PR News
ปักกิ่ง, ประเทศจีน, 13 พฤศจิกายน 2557 – ฟอร์ดเดินหน้า เปิดตัว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่
ชูความเครื่องด้วยเทคโนโลยีใหม่ ดีไซน์ประณีต และสมรรถนะที่โดดเด่น พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์การขับขี่ ฟอร์ด เอ
เวอเรสต์ ใหม่ จะวางจำหน่ายใน 8 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปีพ.ศ. 2558 โดยรวมถึงประเทศจีน ออสเตรเลีย
อินเดีย และตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน

“ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ชั้นยอดที่พร้อมสำหรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวัน และการฝ่าฟัน
ทุกอุปสรรคขณะขับขี่แบบออฟโรด” มร. เดฟ ชอล์ก ประธาน ฟอร์ด ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว “ฟอร์ด เอเวอ
เรสต์ ใหม่ ผสมผสานความสมบุกสมบันเข้ากับการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย ซึ่งจะทำให้ฟอร์ด เอเวอเรสต์
ใหม่ สามารถชนะใจผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและทุกตลาดทั่วโลกได้อย่างแน่นอน”

2014 11 11 Ford Everest FMC 2



“ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ จะเปิดโอกาสให้เราได้ขยายตลาดในภูมิภาคนี้ได้กว้างขึ้น ด้วยรถยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถพา
ผู้ขับขี่ เพื่อนๆ สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานไปยังทุกจุดหมายได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือ
บนเส้นทางแบบออฟโรดอันสมบุกสมบัน” มร. เทรเวอร์ เวอร์ธิงตัน รองประธานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฟอร์ด ประจำ
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าว “ด้วยสมรรถนะอันเป็นเลิศทั้งหมดนี้ ทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์อเนกประสงค์ของเราใน
ภูมิภาคนี้ ทั้งฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่าง
ครบถ้วน”

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เป็นผลงานการสร้างสรรค์ขึ้นโดยทีมออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
รวมทั้งยังนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในตลาดรถอเนกประสงค์ทั่วโลกของฟอร์ดมาใช้ ทำให้ เอเวอเรสต์ ใหม่
สามารถสืบทอดเอกลักษณ์ของฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบันได้ ทั้งในด้านความทนทานและความอเนกประสงค์ ทั้งนี้
ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ จะมีให้เลือกทั้งในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังและขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งการวางจำหน่ายในแต่ละประเทศจะ
ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละตลาด

2014 11 11 Ford Everest FMC 1


2014 11 11 Ford Everest FMC 3


ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด ด้วยโครงสร้างแบบบอดี้ออนเฟรม เอเวอเรสต์ ใหม่ จึงมีตัวถังที่
แข็งแกร่ง เหมาะสมกับการขับขี่แบบสมบุกสมบัน นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ระบบเกียร์แบ่งกำลังพร้อม
ระบบควบคุมการจ่ายแรงบิด (Torque on Demand) ระบบการเลือกปรับอัตราทด (Terrain Management System)
ความสูงจากพื้นรถที่สูงสุดในตลาด ถึง 225 มิลลิเมตร พร้อมลุยน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร

2014 11 11 Ford Everest FMC 6

2014 11 11 Ford Everest FMC 7

ระบบการเลือกปรับอัตราทด มาพร้อมกับโหมดการตั้งค่าสี่แบบ สำหรับพื้นผิวทั่วไป หิมะ/กรวด/หญ้า ทราย และพื้นหิน
ขรุขระ โดยที่แต่ละโหมดจะปรับเปลี่ยนการตั้งค่าอัตราเร่ง ระบบส่งกำลัง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และระบบควบคุมการเกาะ
ถนน (traction control) เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ ส่วนในกรณีที่ต้องพบกับเส้นทางออฟโรดสุด
โหด ผู้ขับขี่ก็สามารถสั่งล็อกระบบเกียร์แบ่งกำลังให้ทำงานแบบขับเคลื่อนสี่ล้อด้วยอัตราทดต่ำ เพื่อให้ควบคุมรถได้
อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

นอกเหนือไปจากสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดแล้ว ก็ยังสามารถตอบโจทย์การขับขี่ที่นุ่มนวลและความคล่องตัว ด้วย
ช่วงล่างแบบคอยล์สปริงหน้า-หลัง พร้อมติดตั้งกลไก Watt’s Linkage ที่เพลาหลัง

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ติดตั้งซิงค์ 2 (SYNC 2) ซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถรุ่นล่าสุดจากฟอร์ด ผู้ขับขี่จึง
สามารถใช้เสียงสั่งการอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง ระบบเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์พกพาต่างๆ ที่เชื่อมต่อกับตัวรถได้
อย่างเป็นธรรมชาติและสะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ ซิงค์ 2 ยังมีจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ที่ใช้งานง่ายด้วยเมนู
ควบคุมที่แบ่งจอออกเป็น 4 มุม และใช้สีที่แตกต่างกันบ่งบอกถึงฟังก์ชันการใช้งานหลักๆ อย่างชัดเจน

2014 11 11 Ford Everest FMC 8


ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยีอีกมากมายที่ไม่เคยปรากฏในรถอเนกประสงค์รุ่นใดมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น
ระบบควบคุมการเข้าโค้ง (Curve Control) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถได้ในกรณีที่เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
เกินไป ระบบแจ้งเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน (Lane Departure Warning) และระบบรักษาเลน (Lane Keeping Aid) ที่
ป้องกันไม่ให้เกิดการเปลี่ยนเลนโดยไม่ตั้งใจ รวมทั้งระบบตรวจจับรถในจุดบอด (Blind Spot Information System หรือ
BLIS) พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อถอยหลังจากที่จอด (Cross Traffic Alert) ซึ่งจะคอยแจ้งเตือนผู้ขับขี่ในกรณีที่มีรถคันอื่น
อยู่ในมุมบอด หรือในขณะถอยออกจากที่จอด

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอื่นๆ ที่มีอยู่ในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive
Cruise Control) ระบบเตือนและป้องกันการชนด้านหน้า (Forward Alert with Collision Mitigation) ระบบป้องกัน
รถพลิกคว่ำ (Roll Stability Control) และระบบควบคุมการทรงตัว (Electronic Stability Program) ที่ทำงานสอด
ประสานกับระบบควบคุมการเกาะถนนเพื่อความมั่นใจสูงสุดขณะขับขี่ ส่วนระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Active Park
Assist) จะช่วยให้การนำรถเข้าช่องจอดเป็นเรื่องง่าย โดยที่ผู้ขับขี่จะควบคุมเพียงแค่การเหยียบคันเร่ง เข้าเกียร์ และเบรก
โดยไม่จำเป็นต้องจับพวงมาลัย



นอกเหนือจากนี้ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ยังจัดเต็มด้วยโครงสร้างห้องโดยสารที่แข็งแกร่งด้วยวัสดุเหล็กโบรอน
และคุณสมบัติอื่นๆ อีกมากมาย เช่นถุงลมนิรภัย 7
จุด เป็นต้น

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มาพร้อมขุมพลังเบนซินและดีเซลที่มีให้เลือก 3 รุ่น (จำนวนรุ่นเครื่องยนต์
ที่วางจำหน่ายจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ) และระบบเกียร์ 6 สปีด ทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 

• เครื่องยนต์เบนซิน อีโคบู๊สต์ 2.0 ลิตร 4 สูบ รุ่นใหม่ พร้อมเทอร์โบแบบ Twin Scroll จะเปิดตัวออกสู่ตลาดเอเชีย
แปซิฟิก เป็นครั้งแรกในฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ โดดเด่นในด้านพละกำลังในการขับขี่และแรงบิดที่พอตัว
ฟอร์ดยังเคลทอีกว่า มีอัตราการประหยัดน้ำมันและระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ดีที่สุดในตลาด

• เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค TDCi 3.2 ลิตรแบบ 5 สูบรุ่นล่าสุด  (ไม่ระบุรายละเอียด)

• เครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค TDCi 2.2 ลิตร แบบ 4 สูบ (ไม่ระบุรายละเอียด)



ห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ออกแบบมาแนวหรูหราโดดเด่น ด้วยวัสดุคุณภาพดี มาพร้อมกับภายในห้องโดยสาร
7 ที่นั่งที่ทั้งสวยงาม นั่งสบาย และใช้งานสะดวกด้วยคุณสมบัติมากมาย ทั้งหลังคากระจกขนาดใหญ่ ฝาท้ายรถระบบไฟฟ้า
ช่องเก็บของกว่า 30 ช่อง ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง และที่นั่งและพื้นที่เก็บของที่ปรับเปลี่ยน
ให้เข้ากับทุกการใช้งานได้ โดยเบาะนั่งแถวสองและสามสามารถพับเก็บให้แบนราบได้ทั้งสองแถว

เพื่อให้ห้องโดยสารปราศจากเสียงรบกวน ฟอร์ดจึงได้ติดตั้งเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation)
ไว้ภายใน เอเวอเรสต์ ใหม่ ทั้งยังพัฒนาซีลกันเสียงและวัสดุดูดซับเสียงภายในห้องโดยสารให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นอีก
ด้วย


เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation) มีหลักการทำงานที่คล้ายคลึงกับการต้านเสียงรบกวนของ
หูฟังระดับพรีเมียม โดยภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มีไมโครโฟนจำนวน 3 ตัวที่ทำหน้าที่ตรวจจับและวัด
ระดับเสียง ก่อนที่ระบบควบคุมและเครื่องเสียงในตัวรถจะทำการสังเคราะห์คลื่นเสียงที่ตรงข้ามกันเพื่อหักล้างกับเสียง
รบกวน จึงทำให้ห้องโดยสารเงียบสนิท ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถพูดคุยกับผู้โดยสารในแถวหลังได้โดยไม่ต้องใช้เสียงดัง

2014 11 11 Ford Everest FMC 5


ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ จะผลิตที่โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง สำหรับตลาดอาเซียน ส่วนใน
ประเทศจีนจะผลิตโดยบริษัทฟอร์ด เจียงหลิง มอเตอร์ คอร์ป (เจเอ็มซี) ที่โรงงาน เจเอ็มซี เสี่ยวหลาน ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง
หนางฉาง และจัดจำหน่ายผ่านทางเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายรถฟอร์ดในเครือเจเอ็มซี

มีกำหนดการเปิดตัวทั่วอาเซียนในปี 2015 เป็นต้นไป

นาน ๆ ที Mercedes-Benz พยายามที่จะเปลี่ยนอนุกรมชื่อกันสักครั้ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนพวกเขาก็เคยเล่นแร่แปรธาตุกับ
บรรดาชื่อรถสปอร์ตตัวถังคูเป้ทั้งหลายให้ลูกค้ารู้สึกว่ามันเป็นรถเกรดใด ตัวอย่างที่หลายคนสับสนคือเจ้า CL ถ้าดูแค่ชื่อ
หลายคนก็คงนึกว่ามันเป็นรถคูเป้ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ C-Class แต่อันที่จริงแล้วมันกลับสร้างขึ้นบนพื้นฐานของ
S-Class ต่างหาก ก็ไม่น่าแปลกใจนักที่ Mercedes-Benz จึงรีบเปลี่ยนชื่อมาเป็น S-Class Coupe ทันที

2014 11 13 MB 1

ล่าสุด Mercedes-Benz ก็ได้เปิดตัวโครงสร้างชื่ออนุกรมใหม่ล่าสุดให้สื่อมวลชนชาวเมืองเบียร์ได้รับทราบกันแล้ว พร้อม
ทั้งเปิดเผยชื่อซับแบรนด์ใหม่ว่า Mercedes-Maybach แบรนด์ที่จับกลุ่มคนที่เป็นตัวของตัวเองและมีเกียรติยศสูงสุดเพื่อ
สะท้อนสถานะทางสังคมอันโดดเด่นให้ปรากฏ โดยตัวรถจะเปิดเผยโฉมที่แรกในงาน Guangzhou Autoshow และ LA
Autoshow

และสำหรับ Mercedes-Benz ก็มีการจัดระเบียบอนุกรมให้เป็นที่เข้าใจง่ายขึ้นมาก โดยยึดหลักความเรียบง่ายและความ
เข้าใจ และที่สำคัญยังเป็นการจัดการพื้นที่ให้ชื่อรุ่นรถเพียงพอต่อการเรียกได้ เพราะ Mercedes-Benz ตั้งเป้าหมายเอาไว้
ว่าจะต้องมีรถยนต์รุ่นใหม่เปิดตัวมากกว่า 30 รุ่นภายในปี 2020 และใน 11 รุ่นจะเป็นรถรุ่นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรุ่น
ปัจจุบัน

หลักการตั้งชื่อของ Mercedes-Benz จะยึดหลักเกรดรถรุ่นหลักอย่าง A, B, C, E และ S-Class ในการเปรียบเทียบ
ตำแหน่งทางการตลาดและขนาดตัวถัง เพราะชื่อตระกูลเหล่านี้เป็นที่รู้จักและเข้าใจกันอย่างดีในหมู่ลูกค้าและคนทั่วไปกัน
แล้ว

2014 11 13 MB 3

และในเมื่อตลาดเอสยูวีเริ่มมีการเติบโตสูงขึ้น Mercedes-Benz จึงได้จัดหมวดพิเศษยึดหลักตำนานความทนทานตาม
G-Class ด้วยการใช้อักษรตัว G เป็นตัวเริ่มต้นแล้วตามด้วยตัวอักษร L อันเป็นตัวอักษรที่มีการใช้ประกอบมาช้านาน
ส่วนตัวอักษรสุดท้ายก็นำอนุกรมรุ่นหลักมาใส่ อาทิ GL ก็จะเปลี่ยนมาเป็น GLS เพื่อบ่งบอกว่ามันคือเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่
เทียบเท่า S-Class, ML ก็จะเปลี่ยนเป็น GLE, GLK จะเปลี่ยนเป็น GLC ยกเว้นรถในตำนานอย่าง G-Class ที่ไม่มีการ
เปลี่ยนชื่อแต่อย่างใด

สำหรับตระกูลรถซีดานคูเป้ก็จะเริ่มต้นด้วยตัวอักษร CL สำหรับรถเปิดประทุนจะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร SL ซึ่งจะมีการเปลี่ยน
ชื่อ SLK กลายเป็น SLC ยกเว้นรุ่น SL จะไม่มีการเปลี่ยนเพราะถือว่าเป็นตำนานเหมือนกับ G-Class ไปแล้ว

Mercedes-Benz ยังใส่ใจถึงรถรุ่นย่อยที่สะท้อนถึงตัวตนของรถรุ่นนั้นอีกด้วย และจะใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็กเหล่านี้ห้อย
ท้ายชื่อรุ่นรถนั้นเอาไว้ ได้แก่

c = CNG
d = Diesel (ควบรวม Bluetec และเครื่อง CDi)
e = หมายถึงรถไฟฟ้า, Plug-in Hybrid, Bluetec Plug-in hybrid)
f = Fuel Cell
h = Hybrid
ส่วนระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4Matic จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง

จุดมุ่งหมายสำคัญของความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือจะต้องทำให้ลูกค้าจำง่ายและยังจะต้องทำให้ Mercedes-Benz
สามารถขยายขีดจำกัดของรถรุ่นใหม่ให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม และเราต้องรอดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะแอบมีการเพิ่มอนุกรมอะไร
เข้ามาอีก

ที่มา : Mercedes-Benz

 
เวลานี้ถ้าใครยังอยากจะรอคอยหรือค้นหาความน่าสนใจของแบรนด์ Scion อยู่แล้วล่ะก็ เห็นทีต้องบอกไว้เลยว่าท่าจะยาก
เพราะแทบทุกวันนี้มีแบรนด์ Scion อยู่ในสารบบตลาดรถยนต์อเมริกันก็ดีแค่ไหนแล้ว? แต่กระนั้นก็ใช่ว่า Scion จะนิ่งดู
ดายปล่อยให้แบรนด์ตัวเองตายไปเรื่อย ๆ Scion ก็เล่นง่ายด้วยการนำรถยนต์ Toyota ที่ทำท่าว่าจะเป็นที่น่าสนใจใน
ตลาดอเมริกามาแปลงหน้ากันต่อไป

2014 11 12 Scion iM 1


ล่าสุด Scion ก็ได้เปิดเผยโฉม iM Concept ที่แค่เห็นหน้าก็รู้สึกคุ้น ๆ ตากันอยู่ มองไปอีกก็ใช่เลยว่านี่แหล่ะมันคือการจับ
นำ Toyota Auris มาแปลงหน้าให้ดูคล้ายกับ Toyota Camry รุ่นก่อน Big Minorchange โดยมีการตกแต่งรถรอบคัน
ในสไตล์รถแข่ง Touring ในยุโรป ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมมันจะต้องมีช่องดักลมและไฟตัดหมอกขนาดมหึมา

สัดส่วนตัวรถแลดูกว้างและแบนสไตล์รถแข่งมาพร้อมกับยางขนาด 19 นิ้ว, ก้ามปูดิสก์ทั้ง 4 ล้อมีขนาดใหญ่ช่วยเติมเต็ม
ประสิทธิภาพการเบรคได้สบาย

2014 11 12 Scion iM 2

Doug Murtha รองประธาน Scion ให้เหตุผลอย่างสวยหรูว่า ลูกค้าวัยรุ่นเริ่มมีรสนิยมเปลี่ยนไป พวกเขาต้องการรถที่
ตอบสนองได้ทั้งความเร้าใจและความปัจเจกได้ แต่รถก็ต้องมอบทั้งความสะดวกสบาย, เทคโนโลยีและความน่าเชื่อถือใน
แบบที่ Scion นำเสนอให้

รายละเอียดทั้งหมดโปรดรอได้ในงาน LA Autoshow 2014 นี้

ที่มา : Worldcarfans

ตามที่รู้กันดีว่า แนวคิดของ Mercedes-Benz ที่ปลุกชื่อ Maybach ออกมาเมื่อปลายยุค 90s เพื่อหวังจะต่อกร
ในตลาดรถยนต์ชั้นสูง ต้องเจอกับทางตันเมื่อไม่กี่ปีก่อน ด้วยเหตุผลด้านยอดขายที่ไม่สำเร็จเท่าที่ตั้งเป้าไว้ จนไม่อาจ
ต่อชีวิตให้ Maybach มีเจเนอเรชั่นที่ 2 ได้ และตัดสินใจยุติบทบาทลง

ประกอบกับช่วงรอยต่อของการพัฒนา Mercedes-Benz S-Class ตัวถัง W222 ที่ต้องดีขึ้นจาก S-Class รุ่นก่อนอย่างมาก
ทำให้ Mercedes-Benz เล็งเห็นแล้วว่า การพัฒนา S-Class รุ่นใหม่ ให้ดีขึ้น และพัฒนาเวอร์ชันหรูขึ้นไปอีกในฐานะ
รุ่น Top of the line ของ S-Class น่าจะเหมาะสมกับตลาดมากกว่า อีกทั้งยังไม่ต้องเสี่ยงเจ็บตัวเท่าตอนทำ Maybach

alt

วันนี้ มีภาพแรกของรถยนต์รุ่นนี้ออกมาแล้วในรูปแบบภาพทีเซอร์ 2 ช็อต เพื่อเตรียมตัวเผยโฉมครั้งแรกในงาน
Los Angeles International Motor Show ในสัปดาห์หน้า และ Guangzhou Auto Show ณ ประเทศจีน
ช่วงปลายเดือนนี้

ที่เซอร์ไพรส์ทุกคน คือการได้เห็นความเปลี่ยนแปลงในชื่อแบรนด์ Mercedes-Benz ที่ยืนหยัดมานานกว่า 100 ปี
ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น Mercedes-Maybach เป็นครั้งแรก เพื่อรถยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ!

นับเป็นความพยายามอย่างเนียนๆ ในเมื่อรถยนต์รุ่นนี้เป็น Mercedes-Benz S-Class แต่ถูกปรับปรุงความหรูหรา
จนเทียบเคียงได้กับ Maybach การเปลี่ยนมาใช้ชื่อ Mercedes-Maybach S600 จึงน่าจะลงตัวที่สุด เพราะสามารถ
สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าได้ว่า “เป็น Mercedes-Benz S600 เวอร์ชันพิเศษ ที่มีความหรูหราระดับ Maybach”

รถยนต์รุ่นนี้ ถูกพัฒนาเพื่อประกบ Rolls-Royce Ghost และ Bentley Flying Spur โดยเฉพาะ มีความแตกต่างจาก
S-Class รุ่นปกติ ที่รูปลักษณ์ด้านหน้า ประตูคู่หลังที่ถูกยืดออก เช่นเดียวกับระยะฐานล้อหน้า-หลัง

alt

ส่วนภายในห้องโดยสาร ผู้โดยสารตอนหลังจะได้พื้นที่วางขาที่กว้างขวางมากกว่าเดิม พร้อมกับเบาะนั่งคู่หลังที่
ปรับตำแหน่งได้หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถเลือกตกแต่งอย่างหรูหราได้หลากหลายและมีความเฉพาะตัวมากขึ้น
เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าระดับสูงโดยเฉพาะ

สำหรับรายละเอียดตัวรถทั้งหมด อดใจรอในสัปดาห์หน้า และจะได้เห็นความแตกต่างแบบพิเศษที่ Mercedes-Benz
ตั้งใจพัฒนาให้กับ S-Class เวอร์ชันหรูสุดขอบนี้ อย่างแน่นอน


ในช่วงระยะ 2 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ Scion รถยนต์เอาใจวัยโจ๋ในแดนมะกันของ Toyota มีการเปิดตัวรถยนต์เพิ่ม
เพียง 1 รุ่น ได้แก่ Scion FR-S หรือ Toyota 86 ในบ้านเราและญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นแต่งรถในระดับหนึ่ง
แต่ก็ไม่ได้หวือหวาเท่ากับรุ่นอื่นๆในค่ายนัก

เพื่อไม่ให้สถานการณ์ยอดขายในสหรัฐอเมริกาตกต่ำไปกว่านี้ Scion จึงเตรียมเปิดตัวรถยนต์เพิ่มอีก 2 รุ่นใหม่(เสียที)
ในปี 2015 ซึ่งได้รับการเปิดเผยจาก Dave Harbuck ผู้จัดการใหญ่ของ Scion ที่แย้มว่า เราจะได้เห็นกันในงาน
แสดงรถยนต์ New York Auto Show ที่จะถึงในอีกไม่กี่เดือนนี้ แน่นอน

alt

หนึ่งในนั้น คือ Toyota Auris คอมแพคท์แฮตช์แบกบนพื้นฐาน Toyota Corolla ซึ่งเปิดตัวอย่างฮือฮาในญี่ปุ่นเมื่อ 2 ปีก่อน
จะถูกปรับเปลี่ยนหน้าตาเล็กน้อย และพะป้าย Scion เพื่อจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก โดย Scion เตรียมพรีวิว
แบบคร่าวๆ ผ่านรถต้นแบบ Toyota iM Concept ในงาน Los Angeles International Auto Show ในวันที่
19 พฤศจิกายนนี้

ส่วนอีกรุ่นหนึ่ง จะเป็นซับคอมแพคท์ทรงแปลก ที่จะมาในฐานะรุ่นเปลี่ยนโฉม Scion xD และว่ากันว่า รถยนต์รุ่นนี้นี่เอง
ที่เป็นผลผลิตจากความร่วมมือระหว่าง Toyota และ Mazda ซึ่งมีข่าวมาตั้งแต่ปี 2012 จะใช้แพลตฟอร์มร่วมกับ
Mazda 2 ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานนี้ แต่จะมาพร้อมกับรูปโฉมภายนอก ภายใน ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง และจะผลิต
ในโรงงานของ Mazda แห่งใหม่ ณ ประเทศเม็กซิโก

ที่สำคัญที่สุด คือต้องจับตากันว่า แม้จะเปิดตัวรถยนต์ถึง 2 รุ่นใหม่ และเป็นรถยนต์ประเภทที่เอาใจคนอเมริกัน
ส่วนใหญ่แล้วด้วย แต่ท้ายที่สุด Scion จะยังแข็งแรงพอที่จะยืนหยัดในวงการรถยนต์สหรัฐอเมริกาในระยะยาวได้หรือไม่?

ที่มา : Car & Driver


บทความ อื่นๆ ...