PR News
โดยปกติผู้ผลิตมักจะตั้งราคารถไฟฟ้าของพวกเขาให้แพงกว่ารถตลาดยอดนิยมทั่ว ๆ ไปในระดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น Nissan
Leaf ที่ยังแพงกว่า Altima และ Chevrolet Volt ก็ยังแพงกว่า Chevrolet Camaro!!! นั่นเป็นเพราะพวกเขาบวก
ต้นทุนค่าเทคโนโลยีสารพัดลงไป (แต่ไม่แน่ใจว่าบวกกับค่าความเป็นรถที่ล้ำสมัยด้วยหรือไม่?) ทำให้รถมีราคาแพงกว่ารถ
ทั่วไป

แต่หลังจากอ่านข่าวชิ้นนี้ ก็น่าเชื่อว่าโครงสร้างการตั้งราคารถไฟฟ้าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้

alt

Ludwig Willisch ผู้บริหาร BMW อเมริกาเหนือเปิดเผยข้อมูลกับสำนักข่าว Automotive News ว่า BMW จะตั้งราคา
i3 ให้อยู่ในระดับเดียวกับ BMW 3-Series รุ่นออพชั่นสูงซึ่งราคาจะอยู่ที่ 40,000 ดอลลาร์ (ถือเป็นการตั้งราคาที่ดุดัน
มากเพราะรถไฟฟ้าส่วนใหญ่มักมีราคาแพงกว่ารถตลาดทั่วไปอยู่มาก BMW สามารถตั้งราคาขายที่ 6-8 หมื่นดอลลาร์ได้
แต่ไม่ทำ)

นอกจากนี้ยังมี BMW i3 เวอร์ชันขยายระยะทางให้เลือกใช้ด้วยการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่นำมาจาก
รถจักรยานยนต์ BMW ความุจ 650 ซีซีซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่า BMW จะสามารถติดตั้งเครื่องยนต์ปั่นกำลังขนาด
เล็กได้ในภายหลังจากที่ซื้อรถไปแล้วได้

อย่างไรก็ตาม BMW ก็ยังไม่เอ่ยเป้าหมายการขาย i3 ในสหรัฐอเมริกา อีกทั้ง BMW อาจจะจำกัดดีลเลอร์ขายรถไฟฟ้า
เพื่อจะได้รับการอบรมการขายและบริการรถไฟฟ้าได้อย่างดี
เรียกได้หลุดมาทีละเล็กละน้อยกับภาพของรูปโฉม All New Mercedes-Benz S-Class ที่พร้อมจะเผยโฉมในวันที่ 15
พฤษภาคมนี้แล้ว และดูเหมือนว่าภาพหลุดของ S-Class ใหม่ก็ยังหลุดไม่หยุดยั้ง ล่าสุดก็มีการหลุดภาพบรรยากาศภายใน
ห้องโดยสารพร้อมกับผู้บริหาร Daimler AG/Mercedes-Benz

alt



สมาชิกเว็บ worldscoop.forumpro.fr คนหนึ่งนาม Frederic.E ก็ได้ลงภาพภายในห้องโดยสารที่มี Dr. Dieter
Zetsche ผู้บริหาร Daimler AG พร้อมกับชายคนหนึ่งไม่ทราบนาม ทั้งคู่ต่างก็นั่งอย่างสะดวกสบายและยิ้มแย้มแจ่มใส





จากภาพหลุดก็แสดงให้เห็นว่า S-Class ระดมออพชั่นระดับ First Class มาดึงดูดลูกค้าพอสมควร โดยเฉพาะระบบการ
ปรับเบาะหลังที่ละเอียดมากไม่แพ้เครื่องบินระดับ First Class ส่วนความหรูหราก็เรียกว่าไม่แพ้ Maybach กันเลยทีเดียว
แต่ถ้าอยากนั่งสบายกว่านี้ต้องรอเวอร์ชันฐานล้อยาวเท่านั้น

รายละเอียดทั้งหมดติดตามชมได้ในเร็ว ๆ นี้

ที่มา : AutoBild


เป็นความเคลื่อนไหวที่สอดรับกับช่วงเวลาเปิดตัว Honda Fit/Jazz รถยนต์ซับคอมแพคท์ชูโรงของค่ายฮอนด้า เมื่อมีการ
ประกาศออกมาว่า Honda เตรียมทุ่มงบกว่า 470 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เปิดโรงงานผลิตเกียร์อัตโนมัติแห่งใหม่ ในประเทศ
เม็กซิโก อันเป็นบริเวณใกล้กันกับโรงงานแห่งใหม่ที่ Honda ตั้งใจผลิตขึ้นเพื่อประกอบ Fit/Jazz รุ่นที่ 3 จำหน่ายในช่วง
ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

alt

โรงงานผลิตเกียร์แห่งใหม่นี้ จะถูกสร้างขึ้น ณ เมือง Celaya ประเทศเม็กซิโก โดยจะมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลังของ
ปี 2015 โดยถูกตั้งเป้าให้ผลิตเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT กว่า 350,000 ลูก/ปี และจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในปีต่อๆไป รวมถึง
จะมีการว่าจ้างตำแหน่งงานกว่า 1,500 ตำแหน่งสำหรับโรงงานผลิตเกียร์แห่งใหม่นี้โดยเฉพาะ

โดยเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ถูกผลิตขึ้น ณ โรงงานแห่งนี้ จะถูกป้อนให้แก่โรงงานประกอบรถยนต์ฮอนด้าในเม็กซิโก รวมไปถึง
ประเทศอื่นๆทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า นอกจาก Honda Fit/Jazz จะหันมาใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT และ
บรรดารถยนต์ร่วมพื้นฐาน Fit/Jazz อย่าง City อันเป็นตัวถังซีดาน พร้อมกับครอสโอเวอร์บนพื้นฐาน Fit/Jazz ก็น่าจะ
ได้รับเกียร์อัตโนมัติ CVT ไปใช้ด้วยเช่นกัน และมากไปกว่านั้น งานนี้ชี้ให้เห็นว่า Honda เตรียมส่ง City อันเป็นตัวถังซีดาน 4 ประตู
ของ Fit/Jazz บุกทำตลาดทั่วโลกอย่างกว้างขวางมากขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกา

ที่มา : Autoblog


หลังจากปลายปีที่แล้ว General Motors กลุ่มบริษัทรถยนต์สัญชาติอเมริกัน จับมือร่วมกับ PSA/Peugeot-Citroën สอง
ค่ายรถยนต์ฝรั่งเศส เพื่อช่วยกันพัฒนาแพลตฟอร์มและงานวิศวกรรมร่วมกันเพื่อช่วยลดต้นทุนการพัฒนาของกันและกันไปแล้ว
ล่าสุด มีรายงานว่า ทั้ง 2 ค่าย เตรียมร่วมมือกันอีกครั้ง ด้วยโครงการผลิตรถยนต์ตู้เชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่เพื่อจำหน่าย
ในตลาดนอกยุโรป

alt

หากการร่วมมือครั้งเป็นจริง จะเป็นการช่วยให้กลุ่ม PSA สามารถจำหน่ายรถยนต์ตู้เชิงพาณิชย์ที่มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น
Peugeot Boxer Van/Citroën Relay ในจำนวนที่มากขึ้น และสามารถเพิ่มเม็ดเงินให้กับกลุ่ม PSA ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจยุโรป
ที่ย่ำแย่ลงในขณะนี้

มากไปกว่านั้น ยังมีการกล่าวว่า โครงการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อสัมพันธ์ระหว่าง GM และ Renault แน่นอน ที่กำลังร่วมมือ
ผลิตรถยนต์เชิงพาณิชย์คู่แฝด Opel/Vauxhall Vivaro/Renault Trafic และ Opel Movano/Renault Master ในขณะนี้

สำหรับโครงการร่วมมือพัฒนาแพลตฟอร์มและงานวิศวกรรมของกลุ่ม PSA และ GM ที่ประกาศก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์
ว่าจะช่วยให้กลุ่ม PSA สามารถลดต้นทุนวิจัยและพัฒนาลงไปได้ถึง 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ/ปี เลยทีเดียว

ที่มา : Automotive News


ในขณะที่ BMW 4-Series ร่างทรงตัวถังคูเป้/เปิดประทุนของ BMW 3-Series ใกล้จะมีการเปิดตัวขึ้นทุกที รหัสแรงอย่าง
BMW M4 ที่จะมาแทน BMW M3 คูเป้/เปิดประทุน ก็ถูกเร่งพัฒนาจนใกล้จะเปิดตัวแล้วเช่นเดียวกัน และผู้บริหารระดับบน
ของ BMW M ก็ได้แย้มว่า M3 รุ่นปัจจุบันถูกขายหมดพร้อมหลีกทางเพื่อการมาถึงของรถยนต์รุ่นใหม่แล้วเช่นกัน

alt

Friedrich Nitschke หัวเรือใหญ่ของ BMW M ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ในขณะที่ BMW M3 คูเป้/เปิดประทุน จะ
อยู่ในสายการผลิตอีกเพียง 6 เดือน และรถยนต์ทั้งหมดก็ถูกจับจองเป็นเจ้าของเรียบร้อยแล้ว ชี้ให้เห็นว่าแฟนๆบิมเมอร์
น่าจะได้เห็น BMW M4 โชว์โฉมกันได้อีกไม่นานนี้

ผู้บริหารคนดังกล่าวยังได้แย้มอีกว่า ในอนาคต ขุมพลังของ BMW และแผนก M จะมีความใกล้เคียงกันอย่างมาก แต่จะมี
การปรับจูนสมรรถนะของขุมพลัง M ให้จี๊ดจ๊าดมากขึ้น สมใจความต้องการของลูกค้า BMW M อย่างแน่นอน และเขายังได้
ปฏิเสธระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในรถยนต์ BMW M รุ่นใหม่ๆ ด้วยเหตุของน้ำหนักของระบบขับเคลื่อนนี้ที่เพิ่มขึ้น และยังเชื่อมั่น
ว่าระบบขับเคลื่อนล้อหลัง น่าจะให้ประสบการณ์การควบคุมรถที่เฉียบคมมากที่สุดเช่นเคย อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่าหาก
ผู้บริโภคต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงพร้อมการขับเคลื่อน 4 ล้อ BMW M ก็มี X5 M และ X6 M รองรับตลาดนี้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ ในอนาคต BMW M อาจนำขุมพลังเบนซิน 3 สูบมาใช้กับรถยนต์ของตนอีกด้วย เพราะ Nitschke ได้ให้ความเห็น
ว่า เครื่องยนต์ 3 สูบเป็นเครื่องยนต์ที่น่าสนใจ เพราะสามารถสร้างระดับแรงม้าได้ตั้งแต่ 185-200 แรงม้า/ลิตร ซึ่งในขณะนี้
BMW ก็ได้พัฒนาเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตรกันอยู่ ดังนั้นเป็นไปได้ว่าขุมพลัง 3 สูบในสไตล์ BMW M น่าจะให้แรงม้า
ที่สูงมากถึง 310 แรงม้ากันเลยทีเดียวครับ

ที่มา : Worldcarfans


บทความ อื่นๆ ...