ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เลวร้ายเท่าใดนักสำหรับ Honda หลังประกาศผลการดำเนินธุรกิจในไตรมาสที่ 2 ของปี 2019 ว่ามีผลประกอบการลดลง 15.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งยังถือว่าดีกว่าค่ายอื่นที่ขาดทุนหรือเสียหายหนักกว่านี้ โดย Honda ให้เหตุผลว่ามีปัจจัยลบส่งผลมากมาย

Honda Motor รายงานผลประกอบการระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2019 ว่ามีผลประกอบการมูลค่า 252,400 ล้านเยน (ราว 72,000 ล้านบาท) ลดลง 15.7% ซึ่งบริษัทอธิบายว่าแม้ยอดขายจะสูงขึ้นในหลายตลาด และมีการลดค่าใช้จ่ายลง แต่มีหลายปัจจัยลบร่วมกัน จนฉุดผลกำไรลงดังนี้

  • ค่าใช้จ่ายงานธุรการสูงขึ้น
  • ยอดขายรถยนต์ในสหรัฐฯ ลดลง
  • ยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ในอินเดียลดลง
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินผันผวน

สำหรับยอดขายสะสมของ Honda Group ทั่วโลก ในช่วงเวลาเดียวกัน แบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์ได้ ดังนี้

  • รถจักรยานยนต์ ราว 4,921,000 คัน
  • รถยนต์ ราว 1,321,000 คัน
  • เครื่องจักรประเภทอื่น ราว 1,281,000 คัน

เพื่อสะท้อนให้เห็นการหดตัวลงของยอดขายในอินเดีย บริษัทได้ปรับลดรายได้คาดการณ์จากยอดขายสะสม ปีงบประมาณ 2019 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2020 ลงอีก 50,000 ล้านเยน (ราว 14,000 ล้านบาท) คงเหลือ 15,650,000 ล้านเยน (ราว 4,518,000 ล้านบาท) ส่วนกำไรคาดการณ์จากผลประกอบการสะสม ตลอดปีงบประมาณเดียวกัน ให้คงเดิมไว้ที่ 770,000 ล้านเยน (ราว 2,243,000 ล้านบาท)

 

ที่มา: Honda