PR News
ในขณะที่ตลาดรถยนต์อินเดีย เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในงานแสดงรถยนต์ Auto Expo 2014 ที่จัดขึ้น
ณ กรุงนิว เดลี ประเทศอินเดีย ในขณะนี้ Renault ค่ายรถยนต์จากเมืองน้ำหอม จึงขอเผยโฉม Renault Kwid Concept
รถยนต์ต้นแบบสีจัด เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกนอกทวีปยุโรป

alt

Renault Kwid Concept เป็นรถยนต์ที่สำคัญรุ่นหนึ่งของ Renault เพราะเป็นรถยนต์ที่ใช้ทีมออกแบบ Renault
Design India ในประเทศอินเดียเป็นครั้งแรก โชว์วิสัยทัศน์และความสามารถในการออกแบบรถยนต์ที่โดดเด่น
สร้างสรรค์สุดโต่ง ในรูปโฉมของรถยนต์ครอสโอเวอร์ C-Segment

ผลออกมา คือรถยนต์ที่บ่งบอกถึงความขี้เล่น ความสนุกสนานอย่างชัดเจน ด้วยโอเวอร์แฮงค์หน้าที่สั้น และการ
เลือกคู่สี เทา-เหลือง มาเป็นสีตัวถัง รวมถึงการใช้ล้ออัลลอยวงโต ทั้งหมดนี้ช่วยให้ Renault Kwid Concept
ดูมีความเป็นรถยนต์สไตล์ Buggy แตกต่างจากรถยนต์ครอสโอเวอร์ยุคปัจจุบันชัดเจน

alt
alt

ความขี้เล่นยังคงถูกแต่งเติมอย่างต่อเนื่องมาถึงภายในห้องโดยสาร โดยออกแบบให้ผู้ขับขี่มีตำแหน่งกลางคอนโซลหน้า
และให้เบาะผู้โดยสารติดตั้งเยื้องไปทางด้านหลัง ขนาบข้างผู้ขับขี่ทั้ง 2 ข้าง ในขณะที่ผู้โดยสารตอนหลังสามารถ
ควบคุมระบบปรับอากาศผ่านแผงควบคุมหลังผู้ขับขี่

alt
alt

จุดเด่น ไฮไลท์ที่ทำให้รถยนต์ต้นแบบคันนี้แหวกแนวแบบคาดไม่ถึง คือการใส่ยานบินจิ๋ว 'Flying Companion'
มาในรถยนต์ต้นแบบคันนี้ เสมือนเป็นคู่หูร่วมเดินทาง 'Flying Companion' จะออกบินจากฝากระโปรงครึ่งหลังของรถ
ด้วยโปรแกรมอัตโนมัติ แต่ผู้ขับขี่สามารถควบคุมได้เมื่อต้องการเช่นกัน โดยจะมีหน้าที่ตรวจสอบสภาพถนน สภาพการจราจร
ไปจนถึงช่วยถ่ายภาพภูมิทัศน์ในระยะไกลได้

ขุมพลังที่ใช้ในรถยนต์ต้นแบบคันนี้ กลับดูใกล้เคียงความเป็นจริงจนน่าประหลาดใจ เพราะเป็นการใช้เครื่องยนต์เบนซิน
ขนาด 1.2 ลิตร พร้อมเทอร์โบ เชื่อมต่อเข้ากับระบบส่งกำลังอัตโนมัติคลัทช์คู่ EDC ที่ใช้ในรถยนต์ Renault ในตลาดอยู่แล้ว
อีกทั้งงานวิศวกรรมยังถูกพัฒนาขึ้นมาให้รองรับสำหรับการทำเวอร์ชันไฟฟ้าอีกด้วย

alt

แม้จะดูมีความเป็นไปได้ที่จะผลิตขายจริงอยู่บ้าง แต่ Renault ก็ไม่ได้ประกาศออกมาว่าจะส่ง Kwid Concept ผลิตจริง
หรือไม่ แต่น่าติดตามว่า รถยนต์คันนี้จะเป็นการหยั่งเชิงของ Renault เพื่อเตรียมผลิตรถยนต์ครอสโอเวอร์ราคาถูก
ป้อนตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดียและประเทศอื่นๆหรือไม่?


ถึงใครบางคนยังคงผิดหวังกับการออกแบบของ Subaru Legacy โฉมใหม่ แต่ Subaru ก็ยังต้องเดินหน้าเปิดตัวอยู่ดี ครั้น
จะกลับไปรื้อโมลด์หรือเปลี่ยนโครงสร้างบางอย่างก็คงไม่ทันแล้ว ดังนั้น จึงขอให้แฟน ๆ ทั้งหลายหักห้ามใจเสียบ้าง ก็รถ
มันเสร็จทั้งคันแล้วนี่นา

แต่สิ่งที่จะมาทดแทนงานออกแบบที่ไม่สมหวังมาก ก็คงจะเป็นวิวัฒนาการที่ดีกว่ารุ่นเดิมและมีคุณสมบัติบางอย่างที่หาไม่ได้จาก Legacy
รุ่นก่อนอีกด้วย หมายความว่า All New Subaru Legacy ใหม่มีคุณงามความดีที่ทำให้บางคนต้องหันกลับมามองบ้างไม่มากก็น้อย

2014 02 08 Subaru Legacy 1

2014 02 08 Subaru Legacy 2

2014 02 08 Subaru Legacy 3

All New Subaru Legacy เป็นรถที่ถูกออกแบบโดยใช้ Design Language ใหม่ล่าสุด รูปลักษณ์โดยรวมจะเน้นความ
สปอร์ตเปรี้ยวและสะท้อนฟังก์ชันการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ มี Keyword สำคัญที่น่าจะทำให้คนรักรถแนวสปอร์ตพอใจ
บ้างก็คือ ความเพรียวสวยที่เหมือนกับรถคูเป้เลยทีเดียว

สัดส่วนตัวรถคันจริงยังยืนยันว่าปราดเปรียวกว่าเดิมแน่นอน เพราะ Subaru ได้ปรับมุมเอนของเสา A ให้ลาดเอียงมาก
กว่าเดิม และยังมีการปรับปรุงตัวรถตามหลักอากาศพลศาสตร์ให้ดีกว่าเดิม 10% สำหรับรุ่น 2.5 ลิตรจะติดตั้งกระจัง
หน้าที่สามารถเปิด-ปิดได้อัตโนมัติ

ถึงแม้ข้างนอกจะดูปราดเปรียวขึ้น แต่มีเนื้อที่ภายในห้องโดยสารใหญ่กว่าเดิมถึง 104.6 ลูกบาศก์ฟุต (รุ่นเดิมมีเนื้อที่ 103
ลูกบาศก์ฟุต) ผลลัพธ์คือมีเนื้อที่หัวไหล่, สะโพก, ข้อศอกและเนื้อที่วางขาดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะเนื้อที่วาขาด้านหลัง
นอกจากนี้ยังมีเนื้อที่ห้องสัมภาระที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 15 ลูกบาศก์ฟุต

2014 02 08 Subaru Legacy 4

2014 02 08 Subaru Legacy 5

ความเงียบสงบและความนุ่มนวลในขณะขับขี่ก็เป็นจุดขายที่สำคัญของ Legacy ใหม่รุ่นนี้ ตัวรถจะติดตั้งกระจกอคูสติก,
เพิ่มจุดยึดแท่นเครื่องที่ใช้วัสดุเหลวเป็นตัวรองรับ, ใช้วัสดุที่หนาขึ้นในบริเวณพื้น/ที่วางขา/บังโคลนล้อ/กันชนด้านใน, มี
การใช้โฟมซับเสียงและแผ่นซับเสียงใต้พื้นตัวรถ

จุดเด่นของ Subaru Legacy โฉมใหม่คือการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบด้วยระบบ Active Torque Split สำหรับระบบ
ขับเคลื่อนสี่ล้อ Symmetrical AWD ระบบไฟฟ้าสามารถจัดการการถ่ายทอดกำลังลงสู่ล้อตามสถานการณ์ ระบบจะส่ง
กำลังไปล้อคู่หลังเมื่อตรวจจับว่าล้อหน้าลื่นไถล พร้อมกันนี้ยังช่วยปรับระบบการทรงตัวและพวงมาลัยให้สามารถควบคุม
ตัวรถขณะเกิดการลื่นไถลได้ดี

การบังคับควบคุมแม่นยำและคล่องตัวด้วยพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีอัตราทดใหม่ช่วยให้มีความรู้สึกโดดเด่นและช่วยประหยัด
น้ำมันมากยิ่งขึ้นพร้อมทั้งปรับจูนสปริงและแดมเปอร์ใหม่ นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Active Torque Vectoring ที่ทำงาน
ร่วมกับระบบ VDC และ Traction Control และยังมีระบบช่วยเพิ่มแรงดันเบรคขณะเข้าโค้งอีกด้วย

นวัตกรรมใหม่ที่นำมาติดตั้งใน Subaru Legacy โฉมใหม่คือ สัญญาณเรดาร์ท้ายที่สามารถตอบสนองการทำงานของ 3
ระบบ ได้แก่ ระบบเตือนจุดบอดตั้งแต่หลังเสา C, ระบบเตือนการเปลี่ยนเลนและระบบเตือนการถอยหลัง

2014 02 08 Subaru Legacy 6

2014 02 08 Subaru Legacy 7

ส่วนระบบ EyeSight ก็จะเป็นระบบที่ช่วยการขับขี่ระดับพรีเมี่ยมที่ทำงานร่วมกับ Adaptive Cruise Control, ระบบ
เบรกก่อนการชนและระบบเตือนการเปลี่ยนเลนโดยใช้กล้อง Stereo แบบใหม่ที่ Subaru พัฒนาขึ้นมาใหม่

ขุมพลัง All New Subaru Legacy สำหรับตลาดอเมริกาเหนือมี 2 เครื่องยนต์ Boxer ให้เลือก ได้แก่ เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร
ที่มีการปรับปรุงให้น้ำหนักเบากว่าเดิม, ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและเงียบกว่าเดิมจนทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 2 แรงม้าเป็น 175
แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 174 ปอนด์-ฟุต และเครื่องยนต์ 6 สูบ 3.6 ลิตร 256 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 247 ปอนด์-
ฟุต

ทุกรุ่นเครื่องยนต์จับคู่เกียร์ Lineartronic CVT ส่วนรุ่นเครื่อง 6 สูบก็จะปรับปรุงเกียร์ CVT ให้มีความลื่นไหลมากยิ่งขึ้น


คาดว่า Subaru จะส่งมอบ Legacy ใหม่ให้กับลูกค้าชาวอเมริกันภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนลูกค้าชาวไทยก็ต้องรอให้
เวอร์ชันญี่ปุ่นเปิดตัวเสียก่อน

ที่มา : Worldcarfans

ในที่สุด Volvo ก็เริ่มใจกล้า ไม่เหนียมอายที่จะลุยตลาดในกลุ่มรถยนต์หรูพลังแรงแบบเดียวกับ BMW M, Audi A และ
Mercedes-Benz AMG นั่นเป็นเพราะ Volvo ก็มี DNA ความแรงจากอดีตสู่ปัจจุบันที่พอจะอวดชาวบ้านชาวช่องกับเขา
ได้ หาก Volvo คิดจะกำเนิดซีรีส์ตัวแรงขึ้นมาจริง ๆ ก็คงต้องเป็นรถที่ไม่ธรรมดาแน่นอน เอาง่าย ๆ แค่ชื่อเครื่องหมายทาง
การค้าก็กินขาดค่ายรถเยอรมันทั้ง 3 เลยทีเดียว

2014 02 08 Volvo Polestar 1

2014 02 08 Volvo Polestar 2

Volvo ได้เปิดตัว S60 และ V60 Polestar เวอร์ชันขึ้นสายการผลิตให้จับจองจริงกันได้ในงาน Chicago Autoshow
2013 ถือเป็นลุยตลาดอเมริกาเหนือครั้งสำคัญของ Volvo ในประวัติศาสตร์

Volvo ได้จับมือกับ Polestar ทีมพัฒนารถแข่งในเครือ Volvo เพื่อร่วมกันพัฒนา S60 และ V60 Polestar ให้มี
สมรรถนะในการขับขี่เป็นยอดได้ในทุกสภาวะการขับขี่และสภาพถนน นอกจากนี้ตัวรถก็สามารถเข้ารับบริการตาม
โปรแกรมปกติได้, มีอุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานเต็มพิกัด, มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและค่าไอเสียที่ยอมรับกันได้

Volvo S60 & V60 Polestar ได้มีการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังให้แข็งแรงขึ้น, สปริงจะแข็งขึ้น 80% ที่มาพร้อมกับโช๊ค
Öhlins, เสริมหล่อด้วยล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว, ดิสก์เบรกหน้าจาก Brembo ขนาด 14.6 นิ้ว ดิสก์หลังขนาด 11.8 นิ้ว
ส่วนตัวถังภายนอกก็จะติดตั้ง Splitter ทั้งด้านหน้าและด้านท้าย. สปอยเลอร์และ Diffuser เพื่อช่วยเพิ่มแรงกดและให้ลม
ไหลไปอย่างลื่นไหล

2014 02 08 Volvo Polestar 3

มาถึงไฮไลต์สำคัญ Volvo ได้ติดตั้งขุมพลัง T6 6 สูบแถวเรียง 3.0 ลิตรเทอร์โบ Twin Scroll ให้กำลัง 345 แรงม้า (SAE)
ที่ 5,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 369 ปอนด์-ฟุตที่ 2,800-4,750 รอบต่อนาทีจับคู่เกียร์อัตโนมัติรุ่น AWF21 6 จังหวะ
ติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจาก Haldex ทำอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 4.7 วินาทีเท่านั้น

Volvo S60 และ V60 Polestar เตรียมให้ลูกค้าชาวอเมริกันจับจองได้เพียงแค่ 120 คันเท่านั้น แต่ถ้าหากมีกระแสตอบ
รับดีเกินคาดก็คงต้องรอดูฝั่ง Volvo ว่าจะผลิตเพิ่มหรือไม่


ที่มา : Worldcarfans

ตอนนี้เราขอเช็คกระแสกันก่อนว่าเริ่มเอียนกับรถข่าวเกี่ยวกับรถใหม่บ้างหรือเปล่า? รู้สึกจะมีคนส่งเสียว่าเริ่มเบื่อแล้ว ถ้า
งั้นคงจะขอจูนไปยังข่าวไร้สาระอื่น ๆ บ้างดีกว่า ถ้าอย่างนั้นเราจะเอาข่าวอะไรมาลงดีล่ะ? ผมขอเวลาคิดสักพักหนึ่ง......
ได้การละ เราขอนำเสนอข่าวรถตำรวจจากดูไบกันบ้างดีกว่า

2014 02 08 Dubai

ถ้าพูดถึงรถตำรวจในไทย หลายคนก็จะนึกแต่พวก Vigo สีเลือดหมูหรืออย่างหรูมาก ๆ ก็จะเป็น Honda Accord สีเลือด
หมูที่วิ่งอย่างสง่าผ่าเผยสมกับเป็นอาชีพสุจริตชั้นนำของเมืองไทย ดูไปดูมารถเหล่านี้ก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไรนักเพราะมัน
ก็ยังเป็นรถบ้านที่คนกลุ่มใหญ่ยังสามารถซื้อหากันได้อยู่ดี

แต่สำหรับรถตำรวจในดูไบกลับเป็นรถที่พิเศษมาก ๆ จนบรรดากองโจรทั่วโลกคงคิดอยากจะช่วงชิงมาเป็นของเจ้าของไม่
มากก็น้อย ก็ถือเสียว่ารัฐบาลเต็มใจมอบให้ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์นำไปใช้งานดูแลความสงบในบ้านเมืองให้ทั่วถึง ไม่ว่าโจร
จะขับรถประเภทไหนตำรวจก็สามารถวิ่งไล่จับผู้ร้ายได้ทันแน่นอน

รัฐบาลอาหรับเอมิเรตเพิ่งรับรถสปอร์ตพลังแรงสูงเหมาฟลีตสำหรับใช้งานภายในกรมตำรวจดูไบไปเมื่อไม่นานนัก โดย
ไฮไลต์สำคัญคือกรมตำรวจดูไบก็ได้โควตารถตำรวจ Bugatti Veyron 1,000 แรงม้าอันเป็นรถราชการที่มีแรงม้ามาก
ที่สุดในกลุ่มรถเหมาฟลีตทั้งหมด

ในกลุ่มรถเหมาฟลีตล๊อตประจำต้นปีนี้ส่วนใหญ่มักเป็นรถสปอร์ตพลังแรงสูง ได้แก่

Mercedes SL63 AMG
Nissan GT-R
Audi R8
B63S Brabus 700 Widestar
BMW M6 Gran Coupe
Chevrolet Camaro SS
Lamborghini Aventador
Ferrari FF
Aston Martin One-77
Mercedes SLS AMG
Bentley Continental GT
McLaren 12C
Bugatti Veyron

ดูจากรายชื่อแล้ว ก็ไม่แปลกใจนักที่จะมีแต่คนฮือฮากันทั่วโลก แต่ช้าแต่ จำนวนรถเพียงแค่นี้ก็ถือว่ายังไม่พอใช้งานงานราชการ กรมตำรวจ
ดูไบก็คิดจะเตรียมสั่งรถสปอร์ตพลังแรงอย่าง MaLaren P1, Porsche 918 และLaFerrari เข้ามาเสริมทัพในกรมต่อไป

พวกเราชาวไทยอย่าเพิ่งไปอิจฉาเขา เพราะบ้านเมืองเขาร่ำรวยเงินทองจนไม่รู้เก็บเงินไปทำไม ผิดกับเมืองไทยถ้าไม่เก็บก็
จน เครียด กินเหล้า พาเพลินกันเช่นเคย

ที่มา : autoblog.nl

 
หากใครยังคิดว่าว่ารถสปอร์ตระดับหรูพรีเมี่ยมจะไม่มีปัญหาให้กวนใจใด ๆ แล้วล่ะก็คุณคิดผิดถนัด เพราะค่ายรถราคา
แพงบางค่ายก็มีปัญหาคุณภาพในส่วนใดส่วนหนึ่งไม่แพ้กับรถแบรนด์ตลาดทั่วไป เพียงแต่สัดส่วนความผิดพลาดในด้าน
คุณภาพจะน้อยกว่ารถตลาดทั่วไปมากซึ่งเราไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร กลับกันค่ายรถเหล่านี้ก็พร้อมจะยอมบอก
ปัญหาตรง ๆ ให้กับลูกค้าเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมก่อนที่ปัญหาเหล่านี้จะมาทำลายล้างแบรนด์ในภายหลัง

2014 02 08 Aston

ล่าสุด Aston Martin ก็ยืดอกยอมรับว่า รถยนต์ที่ถูกผลิตขึ้นในช่วงปลายปี 2007 มีปัญหาด้านคุณภาพชิ้นส่วนพลาสติก
ปลอมแปลงที่ผลิตจากโรงงานซับ-ซัพพลายเออร์ในประเทศจีนจนทาง Aston Martin ต้องยอมเรียกรถเหล่านี้กลับมา
แก้ปัญหา (Recall) จำนวนมากถึง 17,590 คัน แบ่งออกเป็นรถพวงมาลัยซ้ายที่ถูกผลิตมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2007
เป็นต้นไปและรถพวงมาลัยขวาที่ถูกผลิตตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2012 เป็นต้นไป โดยคิดเป็นสัดส่วน 75% ของรถที่ผลิต
ขึ้นมาทั้งหมด

แต่อย่างไรก็ตาม Aston Martin Vanquish ไม่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

ทาง Aston Martin ก็ตรวจสอบพบว่าบริษัท Shenzhen Kexiang Mould Tool บริษัทผลิตชิ้นส่วนซับคอนแทรคท์ได้
ขึ้นรูปชิ้นส่วนแขนเหยียบแป้นต่าง ๆ โดยใช้พลาสติกปลอมปนจากบริษัท Synthetic Plastic Raw Material อีกทอด
หนึ่ง จึงอาจทำให้ขาคันเร่งอาจแตกหักขณะขับขี่จนผู้ขับขี่ไม่สามารถเพิ่มหรือลดความเร็วลงได้

Sarah Calam โฆษกหญิงแห่ง Aston Martin เผยว่ามีลูกค้ามาแจ้งอาการผิดปกติมาแล้วถึง 22 ราย แต่ยังไม่มีรายใด
บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

Aston Martin จึงขอแก้ไขปัญหานี้ด้วยการจับมือ Dupont ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ระดับโลกพร้อมส่งคนลงไปดูในโรงงานจีน
เพื่อกำกับขั้นตอนการผลิตแป้นเหยียบทั้งหมด และมีการตรวจสอบถุงพลาสติกว่าเป็นผลิตภัณฑ์จาก Dupont หรือไม่
หลังจากนั้นทาง Aston Martin ก็เตรียมย้ายไปจ้างซัพพลายเออร์ในอังกฤษแทน

ก็นับว่าเป็นหนทางการแก้ไขที่ต้องเก็บเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ

ที่มา : Automotive News

 
บทความ อื่นๆ ...