PR News New Cars in Thailand
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 8 มีนาคม 2556 มาสด้ามุ่งสร้างความต้องการเป็นเจ้าของรถมาสด้าให้แรงยิ่งขึ้น ด้วยการส่งมาสด้า2 รุ่นพิเศษ ลิมิเต็ด เอดิชั่น
สปอร์ตพรีเมี่ยมใหม่ กับไฟหน้า LED ออพชั่นหนึ่งเดียวในคลาส เสริมความสปอร์ตแบบพรีเมี่ยมขึ้นอีกระดับ และยังมีสีพิเศษ สีแดง ซีลเรด ไมก้า (Zeal Red Mica)
ที่มีความเข้มและความเงาของสีพิเศษกว่าสีอื่นทั่วไป รุ่นลิมิเต็ด เอดิชั่น นี้ลงตลาดพร้อมชุดแต่งสปอร์ตแพ็กเก็จ ซึ่งจะเปิดตัวสู่ตลาดคนรักรถสปอร์ตในอีก 2 สัปดาห์นี้
ทั้งนี้ กลยุทธ์ออกรถยนต์รุ่นใหม่และรุ่นพิเศษ นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์รุกตลาดที่สำคัญของมาสด้าที่ช่วยสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาด

alt
alt

นอกจากนี้มาสด้ายังได้ออกโปรโมชั่นสุดพิเศษรับข้อเสนอสุดฮ็อต "Mazda Hot Deal" เตรียมสตาร์ทความสปอร์ตเร้าใจ กับข้อเสนอสุดพิเศษเช่นเดียวกันกับงานมอเตอร์โชว์
ลูกค้าสามารถตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ทุกสี ทุกคัน ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษ ที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันงานจริง โดยเฉพาะลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์นั่งสปอร์ต
ที่ขับสนุก ด้วยเงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 22,000 บาทเท่านั้น หรือเลือกรับดอกเบี้ยต่ำพิเศษเพียง 1.79% รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า3 เครื่องยนต์ 1.6L และเครื่องยนต์ 2.0L
เงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 33,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 0.33% เท่านั้น และสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถปิคอัพสไตล์เก๋งเสริมความภูมิฐาน มาสด้า บีที-50 โปร
ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.99% พร้อมรับฟรีแพ็กเกจค่าบำรุงรักษา 1 ปีเต็ม รถยนต์ประเภทพรีเมี่ยมคาร์ รถสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 และรถสปอร์ตครอสโอเวอร์
สุดหรู มาสด้า ซีเอ็กซ์-9 อัตราดอกเบี้ยเพียง 2.45% และแถมฟรีแพ็กเกจค่าบำรุงรักษาฟรีนาน 3 ปี พร้อมกันนี้รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นยังแถมฟรีประกันชั้นหนึ่ง


ปทุมธานี – 4 มีนาคม 2556 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เตรียมเผยโฉมรถต้นแบบของอีโคคาร์ ซีดาน “มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4” เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย
พร้อมมิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV ร่วมเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2556
ที่อาคารชาเลนเชอร์ฮอลล์ เมืองทองธานี  

มร.โนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงการเข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 34 ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 25 มีนาคม
ถึง 7 เมษายนนี้ว่า ในปีนี้ มิตซูบิชินำรถยนต์เข้าร่วมจัดแสดงทั้งสิ้น 23 คัน โดยได้เตรียมนำรถต้นแบบอีโคคาร์ ซีดาน “มิตซูบิชิ Concept G4 (MITSUBISHI Concept G4)”  
มาร่วมโชว์เป็นครั้งแรกของโลกในเมืองไทย พร้อม “มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV (MITSUBISHI Concept GR-HEV)”  รถต้นแบบของรถกระบะเจนเนอเรชั่นใหม่
กับการวางเครื่องยนต์ไว้ด้านหน้ารถและขับเคลื่อนล้อหลังแบบFR ด้วยเทคโนโลยีดีเซล-ไฮบริด  ซึ่งจะแสดงในงานเจนีวา มอเตอร์ส โชว์ ครั้งที่ 83 ในต้นเดือนมีนาคมนี้มาร่วมแสดง
เป็นไฮไลท์ของงาน ร่วมกับยนตรกรรมรุ่นต่างๆ ทั้ง มิตซูบิชิ มิราจ รถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงจากตลาดเมืองไทยซึ่งจะมาพร้อมรุ่นตกแต่งพิเศษ
รวมไปถึง“มิตซูบิชิ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์” ที่มาพร้อมสมรรถนะและความอัจฉริยะในการขับขี่ รวมทั้ง “มิตซูบิชิ ไทรทัน” และ “ปาเจโร สปอร์ต” รุ่นปี 2013 ที่มาพร้อม สมรรถนะที่เป็นเยี่ยม
จากเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด 2.5 วีจี เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุดถึง 178 แรงม้า โดดเด่นทั้งด้านรูปลักษณ์และประโยชน์ใช้สอยซึ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น
มาร่วมโชว์ในงาน

alt


MITSUBISHI Concept G4

มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 (Global 4-door sedan) เป็นรถยนต์ต้นแบบของรถเก๋งขนาดเล็กซึ่งมิตซูบิชิมีแผนจะผลิตและจำหน่ายไปทั่วโลก มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 ได้รับการออกแบบ
โดยใช้แนวคิดของความสว่างสดใสของเพชรมาเป็นบรรทัดฐานสำหรับการออกแบบกระจังหน้า รวมไปถึงไฟหน้าและชุดไฟท้าย เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับตัวรถจากหน้าจรดท้าย
อีกทั้งยังมาพร้อมความโดดเด่นของรถยนต์นั่งขนาดเล็กเจนเนอเรชั่นใหม่จากองค์ประกอบดังนี้

การออกแบบส่วนหน้าให้สั้นลงช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่และง่ายต่อการควบคุมสง่างามและได้สัดส่วนจากมุมมองด้านข้างซึ่งให้ความสมดุลย์ระหว่างพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่
กว้างขวางที่สุดในรถระดับเดียวกันกับการการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เส้นสายข้างตัวรถที่ปราดเปรียวจากด้านหน้าไปหลัง มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 ยังให้การประหยัด
น้ำมันสูงสุดในรถระดับเดียวกันซึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างตัวถังแบบ RISE body ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาจากโครงสร้างเหล็กความแข็งแรงสูง High tensile steel การขับเคลื่อน
ด้วยเครื่องยนต์น้ำหนักเบาขนาด 1.2 ลิตร MIVEC พร้อมระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ  CVT นอกเหนือไปจากเทคโนโลยีการลดน้ำหนักของตัวรถ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ G4 สร้างความพึงพอใจ
ในการขับขี่โดยให้ความคล่องตัวและความปราดเปรียวจากน้ำหนักของรถที่เบาลง แต่ยังคงให้ความมั่นใจในการควบคุมและความสะดวกสบายในการขับขี่ อีกทั้งยังให้ความสะดวกสบาย
กับผู้โดยสารด้วยประตูขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้า-ออกรวมไปถึงพื้นที่นั่งด้านหลังที่กว้างขึ้น

แม้จะอยู่ในรูปแบบคอนเซปท์คาร์ในตอนนี้ แต่คนไทยจะได้สัมผัสรถยนต์ต้นแบบ Concept G4 เวอร์ชันขายจริง ในฐานะตัวถังซีดาน 4 ประตู ของ Mitsubishi Mirage ในช่วง
ปลายปีนี้ อย่างแน่นอน!

alt

MITSUBISHI Concept GR-HEV

สำหรับ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV เป็นรถต้นแบบของรถกระบะที่ให้ทั้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสมรรถนะในการขับขี่จากระบบดีเซล-ไฮบริดแบบ FR (ที่กำลังอยู่ใน-
ระหว่างการพัฒนา)ในรถกระบะซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดเศรษฐกิจใหม่ จากเครื่องยนต์ดีเซลพลังงานสะอาดที่ให้การประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม
ทำงานร่วมกับมอเตอร์และแบตเตอรี่ที่ให้กำลังสูง ทำให้รถยนต์ระบบไฮบริดพลังงานไฟฟ้า (HEV) ให้ค่าการปล่อยมลพิษต่ำกว่า  149 กรัมต่อกิโลเมตร และทำให้เป็น
รถที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุดในรถระดับเดียวกัน สำหรับรถต้นแบบ มิตซูบิชิ คอนเซปต์ GR-HEV  ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซึ่งติดตั้งระบบ Super Select 4WD
ที่มีอยู่ในรุ่นปาเจโร และระบบ Super All Wheel Control (S-AWC) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัวและให้สมรรถนะสำหรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน

โดย Mitsubishi Concept GR-HEV ถือเป็นรถยนต์ที่ช่วยพรีวิว Mitsubishi Triton โฉมใหม่ ที่ใกล้จะเปิดตัวช่วงปลายปี 2014 เป็นอย่างเร็วที่สุดครับ





บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยม โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว ใหม่ มีพื้นฐานมาจาก โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.8E
โดยนำมาติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งในสไตล์สปอร์ต เพื่อตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบดีไซน์ที่โดดเด่น เร้าใจ ไม่เหมือนใคร ทั้งภายนอก และภายในห้องโดยสาร
มีจำนวนจำกัด เพียงแค่ 3,200 คันเท่านั้น พร้อมจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2012 ที่ผ่านมา

alt

รูปลักษณ์ภายนอกมาพร้อมการตกแต่งให้ดูสปอร์ตเข้มกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชุดไฟหน้า ฮาโลเจน พร้อมไฟท้าย LED แบบรมดำ ช่วยเพิ่มความโฉบเฉี่ยว
ตั้งแต่ไฟหน้าจรดไฟท้าย ชุดสเกิร์ตรอบคัน พร้อมสปอยเลอร์หลังที่ได้รับการออกแบบเฉพาะรุ่น เพิ่มความโดดเด่นแบบสปอร์ตและไฟตัดหมอกหน้าให้ความปลอดภัย
ในทุกการขับขี่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับการสวมล้ออัลลอยแบบสปอร์ต TRD พร้อมยางขนาด 205/55 R16 โดดเด่นในทุกมุมมอง ปลายท่อไอเสียสแตนเลสให้ลุค
ที่สปอร์ตอย่างลงตัวและสัญลักษณ์และสติ๊กเกอร์รุ่นพิเศษ “TRD Sportivo” ประกาศความเท่ห์ในแบบที่แตกต่าง

alt 

ด้านห้องโดยสารภายใน มีการติดตั้งพวงมาลัยหุ้มหนัง สไตล์สปอร์ตแบบ 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ หัวเกียร์หุ้มหนัง
เดินด้ายสีส้มพร้อมฐานเกียร์ขอบสีส้มช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยวให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เบาะหนังสลับผ้าแบบสปอร์ต สีเทาดำ พร้อมพรมปูพื้นลายพิเศษ TRD Sportivo
บ่งบอกเอกลักษณ์สไตล์สปอร์ตเฉพาะตัว แผงคอนโซลหน้าและด้านข้างประตูสีเมทัลลิก และเปียโนแบล็ค ให้ความสปอร์ต หรูหรา มีระดับ รวมถึงการติดตั้ง
เครื่องเล่น DVD/CD/MP3/WMA พร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Bluetooth ช่องเสียบอุปกรณ์ USB และ Smart G-Book ให้
ความเพลิดเพลินในทุกการเดินทาง

โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว ใหม่ มาพร้อมกับสีตัวถังภายนอก 2 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica และสีขาว Super White
โดยจะสนนราคาพร้อมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่ 889,000 บาท


กรุงเทพฯ - บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเผยโฉมรถยนต์คอมแพคท์ซีดานไฮบริดคันแรก
ของตนในไทย พร้อมตอบโจทย์ความต้องการในตลาดคอมแพคท์ซีดาน ด้วย Honda Civic Hybrid ที่พัฒนาขึ้น
บนพื้นฐานของ Civic FB รุ่นปัจจุบัน เปิดตัวทำตลาด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Hybrid ในราคา 1,035,000 บาท
และรุ่น Hybrid Navi ราคา 1,095,000 บาท ทำการเผยโฉมอย่างเป็นทางการไปแล้วเรียบร้อย เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2013
ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ย่านราชประสงค์

alt

Honda Civic Hybrid ใหม่ มาพร้อมการตกแต่งแบบพิเศษ ในแบบเฉพาะรุ่นไฮบริด ผสานเข้ากับดีไซน์ที่ลงตัว
ของ Civic FB เช่นกระจังหน้าแบบ Clear Blue พร้อมโคมไฟหน้า HID แบบโปรเจคเตอร์ที่ได้รับการออกแบบในสไตล์
Clear Blue ด้วยเช่นกัน ในขณะที่ด้านท้าย มีการเปลี่ยนไฟท้ายใหม่ ให้เป็นแบบ LED พร้อมสีโคมแบบ Clear Blue
และสปอยเลอร์หลังขนาดเล็ก ติดตั้งบนฝากระโปรงท้าย และมีการสวมล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว ที่ออกแบบ
มาเพื่อ Civic Hybrid โดยเฉพาะ

alt

ส่วนดีไซน์ภายในห้องโดยสาร มีความล้ำสมัยในแบบ Futuristic Cockpit ตกแต่งด้วยโทนสีเทา โดยในรุ่น Hybrid
จะได้รับการหุ้มเบาะด้วยวัสดุผ้ากำมะหยี่ ส่วนรุ่น Hybrid Navi จะหุ้มเบาะด้วยหนังแท้ โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ในห้องโดยสารครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลแบบอัจฉริยะ หรือ i-MID (Intelligent Multi-information
Display) ที่จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถอย่างครบครัน ทั้งเครื่องเสียง ความประหยัดระหว่างการขับขี่ และแสดง
การทำงานของระบบไฮบริด รวมไปถึงระบบ Eco Assist ช่วยแนะนำการขับขี่แบบประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (One Push Ignition System) ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart
Key System)

alt
alt
alt 

ขุมพลังไฮบริด ที่นำมาติดตั้งใน Civic Hybrid เป็นขุมพลังที่แตกต่างจาก Jazz Hybrid อย่างชัดเจน เพราะเป็นการ
ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 8 วาล์ว SOHC i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร เชื่อมต่อกับมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริด IMA ให้กำลัง
รวมสูงสุด 110 แรงม้า โดยตัวเครื่องยนต์มีแรงบิดสูงสุดที่ 132 นิวตัน-เมตร ที่ 2,800 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้า
มีแรงบิดสูงสุดที่ 106 นิวตัน-เมตร ที่ 500-1,546 รอบ/นาที โดยมีการเก็บประจุไฟฟ้าสู่แบตเตอรี่ Li-ion ที่ติดตั้ง
บริเวณเบาะที่นั่งด้านหลัง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรถยนต์ไฮบริดที่ผลิตและจำหน่ายในไทย ที่มีการใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่
Li-ion ให้ทั้งประสิทธิภาพที่สูงกว่า และน้ำหนักที่เบากว่า

โดยเครื่องยนต์จะทำหน้าที่หลักในการขับเคลื่อน และเสริมแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ในช่วงออกตัวหรือเร่งแซง เมื่อขับขี่
ด้วยความเร็วต่ำคงที่ เครื่องยนต์จะหยุดการทำงานและตัดเข้าสู่ EV Mode ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
ซึ่งจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ช่วงลดความเร็วหรือเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงานและระบบจะนำ
พลังงานที่สูญเสียไปในขณะหยุดรถ ชาร์จกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ และเมื่อรถหยุด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุด
การทำงานอัตโนมัติ เป็นการเข้าสู่โหมด Idling Stop เพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน และลดมลพิษ

alt

นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Dual SRS) และระบบถุงลมด้านข้าง
อัจฉริยะ (i-Side Airbags) ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA
ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist และระบบพวงมาลัยไฟฟ้าพร้อมระบบช่วยผ่อนแรงรุ่นใหม่ MA-EPS

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "ด้วยรูปลักษณ์
ดีไซน์ที่ลงตัวของซีวิค ไฮบริด โฉมล่าสุด ผสานกับสมรรถนะการขับขี่ที่คงความสนุก ประหยัดเชื้อเพลิง ควบคู่กับเทคโนโลยี
ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฮอนด้ามั่นใจว่า ซีวิค ไฮบริด ใหม่ จะเข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ไฮบริดในระบบคอมแพคท์ซีดาน
ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี โดยตั้งเป้าหมายการจำหน่ายไว้ที่ 7,200 คัน/ปี"

alt

Honda Civic Hybrid ใหม่ พร้อมจำหน่ายในสีตัวถัง 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
สีขาวฟรอสตี้ (เมทัลลิก) และสีเงินอลาบาสเตอร์ (เมทัลลิก) โดยรุ่น Hybrid จะจำหน่ายในราคา 1,035,000 บาท
และรุ่น Hybrid Navi จำหน่ายในราคา 1,095,000 บาท ซึ่งในโอกาสนี้ ฮอนด้า ได้ประกาศการรับประกันระบบไฮบริด
ทั้งระบบ 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และขยายการรับประกันแบตเตอรี่เพิ่มเป็น 10 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจในคุณภาพจาก
ฮอนด้า พร้อมทั้งประกาศขยายอายุการรับประกันแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์รุ่นซีอาร์-ซีร์ และแจ๊ซ ไฮบริดเพิ่มอีก 5 ปีเช่น
เดียวกัน ทั้งนี้ครอบคลุมถึงลูกค้าที่ได้ซื้อรถยนต์ทั้งสองรุ่นไปก่อนหน้านี้อีกด้วย


บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว
เปิดตัวปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (911 Carrera 4S) ซึ่งได้รับการสรรสร้างให้ออกมาเป็น 911 คาร์เรร่า (911 Carrera) ใหม่ล่าสุดที่เปี่ยมไป
ด้วยประสิทธิภาพและศักยภาพเครื่องยนต์ที่เหนือชั้นและมาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของความคล่องตัวว่องไว และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบ
active all-wheel drive system ที่มาพร้อมกับระบบ PTM (Porsche Traction Management) อีกด้วย ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่เป็นแบบฉบับของปอร์เช่
ซึ่งเน้นที่ทางด้านหลังใน 911 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้จะเป็นเสมือนเครื่องการันตีได้ถึงความคล่องตัวของรถที่เหนือชั้นไม่ว่าจะอยู่บนสภาวะท้องถนนในรูปแบบใด
หรือในสภาวะอากาศใดก็ตาม 911 คาร์เรร่า 4 เอส (911 Carrera 4S) ใหม่นี้จะเต็มไปด้วยประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่คล่องตัวและเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม
เปิดตัวไปแล้ว ณ ลานแฟชันฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ย่านปทุมวัน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2012

alt

911 แบบขับเคลื่อนสี่ล้อใหม่ล่าสุดนี้จะเริ่มทำการเปิดตัวสู่ตลาดถึง 4 เวอร์ชั่นด้วยกัน นั่นคือ 911 Carrera 4, 911 Carrera 4S ทั้งในรูปแบบคูเป้ (Coupe)
และคาบริโอเลต (Cabriolet) ซึ่งความเป็นสปอร์ตจะเต็มพิกัดเสมือนเวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรถให้เน้นเรื่องน้ำหนักเบา ระบบกันสะเทือน
เครื่องยนต์ และระบบส่งผ่านกำลัง ซึ่งมีเพียงระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อเท่านั้นที่แตกต่างออกไป  เครื่องยนต์จะมีประสิทธิการขับเคลื่อนในระดับสูง ทั้งสี่รุ่นมีอัตราการ-
บริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยกว่ารุ่นเดิมถึง 16% เลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านี้รุ่น 911 คาร์เรร่า 4 (911 Carrera 4) ใหม่นี้จะมีน้ำหนักที่เบากว่าเดิมถึง 65 กิโลกรัมเลยทีเดียว

alt

คุณสมบัติที่โดดเด่นและแตกต่างของ 911 แบบขับเคลื่อนสี่ล้อคือความกว้างของด้านหลังรถ หากเปรียบเทียบกับรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง ซุ้มล้อทางด้านหลัง
จะขยายกว้างขึ้นข้างละ 22 มิลลิเมตร ยางหลังจะมีความกว้างกว่าเดิม 10 มิลลิเมตร ไฟท้ายแดงที่เชื่อมยาวจากไฟท้ายข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ยังคงอยู่
แต่ได้มีการพัฒนาออกมาในรูปแบบใหม่อีกด้วย

ทั้งรุ่นคูเป้และคาบริโอเลตของ 911 คาร์เรร่า 4 เอส นี้ต่างมีเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตรแบบ boxer ติดตั้งทางด้านหลัง และสร้างพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 400 แรงม้า
สร้างอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 4.1 วินาทีเท่านั้น (รุ่นคาบริโอเลต: 4.3 วินาที) ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 299 กม./ชม. (รุ่นคาบริโอเลต: 296 กม./ชม.)
อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงหากติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ PDK สำหรับรุ่นคูเป้อยู่ที่ 9.1 ลิตร/100 กิโลเมตร (อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 215 กรัม/กิโลเมตร)
ส่วนรุ่นคาบริโอเลตอยู่ที่ 9.2 ลิตร/100 กิโลเมตร (อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่ 217 กรัม/กิโลเมตร)

alt

ใน 911 Carrera 4 ใหม่นี้จะมีเมนูใหม่ที่แผงหน้าปัดเพื่อทำการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ว่าระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ PTM นั้นกำลังกระจายพละกำลังเครื่องยนต์อย่างไร
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีระบบ Adaptive Cruise Control (ACC) ให้เลือกติดตั้งได้ในทุกๆ รุ่น เพื่อควบคุมระยะห่างและความเร็วของรถอีกด้วย หากติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ PDK
มาด้วยแล้วนั้นระบบ ACC จะเพิ่มฟังก์ชั่นความปลอดภัย Porsche Active Safe (PAS) เพื่อช่วยป้องกันการชนทางด้านหน้า ไม่เพียงเท่านี้ปอร์เช่ยังนำเสนอกระจกซันรูฟใหม่ล่าสุด
ให้ติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมที่สามารถเลือกติดตั้งได้สำหรับ 911 คาร์เรร่า คูเป้ (911 Carrera Coupe) อีกด้วย หาก 911 ติดตั้งระบบเกียร์มาตรฐานและระบบ Sport Chrono Pack
มาด้วยนั้นจะสามารถเพิ่มความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้น หากอยู่ในโหมดสปอร์ต พลัส แล้วนั้นระบบจะทำการ double-declutches ระหว่างลดระดับเกียร์อีกด้วย

ทั้งนี้ 911 Carrera 4 และ 4S รุ่นก่อน ถือว่าเป็นความประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะสร้างยอดขายถึง 24,000 คันตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา ถือได้ว่ามีส่วนแบ่งการตลาด
จากยอดขาย 997 เจเนอเรชั่นที่ 2 ถึง 34% เลยทีเดียว แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาของระบบขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยมอีกทั้งยังมีเครื่องยนต์ที่มาพร้อมกับระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง
(Direct petrol injection) ระบบเกียร์อัตโนมัติ (Porsche Doppelkupplung (PDK)) และระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Traction Management (PTM) แบบไฟฟ้า

alt

ซึ่งในวันนี้เอเอเอสฯ พร้อมแล้วที่จะนำท่านสัมผัสกับอีกหนึ่งสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์จากปอร์เช่ ที่สรรสร้างและรวบรวมเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมาสู่ Porsche 911 Carrera 4S คันนี้
ได้อย่างใกล้ชิด และเมื่อซื้อรถยนต์ ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 (911 Carrera 4) และ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (911 Carrera 4S) ใหม่จากทางเอเอเอสฯ ท่านสามารถเลือกรับ
ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่ประเทศเยอรมนีนาน 9 ปี และ Service Package นานถึง 4 ปี* (Terms & Condition Apply)


บทความ อื่นๆ ...