PR News
Mini ยังเดินหน้าพัฒนารถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องและแน่นอนว่าในอนาคต Mini ก็จำเป็นจะต้องเน้นหนักไปยังรถยนต์รุ่น
ขายดีที่ Mini จะเรียกว่า Hero Model มากกว่า ส่วนรุ่นตัวถังที่ขายไม่ค่อยดีเห็นทีจะต้องโบกมือลากันแน่นอน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Mini Coupe และ Mini Roadster ที่เคยหมายมั่นปั้นมือว่ามันจะต้องมาต่อกรกับ Mazda MX-5
โดยตรงแต่สุดท้ายก็แพ้ภัยตัวเองไปจนได้

2014 11 26 Mini

Patrick McKenna ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์ Mini แห่งสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า Mini เตรียมปิดตัว Mini
Coupe และ Roadster ภายในปีหน้า โดยให้เหตุผลอย่างน่าฉงนว่า รถทั้ง 2 คันเป็นรถที่อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิตของมัน

ถ้าให้วิเคราะห์ถึงสาเหตุของการหยุดผลิต Mini Coupe และ Mini Roadster ภายในปีหน้า ก็จะพบว่ารถทั้ง 2 คันเป็น
รถที่แอบทับซ้อนกับ Mini ที่มีอยู่ในปัจจุบันระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่ารถทั้ง 2 คันจะมีความแตกต่างในด้านงานออกแบบ
เฉพาะตัว, มีความพรีเมี่ยมที่มากกว่า แต่ผู้บริโภคก็ไม่ได้สนใจถึงความแตกต่างตรงนั้นซะเท่าไร

McKenna ยังเผยอีกว่า Mini จะดำเนินกลยุทธ์ SuperHero ด้วยการวางแผนขยับยอดขายรถรุ่นขายดีแทนที่จะไปสร้าง
รถเพื่ออุดช่องว่างในตลาดเฉพาะเหมือนอย่างที่ BMW เป็น และ Mini รุ่น 5 ประตูก็ถือเป็นรถยนต์ที่อยู่ในกลยุทธ์นั้น
เหมาะสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบรูปทรง Mini มาตรฐานแต่ต้องการตัวรถที่ดูใหญ่กว่านั้น

นับว่าเป็นการดำเนินแผนที่รอบคอบกว่าที่เคยเป็นมา

ที่มา : Autoguide


เราลองนึกสภาพตอนที่เราอยู่ในยุคของมือถือปุ่มกดซึ่งในสมัยนั้นเราก็คิดว่า เฮ้ย มันสุดยอดของที่สุดแล้วและหลายคนก็
คงคาดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นไม่นานมันก็เป็นยุคของมือถือหน้าจอสัมผัส และเราก็ไม่แน่ใจว่ามือถือยุคต่อไปจะมี interface
ที่ล้ำหน้าและใช้ได้จริงขนาดไหน?

และเมื่อหันมามอง interface ในรถยนต์แล้วก็พบว่ารถยนต์ยุคใหม่หลายรุ่นยังมีการผสมผสานระหว่างหน้าจอสัมผัสและ
ปุ่มกดกันอยู่ เราก็เคยลองคิดเล่น ๆ ว่าถ้าวันหนึ่งรถยนต์จะมีภายในไร้ปุ่มกดมันจะเป็นอย่างไร? มันจะวุ่นวายโกลาหลกัน
หรือเปล่านะ

2014 11 26 Audi

Dr. Ulrich Hackenberg สมาชิกบอร์ดบริหารฝ่ายพัฒนาด้านเทคนิคเปิดเผยว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้ารถยนต์ Audi จะ
หันไปหาหน้าจอสัมผัสและลดจำนวนปุ่มจำพวก ปุ่มหมุนหรือปุ่มกดลงให้น้อยที่สุด จนในที่สุดก็จะกลายเป็นรถไร้ปุ่มกดใน
ที่สุด

Hackenberg มั่นใจว่าลูกค้าในวันนี้ที่ใช้หน้าจอสัมผัสก็จะไม่มีปัญหาในการใช้งาน และคิดว่าประเด็นนี้คงจะต้องรอให้
Audi เปิดตัวรถคันจริงที่ใช้หน้าจอสัมผัสกันเสียก่อน

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยเทคโนโลยีบางอย่างให้โลกรู้บ้างอย่างเช่น Audi คิดจะใช้ ซูเปอร์ชาร์จไฟฟ้าที่มีกำลังไฟ 48
โวลต์เพื่อช่วยลดอาการแรงเฉื่อยก่อนที่เทอร์โบชาร์จทำงาน โดยจะติดตั้งใน Audi A8 และ Q7 โฉมใหม่

และ Audi ยังเปิดเผยว่า Audi ได้ค้นพบว่าผู้ขับขี่ใช้เวลา 10 วินาทีในการแก้ไขปัญหาหากระบบขับขี่อัตโนมัติเกิดขัดข้อง
Audi จึงต้องติดตั้งคอมพิวเตอร์สั่งการ 2 ตัวเพื่อตรวจสอบเซนเซอร์และทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าในอนาคต และถ้า
สมมติว่าระบบคอมพิวเตอร์ 2 ชุดขัดข้องจริง ระบบก็จะถามผู้ขับขี่ว่าอยากจะควบคุมรถด้วยตนเองไหม? อย่างน้อย ๆ ผู้
ขับขี่ก็สามารถช่วยเหลือตนเองก่อนที่อุบัติภัยจะเกิดขึ้น

ที่มา : Automobile Magazine


BMW ยังขยันที่จะออกรถยนต์ในตระกูล I อยู่เรื่อย ๆ เพื่อให้คนทั่วไปได้รับทราบว่า BMW เอาจริงกับตระกูล I แน่นอน
และแผนการในอนาคตคือการเตรียมแนะนำ BMW i8s หรือมันคือ BMW i8 Plug-in Hybrid ที่มีกำลังสูงขึ้นโดยมีรหัส
พัฒนาว่า M100 ซึ่งบ่งบอกว่า BMW i8s จะต้องกลายเป็นรถฉลองครบรอบแบรนด์ BMW 100 ปีนั่นเอง

2014 11 26 BMW

BMW i8s จะเป็นการจับนำ i8 มาเปลี่ยนชิ้นส่วนขนานหนักจนแทบจะกลายเป็นรถคนละคันไปแล้ว โดยผู้กุมชะตาเจ้า
BMM i8s ก็คือ Roberto Fedeli ผู้ซึ่งเคยทำงานใน Ferrari สำนักงานใหญ่มาก่อนแล้ว

BMW i8s จะยังคงใช้โครงสร้างตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์และแชสซีส์อลูมิเนียมจาก i8 ดั้งเดิม แต่นอกนั้นก็จะมีการออกแบบ
ใหม่ทั้งหมดเพื่อช่วยรีดประสิทธิภาพตัวรถโดยรวมให้ดีขึ้นกว่าเดิม , เบาะหลังอาจจะถูกตัดทิ้งเพื่อเพิ่มเนื้อที่ห้องสัมภาระ
และจะมีการยกเครื่องช่วงล่าง, สวมยางที่กว้างขึ้นและจานเบรกที่ใหญ่ขึ้น

ไฮไลต์สำคัญคือการติดตั้งขุมพลัง 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 320 แรงม้า หรือไม่ก็อาจจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถว
เรียง 3.0 ลิตร ให้กำลังเกือบ 450 แรงม้า โดยเครื่องยนต์สันดาปภายในจะส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะส่ง
กำลังไปยังล้อคู่หน้า เมื่อผนวกกำลังกันแล้วก็จะได้พละกำลังรวมกันถึง 500 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 704 นิวตันเมตร และ
น่าจะมีน้ำหนักตัวถังมากกว่า BMW i8 ระดับหนึ่ง สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.5 วินาที
เร็วกว่า BMW i8 แค่ 0.9 วินาที

กำหนดการเปิดตัวรอรับได้เลยปี 2016-2017

ที่มา : CAR

ถึงแม้ Suzuki Motor ยังคงเป็นค่ายรถขนาดเล็กที่อาจยังไม่มีทุนทรัพย์ในการพัฒนารถสำหรับจำหน่ายตลาดโลก
มากมายนัก แต่ Suzuki ก็ยังถือเป็นค่ายที่ฮึดสู้เพื่อเอาตัวรอดอย่างเสมอมาและพยายามเรียนรู้ความผิดพลาดบาง
ประการเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในอนาคต

ตลาดยุโรปถือเป็นตลาดรถยนต์ที่ Suzuki เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกจากการเปิดตัวรถขนาด A-Segment รุ่น
Celerio และ All New Suzuki Vitara ก็น่าจะทำให้ Suzuki มียอดขายในยุโรปเติบโตจากปี 2012 ที่มียอดขาย 20,000
คันให้แตะในระดับ 35,000 คัน และ Suzuki ยังเชื่ออีกว่าพวกเขาจะยังสามารถฝ่าฟันจนมียอดขายสูงถึงปีละ 50,000
คันจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อัดแน่นเต็มพิกัดภายใน 3 ปีข้างหน้า

2014 11 25 Suzuki

Dale Wyatt หัวหน้าฝ่ายการขายและการตลาด Suzuki GB ก็ออกมายอมรับว่า Suzuki จะเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่
ปีละ 2 รุ่นจนถึงปี 2017 โดยแบ่งออกเป็น A-Segment แบบซีดาน 2 คัน, B-Segment ซีดาน 2 คันและ SUV ขนาดเล็ก
อีก 2 คัน

ฟังแล้วอาจจะงง ๆ ว่าทำไม Suzuki จะต้องทำรถออกมาซ้ำซ้อนกันถึงแบบละ 2 ตัวถังแต่ Dale Wyatt ก็ชี้แจงว่ามันเป็น
กลยุทธ์ของ Suzuki ที่จะสร้างทางเลือกตัวถังให้เลือก ทั้งแบบที่ลูกค้าซื้อ “ด้วยเหตุผลเป็นหลัก” และอีกแบบตัวถังจะเน้น
สไตล์มีภาพลักษณ์วัยรุ่นกว่า

ในปีหน้า Suzuki ก็กำลังจะออก B-Segment Hatchback เพื่อขายคู่กับ Suzuki Swift และก็ถึงคิวรถ A-Segment ที่ดู
ทะเล้นแต่สามารถขับเคลื่อนสี่ล้อได้ด้วย

สำหรับ Suzuki Swift โฉมใหม่จะมีกำหนดการเปิดตัวภายในปี 2016 และหลังจากนั้นอีก 1 ปีก็จะถึงคิวของ Suzuki
Swift Sport

และข่าวดี Suzuki จะมีแผนปัดฝุ่น JIMNY (ไม่ใช่ J!MMY) ให้มีกำหนดการเปลี่ยนโฉมภายในปี 2017 มีขนาดตัวถัง
กะทัดรัดแต่ทว่าพกพาความทันสมัยด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบอิเล็กทรอนิคส์ที่นำมาจาก Suzuki Vitara รุ่นใหม่ล่าสุด

เราจับตากันดูว่ากลยุทธ์ 2 ตัวถัง 2 อารมณ์ของ Suzuki มันจะมาช่วยส่งเสริมยอดขายหรือช่วยทับซ้อนยอดขายกัน และ
ต้องจับตาว่าจะมีรถบางรุ่นเป็นอีโคคาร์ในบ้านเราหรือไม่?

ที่มา : Autocar

ในที่สุด Ssangyong ก็ได้ชื่อรถ B-SUV ในนาม ‘Tivoli’ ที่ฟังแล้วก็ดูหรูไปอีกแบบแต่ขณะเดียวกันเราก็ดันไปนึกถึงชื่อ
ขนมเวเฟอร์ฮิตติดปากคนไทยพอสมควรเลย แต่ไม่ว่ามันจะมาในชื่ออะไรก็ตาม รถคันนี้ก็ถือเป็นรถแห่งความหวังครั้ง
สำคัญของ Ssangyong ที่จะช่วยเพิ่มยอดขายและผลกำไรในระยะสั้นได้

2014 11 25 Ssangyong Tivoli 1
2014 11 25 Ssangyong Tivoli 2

Ssangyong Tivoli เป็นรถ B-SUV ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ระยะเวลายาวนาน 3 ปี และพร้อมจะเปิดตัวในตลาดเกาหลีใต้
เดือนมกราคม 2015 นี้

Ssangyong ได้ส่งภาพ Computer Generate ทั้งภายนอกที่สะท้อนถึงมิติความปราดเปรียว มีเส้นสายที่เป็นเอสยูวี
สำหรับคนเมืองยุคใหม่และมีความเร้าอารมณ์ในแบบฉบับงานออกแบบ Ssangyong ยุคใหม่ สำหรับดีไซน์ภายในก็ถูก
ออกแบบให้เป็นรถที่มีพื้นที่กว้างขวาง หรูหราในแบบทันสมัย, มีสไตล์และดูร่วมสมัย ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถ
เชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสาร และมีพื้นที่ใช้สอยดี

2014 11 25 Ssangyong Tivoli 3

ส่วนชื่อ Tivoli มันคือชื่อสวนที่อยู่ในเมืองอิตาลีที่ใกล้กับกรุงโรมซึ่งทุกคนก็รับรู้ว่าเป็นเมืองที่มีสไตล์ บ่งบอกเรื่องราวมรดก
และความสวยงามของสถานที่ และการใช้ชื่อ Tivoli มันก็สามารถสะท้อนถึงภาพลักษณ์ที่เป็นสากลได้อย่างดี

เดือนมกราคม 2015 ก็จะเป็นเดือนที่ตัดสินแล้วว่า Ssangyong Tivoli จะกลายเป็นรถที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพตามที่พวก
เขากล่าวจริงหรือไม่

ที่มา : Worldcarfans

บทความ อื่นๆ ...