PR News
เผลอเพียงไม่นาน ตระกูล DS ของค่าย Citroën ได้ถูกเปิดตัว(อีกครั้ง)ในฐานะไลน์รถยนต์พรีเมี่ยมมาเป็นเวลา
5 ปีแล้ว และได้เผยโฉมรถยนต์รุ่นต่างๆมาเรื่อยๆ จนถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้
คือความโดดเด่นของงานออกแบบในทุกๆรุ่น โดยเฉพาะในตระกูล DS ที่มักจะมีรายละเอียดงานออกแบบอันดึงดูดใจ
และบางครั้งก็ดูแหวกแนว แปลกตา

alt
alt

คราวนี้ Citroën พร้อมแล้วที่จะประกาศเอกลักษณ์งานออกแบบยุคใหม่ของตระกูล DS ด้วยรถยนต์ต้นแบบคันล่าสุด
Citroën Divine DS Concept เตรียมโชว์ตัวครั้งแรกในงานแสดงรถยนต์ Paris Motor Show ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ในเดือนหน้านี้

แม้จะไม่มีประกาศออกมาว่ารถยนต์ต้นแบบคันนี้จะบอกใบ้รถยนต์รุ่นใดในอนาคตหรือเปล่า แต่ด้วยมิติตัวถัง
ความยาว 4.21 เมตร กว้าง 1.98 เมตร และสูง 1.35 เมตร และทรงแฮตช์แบก 5 ประตู ก็อดคิดไม่ได้ว่า
นี่อาจจะเป็นร่างทรงของ Citroën DS4 โฉมใหม่ ที่มีมิติตัวถังใกล้เคียงกัน และฉกำลังถึงเวลาผลัดโฉมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

alt
alt

ตัวรถนั้นแตกต่างไปจากตระกูล DS ที่เคยเห็นกันชัดเจน ด้วยสัดส่วนของตัวรถและเส้นสายที่เน้นความเรียบง่าย
มากยิ่งขึ้น แต่เน้นหนักไปทางรายละเอียดย่อยของตัวรถ เช่น แผ่นหลังคาเล่นลายเรขาคณิต โคมไฟหน้าและไฟท้าย
ทรงเรียบง่าย แต่มีรายละเอียดในโคมไฟที่น่าติดตาม คล้ายอัญมนี ส่วนล้ออัลลอยใช้ขนาด 20 นิ้ว และออกแบบ
ให้ดูเหมือนก้านล้อนั้นลอยออกมาจากตัวล้อ เพิ่มมิติให้กับตัวรถ

ส่วนภายในตัวรถ เล่นความเรียบง่ายแต่เสริมด้วยรายละเอียดเช่นกัน ด้วยทรงของแผงแดชบอร์ดเป็นแผ่นโค้ง
ลาดเทรับพื้นที่โดยสาร แต่ตกแต่งรายละเอียดด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแพทเทิร์นโลโก้ DS
รวมการแสดงผลข้อมูลต่างๆอยู่ที่หน้าจอ HD Touch Drive ขนาด 10.4 นิ้ว บริเวณหลังพวงมาลัย ซึ่งทำหน้าที่
เป็นหน้าจอแสดงภาพกระจกมองหลังไปในตัว

เบาะนั่งถูกออกแบบให้หรูหราเป็นพิเศษด้วยแนวคิดการออกแบบ DS Watch Strap Design แรงบันดาลใจจาก
สายนาฬิกาหรู ถูกหุ้มด้วยวัสดุหนังแท้เนื้อดีแบบ Full-grain Aniline

ขุมพลังเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่ารถยนต์รุ่นนี้เป็นร่างทรงของรถยนต์รุ่นใหม่ที่ใกล้ได้เปิดตัวทำตลาดจริง
เป็นเพราะเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร พร้อมเทอร์โบ THP ที่ถูกปรับจูนให้ผ่านข้อกำหนดด้านมลพิษ
Euro 6 แล้วเรียบร้อย เครื่องยนต์บล็อกนี้สร้างกำลังได้ 270 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตร
ระหว่าง 1,900-5,500 รตน. ปล่อยก๊าซไอเสีย CO2 ออกมาเพียง 145 กรัม/กิโลเมตร

alt

เห็นแบบนี้แล้ว แฟนๆรถยนต์ Citroën ชอบใจกันหรือไม่? และสุดท้ายจะได้เห็นรถยนต์ดีไซน์นี้ได้มาโลดแล่นบน
ถนนจริงหรือเปล่า? ต้องติดตามกันให้ดีครับ


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Suzuki ได้เปิดตัว Ciaz รถซีดานคันใหม่ที่มาแทนที่ SX4 Sedan ที่ชูจุดเด่นสู้คู่แข่งด้วยดีไซน์ที่มีความ
หรูปราดเปรียวและมีขนาดตัวถังที่ใหญ่ที่สุดในบรรดารถ B-Segment Sedan ด้วยกันเพราะมันยาวเกือบจะถึง 4.5 เมตร
กันแล้ว อีกทั้งยังเบ่งความยาวฐานล้อมากถึง 2.65 เมตร เป็นมากกว่ารถ B+ ธรรมดาแน่นอน แต่น่าแปลกมากเมื่อ
Suzuki นำเจ้า Ciaz ไปเตรียมเปิดตัวในตลาดจีนในชื่อ Suzuki Alivio กลับกลายเป็นว่ารถซีดานคันนี้กลายเป็นระดับ
C-Segment เต็มตัว อีกทั้งยังมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างจาก Ciaz จนก่อให้เกิดความหรูหราและดูมีราคามากกว่า
Ciaz เสียอีก

2014 09 09 Suzuki Alivio 1

2014 09 09 Suzuki Alivio 2

Suzuki Alivio ใช้โครงสร้างตัวถังแบบเดียวกับ Suzuki Ciaz แต่แตกต่างกันตรงรายละเอียดบางจุด เช่น ชุดกระจังหน้า
โครเมี่ยมใหม่, เพิ่มแถบโครเมี่ยมไฟตัดหมอกหน้า, เปลี่ยนลายล้ออัลลอยให้ใหญ่ขึ้น แต่สิ่งที่น่าฉงนคือมันแอบมีการขยาย
ความยาวตัวถังจาก 4,490 มิลลิเมตรให้ยาวถึง 4,545 มิลลิเมตร นอกนั้นก็ตรงกับสเปคอินเดีย

2014 09 09 Suzuki Alivio 3

2014 09 09 Suzuki Alivio 4

Suzuki Alivio จะติดตั้งเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรบล็อกเดียวกับ Suzuki SX-4 S-Cross ให้กำลังราว 120 แรงม้าจับคู่เกียร์
ธรรมดา 5 จังหวะและเกียร์ CVT

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมคาดว่าจะได้ทราบในสัปดาห์หน้า

ที่มา : Rushlane



ยังมีใครเคยจำได้ว่า BMW คิดจะทำ 1-Series ตัวถังซีดานกันไหม? ผู้เขียนน่ะยังจำได้ดีทุกอณูของความจำกันเลยเพราะ
อย่างน้อย ๆ BMW ก็ยังไม่มีรถซีดานที่จะมาต่อกรกับ Audi A3 Sedan เลยซึ่งถือเป็นกรณีที่น่าแปลกมากว่าด้วยความ
เป็นเจ้าตลาดรถหรูระดับโลก ทำไมถึงไม่มีรถซีดานมาแข่งกับเจ้าอื่น?

2014 09 09 BMW 1 Series Sedan 1

2014 09 09 BMW 1 Series Sedan 2

ว่าแล้วทันใดนั้น BMW ก็ได้แอบทดสอบ 1-Series Sedan ออกมาให้ชื่นชมกันแล้ว โดยมีรหัสตัวถัง F52 และก็แน่นอนว่า
มันจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถังขับเคลื่อนล้อหน้า UKL1 และทำท่าว่าจะต้องเป็นรถซีดานที่พัฒนาขึ้นมาใหม่โดยไม่ใช้
โครงสร้างตัวถังร่วมกับ 1-Series Hatchback รุ่นปัจจุบันเลย (เพราะ 1-Series รุ่นปัจจุบันเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง)

2014 09 09 BMW 1 Series Sedan 3

ข่าวดีสำหรับลูกค้าชาวอเมริกัน BMW 1-Series Sedan คันนี้จะเตรียมแลนดิ้งเข้าแดนลุงแซมแน่นอน หลังจากที่ปล่อย
ให้สาวกใบพัดฟ้าขาวในแดนอเมริกันอดใช้ 1-Series รุ่นปัจจุบันพอสมควร และมีความเป็นไปได้ว่าจะต้องติดตั้ง
เครื่องยนต์ที่มีพละกำลังแรงเพียงพอสำหรับชาวอเมริกัน อาทิรุ่น 125i ก็จะยกเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร 231 แรงม้า

สุดท้ายผู้เขียนคงจะบอกได้แค่ว่า ยินดีต้อนรับ BMW FWD Platform

ที่มา : Automedia

Zagato สำนักออกแบบอิสระได้เปิดเผยโฉม Aston Martin Virage Shooting Brake ที่นำ Virage มาดัดแปลงให้
กลายเป็นสปอร์ตแวกอน Shooting Brake ตีความใหม่จนกลายเป็นยนตรกรรมมอิตาลีย้อนยุคสมบูรณ์แบบและถือเป็น
ผลงานชิ้นที่ 2 หลังจากได้เผยโฉม Lamborghini 5-95 Zagato ไปในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

2014 09 09 Zagato Virage Shooting Brake 1

2014 09 09 Zagato Virage Shooting Brake 2

2014 09 09 Zagato Virage Shooting Brake 3

Aston Martin Virage Shooting Brake Zagato จะเป็นการออกแบบเพื่อเอาใจชาวยุโรปที่ปรารถนารถสปอร์ตที่มี
ความงามระดับห้องงานศิลป์ร่วมสมัย

Zagato อธิบายว่ารถสุดพิเศษคันนี้มันเป็นการนำดีไซน์ของ Aston Martin V8 Vantage และ Volante ช่วงยุค 80s มา
ตีความใหม่ให้ทันสมัยขึ้น ถือเป็นการสร้างความน่าประหลาดใจและความหลงใหลด้วยเส้นสายใหม่ ๆ ที่ยังคงความเป็น
Zagato และ Aston Martin อยู่

ก็ถือว่าเป็นงานศิลป์อีกแบบที่แสดงออกผ่านการออกแบบอย่างน่าสนใจ


ที่มา : Worldcarfans




พักหลังมานี้ ต้องยอมรับกันเลยว่า ตั้งแต่ Ford ขายกิจการของ ทั้ง Jaguar
และ Land Rover ให้กับ Tata Motors มาตั้งกิจการเป็นเอกเทศ ในชื่อใหม่
Jaguar Land Rover (JLR) ในปี 2008 ทั้ง 2 แบรนด์ ก็ขยัน สร้างความฮือฮา
ให้กับโลกวงการรถยนต์ อย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (8 กันยายน 2014 ตามเวลาท้องถิ่น กรุง London) Jaguar สร้างสีสัน
ให้กับงานเปิดตัว Jaguar XE Premium Compact Sport Sedan รุ่นใหม่
ล่าสุดของตน ถึงขั้น ใช้เฮลิคอปเตอร์ บรรทุกรถคันสีแดง มายังสถานที่จัดงาน
Earl Court ริมแม่น้ำ Thames ฝั่งตรงข้ามกับ London Eyes ก่อนจะส่ง
ลงเรือตรวจการ ล่องมาตามลำน้ำ แล้วค่อยส่งขึ้นฝั่ง บนเวทีกลางน้ำ ที่จัดไว้
อย่างอลังการงานสร้าง จนดูราวกับจงใจประกาศถึงความพร้อมที่ Jaguar
จะหวนกลับมาบุกตลาด Premium Compact อีกครั้ง



ย้อนกลับไปสู่ต้นทศวรรษ 2000 เมื่อครั้งที่ Jaguar เคยอยู่ในร่มไม้ชายคา
ของ Ford Motor Company พวกเขาเคยนำพื้นตัวถังขับเคลื่อนล้อหน้า
ของ Ford Mondeo มาใช้พัฒนา รถยนต์นั่งรุ่น X-Type ขับเคลื่อน 4 ล้อ
แล้วเปิดตัวในช่วงปี 2000

ผลลัพธ์ หนะหรือ? ด้วยสมรรถนะที่ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง แถมยังเต็มไปด้วย
ความจุกจิกของทั้งระบบส่งกำลัง และเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ทำให้ Jaguar
X-Type กลายเป็น หนึ่งในรถยนต์ ที่ล้มเหลวของพวกเขา

แต่คราวนี้ เมื่อ Jaguar ออกมาอยู่ในเครือ Tata Motors ทุกอย่าง ช่างดู
น่าตื่นเต้น ท้าทาย หลายโครงการที่เคยล้มพับไปเพราะไม่มีเงิน กลับ
ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงานของผู้บริหารอีกครั้ง หนึ่งในนั่น
ก็คือ XE คันนี้ด้วย



Jaguar XE เป็นรถยนต์นั่งกลุ่ม Premium Compact Class ที่ถูกพัฒนาขึ้น
โดยมีเป้าหมายหลัก คือเพื่อท้าชนกับ Audi A4, BMW 3-Series และ รวมถึง
Mercedes-Benz C-Class โดยตรง

XE ถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง iQ (AI) Platform ใหม่หมดจด จุดเด่นของพื้นตัวถัง
ใหม่นี้ก็คือ ทำจากอลูมิเนียม และสามารถยืดหรือหดระยะฐานล้อได้ เพื่อให้นำไปใช้
เป็นโครงสร้างพื้นฐานให้กับรถยนต์รุ่นใหม่ๆได้หลายรุ่น รวมถึง Crossover SUV
ที่พัฒนาขึ้นจากรถยนต์ต้นแบบ C-X17 Concept ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปีหน้า

ไม่เพียงเท่านั้น โครงสร้างตัวถังของ XE ยังใช้อะลูมีเนียมอัลลอย High Strength
6000-series alloy ซึ่งมีความแข็งแรงสูง มาใช้ขึ้นรูปโครงสร้างตัวถังแบบเชื่อม
ติดกันทั้งคัน (Monocoque) ที่สำคัญก็คือ XE ใหม่ ยังถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกในโลก
ที่ใช้ อะลูมีเนียม อัลลอย RC 5754 ซี่งผลิตขึ้นจากวัสดุ Recycle การใช้วัสดุใหม่
จะช่วยให้ Jaguar บรรลุเป้าหมาย การใช้วัสดุ Recycle มากถึง ร้อยละ 75 ภายใน
ปี 2020

ตัวรถมีความยาว 4,672 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตต สูง 1,416 มิลลิเมตร
ระยะฐานล้อ 2,835 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวเปล่า ตั้งแต่ 1,414 กิโลกรัม ขึ้นไป

เส้นสายตัวถัง ลู่ลมด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ ต่ำสุดเพียง Cd 0.26
(เทียบเท่ากับ Toyota Prius) ยังคงถูกออกแบบ โดยได้รับอิทธิพลด้านแนวเส้น
จากชายกลางในตระกูล รุ่น XF แต่ถูกปรับลุคส์ให้ดูโฉบเฉี่ยว เร้าใจยิ่งกว่า XF



ภายในห้องโดยสาร ออกแบบขึ้นใหม่ เน้นการจัดวางอุปกรณ์ให้สะดวก
ต่อการใช้งาน ตกแต่งภายใน เบื้องต้น 2 แบบ ทั้ง แนวหรู ด้วยโทนสี
ขาวครีม หรือดำ ตัดกับสีแดง

จุดเด่นที่สำคัญ อยู่ที่ การยกระดับ ระบบ Infotainment ภายในรถ ให้ดีขึ้น
รวมทั้ง เพิ่มระบบ InControl Remote functionality ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ยัง
สามารถบังคับการทำงานอุปกรณ์ในรถ ผ่าน Application บนโทรศัพท์
มือถือ ทั้ง iOS และ Android  ได้หมด รวมทั้งยังสามารถปล่อยสัญญาณ
Wi-Fi Hotspot ได้เองอีกด้วย! ขณะที่ชุดเครื่องเสียง เป็นผลงานความ
ร่วมมือกับ Meridian



เครื่องยนต์สำหรับ XE มีให้เลือก ทั้งแบบเบนซิน และ Diesel โดยแบบ
เบนซิน นั้น มีให้เลือกทั้งบล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,000 ซีซี Direct
Injection พ่วง Turbocharger เชื่อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ จาก ZF
รุ่น 8HP

ส่วนรุ่น Diesel นั้น เป็นบล็อก 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,000 ซีซี เช่นกัน
163 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ
8 จังหวะ จาก ZF แต่มีเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะรอให้เลือกอยู่

ส่วนเบนซิน รุ่นแรงสุด เป็นเครื่องยนต์ V6 DOHC 24 วาล์ว 2,995 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 84.5 x 89.0 มิลลิเมตร เสื้อสูบและฝาสูบ ผลิตจาก
อะลูมีเนียม อัลลอย จ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection ด้วยหัวฉีดที่มี
แรงดัน 150 บาร์ ติตตั้ง Supercharger แบบ Twin-Vortex กำลังสูงสุด
340 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร
(45.85 กก.-ม.) ที่ 4,500 รอบ/นาที ที่ประจำการอยู่แล้วใน F-Type

ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ของ ZF รุ่น 8HP45
ให้อัตราเร่ง 0 - 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุด
250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ปล่อยคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ 194 กรัม/กิโลเมตร



ระบบกันสะเทือน จะเปลี่ยนมาใช้แบบปีกนกคู่ ทั้งด้านหน้า
ส่วน ด้านหลัง จะเป็นแบบ Integral Link ชิ้นส่วนปีกนกและ
จุดยึดบางอย่าง ทำจากอะลูมีเนียม เพื่อให้มีน้ำหนักเบา และ
ได้สมรรถนะในการเกาะถนนที่ดีเยี่ยม

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ Jaguar ตัดสินใจนำระบบพวงมาลัย
แร็คแอนด์พีเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPAS หรือ
Electric power steering มาใช้กับรถยนต์ของตน โดยประเดิมกับ
XE เป็นรุ่นแรก พวกเขายืนยันว่า ได้ปรับจูนพวงมาลัยให้มีการ
ตอบสนองที่ดี แถมยังมีส่วนช่วยลดอัตรสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และ
ลดการปล่อยก๊าซ CO2 ทางอ้อม ได้ถึง ร้อยละ 3 โดยที่ยังไม่เสีย
บุคลิกการควบคุมในแบบที่ทีมวิศวกรตั้งใจไว้

ด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety) ถือเป็นครั้งแรก
ในโลกที่ Jaguar นำระบบ All Surface Progress Control 
(ASPC) ระบบนี้ พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ด้าน Off-Road จาก
ทีมวิศวกรของ Land Rover

หลักการทำงานก็เหมือนการใช้ระบบ Cruise Control ในความเร็วต่ำ
คือ ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ตั้งแต่ 3.6 จนถึง 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง
ASPC จะควบคุมการทำงานจะควบคุมการทำงานของระบบเบรก และ
ระบบขับเคลื่อน เพื่อรักษา การยึดเกาะกับพื้นถนน บนพื้นผิวเปียกลื่น
โดยผู้ขับขี่ แทบไม่ต้องเหยียบแป้นเบรกเลย!



ด้านความปลอดภัยเชิงการให้ข้อมูล XE ใหม่ มีระบบยิงความเร็ว และ
ภาพกราฟฟิคของระบบนำทาง ขึ้นบนกระจกหน้ารถ Llaser head-up
display (HUD) อีกทั้งยังเป็นรถยนต์รุ่นแรกๆ ที่ใช้เทคโนโลยี กล้อง
Sterio camera เพือควบคุมการทำงานของระบบเบรกเองอัตโนมัติใน
ภาวะฉุกเฉิน Autonomous emergency braking system ระบบ
ล็อกความเร็ว Adaptive Cruise Control ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร 
ระบบเตือนรถที่แล่นตามมาด้านข้างก่อนจะเปลี่ยนเลน Lane departure
warning กับ blind spot monitoring, ระบบเตือนรถหรือวัตถุที่แล่นมา
ทางด้านหลัง ฯลฯ อีกมากมาย

Jaguar XE มีกำหนดส่งขึ้นโชว์รูมทั่วโลก ในปี 2015 ส่วนบ้านเรานั้น
มีความเป็นไปได้สูงมากว่า City Automobile ผู้จำหน่ายในเมืองไทย
อย่างเป็นทางการ อาจกำลังเตรียมแผน สั่งนำเข้ามาขายในไทย ใน
ช่วงปี 2015 - 2016

-----------------------------///------------------------------


บทความ อื่นๆ ...