PR News
เป็นอีกหนึ่งค่ายรถยนต์ที่สำคัญในวงการ สำหรับ Toyota ผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งในขณะที่บ้านเรา
กำลังฉลองครบรอบ 50 ปีในการเข้ามาทำตลาดในไทย แต่สำหรับตลาดโลก นี่ถือเป็นปีที่ 75 ที่ชาวโลกได้รู้จักกับยานยนต์
ที่มีชื่อว่า 'Toyota'

alt

แต่ใครบ้างจะรู้ว่า Toyota หรือชื่อเรียกว่า Toyoda ในยุคเริ่มต้น มีจุดกำเนิดมาจากบริษัทคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ โดยผลิต
ภัณฑ์แรกที่ Toyoda Enterprise สร้างขึ้นในปี 1926 ได้แก่ Toyoda G-Type Automatic Loom หรือเครื่องจักรทอผ้า
อัตโนมัติ อันถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ล้ำยุคมากในขณะนั้น เกิดขึ้นจากความฝันที่จะช่วยเหลือคุณแม่ของเขา ที่ต้องทอผ้า
ด้วยมือเสมอ อีกทั้งยังช่วยอุตสาหกรรมทอผ้าในญี่ปุ่นให้ก้าวหน้ามากขึ้นอีกด้วย

alt

กว่าจะเริ่มต้นเข้าสู่วงการรถยนต์ เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงช่วงปี 1930s โดย Kiichiro Toyoda ได้เล็งเห็นว่าสิ่งประดิษฐ์
ที่เขาจะลงมือทำต่อไป ต้องเป็นรถยนต์นั่ง ที่ในขณะนั้นเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่น แต่ความฝันของเขาก็ต้องถูกดับลง
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังจะเกิดขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเสริมการสร้างรถบรรทุก ทำให้รถยนต์คันแรกของ Toyoda
เป็นรถบรรทุกรุ่น Model G1 ที่เปิดตัวในปี 1935 ด้วยการใช้เวลาพัฒนาไม่ถึง 6 เดือน ก่อนจะเปลี่ยนกิจการมาใน
ชื่อ Toyota Motor Company เต็มรูปแบบ ในปี 1937 (ปัจจุบันใช้ชื่อบริษัทว่า Toyota Motor Corporation)

alt

ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จบลง Kiishiro ได้สานต่อความฝันการสร้างรถยนต์นั่งของเขา โดยกล่าวว่ายุค
หลังสงครามโลก จะเป็นยุคของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และเขาก็ได้ส่งรถยนต์นั่งแบบ 2 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ
1.0 ลิตร 27 แรงม้า ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ด้วยชื่อ 'Toyopet' ในปี 1945

นอกจากการนำเสนอรถยนต์นั่งขนาดเล็กออกสู่ตลาดแล้ว Toyota ยังเป็นผู้นำในด้านกรรมวิธีการผลิตรถยนต์ในชื่อ
Toyota Production System ที่ใช้เครื่องจักรประกอบรถยนต์ พร้อมกับการมีเจ้าหน้าที่ในโรงงานที่จะตรวจตราและ
ช่วยประกอบรถยนต์ เพื่อให้สายการผลิตสามารถประกอบรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
ซึ่งโตโยต้าก็ได้ใช้วิธีการผลิตนี้ในโรงงานผลิตรถยนต์ของตนมาจนถึงปัจจุบัน

alt

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 1937 Toyota ได้กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆสู่โลกแห่ง
วงการรถยนต์เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรถยนต์นั่งที่ใช้เครื่องยนต์ Hybrid เป็นครั้งแรก การนำเสนอรถยนต์คอมแพคท์
ในชื่อ Corolla ที่กลายเป็นรถยนต์ที่ขายได้มากที่สุดในโลก หรือการนำเสนอ Lexus แบรนด์รถยนต์ระดับหรูที่ใส่ใจ
ในทุกรายละเอียดของการออกแบบและพัฒนา

ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน Toyota ได้ผลิตรถยนต์มากกว่า 200 ล้านคันทั่วโลกในเวลา 75 ปี ถือว่าเป็นความสำเร็จ
ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งผู้ผลิตรถยนต์น้อยรายนักที่จะสามารถประสบความสำเร็จในระดับนี้ครับ


เว็บไซต์ autocar ได้รายงานว่า Audi TT เจเนเรชั่นใหม่จะมีการผสมผสานงานออกแบบที่เป็นจุดเด่นจาก TT โฉมปัจจุบัน
และโฉมแรก โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาเอกลักษณ์และหวังสร้างกระแสนิยมจนเป็นปรากฏการณ์เหมือนกับ TT รุ่นแรก
(คงเป็นเพราะ TT รุ่นปัจจุบันมีกระแสเสียงน้อยกว่าที่คาดคิด)

Audi TT เจเนเรชั่นต่อไปจะพยายามนำจุดเด่นงานออกแบบจาก TT รุ่นแรกซึ่งมีดีไซน์ที่โดดเด่นมาผสมกับ TT โฉมปัจจุบัน พร้อมทั้งขยาย
ขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นและขยายความกว้างของฐานล้อเพิ่มขึ้น

alt

Audi TT โฉมใหม่จะถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง Volkswagen MQB รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งจะทำให้ตัวรถมีโอเวอร์แฮงค์สั้นขึ้นและ
สามารถขยายความยาวฐานล้อมากกว่าเดิมได้

งานออกแบบ Audi TT รุ่นใหม่จะออกแบบด้านหน้าให้มีกระจังหน้าทรง 6 เหลี่ยม, ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวกว่าเดิมและฝา
กระโปรงหน้าจะมีเส้นสันนูนมากขึ้น ส่วนบั้นท้ายยังคงเอกลักษณ์เดิมด้วยบั้นท้ายทรงมนและติดตั้งสปอยเลอร์ท้าย

Audi ก็มีการปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่ TT โฉมใหม่ให้เทียบชั้นกับ Porsche Boxster , โครงสร้างตัวถังก็จะใช้วัสดุ
อลูมิเนียมมากขึ้น ส่วนเครื่องยนต์กลไกก็จะติดตั้งเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรและ 2.0 ลิตรตระกูล EA888 ที่มาพร้อมกับระบบ
พักกระบอกสูบ 1 กระบอก (cylinder deactivation)ที่ทำงานตามสภาวะการขับขี่, เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ก็จะมี
การปรับปรุงเล็กน้อย และในปี 2015 ก็จะมีการส่งรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร ในนาม TT RS

All New Audi TT จะมีการเปิดตัวในปี 2014 เป็นต้นไป เริ่มจากตัวถังสปอร์ตคูเป้ก่อน และอีก 1 ปีให้หลังจะเปิดตัว
เวอร์ชันเปิดประทุน


เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2012 เราเคยนำเสนอข่าวไปแล้วว่ากลุ่มเป้าหมายของ Toyota Camry โฉมใหม่ในสหรัฐอเมริกามี
อายุเฉลี่ยน้อยลงกว่าเดิม (จากเดิมที่กลุ่มลูกค้า Camry มีอายุเฉลี่ยประมาณ 50 ปี) และปรากฏกาณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะตลาด
สหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่มันก็เกิดขึ้นในตลาดออสเตรเลียแล้ว

alt

Toyota ออสเตรเลียเปิดเผยข้อมูลกับเว็บไซต์ goauto.com.au ว่า กลุ่มลูกค้า Toyota Camry โฉมใหม่มีอายุเฉลี่ยต่ำ
กว่า 50 ปีเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี และมีกลุ่มลูกค้าส่วนหนึ่งที่ซื้อ Camry รุ่นย่อย atara ตกแต่งแนวสปอร์ต
เพิ่มขึ้นจากโฉมเดิมมากถึง 20%

ขณะนี้ยอดขาย Toyota Camry ออสเตรเลียมียอดขายสะสมในปีนี้มากถึง 17,120 คัน ทิ้งห่างจากคู่แข่งเบอร์ 2 Honda
Accord Euro ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว

Matthew Callachor ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขายและการตลาดแห่ง Toyota ออสเตรเลียยืนยันว่ากลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่
เริ่มให้ความสนใจกับ Toyota Camry รุ่นเกรดบนมากยิ่งขึ้นซึ่งกลุ่มลูกค้าที่ซื้อ Camry ใหม่มีอายุเฉลี่ยต่ำกว่า 50 ปีลงมา และ
กลุ่มลูกค้าเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับโฉมเก่า

สาเหตสำคัญคงเป็นเพราะว่า  Toyota Camry โฉมใหม่ก็มีการออกแบบที่ร่วมสมัยและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีกว่าตัวเดิม
จึงทำให้ Camry ใหม่ได้รับการตอบรับจากคนหนุ่มสาวมากขึ้น


เป็นอีกครั้งที่พิษเศรษฐกิจยุโรปเตรียมเล่นงานค่ายรถยนต์ โดยคราวนี้เป็นทีของ Fiat ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอิตาลี ที่เตรียม
ปรับตัวรับมือกับความย่ำแย่ของเศรษฐกิจ แต่การปรับตัวครั้งนี้ ไม่ใช่การปิดโรงงานผลิตรถยนต์ หรือการปรับกลยุทธ์การตลาด
เฉกเช่นแบรนด์รถยนต์อื่น แต่กลับเป็นการยุบแบรนด์รถยนต์ในเครือเลยทีเดียว

alt

และแบรนด์ที่ Fiat วางแผนจะปิดกิจการ ได้แก่ Lancia แบรนด์รถยนต์ที่อาจไม่คุ้นหูนักเลงรถรุ่นใหม่ แต่ถ้าหากถามคนรุ่นอายุ
50 ปีขึ้นไป คงต้องคุ้นหูชื่อยี่ห้อนี้ พร้อมกับภาพลักษณ์รถยนต์สปอร์ตเอาใจยากแน่นอน โดย Sergio Marchionne ประธานบริหาร
ของค่าย Fiat ได้กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ การยุบแบรนด์ Lancia ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด

ซึ่งนอกจากการยุบแบรนด์ Lancia จะช่วยให้สภาพการเงินของกลุ่มบริษัท Fiat คล่องตัวมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ Fiat
มีโอกาสขยายตลาดรถยนต์ของตนเองอีกด้วย โดย Fiat กล่าวว่า เมื่อกำจัด Lancia ออกไปแล้ว จะสามารถทำให้บริษัท
พัฒนาและผลิตรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมออกสู่ตลาดได้ง่ายยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม Fiat Panda ที่กลายเป็นตัวแทนรถยนต์
ราคาถูกและคุ้มค่าของ Fiat จะยังคงถูกผลิตและออกจำหน่ายอยู่ อีกทั้งจะมีเวอร์ชันในยี่ห้อ Jeep ออกจำหน่ายในเร็วๆนี้อีกด้วย

ในปี 2012 นี้ มีการคาดการณ์ว่า Fiat จะขาดทุนเป็นจำนวนเงินสูงถึง 700 ล้านยูโร และคาดว่าอาจจะมีสถานการณ์
ที่ดีขึ้นในปี 2015-2016 ซึ่งนอกจากการปิดกิจการ Lancia แล้ว Fiat ยังเตรียมลดต้นทุนการพัฒนารถยนต์ ด้วยวิธีการส่งรถยนต์ 1 รุ่น
ไปขายในแบรนด์ Fiat Chrysler และ Jeep และการมีข่าวนี้ออกมา ถือเป็นการดับฝันการกลับมาของ Lancia Stratos รถยนต์
สปอร์ตรุ่นตำนานของแลนเซีย ที่กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาและทดสอบด้วยครับ


สำหรับแฟนๆ Mazda ค่ายรถยนต์ zoom-zoom จากแดนปลาดิบ ที่เฝ้ารอเฝ้าคอยโฉมใหม่ของ RX-7 รถยนต์สปอร์ต
คูเป้เรือธงของค่ายหลังจากยุติบทบาทและเลิกผลิตไปในปี 2002 เพื่อหลีกทางให้กับ RX-8 ที่มาพร้อมกับรูปแบบตัวถังแบบใหม่
วันนี้ มีการรายงานความเคลื่อนไหวให้ได้ชื่นใจกันแล้วว่า All-new Mazda RX-7 จะพร้อมกลับมาโลดแล่นอีกครั้งในปี 2017
หรืออีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า

alt
(ภาพสเกตช์อย่างไม่เป็นทางการ)

การเลือกปี 2017 แน่นอนว่าเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาให้ RX-7 สมบูรณ์แบบมากที่สุด
แต่เหตุผลหลักของการเลือกปี 2017 ก็เพื่อที่จะเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีของ 1967 Cosmo Sport 110S รถยนต์
สปอร์ตพลังเครื่องยนต์โรตารี่รุ่นแรกจากค่ายมาสด้านั่นเอง

สำหรับขุมพลังที่จะนำมาใช้กับ Mazda RX-7 รุ่นใหม่นั้น คาดว่าจะเป็นการหยิบเครื่องยนต์โรตารี่รหัส 16X ความจุ 1.6 ลิตร
แบบไร้ระบบอัดอากาศ ที่สร้างกำลังได้ 300 แรงม้า โดยเหตุผลที่มาสด้าหลีกเลี่ยงการใช้เทอร์โบในการเพิ่มกำลัง เป็นเพราะ
Nobuhiro Yamamoto หัวหน้าฝ่ายพัฒนารถยนต์สปอร์ตของมาสด้า ไม่ชื่นชอบการใช้เทอร์โบกับเครื่องยนต์มากนัก

โดย Yamamoto ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า RX-7 รุ่นใหม่ จะมีน้ำหนักตัวรถที่เบาลงจาก RX-7 โฉม FD อย่างแน่นอน โดยเขา
ได้ใบ้ว่าน้ำหนักตัวรถจะอยู่ในย่านเดียวกับคู่แฝดสปอร์ตขับหลังรุ่นดังอย่าง Toyota GT86/Subaru BRZ ซึ่งเป็นผลมาจาก
การเลือกใช้วัสดุอะลูมิเนียมในหลายๆจุดของตัวรถ ซึ่งมาสด้าเลือกที่จะเมินการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบากว่า
เนื่องจากมีราคาสูงเกินไป

แต่ความน่าตื่นเต้นที่สุด เห็นจะเป็นข่าวลือว่า RX-7 รุ่นใหม่ อาจใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ MX-5 รุ่นเปลี่ยนโฉม โดยจะมีการ
ดัดแปลงระยะฐานล้อให้ยาวขึ้นในรุ่น RX-7 ยิ่งไปกว่านั้น มีการกล่าวว่าในเวอร์ชันญี่ปุ่น All-new Mazda RX-7 จะมาพร้อม
กับเบาะหลังขนาดย่อม ในขณะที่เวอร์ชันอื่นๆทั่วโลก อาจมีเพียงแค่ 2 ที่นั่งเท่านั้น

แม้จะเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน แต่ต้องติดตามกันครับว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า Mazda เลือกที่จะพัฒนา RX-7 ให้ออกมา
ในรูปแบบไหน และจะสามารถนำชื่อ RX-7 กลับมารับความสำเร็จได้อีกหรือไม่ครับ


บทความ อื่นๆ ...