ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤศจิกายน 21, 2014, 09:10:29
  • หน้าแรก
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ราคาต้นทุนรถแต่ละคันมีราคาเท่าไรครับ?  (อ่าน 6293 ครั้ง)
almanac
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 06:40:38 »

เพื่อนเคยฝึกงานที่บริษัทรถแห่งนึงครับ มาบอกว่า รถราคาล้านกว่าเนี่ย ต้นทุน ประมาณ ห้าแสน  ตกใจ

เท่าที่ฟังจากเพื่อนเล่า เค้าก็เหมือนไปฟังมาอีกทีนึง ไม่ได้รู้จริง  อายจัง

ไม่ทราบว่ามีเพื่อนๆ พี่ๆ ท่านใดพอทราบข้อมูลตรงนี้มั้ยครับ?  ฮืม

ขอบคุณครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า

mxmx
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 07:43:23 »

ต้นทุนไม่ทราบคับรู้แต่ว่าบางที่โบนัสปีหนึ่งเกือบสิบเท่า แล้วคิดว่ากำไรมันจะเยอะไหมคับ
บันทึกการเข้า

Nonthacha
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 88



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 08:19:28 »

ต้นทุนจริงๆของรถยนต์ผมไม่ทราบ แต่เคยทำงานอยู่อะไหล่ในศูนย์บริการ กำไรประมาณ 40% ยังไม่รวมกำไรของบริษทรถยนต์นะ
ผมคิดว่าต้นทุนน่าจะอยู่ประมาณ 30-40 % ของราคาขาย
บันทึกการเข้า

kimmeng21
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 962



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 08:23:48 »

เหมือนผมเคยเห็นนสมาชิกในเว็บนี้เคยบอกเหมือนกันนานมาแล้วคับว่า camry ต้นทุน 5แสน
บันทึกการเข้า

"โอกาส มันก็เหมือนสายน้ำ ที่ไหลผ่านมา แล้วก็ผ่านไป ถ้าคุณไม่ตักตวงมันไว้ สายน้ำมันก็จะไม่ไหลย้อนกลับ"

sith(สิทธิ์)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1080


รถคือสิ่งที่พาหาจุดหมาย อย่าไปยึดติดมากไปจนต้องด่ากันแค่ใช้ต่างยี่ห้อ


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 09:00:38 »

ต้นทุนประกอบคิดเป็นชิ้นๆมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ
แต่
ต้นทุนหนักๆมันมาจากงานวิจัย กว่าจะได้สเปครถออกมาสักรุ่นนึงนั้น
เค้าคิด กันหัวแทบแตก ผมคิดว่าเป็นหลักสิบล้านขึ้นแน่ๆต่องานวิจัย
ถ้าจะเอาต้นทุนแค่งาน ประกอบ งานชิ้นส่วนต่างๆ ผมว่า ไม่กี่บาท
ถึงเค้าจะได้กำไรเยอะ แต่เค้าก็ลงทุนเยอะนะครับ
การวางแผนรถยนต์ วิจัยงานเพื่ออนาคต วิจัยคู่ต่อสุ้ เทคโนโลยีของคู่ต่อสู้

ผมว่าหนักหนาสาหัสเหมือนกัน เพราะทุกอย่างใช้เงินหมดเลย
บันทึกการเข้า

isuzu dragon eye 4*4/vios gen1/bt50/mazda2/vigo champ/bt-pro/triton /isuzu all new/mirage /bmw x3dขายกินหมดละ
ปัจจุบัน ฮอนด้าเวฟไอสิครับ ประหยัดสุด

YenChar
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3905


ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 09:15:18 »

ขอตอบในฐานะนักบัญชี

คุณคิดแค่ต้นทุน มันคงดูไม่แฟร์กับบริษัทรถยนต์นะครับ
ก่อนรถคันนึงจะออกมา มันมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงมากมาย

- เงินเดือนพนักงาน+สวัสดิการพนักงาน เงินสมทบ
- ค่าแรงงาน ค่าล่วงเวลา ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าคอมฯเซลล์
- R&D
- Design
- Logistic
- Marketing & Advertising
- Miscellanous
- ภาษีต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางตรง ทางอ้อม และค่าใช้จ่ายในการตั้งโรงงาน จ่ายราชการ
- อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง ค่าควบคุมดูแลระบบ ไลน์ผลิต

หากคิดระบบ Profit & loss ง่ายๆ
Sale 1,000,000 - Cost of Sale 500,000
แต่คุณยังไม่ได้เอากำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ
ลองหักลบดูแล้ว กำไรคันนึง ผมว่ายังไงๆก็ไม่ถึงแสน

ยังไม่นับว่า ไหนจะต้องเคลม ต้องเปลี่ยน รับประกัน สารพัด
คุณยังต้องรับประกันรถคันนั้นไปอีก 3 ปี ต้องตั้ง Allowance เผื่อไว้ด้วยอีกเยอะครับ
ไหนจะไม่นับหนี้สูญ บางทีเคลมเพลาขับ เคลมเกียร์ ลูกนึงเท่าไหร่ เผลอๆจะขาดทุนบางคันครับ

ต้นทุน ในความหมายของ จขกท คือ ค่าเหล็ก ค่าอะไหล่ วัสดุ แรงงาน
แต่ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรอกครับ
บางบริษัท ต้นทุนค่่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แทบจะขี่กับต้นทุนสินค้าก็มีครับ
บันทึกการเข้า

Minny
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 298



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 09:26:36 »

ต้นทุนไม่เท่าไหร่ แต่ค่าแรงในการผลิต-ประกอบ และที่สำคัญก็คือภาษี โดยเฉพาะรถนำเข้านี่แหละค่ะ

แต่รู้มาว่า Bugatti Veyron 16.4 ต้นทุนมันคันละ 350 ล้านบาท แต่ราคาขายในไทยรวมภาษี 165 ล้านบาท
บันทึกการเข้า

ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ
I'm waiting for you, Ford Ecosport Ecoboost!

sith(สิทธิ์)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1080


รถคือสิ่งที่พาหาจุดหมาย อย่าไปยึดติดมากไปจนต้องด่ากันแค่ใช้ต่างยี่ห้อ


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 09:36:17 »

ต้นทุนไม่เท่าไหร่ แต่ค่าแรงในการผลิต-ประกอบ และที่สำคัญก็คือภาษี โดยเฉพาะรถนำเข้านี่แหละค่ะ

แต่รู้มาว่า Bugatti Veyron 16.4 ต้นทุนมันคันละ 350 ล้านบาท แต่ราคาขายในไทยรวมภาษี 165 ล้านบาท

ทำไมต้นทุนต่อคัน350ล้าน
แต่ทำไมขาย รวมภาษี165ล้าน

มันผิดตรงไหนรึเปล่าครับ
ขายแบบนี้เจ๊งตายซิครับ

ต้นทุน350 ขาย 165  ยังไงก็ตายครับ ผมว่ามันต้องผิดพลาดตรงไหนสักแห่งซิน่า
บันทึกการเข้า

isuzu dragon eye 4*4/vios gen1/bt50/mazda2/vigo champ/bt-pro/triton /isuzu all new/mirage /bmw x3dขายกินหมดละ
ปัจจุบัน ฮอนด้าเวฟไอสิครับ ประหยัดสุด

Fly to dream
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6223



ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 09:49:49 »

ต้นทุนไม่เท่าไหร่ แต่ค่าแรงในการผลิต-ประกอบ และที่สำคัญก็คือภาษี โดยเฉพาะรถนำเข้านี่แหละค่ะ

แต่รู้มาว่า Bugatti Veyron 16.4 ต้นทุนมันคันละ 350 ล้านบาท แต่ราคาขายในไทยรวมภาษี 165 ล้านบาท

ทำไมต้นทุนต่อคัน350ล้าน
แต่ทำไมขาย รวมภาษี165ล้าน

มันผิดตรงไหนรึเปล่าครับ
ขายแบบนี้เจ๊งตายซิครับ

ต้นทุน350 ขาย 165  ยังไงก็ตายครับ ผมว่ามันต้องผิดพลาดตรงไหนสักแห่งซิน่า

สลับกันๆๆๆ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

kimmeng21
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 962



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 09:57:07 »

ต้นทุนไม่เท่าไหร่ แต่ค่าแรงในการผลิต-ประกอบ และที่สำคัญก็คือภาษี โดยเฉพาะรถนำเข้านี่แหละค่ะ

แต่รู้มาว่า Bugatti Veyron 16.4 ต้นทุนมันคันละ 350 ล้านบาท แต่ราคาขายในไทยรวมภาษี 165 ล้านบาท

ทำไมต้นทุนต่อคัน350ล้าน
แต่ทำไมขาย รวมภาษี165ล้าน

มันผิดตรงไหนรึเปล่าครับ
ขายแบบนี้เจ๊งตายซิครับ

ต้นทุน350 ขาย 165  ยังไงก็ตายครับ ผมว่ามันต้องผิดพลาดตรงไหนสักแห่งซิน่า

ต้นทุนเมืองนอก 35 ล้าน มาไทย 165 ล้านหรือป่าว
บันทึกการเข้า

"โอกาส มันก็เหมือนสายน้ำ ที่ไหลผ่านมา แล้วก็ผ่านไป ถ้าคุณไม่ตักตวงมันไว้ สายน้ำมันก็จะไม่ไหลย้อนกลับ"

almanac
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 41



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 10:24:46 »

ขอตอบในฐานะนักบัญชี

คุณคิดแค่ต้นทุน มันคงดูไม่แฟร์กับบริษัทรถยนต์นะครับ
ก่อนรถคันนึงจะออกมา มันมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงมากมาย

- เงินเดือนพนักงาน+สวัสดิการพนักงาน เงินสมทบ
- ค่าแรงงาน ค่าล่วงเวลา ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าคอมฯเซลล์
- R&D
- Design
- Logistic
- Marketing & Advertising
- Miscellanous
- ภาษีต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางตรง ทางอ้อม และค่าใช้จ่ายในการตั้งโรงงาน จ่ายราชการ
- อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง ค่าควบคุมดูแลระบบ ไลน์ผลิต

หากคิดระบบ Profit & loss ง่ายๆ
Sale 1,000,000 - Cost of Sale 500,000
แต่คุณยังไม่ได้เอากำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ
ลองหักลบดูแล้ว กำไรคันนึง ผมว่ายังไงๆก็ไม่ถึงแสน

ยังไม่นับว่า ไหนจะต้องเคลม ต้องเปลี่ยน รับประกัน สารพัด
คุณยังต้องรับประกันรถคันนั้นไปอีก 3 ปี ต้องตั้ง Allowance เผื่อไว้ด้วยอีกเยอะครับ
ไหนจะไม่นับหนี้สูญ บางทีเคลมเพลาขับ เคลมเกียร์ ลูกนึงเท่าไหร่ เผลอๆจะขาดทุนบางคันครับ

ต้นทุน ในความหมายของ จขกท คือ ค่าเหล็ก ค่าอะไหล่ วัสดุ แรงงาน
แต่ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรอกครับ
บางบริษัท ต้นทุนค่่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แทบจะขี่กับต้นทุนสินค้าก็มีครับ
เข้าใจเลยครับ มองเห็นภาพเลย  ยิ้ม

ขอบคุณพี่ๆ ที่เข้ามาตอบครับ
บันทึกการเข้า

john
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 480


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 10:57:28 »

ผมว่า 5 แสนนี่น่าจะรวมหมดแล้วนะครับ ต้นทุนวัตถุดิบกับประกอบอย่างเดียวน่าจะน้อยกว่านั้น

ต้นทุนประกอบคิดเป็นชิ้นๆมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ
แต่
ต้นทุนหนักๆมันมาจากงานวิจัย กว่าจะได้สเปครถออกมาสักรุ่นนึงนั้น
เค้าคิด กันหัวแทบแตก ผมคิดว่าเป็นหลักสิบล้านขึ้นแน่ๆต่องานวิจัย
ถ้าจะเอาต้นทุนแค่งาน ประกอบ งานชิ้นส่วนต่างๆ ผมว่า ไม่กี่บาท
ถึงเค้าจะได้กำไรเยอะ แต่เค้าก็ลงทุนเยอะนะครับ
การวางแผนรถยนต์ วิจัยงานเพื่ออนาคต วิจัยคู่ต่อสุ้ เทคโนโลยีของคู่ต่อสู้

ผมว่าหนักหนาสาหัสเหมือนกัน เพราะทุกอย่างใช้เงินหมดเลย
บันทึกการเข้า

off_033
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 472



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 11:16:08 »

B segment  ทั้งหลายราคาหน้าโรงงาน แสนกว่า ถึงสองแสนกว่าครับ  แล้วแต่รุ่น

บันทึกการเข้า

sith(สิทธิ์)
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1080


รถคือสิ่งที่พาหาจุดหมาย อย่าไปยึดติดมากไปจนต้องด่ากันแค่ใช้ต่างยี่ห้อ


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 11:21:11 »

ผมว่า 5 แสนนี่น่าจะรวมหมดแล้วนะครับ ต้นทุนวัตถุดิบกับประกอบอย่างเดียวน่าจะน้อยกว่านั้น

ต้นทุนประกอบคิดเป็นชิ้นๆมันไม่เท่าไหร่หรอกครับ
แต่
ต้นทุนหนักๆมันมาจากงานวิจัย กว่าจะได้สเปครถออกมาสักรุ่นนึงนั้น
เค้าคิด กันหัวแทบแตก ผมคิดว่าเป็นหลักสิบล้านขึ้นแน่ๆต่องานวิจัย
ถ้าจะเอาต้นทุนแค่งาน ประกอบ งานชิ้นส่วนต่างๆ ผมว่า ไม่กี่บาท
ถึงเค้าจะได้กำไรเยอะ แต่เค้าก็ลงทุนเยอะนะครับ
การวางแผนรถยนต์ วิจัยงานเพื่ออนาคต วิจัยคู่ต่อสุ้ เทคโนโลยีของคู่ต่อสู้

ผมว่าหนักหนาสาหัสเหมือนกัน เพราะทุกอย่างใช้เงินหมดเลย

ผมว่าคิดต้นทุนแค่ตัวนี้มันก็ดูเอาเปรียบค่ายรถเหมือนกับพี่ข้างบนนั่นนะไม่แฟร์
อ้างอิง
ขอตอบในฐานะนักบัญชี

คุณคิดแค่ต้นทุน มันคงดูไม่แฟร์กับบริษัทรถยนต์นะครับ
ก่อนรถคันนึงจะออกมา มันมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงมากมาย

- เงินเดือนพนักงาน+สวัสดิการพนักงาน เงินสมทบ
- ค่าแรงงาน ค่าล่วงเวลา ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าคอมฯเซลล์
- R&D
- Design
- Logistic
- Marketing & Advertising
- Miscellanous
- ภาษีต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางตรง ทางอ้อม และค่าใช้จ่ายในการตั้งโรงงาน จ่ายราชการ
- อื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้อง ค่าควบคุมดูแลระบบ ไลน์ผลิต

หากคิดระบบ Profit & loss ง่ายๆ
Sale 1,000,000 - Cost of Sale 500,000
แต่คุณยังไม่ได้เอากำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ
ลองหักลบดูแล้ว กำไรคันนึง ผมว่ายังไงๆก็ไม่ถึงแสน

ยังไม่นับว่า ไหนจะต้องเคลม ต้องเปลี่ยน รับประกัน สารพัด
คุณยังต้องรับประกันรถคันนั้นไปอีก 3 ปี ต้องตั้ง Allowance เผื่อไว้ด้วยอีกเยอะครับ
ไหนจะไม่นับหนี้สูญ บางทีเคลมเพลาขับ เคลมเกียร์ ลูกนึงเท่าไหร่ เผลอๆจะขาดทุนบางคันครับ

ต้นทุน ในความหมายของ จขกท คือ ค่าเหล็ก ค่าอะไหล่ วัสดุ แรงงาน
แต่ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรอกครับ
บางบริษัท ต้นทุนค่่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แทบจะขี่กับต้นทุนสินค้าก็มีครับ
ขออ้างอิงเลยเพราะผมผิดเองที่ไม่ได้อธิบายให้ลึกตั้งแต่แรกๆ
คือว่าเราจะมามองเอาตอนจบเลยมันก็ไม่ได้ ระบบธุรกิจนะครับ
ส่วนมากผมอยู่กับวงการโรงแรมอะนะ (เป็นลูกน้องเค้านะผมไม่ได้รวยขนาดทำธุรกิจเอง)
สร้างโรงแรมลงทุนเท่าไหร่ ห้องพักมีกี่ห้อง พนักงานมีกี่คน คิดว่าจะหาลูกค้ามาพักจากที่ไหน เกรดลูกค้าเกรดไหน
ความคุ้มทุนใช้ระยะเวลานานขนาดไหน (และอื่นๆอีกในรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งเยอะมาก)
เอาง่ายๆผมลงทุนทำโรงแรมสวยๆระดับ5ดาว ใช้เงิน1พันล้าน1หมื่นล้าน เกรดลูกค้ามาพักคือระดับ A - A+
จะให้ผมคิดค่าห้องเช่าเท่าโรงแรมจิ้งหรีด คืนละ 500 เมื่อไหร่ผมจะคุ้มทุนเนี่ย  ตกใจ


ผมพาออกทะเลอีกละ ขอโทษครับ
บันทึกการเข้า

isuzu dragon eye 4*4/vios gen1/bt50/mazda2/vigo champ/bt-pro/triton /isuzu all new/mirage /bmw x3dขายกินหมดละ
ปัจจุบัน ฮอนด้าเวฟไอสิครับ ประหยัดสุด

raygun
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 885



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 12:26:03 »

ต้นทุนไม่เท่าไหร่ แต่ค่าแรงในการผลิต-ประกอบ และที่สำคัญก็คือภาษี โดยเฉพาะรถนำเข้านี่แหละค่ะ

แต่รู้มาว่า Bugatti Veyron 16.4 ต้นทุนมันคันละ 350 ล้านบาท แต่ราคาขายในไทยรวมภาษี 165 ล้านบาท

ทำไมต้นทุนต่อคัน350ล้าน
แต่ทำไมขาย รวมภาษี165ล้าน

มันผิดตรงไหนรึเปล่าครับ
ขายแบบนี้เจ๊งตายซิครับ

ต้นทุน350 ขาย 165  ยังไงก็ตายครับ ผมว่ามันต้องผิดพลาดตรงไหนสักแห่งซิน่า

ไม่มีอะไรผิดพลาดครับ ทาง VW กรุ๊ปเค้าประกาศเองอยู่แล้วว่ายอมขาดทุน
ในการขายรถรุ่นนี้ เพื่อเอาชื่อเสียง ก็เหมือนๆกับที่ Toyota ทำ Lexus LFA
ก็ขาดทุนทุกคันที่ขาย แต่ก็จะทำ เพราะมันเป็นการสร้างแบรนด์รูปแบบนึง
เงินในส่วนนี้ก็ถือว่าอยู่ในงบโฆษณาไป

ในการทำธุรกิจจริงๆก็อย่างที่หลายๆคนได้บอกไปแล้วว่าต้นทุน
มันไม่ใช่มีแค่ค่าวัสดุอย่างเดียว มันยังมีอย่างอื่นอีกเยอะมาก
วัสดุพวกนี้มันไม่สามารถลอยมาประกอบกันเองเป็นรถหนึ่งคันได้แบบฟลุคๆ

ที่ Toyota ขาดทุนมากกับ LFA ก็เพราะลงทุนสร้างโรงงานสำหรับทำคาร์บอนไฟเบอร์
ขึ้นมาใหม่เพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ ต้นทุนมันก็เลยทะลุครับ
แต่ไม่ว่าจะ Toyota หรือ VW กรุ๊ป ก็ย่าจะได้ประโยชน์ทางอ้อมจากโครงการ
พวกนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกันในอนาคต

บันทึกการเข้า

Nikle_pk
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2736



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 13:14:27 »

กำไรต้องมี 100% UP อยู่แล้วครับ
บันทึกการเข้า

mothsan
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 846



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 13:36:41 »

รถยนต์ไม่มีทางกำไรเป็นร้อย%
แต่ถ้าเหล้า เบียร์ น้ำชา. ล่ะแน่นอน กำไรหลายร้อย% เอาเปรียบแน่นอน
บันทึกการเข้า

ichok
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 15:39:30 »

ส่วนตัวผมคิดว่ารถยนต์น่าจะกำไรเยอะมาก ถึงแม้จะต้องมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าดีไซด์ ค่าวิจัย หรืออะไรก็แล้วแต่ ยิ่งรถยนต์สมัยนี้มันก็ไม่ได้นับหนึ่งอะไรใหม่ มันมีพื้นฐานมาอยู่แล้ว ไม่ได้วิจัยอะไรกันใหม่หมด สมมุติโตโยต้าแคมรี่ไฮบริดโฉมใหม่กับโฉมที่แล้วมันก็ไม่ต่างกันมาก เทคโนโลยีมันก็ปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ได้พิสดารอะไรเลย และรถยนต์คันหนึ่งมันก็ไม่ได้ทำขายห้าคันสิบคัน มันทำกันเป็นแสนเป็นล้านคัน ถ้าบริษัทรถยนต์จะเจ๊งหรือขาดทุนผมคิดว่าคือ มันขายไม่ได้ ขายได้น้อย จนได้กำไรไม่เท่ากับที่ลงทุนไป มันเป็นความผิดของผู้ผลิตและออกแบบ จะว่าขาดทุนเพราะกำไรน้อยมันก็ไม่น่าจะใช่
บันทึกการเข้า

fhasociety
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 419



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 16:16:31 »

รุ่นพี่ที่ทำงานอยู่โรงงานพี่โตบอกมาว่า พนักงานสามารถซื้อรถต่าง ๆ ที่ประกอบในประเทศได้ในราคา 50% ของราคาขายจริง แต่ติดสัญญากับบริษัท 5 ปีถึงจะโอนได้ และเห็นบอกว่าถ้าอยากรู้ต้นทุนจริง ๆ ให้เอา 2.5-3 ไปหารราคาขายจริง ไม่รู้จริงหรือป่าว ดิฉันก็รับฟัง ๆ เอาไว้เฉย ๆ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ทุกวันนี้ ผม ทำงาน เก็บเงิน แต่ง..................รถ

เขตจำกัดความเร็ว 10 แก้วต่อชั่วโมง

PorrMacKenna
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 19:40:28 »

ถ้าเอาแค่ค่าเหล็ก ค่าพลาสติก ค่ากระจก ค่ายางมาคิดคงได้ล่ะครับ

แหม พนักงานผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องกินต้องใช้ ค่าเครื่องจักร ค่าพลังงานในการแปรรูป

ค่าขนส่งที่ส่งของจากผู้ผลิตฯ หลายๆ มารวมกันที่โรงงานประกอบอีก เค้าไม่ได้ทำกันฟรีๆ นี่ครับ

แล้วที่สำคัญของต้นทุนรถยนต์ในประเทศไทยคือภาษีครับ

ต่อให้ผลิตภายในประเทศ ผมก็ไม่เชื่อว่าโตโยต้าจะให้ส่วนลดพนักงาน 50% โดยไม่เข้าเนื้อเลย

ถ้ามีจริง น่าจะเป็น benefit ที่จะดึงให้พนักงานอยู่นานๆ มากกว่าครับ

โดยส่วนตัวผมก็ยังมองว่าหลายๆ ค่ายขายรถราคาสูงเมื่อเทียบกับวัสดุอยู่เหมือนกัน

แต่ก็นะ ผมปั่นจักรยาน เลยไม่สนใจ
บันทึกการเข้า

NONT4477
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6512


Let the SKYFALL


ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 22:15:50 »

Veyron กับ LFA
ต้นทุนวิจัยงานผลิตสูงมาก ถึงมากที่สุด
ต้นทุนแพงกว่าราคาขายนั่นถูกต้องแล้ว
ยิ่ง Veyron นี่รายการ Top Gear บอกว่าต้นทุน 5ล้านปอนด์ครับ
แต่ขายจริงล้านเดียว ทุกคันที่ขายออกมา บริษัทขาดทุนคันละ 4ล้านปอนด์
แต่พอดี VW Group ใหญ่มาก เลยไม่สะทกสะท้าน เหมือนรถที่ไว้โชว์เทคโนโลยีของบริษัทมากกว่า
ขั้นตอนของ R&D เริ่มตั้งแต่ 2001 ได้ มั้งจำได้ผมเรียนอยู่ ม.2 กว่าจะออกมาขายจริงได้ก็ลองนับปีดูว่านานแค่ไหน
ดูข่าวรถต้นแบบ ก็หมุนแล้วหมุนอีก
LFA ก็เหมือนกัน เป็นเหมือนงานที่ท้าทาย R&D ของToyota สุดๆ
เพราะ Toyota ไม่เคยผลิตรถลักษณะนี้มาก่อน ลองผิดลองถูก ผลาญเงินกับขั้นตอนวิจัยพัฒนาไปมาก
ตอนแรกเดินผิดทางไปกับตัวถัง Aluminium จนออกมาเป็นรูปเป็นร่าง แต่สุดท้ายไม่ work ต้องไปเริ่มใหม่หมดกับ CF
ขาดทุนกับรถทุกคันที่ขายออกไปเหมือนกัน

Veyron นี่ใครสนใจรีบสอยไว้เลย รถที่คุ้มค่าที่สุดในโลก 555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 19, 2013, 22:21:02 โดย NONT4477 » บันทึกการเข้า

Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

archian
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 869



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2013, 22:24:03 »

เดาเอา  น่าจะมากกว่า 50%  ....
บันทึกการเข้า

kenno
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 212



ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 11:35:23 »

อันนี้นมันเป็นแค่มาจิ้นหรือกำไรขั้นต้นครับแค่ราคารถ-วัตถุดิบยังไม่รวมค่าดำเนินการต่างๆอีกมากมาย
ถ้าต้นทุนทุกอย่างแล้วไม่น่าจะกำไร50-50หรอกครับ
บันทึกการเข้า

JOSE` M.
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8148



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 11:58:02 »

ผมเดาว่าเกิน 50 เปอร์เซ็นครับ น่าจะถึง 70 ได้ บางคัน

ส่วน Veyron LFA ผมเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเค้าขายขาดทุนทุกคัน

แต่ก็จริงครับ บริษัทแม่เป็นบริษัทใหญ่ถึงใหญ่มาก ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
บันทึกการเข้า

Barcelona Catalunya

tierak
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 160


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 13:53:06 »

รถยนต์ไม่มีทางกำไรเป็นร้อย%
แต่ถ้าเหล้า เบียร์ น้ำชา. ล่ะแน่นอน กำไรหลายร้อย% เอาเปรียบแน่นอน


HA HA ผมว่าแฟนผมประจำกะการซื้อ น้ำชา เพื่ลุ้นล๊อตเตอร์รี่...ชา


แค่ต้มน้ำกะน้ำตาล ใส่สีใส่กลิ่น ขายขวดละ 20 30 สงสารคนไทย
บันทึกการเข้า

ncebangkok
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 14:20:45 »

หลายคนๆในนี้ ไม่รู้จักคำว่าต้นทุน อย่างแท้จริง  ต้นทุน จริงๆ คือ ต้นทุนทุกอย่างรวม ค่าโฆษณา ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าสมอง สารพัด ค่าพัฒนา ค่าโทรศัพท์ งานวิจัย สารพัด แล้วจึงออกมาเป็นราคาปลีก ทุกๆโฆษณาที่เราดู นานๆ รู้ไหมว่ามันแพง แล้วรู้ไหมว่าใครจ่าย ก็ผู้บริโภค ที่ซื้อสินค้า นั่นแหล่ะ ครับ
บันทึกการเข้า

dht_tubes
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1564


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 20, 2013, 16:55:35 »

ผมเชื่อนะว่าคนที่รู้จริงๆเลย................ พูดไม่ได้

ความเชื่อผมจากที่คลุกคลีมาบ้าง ...........รถราคาเท่าไหร่ กำไรครึ่งนึงครับ

ถามว่าความเชื่อมาจากไหน
สิบกว่าปีก่อน เคยอยู่ในเหตุการณ์จริงอันนึงครับ รถยนต์กระบะยี่ห้อหนึ่ง ราคาขายขณะนั้นอยู่เกือบ 5 แสนบาท
ลูกค้าซื้อรถมาใหม่ๆ ออกจาก 0 ขับยังไม่ทันถึงบ้าน เกิดอุบัติเหตุกับรถสิบล้อ สภาพเละมากแต่แชสซีสไม่หัก
เจ้าของรถนำรถเข้า 0 บริการ และยืนกรานว่าจะซ่อมโดยเบิกอะไหล่แท้ทุกชิ้น เนื่องจากรถซื้อเงินสด และไม่ได้ทำประกันภัยไว้แต่อย่างใด

เมื่อนำรถเข้าไปแล้วก็ตามเรื่องกับทางฝ่ายซ่อมเพื่อต้องการทราบราคาอะไหล่รวมว่าเท่าไหร่ ยอดค่าอะไหล่ออกมายังไม่ลดเปอร์เซนต์ และ ก็ยังไม่ครบคือขาดของจุกจิกอีกซัก 5% ยอดเงินรวมเท่ากับ 9 แสนกว่าบาท.................

อ่านไม่ผิดครับ  เจ้าของรถงงเป็นไก่ตาแตก นี่ขนาดยังไม่ครบทั้งคันนะครับ เบิกมาในราว 60-70% เท่านั้นเอง

คิดดูครับว่า เบิกอะไหล่มาประกอบรถใหม่เลยคันนึง ซึ่งเข้าใจได้ครับว่าอาจจะมีเงื่อนไขเรื่องภาษีว่า ชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ กับ spare part อาจจะคิดอัตราภาษีไม่เท่ากันก็จริงอยู่ แต่มันมากกว่ากันถึง 3 เท่าหรือ......และถ้าเบิกครบทุกชิ้นพร้อมประกอบรถได้หนึ่งคันในภาษีอัตรา spart part ราคารวมจะเป็นกี่เท่าของราคาขายรถยนต์คันนั้น

แลกเปลี่ยนความเห็นกันนะครับ ผิดถูกชี้แนะผมด้วยครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: