PR News
การปลุกฟื้นแบรนด์ Alpine ของ Renault เพื่อกลับมาทำตลาดรถยนต์สปอร์ตพันธุ์แท้อีกครั้ง มีความเคลื่อนไหว
ให้ได้ยินมานานแล้ว พอๆกับความเคลื่อนไหวในแง่ของปัญหาระหว่างการพัฒนา ให้ได้ยินอยู่บ่อยๆเช่นกัน
แต่ล่าสุด Renault ออกมายืนยันแล้วว่า แผนการเปิดตัว Alpine จะไม่ถูกเลื่อนอีกแล้ว และจะเปิดตัวแน่ๆในปี 2016

alt

Carlos Ghosn หัวเรือใหญ่คนเก่งของ Renault ได้ให้ข้อมูลนี้กับสื่อ ระหว่างการปรากฏตัวในรอบสื่อมวลชน
ของงานแสดงรถยนต์ Paris Motor Show 2014 ที่กำลังจัดขึ้นว่า แม้จะเจอปัญหาขลุกขลิกระหว่างพาร์ทเนอร์
ที่เคยร่วมกันพัฒนา จนในตอนนี้ Renault ต้องลุยเดี่ยวเพื่อทำให้แบรนด์ Alpine กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง แผนทุกอย่าง
ก็ยังถูกดำเนินต่อไปตามกำหนด และจะไม่มีการปรับแผนใดๆอีก

ด้าน Laurens van den Acker นักออกแบบของค่าย เป็นอีกเสียงที่ยืนยันถึงข้อเท็จจริงนี้ว่า โครงการพัฒนา
รถยนต์ Alpine จะไม่ล่าช้าไปกว่ากำหนดเดิมแล้ว แต่เขาเองได้แสดงความเสียดายที่ต้องเสียพาร์ทเนอร์
ร่วมพัฒนาเดิมอย่าง Caterham ที่ได้ฝากฝีไม้ลายมือ และเทคนิคต่างๆในการพัฒนาให้กับทีมวิศวกร และเขา
กล่าวอีกว่า Caterham มีความชำนาญในการเซ็ตรถสปอร์ตให้สมบูรณ์แบบจริงๆ นั่นทำให้เขายิ่งมีความเสียดายมาก

เมื่อเดือนที่แล้ว มีการรายงานออกมาว่า งานออกแบบของ Alpine ใหม่ ได้เสร็จสมบูรณ์แล้วเรียบร้อย ดังนั้นตอนนี้
จึงเหลือแต่งานวิศวกรรมที่ต้องพัฒนาให้จบ ทันการเปิดตัวในปี 2016 เท่านั้น

ที่มา : What Car?


ตลาดรถกระบะยอดนิยมของเมืองไทยในวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นรถกระบะขนาดคอมแพคท์ (ทีไม่อาจเรียกตัวเองว่าเป็นรถ
กระบะขนาด 1 ตันได้)และรถบรรทุกเล็กพวก Suzuki Carry แต่เชื่อว่าหลายคนก็คงจะนึกถึงรถกระบะขนาดย่อมแบบ
เดียวกันกับ Nissan NV-B สมัยก่อน คือเป็นรถกระบะที่ถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานเดียวกับรถยนต์นั่ง มีเนื้อที่บรรทุกระดับ
หนึ่ง น้ำหนักเบาจนนำไปแต่งซิ่งต่อได้

2014 10 09 Dacia Duster Pickup 1

2014 10 09 Dacia Duster Pickup 2

สำหรับรถกระบะขนาดย่อมในต่างประเทศบางประเทศก็ยังมีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องพร้อมพัฒนารูปแบบให้ทันยุค
ทันสมัยในระดับหนึ่ง

ล่าสุด Dacia เจ้าแห่งการผลิตรถยนต์ราคาประหยัดจากโรมาเนียก็ได้จับมือกับบริษัทต่อตัวถังรถ Romturingia เพื่อ
ร่วมกันผลิต Dacia Duster Pick-up สำหรับส่งมอบให้บริษัท OVM Petrom ซึ่งเป็นบริษัทผลิตน้ำมันและแก๊ซยิ่งใหญ่
ที่สุดในยุโรปตะวันออก

งานนี้ Dacia และ Romturingia ตั้งใจผลิต Dacia Duster Pick-Up ออกมาจำนวนจำกัดแค่เพียง 500 คันภายในสิ้นปี
2015 เท่านั้น

2014 10 09 Dacia Duster Pickup 3

สเปคเบื้องต้นจะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตร dCi 110 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนสี่ล้อ มีเนื้อที่บรรทุก
สัมภาระท้ายยาว 1.7 เมตร รองรับน้ำหนักบรรทุก 450 กิโลกรัม

ถ้าใครอยากได้รถกระบะแนวนี้จริง ๆ เห็นทีคงต้องฝันไปก่อน

ที่มา : wall-street.ro

เรารู้สึกแอบแปลกใจว่าทำไม Toyota ถึงไม่เปิดเผยโฉม Toyota Prius+ Minorchange ในงาน Paris Motorshow
2014 ที่กำลังจัดกันอยู่ เราก็ไม่รู้ลึกซึ้งถึงสาเหตุของพวกเขาว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แต่ไหน ๆ มันก็เปิดเผยโฉมแล้ว เราก็มา
ลองดูกันสิว่ามันมีความเปลี่ยนแปลงอะไรยังไงบ้าง

2014 10 09 Toyota Prius+ 1

Toyota Prius+ Minorchange มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ใหม่ที่เห็นได้ชัดคือ การเปลี่ยนชิ้นส่วนตัวถังด้านหน้าใหม่
หมดเพื่อกระตุ้นและเรียกภาพลักษณ์ความดุกร้าวและกล้าหาญชาญชัยในการออกแบบมากขึ้น ถึงขั้นลงทุนเปลี่ยนไฟ
หน้าใหม่ที่ดูดุกร้าวขึ้นพร้อมกับไฟหน้า LED ทั้งไฟสูงและไฟต่ำ, ลงทุนเปลี่ยนชิ้นส่วนฝากระโปรงหน้าที่เล่นเส้นสายตัว V,
เปลี่ยนทรงกันชนหน้าและกระจังหน้าใหม่

เอกลักษณ์ใหม่ของ Toyota คือการออกแบบกันชนส่วนล่างแบบสี่เหลี่ยมคางหมูที่ใช้วัสดุสีดำเมทัลลิกกรอสทำให้ตัวรถดู
มั่นคง และสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจด้วยชุดไฟ LED DRL ตัดหมอกทรงตั้ง

2014 10 09 Toyota Prius+ 2

ส่วนบั้นท้ายถ้าสังเกตดี ๆ ก็มีความเปลี่ยนแปลงระดับหนึ่ง ได้แก่ การเปลี่ยนชุดไฟท้ายจากโคมสีใสกลายเป็นโคมสีแดง
และกันชนท้ายที่ถูกออกแบบให้มี Diffuser ในตัว

ภายในห้องโดยสารก็แอบมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเยอะกว่าที่คิด อาทิ เปลี่ยนรายละเอียดปุ่มกดสัมผัสหรือดีไซน์ปุ่ม
ใหม่, เปลี่ยนแผงช่องแอร์กลาง, เปลี่ยนรายละเอียดมาตรวัดใหม่ เป็นต้น


2014 10 09 Toyota Prius+ 3

อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมก็มี เบาะนั่งปรับไฟฟ้า, ที่ท้าวแขนกลางและระบบช่วยจอดอัจฉริยะ มีการอัพเกรดระบบความ
ปลอดภัยอย่าง ไฟเบรกฉุกเฉิน, ระบบช่วยขึ้นเขา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงคุณภาพการขับขี่และการบังคับ
ควบคุม, ปรับปรุงการรองรับกันสะเทือน, ปรับปรุงการซับเสียงและปรับปรุงขุมพลังให้มีผ่านมาตรฐานไอเสีย Eruo6


รายละเอียดเพิ่มเติมจะมีให้ติดตามกันต่อไป

ที่มา : Worldcarfans

คำว่า “ทะเยอทะยาน” เป็นคำนิยามที่เหมาะค่าย Kia มากที่สุด เพราะ Kia ถือเป็นหนึ่งในสองพี่น้องบริษัท Hyundai-Kia
ที่พยายามหาช่องทางในการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่มากที่สุด โดยเฉพาะการถวิลหาภาพลักษณ์ “แบรนด์รถสปอร์ต”
ที่ฉีกและแตกต่างจากแบรนด์ Hyundai จนถึงขั้นอยากจะทำรถสปอร์ตดีไซน์สวย ๆ ออกมาประดับบารมีบ้าง แต่ก็โดน
ผู้บริหารบางส่วนขัดแย้งกันเอง ระหว่างสัดส่วนผลกำไรกับผลตอบรับของการสร้างภาพลักษณ์

2014 10 09 Kia

ล่าสุด Kia ก็ได้อนุมัติให้ GT Concept สามารถกลายร่างเป็นรถคันจริงได้ภายในปี 2016 ซึ่งตำแหน่งการตลาดของ Kia
GT จะต้องมาฟาดฟันกับ Audi A7 Sportback หรือต่อสู้กันในกลุ่มรถคูเป้ฟาสต์แบคที่ Audi เป็นผู้นำตลาดในตัวถังนี้อยู่
รวมไปถึงต้องมาฟาดฟันกับ BMW 5-Series GT และ Porsche Panamera

ผู้บริหารระดับสูงจาก Kia Motor ยืนยันว่า Kia GT จะเปิดตัวให้ลูกค้าชาวอเมริกันได้จับจองกันภายในปลายปี 2016
เหมาะสำหรับลูกค้าสรรหารถแนวสปอร์ตอย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้ Kia GT ยังมีสิทธิ์ที่จะเปิดตัวในตลาดยุโรปด้วย
เครื่องยนต์ดีเซล

Kia GT ในเวอร์ชันขึ้นสายการผลิตจริงจะต้องมีการดัดแปลงชิ้นส่วนตัวถังบางอย่างให้สอดรับกับการใช้งานจริง อย่าง
ประตูแบบตู้กับข้าวก็จะต้องเปลี่ยนมาใช้เป็นประตูปกติ แต่ลูกค้ายังสามารถคาดหวังสไตล์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ที่
แพรวพราวได้

ก็รอดูกันต่อไปว่า Kia จะสามารถเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มนี้ได้ดีแค่ไหน

ที่มา : Edmunds



ผู้บริหาร Mitsubishi เคยกล่าวไว้ว่าอนาคตของ Lancer ตัวต่อไปยังไม่แน่นอนว่าจะเป็นอย่างไร เพราะในตอนนั้นโอกาส
ที่ Mitsubishi จะนำ All New Renault Megane/Fluence โฉมใหม่มาทำก็มีความเป็นไปได้สูงตามแผนกลยุทธ์ดำเนิน
ธุรกิจใหม่ที่เคยเผยให้สื่อมวลชนรับทราบเมื่อปีที่ผ่านมา และในวันนี้เราก็มีความคืบหน้าเกี่ยวกับ All New Mitsubishi
Lancer มาให้รับทราบกัน

2014 10 09 Mitsubishi

Osamu Masuko ประธานใหญ่ Mitsubishi Motors กล่าวว่า ตัวตายตัวแทน Mitsubishi Lancer รอได้เลยอีก 3-4 ปี
ข้างหน้าหรือเปิดตัวในปี 2017-2018 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น Lancer โฉมปัจจุบันก็มีอายุตลาดยาวนานถึง 10-11 ปีกันเลย
ทีเดียว นั่นเป็นเพราะว่าในขณะนี้ยังไม่มีการตัดสินใด ๆ เกี่ยวกับรถคอมแพคท์รุ่นใหม่ที่จะมาแทน Lancer เลย

และถ้าเดินหน้าต่อ Mitsubishi ก็จะต้องนำพื้นตัวถังจาก Nissan หรือ Renault มาต่อยอดซึ่งก็เป็นหนึ่งใน
ทางเลือกที่เคยวางแผนไว้

Mitsubishi Lancer เคยมียอดขายในประเทศออสเตรเลียสูงสุด 23,076 คันในปี 2010 ทั้งตัวถังซีดานและแฮทช์แบค
แต่มียอดขายลดลงจนเหลือ 11,408 คันในปีที่แล้ว และในปีนี้ก็ยังมียอดขายที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เคยครองส่วน
แบ่งการตลาดรถคอมแพคท์ในออสเตรเลียถึง 10% ก็ลดลงมาเหลือ 4.1% ภายใน 5 ปีที่ผ่านมา

สรุปว่า Mitsubishi Lancer โฉมต่อไปคงจะต้องรอเก้อกันพอสมควร

ที่มา : Caradvice

บทความ อื่นๆ ...