PR News
Beijing Automotive Group Co. บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่เป็นพันธมิตรกับ Daimler AG และ Hyundai เริ่มวาง
จำหน่าย BAIC Senova เมื่อวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2013 พร้อมกับชูประเด็นว่าเป็นรถที่หยิบยืมเทคโนโลยีจาก Saab
(ในสมัยที่ Saab ต้องขายทรัพย์สินทอดตลาดเพื่อนำเงินสดมาหมุนเวียน)

alt

BAIC Senova ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ในราคาแค่เพียง 139,500 หยวน ทั้งที่เป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ
รถยนต์ Saab ในปี 2009 และ BAIC จะมีเป้าหมายในการผลักดันแบรนด์รถยนต์ตัวเองให้ไปสู่ในระดับสากลภายในปี
2025 พร้อมทั้งจ้างนักออกแบบฝีมือดีอย่าง Leonardo Fiorvanati เข้ามาร่วมงานด้วย

งานนี้ BAIC ได้ลงทุนว่าจ้าง Nicolas Cage ดาราชื่อดังจาก Hollywood มาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถยนต์ BAIC Senova
D Series เพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์แบรนด์

เป้าหมายสำคัญในอนาคตอันใกล้ของ BAIC คือการผลักดันยอดขายให้ทะลุ 2.1 ล้านคันภายในปี 2015 (รวมกับตลาด
ฮ่องกง) โดยฝากความหวังให้กับ Senova ว่าจะเป็นตัวช่วยเบิกทางความสำเร็จให้กับ BAIC เป็นอย่างดี
GM คิดอยู่นานเหลือเกินว่าพวกเขาจะตัดสินใจเอายังไงกับตลาดรถกระบะขนาดคอมแพคท์ที่เล็กกว่ากระบะ Full-Size
ในสหรัฐอเมริกา(ที่ไม่อยากเรียกว่าเป็นรถกระบะ 1 ตันเพราะความจริงแล้วรถกระบะคอมแพคท์ทั้งหลายมีน้ำหนักเลย 1
ตันไปมากแล้ว) แล้วยิ่งเพื่อนร่วมชาติอย่าง Ford ก็ถอนตัวจากตลาดกระบะคอมแพคท์ในสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่ท้ายที่สุด
GM ก็ตัดสินใจเดินหน้าพัฒนาและเตรียมวางจำหน่าย Next Chevrolet Colorado US version ต่อไป

alt

เว็บไซต์ pickuptrucks.com ได้ลงภาพแอบถ่าย All New Chevrolet Colorado US version ภายใต้วัสดุปกคลุมทั้ง
สติ๊กเกอร์และผ้าดำคลุม เมื่อมองภาพจากตัวรถก็พบว่ามันก็ใช้เรือนร่างเดียวกับ Colorado เวอร์ชันตลาดโลกและคาดว่า
น่าจะมีการปรับบุคลิคของตัวรถให้ดูบึกบึนขึ้น

All New Chevrolet Colorado US version จะมีการผลิตขึ้นที่โรงงานเขต Wentzville สหรัฐอเมริกา ส่วนรายละเอียด
ต่าง ๆ ก็ต้องรอกันอีกสักนิด

ที่มา : http://news.pickuptrucks.com/2013/05/spy-photos-us-bound-chevy-colorado.html 
กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 9 พฤษภาคม 2556 – บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ความสำเร็จอย่างงดงามของรถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า2 เป็นบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี
ถึงการเติบโตของมาสด้าในประเทศไทย เมื่อครั้งเปิดตัว มาสด้า2 เป็นที่จับตามองของแวดวงรถยนต์ของประเทศไทย เพราะเป็นรถที่ใช้คอนเซ็ปต์ใหม่ในการเข้าตลาด จากวันนั้นจนถึงวันนี้
มาสด้า2 ได้กลายเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายของมาสด้าให้เติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ทั้งยังส่งมอบภาพลักษณ์ความสปอร์ตของมาสด้าสู่ลูกค้าได้อย่างชัดเจน ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี
ก็มีรถมาสด้า2 วิ่งบนถนนเมืองไทยมากถึงนับแสนคัน และสมควรแก่โอกาสของการเฉลิมฉลอง เพื่อส่งคำขอบคุณไปยังลูกค้าผู้สนใจ และลูกค้าผู้เป็นเจ้าของ แน่นอนว่าในโอกาสพิเศษนี้
มาสด้าได้มอบสิทธิพิเศษต่างๆ มากมายให้แก่ลูกค้าทั้งสองกลุ่ม และมุ่งหน้าเตรียมส่งกิจกรรมที่ถูกใจแฟนๆ ซูม-ซูม ผู้รักความสปอร์ตให้ได้ร่วมงานกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์และ
มีความความเชื่อมั่นในคุณภาพของรถยนต์มาสด้ายิ่งขึ้นอีก

alt

นายโชอิชิ ยูกิ กรรมการผู้จัดการ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดตัวรถยนต์นั่งมาสด้า2 สปอร์ตแฮตช์แบค 5 ประตู เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ
ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือ บี-เซ็กเม้นต์ พื้นฐานสำคัญของความสำเร็จของมาสด้า2 ในประเทศไทยคือความไว้วางใจของลูกค้า
และความกล้าของแบรนด์ที่จะนำเสนอสิ่งแปลกใหม่เข้าสู่ จนแม้กระทั่งอยู่ท่ามกลางกระแสของรถเล็กอื่นๆ รวมถึงอีโค่คาร์ สมรรถนะเฉพาะตัวของเครื่องยนต์ 1500 ซีซี. และความเป็นรถที่มี
ทั้งกำลังและความคล่องตัวสูง ขับสนุกไม่ว่าจะใช้ในเมืองหรือนอกเมือง ประกอบกับรูปลักษณ์ดีไซน์ที่โดดเด่น และอุปกรณ์ที่ทันสมัย อาทิ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ระบบความปลอดภัยถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ระบบเบรกเอบีเอส ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว รวมถึงการคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมของโลก ซึ่งทั้งหมดนี้มีครบในมาสด้า 2 จนประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วมียอดขาย
ทะลุเกิน 100,000 คัน โดยแบ่งออกเป็นรุ่นสปอร์ต แฮตช์แบค 5 ประตู จำนวน 48,145 คัน (47%) และรุ่นเอลิแกนซ์ ซีดาน 4 ประตู จำนวน 55,417 คัน (53%)

นางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี แม่ทัพทางด้านการตลาดที่มีแนวทางการการตลาดแบบไม่ซ้ำใคร นำมาสด้า2 เข้าตลาดด้วยกลยุทธ์เรื่องสี ให้สีของรถเป็นความแข็งแกร่งที่นำมาสด้า2
ไปสู่ความเป็นตัวของตัวเอง มีความชัดเจนและกล้าแสดงออก ซึ่งก็คือตัวแทนของบุคลิกคนรุ่นใหม่นั่นเอง  การแนะนำรถเข้าสู่ตลาดในช่วงเวลาที่เหมาะสม ใช้กลยุทธ์สร้างความต่าง
สร้างบุคลิกให้แก่ตัวรถ ไม่ใช่การตลาดแบบเดิมๆ ที่เคยมีมา รวมถึงการแต่ตั้งพรีเซนเตอร์อินดี้อย่าง เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ และสปอร์ตเท่อย่าง ณเดช คูกิมิยะ มาตอกย้ำให้ตำแหน่งของมาสด้า2
ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่งให้รถยนต์มาสด้า2 ก่อเกิดกระแสฟีเวอร์อย่างรวดเร็ว แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคุณภาพและประสิทธิภาพของรถยนต์มาสด้า2 นั้นไม่ได้เป็นสองรองใคร กลับมีความโดดเด่น
และมีเอกลักษณ์รวมถึงบุคลิกที่เข้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

หลังจากที่รถยนต์นั่งมาสด้า2 เข้าตลาดในปีแรกก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ยอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2553 มียอดขายสูงถึง 22,534 คัน และสามารถครองส่วน
แบ่งทางการตลาดของรถยนต์นั่งขนาดเล็กได้ถึง 14% และในปีต่อมา 2554 เติบโตแบบก้าวกระโดดมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นถึง 27,714 คัน และสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มเป็น 16%
และในปีที่ผ่านมามาสด้า2 ทะยานขึ้นไปสูงถึง 39,577 คัน และครองส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 14% นี่คือความสำเร็จที่มาสด้า2 ได้สร้างสถิติไว้อย่างงดงาม

alt

และเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จของมาสด้า2 ได้รับความนิยมมาโดยตลอดจนผ่านยอดขาย 100,000 คันไปแล้ว มาสด้าจึงมอบข้อเสนอพิเศษกว่าทุกครั้งให้แก่ผู้ชื่นชอบอารมณ์สปอร์ตที่กำลัง
มองหารถคันใหม่  มาสด้าทุกรุ่นได้ร่วมมอบข้อเสนอด้วยเช่นกัน ลูกค้าจะได้รับแพ็คเก็จใหญ่ฟรีทันทีที่ออกรถ ได้แก่ บัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท แพ็คค่าบำรุงรักษา ฟรีนาน 1 ปี
ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และสิทธิพิเศษของการสปอร์ตก่อนผ่อนที่หลังนาน 3 เดือน  พิเศษสุดสำหรับผู้สนใจทดลองขับสมรรถนะ ซูม-ซูม ของรถมาสด้าทุกรุ่น หลังขับรับทันทีคูปองแทนเงินสดใช้ช้อป
ฟรี 200 บาทที่เทสโก้ โลตัส

นอกจากนี้การมอบแพ็คเกจใหญ่ให้แก่ลูกค้ามาสด้าทุกรุ่นแล้ว ยังมีข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติมสำหรับรถปิกอัพขวัญใจฮีโร่ มาสด้า บีที-50 โปรใหม่ และรถยนต์สปอร์ตมาสด้า3 เพียงนำรถคันเก่า
มาเปลี่ยนเป็นรถมาสด้าคันใหม่รับเงินเพิ่มทันทีอีก 10,000 บาท ทุกข้อเสนอมีให้ถึง 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น


“ซูบารุ” โหมหนักบุกตลาดรถยนต์เมืองไทยไตรมาส 2 หลัง “ซูบารุ เอ็กซ์วี (SUBARU XV)” ประสบความสำเร็จด้านยอดขาย เตรียมเดินสายจัดกิจรรมโรดโชว์ต่อเนื่องกว่า 50 จุด
ทั่วประเทศ ควบคู่การโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง หวังดันยอดขายทั้งปีแตะ 3,000 คัน พร้อมจ่อคิวเปิดตัว “ซูบารุ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ (SUBARU ALL NEW FORESTER)”

หลังจากที่บริษัทฯ สร้างเซอร์ไพรส์ในไตรมาสแรก ด้วยการประชาสัมพันธ์ “ซูบารุ เอ็กซ์วี (SUBARU XV)” บนปกนิตยสารชั้นนำพร้อมกันกว่า 14 ฉบับ รวมทั้งสื่อโทรทัศน์พร้อมกัน
กว่า 8 สถานี, วิทยุ ,อินเตอร์เน็ทและป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่หลายจุดทั่วกรุงเทพฯ

alt

นายอภิชัย ธรรมศิรารักษ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ ซูบารุอย่างเป็นทางการ เปิดเผยถึงแผนการตลาดในช่วงไตรมาส 2
ของปี 2556 ว่า บริษัทฯ เตรียมจัดกิจกรรมโรดโชว์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสรถยนต์ซูบารุมากขึ้น พร้อมทั้งเป็นการสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุทั่วประเทศ
นำโดย ซูบารุ เอ็กซ์วี (SUBARU XV) พร้อมรถยนต์ซูบารุรุ่นต่างๆ เช่น ซูบารุ เอาท์แบ็ค (SUBARU OUTBACK), ซูบารุ เลกาซี (SUBARU LEGACY) และซูบารุ บีอาร์ซี (SUBARU BRZ)
โดยตั้งเป้าโรดโชว์กว่า 50 จุดทั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพและปริมณฑลกว่า 30 จุด และต่างจังหวัดอีกกว่า 20 จุด อาทิ เชียงใหม่, นครราชสีมา, อุดรธานี, ชลบุรี, สุราษฎร์ธานี, และหาดใหญ่

ทั้งนี้ ยังมีการดำเนินการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้ซุบารุมียอดจองตลอดทั้งปี 2556 เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 3,000 คัน นอกจากนี้
บริษัทฯ ยังมีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ “ซูบารุ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ (SUBARU ALL NEW FORESTER)” ในไตรมาตรที่ 3 โดยมั่นใจว่า ซูบารุ ออล นิว ฟอเรสเตอร์
สุดยอดรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) เจเนอเรชั่น 4 จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี



เบกาซี อินโดนีเซีย, 09 พฤษภาคม 2556 – เจนเนอรัล มอเตอร์ส เปิดศูนย์การผลิตยานยนต์ในเบกาซี ประเทศอินโดนีเซีย อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการเฉลิมฉลอง
ตามธรรมเนียมของอินโดนีเซียที่เปี่ยมด้วยสีสันและเสียงดนตรีอันทรงพลัง โดยได้รับเกียรติจาก ดร.บูดี ดาร์มาดี เจ้าหน้าที่ระดับสูง กระทรวงอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย
และมร. ทิม ลี รองประธานกรรมการจีเอ็ม ฝ่ายการผลิตระดับโลก และประธานกรรมการ จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ เป็นผู้ขับรถเชฟโรเลต สปิน คันแรกออกจากสายการผลิต
นอกจากนี้ยังมีมร. มาร์คอส เพอร์ตี้ ประธานกรรมการจีเอ็ม อินโดนีเซีย และมร. มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บริษัท เจนเนอรัล่ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นเกียรติภายในงาน

alt 

ศูนย์การผลิตจีเอ็ม เบกาซี เป็นการลงทุนของเจนเนอรัล มอเตอร์ส อินโดนีเซีย มูลค่า 150 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4,430 ล้านบาท) มีเนื้อที่ทั้งหมด 58,000 ตารางเมตร
ตั้งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตาไปทางตะวันออกราว 16 กม. มีพนักงานทั้งหมด 700 คน

“อินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตรวดเร็วที่สุด เราดำเนินการด้วยความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมที่จะผลิตในตลาดที่เราจำหน่าย และจัดหาชิ้นส่วนยานยนต์จากสถานที่ที่เราผลิต”
มร. ทิมลี รองประธานกรรมการจีเอ็ม ฝ่ายการผลิตระดับโลก  และประธานกรรมการ จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ กล่าว “เมื่อปีที่แล้ว จีเอ็ม อินโดนีเซียมีอัตราขยายตัว 17 เปอร์เซ็นต์
เมื่อเทียบกับปี 2554 ซึ่งการเปิดตัวเชฟโรเลต สปิน ทำให้เราคาดหมายว่าจะสามารถสร้างการเติบโตสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง”

สปิน ที่ผลิตในอินโดนีเซีย ราว 80 เปอร์เซ็นต์จะออกจำหน่ายในประเทศ ขณะที่อีก 20 เปอร์เซ็นต์จะถูกส่งออกไปจำหน่ายในประเทศไทยและฟิลิปปินส์ ศูนย์การผลิตจีเอ็ม เบกาซี
จะผลิตสปิน 40,000 คันต่อปี “การเปิดศูนย์การผลิตในวันนี้เป็นวาระสุดพิเศษสำหรับพนักงาน 700 คน บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ 43 บริษัทฯ และผู้แทนจำหน่ายเชฟโรเลต
อินโดนีเซีย อีก 34 แห่ง” มร. มาร์คอส เพอร์ตี้ ประธานกรรมการ จีเอ็ม อินโดนีเซีย กล่าว

alt

พนักงานภายในศูนย์การผลิตจีเอ็ม เบกาซี แห่งนี้ ยังได้ประทับมือลงบนดินเหนียวที่จะถูกหล่อขึ้นเป็นแผ่นกระเบื้องก่อนติดตั้งถาวรประดับบนกำแพงภายในศูนย์การผลิต สำหรับกิจกรรม
พิเศษอื่นๆ ยังรวมถึงการตีกลองอันเร้าใจ การเต้นรำประกอบธง การตัดริบบิ้น และการแสดงดนตรีจากวงโยธวาทิต รวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์อย่างเป็นทางการของผู้บริหารระดับสูง
ปิดท้ายด้วยการเยี่ยมชมสายการผลิตของแขกที่เข้าร่วมงาน ภายในงานเปิดศูนย์การผลิต ยังมีการจัดแสดงรถสุดคลาสสิก 1928 เชฟโรเลต สะท้อนถึงการดำเนินงานอันเก่าแก่ของจีเอ็ม
ในประเทศอินโดนีเซีย ภายใต้ชื่อ จีเอ็ม ชวา (GM Java) ก่อตั้งเมื่อปี 2470 ก่อนเปลี่ยนมาเป็นจีเอ็ม อินโดนีเซีย ในปัจจุบัน ทั้งนี้ เจนเนอรัล มอเตอร์ส นับเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์
รายแรกในประเทศอินโดนีเซีย


บทความ อื่นๆ ...