PR News
เบนท์ลี่ย์ ส่งรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพความเร็วสูงสุดออกมาให้ได้ยลโฉมแล้ว นั่นคือ คอนติเนนทัล จีที สปีด คูเป้ (Continental GT Speed Coupe)
ซึ่งสามารถทะยานไปได้เร็วถคง 329 กม./ชม. จีที สปีด (GT Speed) จะออกมาตอบโจทย์บรรดาแฟนๆ ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลรถที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพที่โดดเด่น ปราดเปรียว
มีรูปลักษณ์การออกแบบที่ไม่เหมือนใครและเต็มไปด้วยความสปอร์ตที่หรูหราอย่างมีระดับได้เป็นอย่างดี โดยได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปแล้ว
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2012 ณ โชว์รูม Performance Auto Gallery บนชั้น 2 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ย่านปทุมวัน

alt
alt

พละกำลังเครื่องยนต์ของคอนติเนนทัล จีที สปีด (Continental GT Speed) ใหม่ ได้มาจากเครื่องยนต์ขนาด 6 ลิตร 48 วาล์ว ทวินเทอร์โบ W12 และสามารถสร้างกำลัง
ได้สูงสุดถึง 616 แรงม้า หรือ 460 กิโลวัตต์ ที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 800 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในระยะเวลา
เพียงแค่ 4.2 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 329 กม./ชม. ส่งผ่านกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่มีอัตราการทดเกียร์ที่สั้นและทรงประสิทธิภาพ เปลี่ยนระดับเกียร์ผ่าน
การควบคุมด้วยซอฟท์แวร์เพื่อการทำงานที่ลงตัว อีกทั้งยังช่วยในการลดอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงลงอีก 12% และช่วยลดอัตราการปล่อยมลพิษอีกด้วย

ความท้าทายในการพัฒนาประสิทธิภาพของจีที สปีด (GT Speed) คันนี้คือการปรับเปลี่ยนตัวถังซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบพวงมาลัย ระบบกันสะเทือน
และระดับความสูงต่ำของรถด้วยเช่นกัน พร้อมกับล้อขนาด 21 นิ้วลาย Speed Wheels ที่มาพร้อมกับยาง Pirelli PZero ขนาด 275 35 R21 ที่ทำงานคู่กันได้อย่างลงตัว
ผลลัพธ์ที่ได้คือความสปอร์ตที่เพิ่มมากขึ้น การรักษาเสถียรภาพของรถได้มากขึ้น และแน่นอนการทรงตัวและการเกาะถนนก็ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

alt

จีที สปีด (GT Speed) ใหม่ เต็มไปด้วยประสิทธิภาพของรถที่เหนือชั้น และมาพร้อมกับความสะดวกสบาย และงานฝีมือที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ อุปกรณ์และชิ้นส่วนภายในต่างๆ
ได้รับการคัดสรรและเลือกใช้แต่วัสดุที่มีคุณภาพ ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วย Mulliner Driving Specification มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการผสมผสาน
ความร่วมสมัยที่หรูหราอย่างมีระดับเข้าไว้กับลักษณะความเป็นสปอร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

alt

สำหรับประเทศไทย ท่านสามารถค้นหาหรือสอบถามเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลี่ย์ ได้จาก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลี่ย์อย่างเป็นทางการ
แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเท่านั้น ที่มีศูนย์บริการมาตรฐานและทีมวิศวกรที่มากประสบการณ์ พร้อมให้บริการรถเบนท์ลี่ย์ของท่าน และซื้อรถยนต์เบนท์ลี่ย์จากทางเอเอเอสฯ เท่านั้น
ที่สามารถได้สิทธิ์การรับประกันจากโรงงานเบนท์ลี่ย์ประเทศอังกฤษ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมการบริการดูแลและบำรุงรักษารถยนต์เบนท์ลี่ย์จากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ
โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ ตลอด 5 ปี (5 Years Free Service Package) มากกว่านั้นเอเอเอสฯ ยังมอบบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงตลอดระยะเวลารับประกัน
และบริการสายด่วนให้คำแนะนำปรึกษาทางเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง


เมื่อเช้าวานนี้ คุณ Tee@Abuser เพื่อนและคุณผู้อ่านของเรา พบรถยนต์ต้องสงสัยคันหนึ่ง
บนทางหลวงวงแหวน เลยตัดสินใจบันทึกภาพ และส่งให้กับ คุณ แพน Commander CHENG ก่อนจะ
ส่งต่อให้ผม

มองปุ๊บ ก็รู้เลยว่า น้องตี้ ช่างภาพของเรา เจอของดีเข้าให้แล้ว

เมื่อส่งให้ คุณ Ku @ ThaicarDesign.com จัดการร่าง Render ภาพขึ้นมาจากข้อมูลที่เขามี
เราก็ได้ภาพที่ ใกล้เคียงความจริงมากที่สุดในเวลานี้ ของรถยนต์ Hatchback 5 ประตู ที่จะ
ทำหน้าที่ในฐานะ รถยนต์ สำหรับโครงการ ECO Car คันแรก และเพียงคันเดียว ของ
Toyota ซึ่งจะถูกสวมด้วยชื่อ Yaris ในการทำตลาดเมืองไทย เป็นประเทศแรกในโลก



และภาพที่เห็นนี้ จะเป็นการยืนยันอย่างชัดเจน หมดข้อกังขาว่า นี่คือรถยนต์รุ่นใหม่ที่
Toyota พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำ รถยนต์ขนาดเล็กที่มีขายอยู่ในโซน
เอเซีย อยู่แล้ว ทั้ง Toyota Agya / Daihatsu Ayla อินโดนีเซีย หรือ Toyota Etios 5 ประตู
ในอินเดีย  มาแปลงโฉมแต่อย่างใด

อีกทั้ง Toyota ตั้งใจจะทำ ECO Car ออกมาแค่ตัวถัง Hatchback 5 ประตู เพียงแบบเดียว
ไม่มีตัวถัง Sedan ตามออกมาในเวลาอันใกล้นี้แน่ๆ

ส่วนประเด็นชื่อรุ่นนั้น Toyota จะนำชื่อ YARIS จากรถยนต์ Hatchback รุ่นขายได้เรื่อยๆ
ของตน มาใช้กับรถยนต์คันใหม่นี้ก็จริง แต่รถยนต์รุ่นใหม่ที่เห็นอยุ่นี้ จะไม่มีความเกี่ยวดอง
ทางสายพันธุ์ กับ Vitz / Yaris รุ่นล่าสุดที่ขายในยุโรป แต่อย่างใด ดังนั้น ห้ามนำไปนับญาติ
กันอย่าง เด็ดขาด!

ECO car คันนี้ จะถูกสวมชื่อ Yaris ในการทำตลาดบ้านเราเท่านั้น จะเรียกว่าเป็น Toyota Yaris
Thai version ก็เรียกได้เต็มปาก เหตุผล ไม่มีอะไรมาก แค่ว่าชื่อ Yaris เป็นชื่อที่ติดปากคนไทย
ไปแล้วเมื่อนึกถึงรถเล็ก 5 ประตูจาก Toyota ในเวลานี้ นั่นเอง

ตัวรถจะมีความยาว เกิน 4 เมตร ไปนิดหน่อย และจะกลายเป็น Hatchback 5 ประตู ที่ยาวเป็น
อันดับต้นๆของตลาด ระยะฐานล้อจะเท่ากันกับ Vios รุ่นปัจจุบัน และรุ่นใหม่ที่จะคลอดใน
เดือนมีนาคมนี้ อยู่ที่ 2,550 มิลลิเมตร (แน่ละ ทั้ง Vios ใหม่ และ ECO Car คันนี้ ถูกพัฒนาขึ้น
บนพื้นตัวถังเดียวกัน และงานวิศวกรรมต่างๆ ร่วมกัน นี่นา) แต่ตัวรถจะสูงราวๆ ไม่เกินระดับ
1.5 เมตร ถือว่า มีแนวหลังคาเตี้ยกว่าคู่แข่งหลายๆคัน

รูปลักษณ์ภายนอก อ้างอิงได้จาก รถต้นแบบ Toyota Dear Qin แบบ 5 ประตู สีเขียว ซึ่ง
เผยโฉมมาตั้งแต่งานแสดงรถยนต์ ที่เมืองจีน กลางปี 2012 ที่ผ่านมา แต่จะถูกขัดเกลาให้
ใกล้เคียงกับการจำหน่ายจริงมากขึ้น แต่ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมมากมาในสไตล์คล้ายกับ
Mitsubishi RVR / ASX รวมทั้ง Lancer EX หน้าฉลาม ทำให้เกิดความกังวลกันว่า กลุ่ม
ลูกค้าสุภาพสตรี จะยอมรับได้หรือเปล่า เพราะงานนี้ ลูกค้ากลุ่มสุภาพบุรุษ น่าจะชอบกัน
เพราะกระจังหน้าจะมาในแบบ Keen Look บุคลิกใหม่ ของรถยนต์ Toyota ทุกรุ่น ทุกคัน
นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นไป

ภายในห้องโดยสาร จะเน้นความโปร่งสบาย กว้างขวาง ตกแต่งภายในด้วยวัสดุที่ ดูดีพอใช้
อุปกรณ์ภายใน จะไม่หวือหวามาก ไม่ได้ไฮเทคนัก ส่วนเครื่องยนต์ จะเป็น ขุมพลังใหม่
ตระกูล NR ขนาด 1.2 ลิตร ที่ไม่เคยทำตลาดในบ้านเรามาก่อน แต่เก่ามาจากที่อื่นบ้างแล้ว
เน้นการบำรุงรักษาง่าย เหมือน Toyota รุ่นก่อนๆ ยังคงใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้าได้ ทั้ง
เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และอัตโนมัติ CVT พวงมาลัยแร็คแอนด์พีเนียนพร้อมเพาเวอร์
แบบไฟฟ้า EPS ระบบกันสะเทือนหน้าแม็คเฟอร์สันสตรัต หลัง ทอร์ชันบีม เหมือนๆ
กับ ECO Car อื่นๆ แต่ถูกปรับเซ็ตให้มีช่วงล่างที่เกาะถนน และมั่นใจได้กว่ารถยนต์ใน
พิกัดเดียวกัน ทั่วๆไป

อย่างไรก็ตาม ยืนยันได้ว่า จะไม่มีเครื่องยนต์ Diesel Common-Rail Turbo มาวางลงในรุ่นที่
ขายในประเทศไทย

ขอย้ำกันอีกทีว่า ECO Car ที่สวมชื่อ Yaris ขายในบ้านเรา จะไม่เกี่ยวข้องกับ Vitz / Yaris ที่ขาย
ในตลาดอื่นๆ ทั่วโลกตอนนี้ทั้งสิ้น และกำหนดการเปิดตัว จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม
2013 นี้ โดยจะเปิดตัวในเมืองไทย เป็นแห่งแรกในโลก เป็นไปตามข้อมูลจากทุกแหล่งข่าวที่เรามี
รวมๆกัน

--------------------------------///--------------------------------
Kia ยังขยันที่จะนำเสนอรถต้นแบบคันใหม่มาอวดโฉมสาธารณะอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Kia ก็มีแผนที่จะอวดโฉมรถต้นแบบ
ภายใต้ชื่อ Kia Cross GT Concept ที่จะอวดโฉมในงาน Chicago Autoshow 2013 ว่ากันว่ามันจะเป็นรถต้นแบบของ
ว่าที่ All New Mohave/Borrago นั่นเอง

alt

Kia เปิดเผยรายละเอียดของ Kia Cross GT Concept ว่าได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ, ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
ทันสมัย และ Kia ก็ยืนยันว่ามันจะเป็นรถต้นแบบที่บ่งบอกถึงทิศทางการออกแบบของรถครอสโอเวอร์ระดับหรูขนาดใหญ่
กว่า Kia Sorento ด้วย

เมื่อดูจากภาพที่เผยแพร่มาก็ถือว่าสมกับเป็น Kia ยุคใหม่เลยทีเดียว

 
ถึงแม้ Opel จะเป็นค่ายรถยุโรปที่เหนื่อยกับการจัดการภายในองค์กรมากที่สุดค่ายหนึ่ง (แม้ตัวรถจะขายดีติด Top 3 ใน
หลาย ๆ ตลาดก็ตาม แต่ด้วยความที่ต้นทุนการผลิตสูงโด่งจึงทำให้ Opel แทบจะไม่มีกำไรต่อคันกันเลย) แต่ดูเหมือนว่า
สถานการณ์ในอนาคตของ Opel เริ่มมองเห็นทางออกกับเขาบ้างเสียแล้ว

alt

ล่าสุด Opel ก็สามารถคว้ายอดจอง Opel Adam สุดยอดรถ A-Segment มากกว่า 20,000 คันในยุโรปไปแล้วนับตั้งแต่
เปิดรับจองในเดือนตุลาคม 2012 ทั้ง ๆ ที่รถคันนี้ไม่ได้มีราคาถูกอะไรมากมายนัก เพราะมันแพงกว่า Opel Corsa รุ่น 3
ประตู และ Opel Agila พอสมควรเลย นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่ากลยุทธ์การทำราคาถูกหรือราคาคุ้มค่าไม่ใช่กลยุทธ์ที่ถูกต้อง
เสมอไป

คุณสมบัติเด่นของ Opel Adam คือลูกค้าสามารถเลือกการตกแต่งตัวถังภายนอกได้มากถึง 61,000 แบบและภายในก็มี
อิสระให้เลือกถึง 82,000 แบบ เครื่องยนต์ก็มีให้เลือกทั้ง 1.2 ลิตร 70 แรงม้าและ 1.4 ลิตร 87/100 แรงม้า ในอนาคต
อาจจะมีเครื่องยนต์เทอร์โบให้เลือกด้วย

นี่คือความสำเร็จครั้งแรกของ Opel ที่ไม่ต้องอาศัยราคาเข้าสู้

 
พักนี้ เราเริ่มเห็นภาพแอบถ่าย Mercedes-Benz S-Class ตัวใหม่บ่อยขึ้นมาก คงเป็นเพราะว่า Mercedes-Benz เอง
ต้องทดสอบอย่างหนักหน่วงซึ่ง S-Class ใหม่ก็แบกความหวังครั้งสำคัญที่จะยกระดับตัวเองให้เทียบชั้นกับ Rolls-Royce
ได้ หรือหากคิดในแง่ร้ายอีกมุมหนึ่งก็พาลคิดไปได้ว่า Mercedes-Benz ได้เตี๊ยมกับสื่อมวลชนเอาไว้แล้วนั่นเอง

alt

ล่าสุด เราก็มีภาพแอบถ่าย S-Class ตัวใหม่ล่าสุดมาให้ชมกัน คราวนี้เรามาดูภาพภายในห้องโดยสารแบบเต็ม ๆ กันก็
พบว่า Mercedes-Benz ได้ออกแบบแผงแดชบอร์ดหน้าในสไตล์ย้อนยุคคลาสสิค (ภาษาวัยรุ่นน่าจะเรียกว่า เชยหรือแก
ขึ้นมาก) นั่นก็แสดงให้เห็นว่า Mercedes-Benz ต้องการท้าชนกับค่ายรถระดับ Ultra Luxury แบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้า
พรหมแต่อย่างใด

แต่ในความคลาสสิคนั้นก็ยังมีความล้ำยุคผสมผสานกันไป นั่นก็คือ ชุดหน้าจอ LCD 2 ชุดสำหรับแสดงผลมาตรวัดเกี่ยวกับ
ตัวรถและอีกชุดก็เป็นหน้าจอสำหรับควบคุมอุปกรณ์ภายในรถ แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ยังคงเอกลักษณ์ของ S-Class ดั้งเดิมเอาไว้
คือการออกแบบแผงปุ่มกดเครื่องปรับอากาศที่ไว้อยู่ด้านล่างสุด

หากมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมเราจะมารายงานกันให้ทราบครับ

 
บทความ อื่นๆ ...