ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กันยายน 20, 2014, 22:59:52
  • หน้าแรก
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: review : soluna al50 modelyear 2001 --> "หยดน้ำ"  (อ่าน 22621 ครั้ง)
TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:21:52 »

review : soluna al50 modelyear 2001 --> น้ำหยดที่หยุดเป็นหยดน้ำ


soluna al50 เป็นรถระดับ B-segmant เป็นคู่แข่งสำคัญของ City ในยุคนั้น  soluna คันแรกออกจากสายการผลิตเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 1996
และเริ่มเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 31 มกราคม 1997 ด้วยสโลแกน THE GREAT JOURNEY ซึ่งแปลกันตรงๆว่าดีที่สุดในการเดินทาง
ซึ่งเป็นการเปิดตัวหลังจาก City รุ่นแรกที่เปิดตัวมาแล้วถึง 8 เดือน แต่ถึงกระนั้นก็ตามเพียง 3 วันของงานเปิดตัวที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ใบสั่งจองที่มากเป็นประวัติการณ์ถึง 28,765 ใบ (15,335 ใบในงานเปิดตัว และ 13,430 ใบ จากดีลเลอร์) ทำลายสถิติ 3 วัน 10,000 คันของฮอนด้า ซีวิค 3 ประตู
ในเดือนสิงหาคม 1993 อย่างราบคาบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2011, 09:25:30 โดย TnP_PKt » บันทึกการเข้า


TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:22:27 »


soluna แบ่งเป็นรุ่นย่อยได้หลายรุ่นดังนี้
Soluna รุ่นแรกในปี 1997 ปัจจุบันมีชื่อเรียกกันในวงการรถยนต์ว่ามุมส้มนั้นจะแบ่งรุ่นย่อยเป็น
 -1.5 XLI
- 1.5 XLI AUTO
 -1.5 GL
 -1.5 GLI AUTO
รุ่นแรกๆนั้นจะเป็นเครื่อง 1500cc เกียร์ธรรมดา 5 สปีด กับ ออโต้ 3 สปีด โดยที่ XLI จะไม่มีวัดรอบ กระจกมือหมุนและพวงมาลัย 2 ก้าน
ส่วน GLI จะมีวัดรอบ และ กระจกไฟฟ้าคู่หน้ามาให้ แต่ถ้าใครอยากได้ Airbag ก็กัดฟันซื้อรุ่นท็อบเกียร์ Auto ซึ่งเป็นรุ่นที่มี Airbag เพียงรุ่นเดียวในทุกรุ่นย่อยครับ
แต่อย่างไรก็ตามทุกรุ่นจะไม่มีระบบเบรก ABS มาให้แต่อย่างใด ในปี 1998 toyota ได้ทำการนำเกียร์ Auto 4 speed พร้อม overdrive มาติดตั้งใน soluna ครับ


ต่อมาในปี 2000 โตโยต้าได้ทำการ Minorchange soluna ใหม่อีกครั้งโดย  มีการปรับปรังช่วงล่างโดยทำการเปลี่ยน โชคอัพ,คอยล์สปริง,ปีกนก เป็นแบบใหม่ (หนึบขึ้น)
ส่วน BODY PARTS ทำการเปลี่ยน กระจังหน้า,ไฟหน้า,ไฟหรี่,ไฟท้าย เป็นแบบ มัลติรีเฟล็คเตอร์ตามสมัยนิยม เพิ่มกระจกมองข้างแบบปรับไฟฟ้า (สำหรับ 1.5 GLI)
และเพิ่มระบบเบรก ABS ในรุ่น GLI ซึ่งรุ่นนี้ไฟถอยจะแยกออกมาจากโคมไฟหลักซึ่งมีลักษณะคล้ายหยดน้ำ รุ่นนี้ในวงการรถยนต์จึงเรียกว่า "หยดน้ำ" นั่นเองครับ


ในปี 2001 Toyota ได้แอบ minichange อีกครั้งโดยการนำแม็ก 5 ก้านมาใส่แทนแม็กรุ่นเดิม และได้ทำการจัดการรุ่นย่อยใหม่เป็น
-1.5 XLI
-1.5 SLI
-1.5 GLI
ในปี 2001 ปลายๆเป็นการ minorchange เล็กๆครั้งสุดท้ายของ soluna โดยนำแม็กในรุ่น minichange ปี2001 มาใส่ในตัวนี้,กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ
และเปลี่ยนโคมไฟท้ายเป็นสีเหลืองโดยมีการเพิ่มรุ่นย่อยอีกดังต่อไปนี้
 -1.5 E
 -1.5 E (sporty)
 -1.5 G


โดยจะสรุปคร่าวๆได้ว่า soluna มุมส้มกับหยดน้ำแตกต่างกันดังนี้ครับ

รุ่นมุมส้ม ปี97-98
- ระบบเกียร์ ออโต้ 3 Speed
- รุ่นท๊อป มีถุงลม แต่ไม่มี ABS
- โครงรถ ไม่มี GOA  ไม่มีคานรับกันชนหน้า
- รุ่นท๊อป จะมีแค่มีกระจกไฟฟ้าคู่หน้า ไม่มีคู่หลัง
- ไฟหน้าเป็นกระจกทึบ ไม่ใส และดวงเล็ก
- กระจังหน้าตั่งฉาก
- ฝาท้ายไม่มีไฟถอยหยดน้ำ
- ช่องเติมน้ำปัดฝนอยู่ด้านคนขับ
- ระบบช่วงล่าง บูชปีกนกจะเป็นตัวเล็ก
- จานเบรคจะเป็นแบบชั้นเดียว ไม่มีรูระบาย
- แผงประกบคอพวงมาลัยจะโค้งมนน้อยกว่าของ หยดน้ำ  
- ช่องเสียบรูกุญแจจะตั่งฉากมากกว่าของรุ่น หยดน้ำ
- หูช้างกระจกมองข้างจะมีสันแหลม เลนส์กระจกจะเล็ก
- เบาะคู่หน้า หัวหมอนจะเป็นชิ้นเดียวกับเบาะนั่ง ไม่สามารถแยกปรับหมอนให้สูงต่ำได้
- ไฟเลี้ยวหน้า จะเป็นสีส้ม
- แผงหน้าปัทม์ จะเป็นพื้นสีดำ รุ่นไม่ท๊อปจะไม่มีบอกรอบเครื่องยนต์


ปี 1998-2000
- จานเบรคเป็นเเบบ2ชั้นมีร่องเหมือนตัวหยดน้ำ
- มีแอร์แบค
- พวงมาลับ4ก้าน
- ระบบเกียร์ 4สปีด
- มีโอเวอร์ไดร์
- เบาะคู่หน้า มี 2ชิ้น สามารถเเยกสูงต่ำได้
- ไฟเลี้ยวหน้า เป็นสีส้ม
- ช่วงล่วงมีเหล็กกันโครงมาให้ติดกับรถ
- ไม่มีABS


รุ่นหยดน้ำ ปี99-2002  ( Minor change )
- ระบบเกียร์ ออโต้ 4 Speed และมี ปุ่ม O/D เพื่อทดเกียร์ลง เวลาใช้เร่งแซง
- รุ่นท๊อป มีถุงลม และ ABS
- โครงรถมี GOA ประตู4บานมีมีเหล็กเสริมGOA มีคานรับกันชนหน้า เพื่อป้องกันการชนที่แข็งแกร่งขึ้น
- รุ่นท๊อปจะมีกระจกไฟฟ้า 4 บาน
- เลนส์ไฟหน้าจะเป็นพลาสติกใสเหมือนเพชร และดวงใหญ่
- แผงกระจังหน้า และคิ้วใต้ไฟ จะโค้งยื่นกว่ารุ่นก่อน
- ฝาท้ายมี ไฟถอยเป็นหยดน้ำ
- ช่องเติมน้ำปัดฝน จะอยู่ด้าน คนนั่งข้างคนขับ (ซึ่งทางด้านคนขับ จะแทนด้วยกล่องควบคุม ระบบเบรค ABS ในรุ่นท๊อป)
- ระบบช่วงล่างจะมีเหล็กกันโคลงปีกนกมาให้ และบูชปีกนกจะใช้ตัวใหญ่กว่าเดิม
- จานเบรคจะเป็นแบบ 2 ชั้นมีรูระบาย
- หูช้างกระจกมองข้างจะไม่มีสันแหลม เลนส์กระจกจะโค้งเว้า และเลนส์จะใหญ่กว่าของมุมส้ม
- แผงประกบคอพวงมาลัยจะโค้งมนกว่า ของ มุมส้ม
- เบาะคู่หน้า หัวหมอนจะแยกกับตัวเบาะ สามารถปรับหัวหมอนขึ้นลงได้
- หน้าปัทม์บอกความเร็ว พื้นไมล์จะเป็นสีน้ำเงิน ทุกรุ่นจะมีช่องแสดงรอบเครื่องยนต์
- ไฟเลี้ยวหน้าจะเป็นสีขาวใส หลอดไฟด้านในจะเป็นหลอดสีส้ม

หลังจากนั้นในปี 2002 ก็ได้หยุดการทำตลาดของรุ่นนี้่ไปเพื่อเบิกทางให้ soluna vios เข้ามาทำตลาดในฐานะ B-segment รุ่นใหม่ของ toyota ต่อไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2011, 09:25:46 โดย TnP_PKt » บันทึกการเข้า


TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:22:51 »


สำหรับรถที่จะรีวิวในวันนี้เป็นรุ่น 1.5 GLI auto ปี2001 รุ่นนี้แม็ก 5 ก้านแต่ไฟท้ายหลังไม่ใช่สีเหลืองนะครับ
รถคันนี้ผมซื้อต่อมาจากน้าผมอีกทีหนึ่งซึ่งน้าผมเปลี่ยนไปใช้ march ครับเลยซื้อต่อมา


ภายนอกรุ่นนี้ออกแบบได้เหลี่ยมสันกำลังพอเหมาะ ผสมกับความโค้งมนได้อย่างลงตัว  อยู่ได้อีกนานครับ ผมว่ารูปทรงเป็นกลางดีครับ ไม่เวอร์ และไม่เก่ากำลังดีเลยครับ
ด้วยรูปทรงแบบนี้ทำให้ตัวรถดูใหญ่กว่าความเป็นจริงอยู่พอสมควรครับ ถ้าไม่กางเสปคและไม่เข้าไปนั่งด้านในผมยังคิดเลยว่ามันใหญ่พอๆกับ vios หรือใหญ่กว่าด้วยซ้ำไปครับ


รุ่นนี้ได้รับการออกแบบภายใต้โครงการ AFC(AFFORDABLE FAMILY CAR) ซึ่งเป็นโครงการพัฒนารถยนต์ราคาประหยัดของโตโยต้า โดยได้ข้อสรุป
หลังจากที่วิศวกรชาวญี่ปุ่นมาศึกษาพฤติกรรมการใช้รถของคนไทยพบว่าจำเป็นต้องออกแบบรถใหม่ทั้งหมดเพื่อขายในอาเซียน จากความคิดเดิมที่จะนำรถราคาถูกในญี่ปุ่น
มาประกอบขายในแถบอาเซียนจึงต้องล้มเลิกไป แต่เนื่องด้วยการควบคุมต้นทุนไม่ให้สูงเกินไป soluna จึงถูกใช้อะไหล่บางอย่างร่วมกับโตโยต้ารุ่นอื่นอย่างตระกูล เทอร์เซล เป็นต้น


รถรุ่นนี้มีมิติตัวถัง(มม.)
ความยาว                           4245(4285)
ความกว้าง                        1660(1695)
ความสูง       1380(1440)
ความยาวช่วงล้อ    2380(2500)
ความกว้างช่วงล้อหน้า  1432
ความกว้างช่วงล้อหลัง  1417
*หมายเหตุ : ตัวเลขในวงเล็บคือ vios ตัวปัจจุบันครับ

จะเห็นได้ว่าเล็กกว่าทุกสัดส่วนเลยครับแทบจะเป็น ecocar ด้วยซ้ำไปครับเมื่อเทียบกับเจ้าออสตัวปัจจุบัน แต่ในความเป็นจริงกลับดูไม่เล็กตามตัวเลขครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2011, 09:26:03 โดย TnP_PKt » บันทึกการเข้า


TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:23:16 »

รายละเอียดภายในห้องโดยสาร


การ เปิด-ปลดล็อก มีรีโมทมาให้จากโรงงานนะครับในรุ่นท็อป แต่ไม่มีสัญญาณกันขโมยมาให้แต่อย่างใด หน้าตาเรียบๆครับ


เปิดประตูคู่หน้าการจะเข้าภายในห้องโดยสารคู่หน้านั้นประตูเปิดกว้างได้แบบปกติครับ ตำแหน่งเบาะจะเตี้ยกว่า vios รุ่นปัจจุบันอยู่พอสมควร
ตัวเบาะไม่ค่อยกระชับเท่าไหร่นั่งนานๆอาจมีเมื่อยได้ เบาะหน้าเหมือนกันทั้งคู่ปรับได้ 4 ทิศทาง เลื่อนหน้า-ถอยหลัง เอนมาก-น้อยแค่นี้ครับ
ตำแหน่งนั่งขับเห็นทัศนวิสัยได้ชัดเจนในเกณฑ์ดีส่วนขาซ้ายนั้นมีที่วางเท้าให้ครับ ช่วยให้ความสบายมากขึ้นพอสมควรครับ



ประตูคู่หลังแคบครับ เข้าออกค่อนข้างลำบากสำหรบคนตัวสูงอย่างผม ปัญหานี้มีอยู่ใน Brio เช่นกัน เมื่อนั่งด้านหลังหัวผมจะเฉี่ยวๆหลังคาแบบพอดิบพอดี
แต่ข้อติคือ legroom ครับเนื่องด้วยฐานล้อค่อนข้างสั้นมาก เพียง 2380 มม.เท่านั้นซึ่งเทียบกับ Brio ซึ่งมีความยาว 2345 มม.พอจะเห็นถึงปัญหายังครับ
b-segment ฐานล้อยาวกว่า sub-b แค่เล็กน้อยเท่านั้นนะครับ ไม่แปลกใจเลยครับ ถ้าผมปรับแบบผมขับปกติผมจะไม่สามารถนั่งข้างหลังได้ครับเพราะเข่าติด แหะๆ
(ผมสูง 184 แต่ถ้าคนที่เตี้ยกว่า 175 นั่งได้ครับ)


มาดูบรรยากาศตอนกลางคืนกันบ้างครับ


ในส่วนของแผงแดชบอร์ดนั้น soluna ได้รับการดีไซน์ได้คล้าย tercel มากๆครับอุปกรณ์หลายอย่างได้หยิบยกมาจาก tercel ดีไซน์เรียบง่าย  lookcheap แต่ใช้งานสะดวกครับ
วัสดุไม่ดีครับ ถึงขั้นห่วยขั้นเทพกันเลยทีเดียวไม่รู้จะลดต้นทุนกันถึงไหน  


แผงมาตรวัดความเร็วรถ 3 วงทรงครึ่งวงกลมตามยุคสมัยนั้นครับ พื้นหลังโทนสีฟ้า ตัวหนังสือขาว
อ่านง่ายครับฟอนร์ท ไม่รกหูรกตา แต่ แต่.....ที่บอกตำแหน่งเกียร์ไม่มี โอ้ยยยยยยยอะไรจะลดต้นทุนขนาดนั้น เลื่อนทีก้มที เฮ้ออ


แต่ยังดีนะที่มีไล่ฝ้าและกระจกข้างปรับไฟฟ้าให้ถึงจะไม่พับไฟฟ้าก็ตาม



ต่อมาแผงประตูข้างลดต้นทุนได้มากมายครับโดยการไม่ฉีดพลาสติกขึ้นรูปแม้แต่นิดเดียว ใช้ผ้าลายเดียวกับเบาะผสมผสานกับหนังเทียมเกรดห่วยไว้บนแผงประตูข้าง
เรียบๆไม่มีอะไรเป็น 3 มิติยกเว้นที่ดึงเพื่อปิดประตูในคู่หลัง ส่วนคู่หน้าก็จะมีที่ควบคุมกระจกไฟฟ้าทั้ง 4 บานมาให้ จะลดต้นทุนกันไปถึงไหนครับ แต่ก็นะ Brio ก็แบบเดียวกัน
แต่ยังฉีดพลาสติขึ้นรูปดูดีกว่ามากกกกกกกกกกกกส์ขอบอก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2011, 09:26:17 โดย TnP_PKt » บันทึกการเข้า


TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:25:10 »


รายละเอียดทางด้านเครื่องยนต์ครับ
5A-FE  4สูบ แถวเรียง มีกำลังสูงสุด 95 แรงม้า ที่ 5600 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 126 นิวตัน-เมตร ที่ 4800 รอบต่อนาที
เส้นผ่าศูนย์กลางxระยะชัก(มม.xมม.) 78.7x77.0
ความจุ 1498 cc

เกียร์
ระบบเกียร์เป็น Automatic 4 speed พร้อม Overdrive ครับ รหัส A240L
อัตราทดไม่ทราบจริงๆครับ


ช่วงล่าง
ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง
และด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลงครับ
ในรุ่น GLI จะมาพร้อมล้อแม็กขนาด 14 นิ้วรัดด้วยยางเสปคโรงงานขนาด 175/65 ครับซึ่งก็ถือว่าหน้าแคบไปนิดนึงครับ
คันนี้เลยเปลี่ยนเป็น 185/65(จริงๆน่าจะเป็นซีรีย์ 60 ครับใกล้เคียงของเดิมกว่าอันนี้จะเพียนไปราว 2% กว่าๆ ถ้าซีรีย์ 60 จะอ่อนกว่าสเปคราวๆเกือบ 1% ครับ)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2011, 09:26:41 โดย TnP_PKt » บันทึกการเข้า


TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:27:31 »

การขับขี่

เรื่องของเครื่องยนต์นั้นแม้ว่าจะมีขนาดแค่ 1500 พกแรงม้ามา 95 ตัว แต่น้ำหนักรถประมาณ 970 กิโลกรัม
มันสามารถวิ่งได้อย่างสบายครับ อัตราเร่งสำหรับคันนี้ซึ่งเป็นเกียร์ Auto 4 speed ผมว่าเกียร์ตัวนี้ไม่โง่เท่าไหร่ครับถ้าคิดว่าเป็นรถเมื่อ 10 ปีที่แล้ว
อัตราเร่งไม่ได้อืดอาดแต่อย่างใดแต่สำหรับคันนี้เนื่องจากได้เปลี่ยนท่อเป็นเฮดเดอร์(4-2-1)และขยายเส้นผ่านศูนย์กลางท่อให้ใหญ่ขึ้น
(จำไม่ได้ครับว่าเท่าไหร่ แหะๆ น้าเปลี่ยนมานานแล้วครับ)   อัตราเร่งในตีนต้น(ไม่เกิน 2,000 รอบ)จึงดูเหมือนจะอืดไปซักเล็กน้อย
(ผมไม่เคยขับหยดน้ำคันอื่นนะครับอาศัยความรู้สึกล้วนๆ)แต่เมื่อพ้น 2000 รอบไปแล้ว มีกำลังมากพอที่จะเร่งแซงได้สบายๆครับ
ความเร็วสูงสุดที่เคยทำได้อยู่ที่ 175 km/h(น้าผมทำไว้จังหวะไหลนิดหน่อยครับ)
เรื่องกำลังเครื่องยนต์และเกียร์ผมให้ผ่านแบบสบายๆเลยครับไม่ใช่ปัญหาของรถรุ่นนี้แน่นอน


เรื่องการควบคุมและการทรงตัวเนื่องจากตัวรถก็โคตรเบาอยู่แล้ว+นิสัยเดิมๆของ toyota คงเดากันออกนะครับว่าเป็นอย่างไร ไม่หรอกครับไม่ได้แย่ขนาดขับไม่ได้
เพียงแต่ไม่ดีเท่าที่ควรขับทางไกลความเร็วไม่เกิน 120 km/h ก็ยังพอพึ่งพาได้ครับ ให้ดีต้องเปลี่ยนยางหน้ากว้าง+ช็อคอัพ ที่ดีขึ้นหน่อยครับจะช่วยได้มาก
คันนี้ได้เปลี่ยน ช็อคอัพ(shock absorber) ใหม่หมดแล้วครับเดิมเป็น gabriel ทั้ง 4 ต้นแต่ตอนนี้ด้านหลังเป็น kayaba แล้วครับ gabriel แข็งมากกก การทรงตัวดีขึ้นชัดเจน
วิ่งที่ 100 km/h ไม่เครียดครับสบายมากเหลือๆเลยครับช่วงล่างจบมีงบแก้ไขได้(สปริง+ช็อคอัพ tein ตรงรุ่นมีนะครับ) แต่ฟีลของพวงมาลัยนี่สิครับเบาไปตามนิสัยของ toyota ขับในเมืองกำลังดีไม่เกิน 100 ยังพอได้แต่เมื่อไหร่เกิน 120 ไปแล้วจะต้องมีสมาธิกับพวงมาลัยเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากครับ ระยะฟรีผมว่ากำลังดีสำหรับวิ่งทางไกลไม่เครียดมาก ติที่มันเบาอย่างเดียวเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 03, 2011, 15:31:36 โดย TnP_PKt » บันทึกการเข้า


TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:28:40 »

สรุป
ใครที่กำลังมองหารถเล็กไว้ใช้งานในเมืองซักคัง โดยมีงบอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 250,000 รวมซ่อม soluna เป็นทางเลือกที่ไม่เลวร้ายครับ
แต่อาจต้องหาสภาพกันนิดนึงเนื่องจากวัสดุภายใน นั้นจะไม่ค่อยทนทานเท่าไหร่เพราะ toyota เน้นลดต้นทุนจนเกินเหตุ ใช้ในเมืองได้ดี
ประหยัดน้ำมัน ซ่อมง่ายค่าดูแลรักษาถูก แต่ถ้าคุณเป็นคนขับรถเร็วชนิดท้านรก ผมว่าตัวเลือกนี้คงไม่เหมาะกับคุณแล้วหละครับ
แต่ถ้าจะมองหา soluna ซักคันผมแนะนำเป็นรุ่น หยดน้ำนะครับถ้างบถึง ควรเป็นรุ่น GLI ด้วยยิ่งดีครับ

ข้อดี
1.ประหยัดน้ำมันครับ อาจจะสู้รุ่นใหม่ๆไม่ค่อยได้แต่ไม่น้อยหน้าใครครับ
2.พละกำลังเหลือๆครับ เนื่องจากรถน้ำหนักค่อนข้างเบา ถึงไม่แรงแต่ก็ไปได้ทุกที่แบบสบายๆแน่นอนครับ
3.เครื่องยนต์และช่วงล่าง ทนทานมากครับตามนิสัยของ toyota
4.ช่างไหนๆก็ซ่อมได้ครับ ไม่มีอะไรซับซ้อน มันเลยทนไงครับ
5.อะไหล่ถูกมากครับ เนื่องจากรถในตลาดมีค่อนข้างเยอะ และบางอย่างสามารถใช้แทนกันกับเครื่อง 4A-FE ได้ครับ
6.รถค่อนข้างที่จะคล่องตัวครับ เนื่องจากตัวรถมีขนาดเล็กกระทัดรัดครับ

ข้อเสีย
1.ลดต้นทุนมากมายยยย มหาศาลครับ วัสดุไม่ดีเท่าที่ควร
2.ช่วงล่างวิ่งเร็วๆแล้วร่อนครับ เป็นดาป 2 คม จากรถที่มีน้ำหนักตัวเบาครับ(มีงบแก้ไขได้ครับ)
3.ตัวรถค่อนข้างจะบอบบางไปซักนิดครับ
4.อาจมีเสียงลมรบกวนในเวลาวิ่งเร็วๆครับ รถมันเก่าแล้วววว
5.มันก็มีซ่อมตามอายุครับ แต่เชื่อเถอะไม่แพงหรอกกกกกก
6.ไม่มีอะไหล่ในเซียงกงครับ แต่สามารถหาอะไหล่เทียบได้ครับเพราะ 5A-FE ในญี่ปุ่นก็มีแต่อาจต้องแปลงนิดหน่อยครับ(ยกเว้นตัวถังนะ หาให้ตายก็ไม่เจอออ)



รีวิวจัดทำขึ้นโดย TnP_PKt สมาชิกเว็บ headlightmag.com
ขอขอบคุณ
พื้นที่ห้อง user voice www.headlightmag.com
soluna-club.com เกี่ยวกับประวัติบางส่วนของรุ่นนี้ครับ
และสมาชิก www.headlightmag ทุกคนครับ


ปล.ไว้จะมาอัพเดตอัตราการสิ้นเปลืองนะครับตอนนี้ถังแรกยังไม่หมดเลยครับ แหะๆ

บันทึกการเข้า


G...G
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6631



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 09:53:03 »

ขอบคุณครับ ผมชอบรุ่นนี้มากิ ราคาไม่แพง+คุ้มค่าดีครับ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

รักโลก รักความปลอดภัย รักสิ่งแวดล้อม

alzeto
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 10:39:20 »

อะไหล่ เชียงกง แนะนำว่าหาตัวนี้มา อะแดฟค่ะ


บันทึกการเข้า

G...G
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 6631



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 10:45:17 »

อะไหล่ เชียงกง แนะนำว่าหาตัวนี้มา อะแดฟค่ะ





Starlet ก็ได้ แต่ไม่ค่อยตรงเท่ารุ่นนี้ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

รักโลก รักความปลอดภัย รักสิ่งแวดล้อม

TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 10:49:02 »

ขอบคุณมากครับทั้งพี่ ริงโกะ และ GreenG แต่ผมอยู่ภูเก็ตนี่สิครับพี่ ผมเลยต้องพึ่งอะไหล่แท้ T_T
ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเสียทีครับ หวังว่าคงจะยังไม่มีอะไรหนักๆอะครับ คิดว่าถ้าหนักก็ค่อยหาเซียงกงมาแปลงเอาอะครับ
ผมว่า เครื่อง+ช่วงล่าง น่าจะทนนะครับรุ่นนี้
บันทึกการเข้า


อันตัวข้าฯนี้มีนามว่า"หมู"
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1413


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 15:08:11 »

แวะมาแอบชมและเอาน้ำหนักมาบอก XLi 900 SLi MT 915 AT 955 GLi MT 930 AT 970  ยิงฟันยิ้ม
รู้สึกว่ารุ่นนี้ราคามือสองจะแอบขึ้นนะช่วงนี้
บันทึกการเข้า

TnP_PKt
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1415



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 15:30:03 »

แวะมาแอบชมและเอาน้ำหนักมาบอก XLi 900 SLi MT 915 AT 955 GLi MT 930 AT 970  ยิงฟันยิ้ม
รู้สึกว่ารุ่นนี้ราคามือสองจะแอบขึ้นนะช่วงนี้
ขอบคุณครับพี่หมูในเรื่องน้ำหนักรถอะครับ ในคู่มือยังไม่มีบอกเลยอะครับ
หรือผมหาไม่เจอเองหว่า???
บันทึกการเข้า


Ruksadindan
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9622


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2011, 00:51:01 »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

tsingtho
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 103



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 07, 2011, 07:17:43 »

ขอบคุณสำหรับรีวิวและข้อมูลความแตกต่างของแต่ละรุ่น/ปี ครับ กำลังเมียงๆมองๆมาติด Gas วิ่งซักคันเหมือนกัน  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

simcity
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1145



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2011, 23:47:34 »

จำได้ว่ารุ่นนี้ มีตัวที่ font ท้ายรถ เขียนเป็น ภาษาไทย ว่า "โซนาต้า" ด้วย เก๋าโครตๆ
บันทึกการเข้า

popdemonic
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 15:02:26 »

จำได้ว่ารุ่นนี้ มีตัวที่ font ท้ายรถ เขียนเป็น ภาษาไทย ว่า "โซนาต้า" ด้วย เก๋าโครตๆ

โซนาต้า นั่นฮุนไดครับ ที่ถูกคือ โซลูน่า ครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

5thAvenue
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1939


Hi!!!!


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2011, 18:04:05 »

จำได้ว่า ผมวิ่งหาซื้อเทปของ Vitamin C ซะทั่ว แถมมีแปะไว้บนหน้าปกด้วยว่า เพลงประกอบโฆษณา Soluna

http://youtu.be/sZSPaRMektk

ฝังวิดิโอไง -"-
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 16, 2011, 14:46:59 โดย 5thAvenue » บันทึกการเข้า

YIM
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4960


ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 16, 2011, 10:20:10 »

นอกจากตัวถังแล้ว อะไหล่พวกเครื่องยนต์กลไก ใช้ร่วมกับพวก Corsa, Corolla II, Tercel ได้หมดนั่นแหละครับ เพราะโดยพื้นฐานคือรุ่นเดียวกัน AL50

รถยังสวยนะครับ จริงอยู่วัสดุไม่ดี แต่เครื่องยนต์กลไกไม่ซับซ้อน แถมด้วยราคาอะไหล่พี่โต นี่ ใช้ได้อีกเป็นสิบปีครับ
บันทึกการเข้า

JDM เท่านั้น จะครองโลก!

zekoza11
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 290


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2011, 16:35:50 »

ตอนนี้ใช้รุ่น 1.5 E อยู่เหมือนกัน
เอาไปติด LPG ได้สองปีแล้ว ยังไม่เคยพบปัญหา นาน ๆ ซ่อมที จ่ายเงินก็ยังยิ้มได้
เครื่องทนอย่างแรงนิ แต่ก็อยากขายเปลี่ยนบรรยากาศไปใช้กระบะเหมือนกันนะ อิอิอิ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: