PR News
ขึ้นชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ คงไม่อยากให้มีใครให้มันเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นเราควรจะรับมือมันอย่างไร? โดยเฉพาะอุบัติเหตุ
บางอย่างที่ยังไม่สามารถหาสาเหตุสรุปได้ อาทิ เช่นอุบัติเหตุรถไฟไหม้โดยอัตโนมัติ ขณะทดสอบวิ่งทดสอบบนสนาม
ทดสอบอยู่ งานนี้นักทดสอบคงจะหนาวเนื้อกันทีเดียว เพราะเราไม่แน่ใจว่านักทดสอบจะต้องร่วมรับผิดชอบอะไร
บางอย่างให้แก่บริษัทแม่หรือไม่?

2014 07 25 Honda

อย่างกรณีอุบัติเหตุล่าสุด Honda/Acura NSX โฉมใหม่ก็ได้ระเบิดตัวเองขณะวิ่งทดสอบบนสนามนูร์เบอร์กกิง อย่างน่า
สงสัย ส่วนสภาพตัวรถคงไม่ต้องหาคำบรรยายใด ๆ สักคำให้ลึกซึ้งเพราะตัวรถมันไหม้เกรียบราวกับปลาหมึกแดดเดียว ซึ่ง
หนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ต้นกำเนิดไปอยู่ส่วนท้ายของรถ ต่อจากนั้นก็มีเสียงระเบิดเกิดขึ้น 2 ครั้งแถวแบตเตอรี่
หลังจากนั้นรถก็โดนเผาไหม้ทั้งคัน

โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเลย

ส่วนความคืบหน้าด้านสาเหตุไฟไหม้รถทั้งคันเห็นทีจะต้องติดตามข่าวกันตอนต่อไป

ที่มา : Worldcarfans



ตอนนี้ชื่อชั้นแผนก Nismo จาก Nissan แทบจะกลายเปรียบเสมือนเป็น AMG แห่ง Mercedes-Benz ไปเสียแล้ว เพราะ
มันมิศักดิ์ศรีถึงเป็นขั้นสำนักโมดิฟายด์ความแรงสปอร์ต ๆ จากรถพื้นบ้านที่ตนเองมีจำหน่ายอยู่ หลายคนก็คงหวังว่า
นโยบายรถยนต์ Nismo จะมาหลุดปลิวกระเด็นหล่นลงมาตลาดเมืองไทยบ้างไม่มากก็น้อย

2014 07 24 Nissan Note Nismo 1

2014 07 24 Nissan Note Nismo 2

แต่สำหรับประเทศบ้านเกิดอย่างญี่ปุ่นชื่อ Nismo ก็กำลังเติบโตอย่างมั่นคงเรื่อย ๆ อันเป็นผลจากการแนะนำ Juke
Nismo ครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2013 ต่อจากนั้นก็มี March Nismo, FairladyZ Nismo และ GT-R Nismo คิว
ล่าสุดก็ถึงตา Nissan Note Nismo กันบ้าง

Nissan Note Nismo มาพร้อมทั้งแบบมาตรฐานและแบบ Nismo S แบบมาตรฐานก็จะมอบความสุขในการขับขี่ให้แก่
ลูกค้าเป็นหลักเพียงแต่เน้นความประหยัดน้ำมันซึ่งก็มีการปรับปรุงเครื่องยนต์, แชสซีส์, ยาง, ช่วงล่างด้วยเทคโนโลยี
มอเตอร์สปอร์ตขั้นสูงจาก Nismo

ส่วน Nissan Note Nismo S ก็จะมีการจูนเครื่องยนต์ให้แรงขึ้นพร้อมกับจับคู่เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ นั่นจึงทำให้
เครื่องยนต์มีเรี่ยวแรงมากตั้งแต่รอบต่ำ

2014 07 24 Nissan Note Nismo 3


นอกจากจะมีการตกแต่งดีไซน์ภายนอกในแบบฉบับ Nismo แล้ว ทาง Nismo เองก็ยังลงทุนปรับปรุงโครงสร้างตัวถังให้
รองรับกับแรงบิดที่เพิ่มขึ้น คุณภาพระดับนี้หาได้จากการปรับแต่งจากสายการผลิตรถยนต์เท่านั้น (คือไปแต่งข้างนอกก็ไม่
ดี)

Nissan Note Nismo จะเริ่มวางจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป


ที่มา : Nissan


หลักการเทคโนโลยี Head Up Display ในปัจจุบันส่วนใหญ่มักจะใช้เทคนิคการยิงแสงสะท้อนลงบนกระจกบังลมหน้า
หรือถ้าต้องการลดต้นทุนก็จะติดตั้งแผง LED ให้ยิงสะท้อนผ่านแผ่นกระจกเล็ก ๆ (เหมือนกับ Mazda 3 โฉมใหม่) จะว่าไป
เทคนิคการแสดงผล Head Up Display ในวันนี้ก็ยังไม่ถือว่าล้ำสมัยมากนัก แต่เชื่อว่าอีกไม่นานเทคโนโลยีการแสดงผล
ต่อหน้าผู้ขับขี่คงจะขยับก้าวไปอีกขึ้นแน่นอน

2014 07 24 HUD

เทคโนโลยี Head Up Display ที่จะก้าวไปอีกหนึ่งขั้นนั้นมันจะต้องมาในรูปแบบ augmented reality หรือแสดงผลใน
รูปแบบเสมือนจริงมากที่สุด โดยใช้พื้นที่กระจกบังลมหน้าทั้งหมดเป็นพื้นที่ในการแสดงผลที่สำคัญ นั่นก็ทำให้ผู้ขับขี่จ้อง
บนถนนตลอดเวลาได้

Continental ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และซัพพลายเออร์ชื่อดังได้เปิดเผยว่าเทคโนโลยี Head Up Display แบบแสดงผล
เสมือนจริงนั้นจะผลิตส่งให้บริษัทรถรายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยนามภายในปี 2017 นี้

Head Up Display แบบใหม่จะแสดงผลสีทั้งข้อความและรูปภาพขนาดใหญ่ซึ่งผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ชื่อดัง
ทั้งหลายอาทิ Nippon Seiki, Harman, Visteon, Bosch, Panasonic, Delphi ต่างกำลังพัฒนา Head Up Display
แบบใหม่นี้ แม้กระทั่ง Denso ก็ซุ่มพัฒนา Head Up Display ที่แสดงผลในรูปแบบ ของตนเองด้วยเช่นกัน

หากใครที่ยังจินตนาการไม่ออกว่าเทคโนโลยีจะแสดงผลได้อย่างไร? Continental ก็เลยเตรียมจัดงานเปิดตัวเทคโนโลยี
Head Up Display แบบใหม่โดยใช้ Kia K900 มาโมดิฟายด์ใหม่ภายในเดือนนี้

ด้วยข้อดีของเทคโนโลยี Head Up Display แบบ augmented reality ที่มีการแสดงผลขนาดใหญ่ (มาก), มีสีสันและ
ความละเอียด จึงทำให้ทีมพัฒนาสามารถบรรจุข้อมูลที่สำคัญลงไปได้ จนสามารถสร้างกราฟิกให้สามารถแนะนำทางออก
ล่วงหน้าหรือสร้างกราฟิกเสมือนวาดทับลงบนพื้นถนนเพื่อนำทางให้ผู้ขับขี่ได้

หลักการทำงานเบื้องต้นคือ มันจะมีกล่องฉายแสดงผลขนาด 13 ลิตรซ่อนอยู่ใต้แผงแดชบอร์ด (ในเวอร์ชันผลิตจริงจะลด
เหลือแค่ 11 ลิตร) แต่ปัญหาสำคัญคือต้นทุนการผลิตและมันจะมีเนื้อที่เพียงพอให้กล่องฉายแสดงผลติดตั้งลงได้หรือไม่

เอาเป็นว่าให้รอดูปี 2017 เป็นต้นไปแล้วกันว่าเทคโนโลยี Head Up Display แบบใหม่จะทำให้ “ว้าว” กันได้ขนาดไหน


ที่มา : Autonews

ยิ่งนานวันก็ยิ่งมีข่าวประหลาด ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ล่าสุดก็มีสื่อมวลชนออสเตรเลียรายงานมาว่า ผู้บริหาระดับสูง
Volkswagen Group กำลังพิจารณาในการกลับไปใช้ชื่อกลุ่มยานยนต์ในชื่อ Auto Union กันอยู่ ถึงแม้ว่าโฆษกทั้ง
Volkswagen และ Audi ต่างปฏิเสธข่าวชิ้นนี้ แต่แหล่งวงในที่เชื่อถือได้ก็ยังยืนยันว่าการกลับไปใช้ชื่อกลุ่ม Auto Union
ยังดำเนินการต่อไปแน่

2014 07 24 VW

เหตุผลสำคัญที่ต้องการเปลี่ยนชื่อกลุ่ม Volkswagen Group ให้กลายเป็น Auto Union ก็เพราะต้องการรักษาชื่อแบ
รนด์ Volkswagen ให้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์รถยนต์เท่านั้น และที่สำคัญชื่อ Volkswagen มันคือชื่อแบรนด์รถระดับแมส
ก็อาจทำให้ภาพลักษณ์กลุ่มไม่ชัดเจนหรือขัดแย้งกันเพราะในตอนนี้พวกเขามีแบรนด์รถยนต์และรถจักรยานยนต์ระดับบน
อยู่ในมือมากมาย

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่า Auto Union มันที่มีมาอย่างไร มันคือกลุ่มแบรนด์รถยนต์เยอรมันที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1932
ประกอบไปด้วย Audi, DKW, Horch และ Wanderer มีการหยุดผลิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วกลับมาผลิตอีก
ครั้งในปี 1949 จากนั้น Daimler AG ก็เข้ามาเทคโอเวอร์กิจการจำนวน 87% จากนั้น 6 ปีต่อมา Volkswagen ก็เข้ามา
ซื้อกิจการและจากนั้นก็เปลี่ยนชื่อเป็น Audi จนถึงบัดนี้

การเปลี่ยนไปใช้ชื่อกลุ่มธุรกิจยานยนต์ Auto Union มีเป้าหมายแบบเดียวกับ Daimler AG ที่มีแบรนด์ยานพาหนะใน
เครืออย่าง Mercedes-Benz, Smart, Fuso และ Freightliner โดยที่ชื่อองค์กรไม่เกี่ยวข้องกับชื่อแบรนด์รถยนต์ในเครือ
แต่อย่างใด

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Volkswagen Group คิดอยากจะกลับไปใช้ชื่อกลุ่ม Auto Union แต่เมื่อย้อนไปปี 2004 พวกเราก็
เคยได้ยินข่าวทำนองนี้มาเช่นกัน

แต่เชื่อว่าครั้งนี้พวกเขาน่าจะเอาจริง


ที่มา : goauto.com.au


อันที่จริงเราก็เคยได้ยินข่าว BMW คิดจะทำสุดยอดรถสปอร์ตที่เหนือกว่า BMW i8 ก็นานเอามาก ๆ แล้วเหมือนกัน
เพียงแต่ยังไม่มีการตัดสินใจจากบริษัทแม่โดยตรง นั่นจึงทำให้พวกเราต้องคอยสืบและคอยติดตามข่าวรถสปอร์ตจาก
BMW ตลอดเวลา

2014 07 24 BMW

ข่าวล่าสุดจากเว็บไซต์นิตยสารชื่อดังจากเมืองเบียร์ auto-motor-und-sport.de ก็ได้รายงานความเคลื่อนไหวว่า BMW
จะเตรียมเปิดตัว BMW i9 Plug-in Hybrid ภายในปี 2016 เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบแบรนด์ 100 ปีพอดี และนั่น
ก็จะไปพ้องกับข่าวในอดีตที่เคยมีรายงานกันว่า BMW คิดจะทำสุดยอดรถสปอร์ตที่ระลึกความสำเร็จของ M1 ใน
สมัยก่อน

มีความเป็นไปได้สูงมากว่า BMW i9 จะยกขุมพลัง Plug-in Hybrid จาก i8 มาพัฒนาให้แรงมากกว่า i8 ที่ทำได้ 362
แรงม้าเท่านั้น ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีขนาดความจุมากกว่า 1.5 ลิตร และเพิ่มกำลังมอเตอร์ไฟฟ้าให้
แรงมากกว่า 131 แรงม้า

ผลจากการอัพเกรดขุมพลังนี้ก็จะทำให้ BMW i9 มีน้ำหนักตัวมากกว่า i8 ดังนั้น BMW จึงวางแผนที่จะใช้วัสดุคาร์บอน
ไฟเบอร์และอลูมิเนียมเพิ่มมากขึ้นและเพื่อรักษาอัตราส่วนการกระจายน้ำหนัก 50 : 50

และมีความเป็นไปได้ว่า BMW i9 จะต้องมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงน้อยกว่า 4 วินาทีและน่าจะมีความเร็ว
สูงสุดมากกว่า 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ส่วนความเคลื่อนไหวอื่น ๆ เห็นทีต้องติดตามตอนต่อไป


ที่มา : auto-motor-und-sport.de


บทความ อื่นๆ ...