอาร์ต เดคโค  

“อาร์ต เดคโค” เป็นสไตล์แห่งศิลปะที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างลวดลายกระจกแก้วคริสตัลอันล้ำสมัยที่สื่อถึงความคลาสสิกของกรีก และโบราณวัตถุของอียิปต์
กับยุคแห่งเครื่องจักรกล และการปรับรูปลักษณ์ยานยนต์ให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งมีอิทธิพลต่องานออกแบบแขนงต่างๆ อาทิ สถาปัตยกรรม การออกแบบยานยนต์ การตลาด
งานเซรามิคและการผลิตเฟอร์นิเจอร์

อาร์ต เดคโค ในประเทศไทยมีให้เห็นทั่วไปโดยรอบ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ  ที่มีสถานที่และอาคารที่ได้รับอิทธิพลด้านการออกแบบจากอาร์ต เดคโคที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย
ได้แก่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และโรงละครศาลาเฉลิมกรุง เป็นต้น


กรุงเทพฯ - บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับพรีเมี่ยมอีกครั้งในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
ครั้งที่ 34 ซึ่งในงานนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด BMW ActiveHybrid จะมีให้เลือกมากถึง 8 รุ่นด้วยกัน รวมรุ่นพิเศษที่มาพร้อม
ชุดแต่ง M Sport  นอกจากนี้แล้ว ทุกรุ่นของ BMW ActiveHybrid มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ที่ได้รับรางวัล “Engine of the year” ถึง 2 ปีซ้อน
นอกจากนี้ มินิ ประเทศไทยยังได้เปิดตัว MINI Paceman เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นมินิรุ่นที่ 7 ที่มาพร้อมกับรูปแบบของ Sport Activity Coupe

alt

BMW ActiveHybrid 3 (ราคา 4,199,000 บาท)

BMW ActiveHybrid 3 M Sport (ราคา 4,399,000 บาท)
BMW ActiveHybrid 3 M Sport (ราคา 4,499,000 บาท) พร้อมล้ออัลลอยขนาด 19” และ ช่วงล่าง M แบบปรับตั้งได้

จัดเป็น full hybrid รุ่นแรกของโลกในกลุ่มของรถสปอร์ตคอมแพ็คซีดานระดับหรู เทคโนโลยี hybrid อัจฉริยะ พร้อมประสิทธิภาพแห่งการประหยัด แต่คงไว้ซึ่งขุมกำลังอัน
เต็มเปี่ยม ที่ประกอบไปด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า, เครื่องยนต์เบนซิน BMW TwinPower Turbo 6 สูบ, และแบตเตอร์รี่ลิเทียมไอออน ประสิทธิภาพสูง พละกำลังแห่งการขับเคลื่อนถึง
340 แรงม้าโดยรวมทั้งหมดและมีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 4 กิโลเมตร ด้วยความเร็วที่ต่ำกว่า 60 กม./ชม.
พื้นที่เก็บสัมภาระด้วยท้ายถูกออกแบบมาเพื่อเก็บแบตเตอรรี่ลิเทียมไอออนไว้อย่างมิดชิด

alt

BMW ActiveHybrid 5 (ราคา 5,399,000 บาท)
BMW ActiveHybrid 5 M Sport (ราคา 5,599,000 บาท)

เปี่ยมด้วยความสมดุลย์ของขุมกำลังที่ 340 แรงม้า และระดับการปล่อย CO2 เพียง 149 กรัม/กม. สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 4 กิโลเมตร ด้วยความเร็ว
ที่ต่ำกว่า 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อม Coasting mode ตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ ได้จนถึงขีดความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. ระบบบริหารการใช้พลังงานอย่าง
ชาญฉลาด intelligent energy management และ E-boost function ช่วยเพิ่มอัตราการเร่งได้อย่างคล่องตัว

alt

BMW ActiveHybrid 7 L (ราคา 8,299,000 บาท)

BMW ActiveHybrid 7 L M Sport (ราคา 8,899,000 บาท)
BMW ActiveHybrid 7 L Highline (ราคา 8,999,000 บาท)

บีเอ็มดับเบิลยู ActiveHybrid 7 L สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลถึง 4 กิโลเมตร ด้วยความเร็วที่ต่ำกว่า 60 กม./ชม. มอเตอร์ไฟฟ้าสั่งงานฟังก์ชั่น Boost
เมื่อต้องการพลังงานสำหรับการออกตัว หรือเมื่อต้องการเร่งแซง ซึ่งสามารถให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 5.7 วินาที ระบบชาร์จไฟแบตเตอรี่แบบ
อัตโนมัติ (Brake Energy Regeneration), ระบบ Hybrid Start/Stop และโหมดการขับขี่แบบ ECO PRO ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
เชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 14.7 กิโลเมตร/ลิตร (ระดับการปล่อย CO2 เพียง 158 กรัม/กิโลเมตร) ซึ่งเป็นการใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทอร์โบ 3.0 ลิตร ผสานกำลังเข้ากับ
มอเตอร์ไฟฟ้า จนมีกำลังรวมสูงถึง 354 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร เลยทีเดียว

alt

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 รุ่นปรับโฉมใหม่

BMW 730Li (ราคา 7,299,000 บาท)
BMW 730Ld (ราคา 7,599,000 บาท)

ไฟหน้าแบบ LED แบบปรับอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ยามค่ำคืนโดยไม่รบกวนสายตาของผู้ขับขี่รถยนต์คันอื่น ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ช่วยลดอัตราการ
สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้อย่างดีเยี่ยม หน้าจอแสดงผลขนาด 10.25 นิ้ว เพื่อแสดงผลในการขับขี่ด้วยโหมดต่างๆที่เลือกได้ ทั้ง ECO PRO Comfort, Comfort+, Sport และ Sport+
เข็มวัดความเร็วและมาตรวัดต่างๆบนหน้าจอสามารถปรับเปลี่ยนเป็นดิจิตอลกราฟฟิคด้วยสีเฉพาะโหมดการขับขี่นั้นๆ ในรุ่น 730Li นั้น เป็นการใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง
พร้อม TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร 218 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร ในขณะที่รุ่น 730Ld เป็นการใช้เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง
พร้อม TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร สร้างแรงม้าได้ 218 แรงม้าเท่ากัน แต่มีแรงบิดสูงสุดมากถึง 560 นิวตัน-เมตรเลยทีเดียว

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีย์ 5 เพิ่มระบบ Rear Seat Entertainment (* ยกเว้นรุ่น 520d, 520i และ 528i Sport)
BMW 528i (ราคา 4,099,000)
BMW 525d (ราคา 4,249,000)
เพิ่มระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมจอภาพขนาด 9.2 นิ้ว 2 ตำแหน่ง ที่สามารถทำงานอิสระจากกัน ควบคุมโดยรีโมท สามารถรับชมโทรทัศน์และ
ภาพยนตร์จากแผ่นดีวีดี, แผนที่จากระบบเนวิเกชั่น, และวิทยุโดยแยกการรับฟังทั้งทางด้านซ้ายและขวาผ่านทางเฮดโฟนส่วนตัว (อุปกรณ์เฮดโฟนแยกจำหน่ายต่างหาก)

alt

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 1
BMW 116i M Sport (1,990,000 บาท)

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาวล์ 1,598 ซีซี เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo 136 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร และใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 17.9 กิโลเมตร/ลิตร (ระดับการปล่อย CO2 เพียง 131 กรัม/กิโลเมตร) พร้อมอุปกรณ์ตกแต่ง M Sport ประกอบด้วยชุดแต่งแอโรไดนามิค,
พวงมาลัย M, ล้ออัลลอย M ขนาด 17 นิ้ว, เบาะที่นั่งแบบสปอร์ตสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า

alt

MINI Cooper S Paceman ALL4 (ยังไม่ประกาศราคา)

มินิรุ่นที่ 7 ที่มาในรูปแบบของ  Sport Activity Coupe เป็นครั้งแรก เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว 1,598 ซีซี Twin-scroll Turbo 184 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที
ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วพร้อมยางรันแฟลต อุปกรณ์เชื่อมต่อ MINI Connected สำหรับการใช้งาน Facebook, วิทยุทางเว็บทั่วโลก และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ

alt


บทความ อื่นๆ ...