ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กรกฎาคม 23, 2014, 02:12:13
  • หน้าแรก
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก


หน้า: [1] 2
ผู้เขียน หัวข้อ: พอกันทีน้ำมันเครื่องศูนย์ฮอนด้า  (อ่าน 31678 ครั้ง)
mongolias
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1387



ดูรายละเอียด อีเมล์
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 15:04:43 »

สวัสดีครับ
หลังจากผมทดลองใช้น้ำมันเครื่องสูตรใหม่ของฮอนด้า 0W20  มาได้ราวๆ 2 เดือน ตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้ว ว่าผมควรจะใช้น้ำมันเครื่องแบบไหนดี
มาดูรายละเอียดกันครับ รถผม Jazz GD idsi 2006 ตอนนี้เลขไมล์ 2.18 แสนก.ม. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตอน 2.11 แสนก.ม.

ข้อดีที่ได้มีข้อเดียวคือ ประหยัดเพราะแกลอน(4ลิตร) 1,020 บาทเท่านั้น(เทียบกับราคา โดยโมบิลวัน 0w40 1,700 บาท และวาโวลีน 5w40 1,300 บาท)

ข้อเสีย เครื่องอืดลงอย่างเห็นได้ชัด เหยียบแล้วรถหนืดลงเห็นๆ อึดอัดมาก เสียงเครื่องเมื่อวิ่งเกิน 110 ก.ม./ช.ม. ดังกว่าตอนใช้โมบิลวัน และกินน้ำมันเครื่อง ผมวิ่งไปได้ราวๆ 7,000 ก.ม. น้ำมันเครื่องจาก Max สุด ลงไปราวๆ กลางๆก้านวัดแล้ว ยังดีที่มีน้ำมันเครื่องสำรองก็เติมแก้ขัดไปก่อน

ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้ว ว่าคงจะใช้น้ำมันสังเคราะห์นอกศูนย์แทน ชุดหน้าเล็งว่าจะลองใช้ วาโวลีน 5W40 ดู อยากลองดูว่าจะดีขนาดไหน ถ้าเทียบกับโมบิลวัน

คันซิตี้ ก็กะว่าจะถามศูนย์เรื้องหิ้วน้ำมันเครื่องเข้าไปเองประกันฯจะขาดไหม ถ้าไม่ขาดคงหิ้วไปเองดีกว่าครับ

ปล. ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ถ้าใครไม่เชื่อทดลองได้ครับ ได้ผลยังไงก็มาแชร์กันครับ
บันทึกการเข้า

หลงใหลยนตกรรม แต่ดันทำงานสายไอที

diow_1991
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 666



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 15:20:49 »

ต้องดูประเภทของน้ำมันเครื่องด้วยนะครับ ที่ของฮอนด้าราคา 1020 มันเป็นกึ่งสังเคราะห์หรือเปล่า

ส่วนโมบิลวัน 0w40 1,700 บาท เป็นประเภทสังเคราะห์แน่นอน

ประเภทกึ่งสังเคราะห์ กับ ประเภทสังเคราะห์ เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับ
บันทึกการเข้า

Satanic za'
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2066



ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 15:26:16 »

สวัสดีครับ
หลังจากผมทดลองใช้น้ำมันเครื่องสูตรใหม่ของฮอนด้า 0W20  มาได้ราวๆ 2 เดือน ตอนนี้ก็ได้ข้อสรุปแล้ว ว่าผมควรจะใช้น้ำมันเครื่องแบบไหนดี
มาดูรายละเอียดกันครับ รถผม Jazz GD idsi 2006 ตอนนี้เลขไมล์ 2.18 แสนก.ม. เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตอน 2.11 แสนก.ม.

ข้อดีที่ได้มีข้อเดียวคือ ประหยัดเพราะแกลอน(4ลิตร) 1,020 บาทเท่านั้น(เทียบกับราคา โดยโมบิลวัน 0w40 1,700 บาท และวาโวลีน 5w40 1,300 บาท)

ข้อเสีย เครื่องอืดลงอย่างเห็นได้ชัด เหยียบแล้วรถหนืดลงเห็นๆ อึดอัดมาก เสียงเครื่องเมื่อวิ่งเกิน 110 ก.ม./ช.ม. ดังกว่าตอนใช้โมบิลวัน และกินน้ำมันเครื่อง ผมวิ่งไปได้ราวๆ 7,000 ก.ม. น้ำมันเครื่องจาก Max สุด ลงไปราวๆ กลางๆก้านวัดแล้ว ยังดีที่มีน้ำมันเครื่องสำรองก็เติมแก้ขัดไปก่อน

ตอนนี้ได้ข้อสรุปแล้ว ว่าคงจะใช้น้ำมันสังเคราะห์นอกศูนย์แทน ชุดหน้าเล็งว่าจะลองใช้ วาโวลีน 5W40 ดู อยากลองดูว่าจะดีขนาดไหน ถ้าเทียบกับโมบิลวัน

คันซิตี้ ก็กะว่าจะถามศูนย์เรื้องหิ้วน้ำมันเครื่องเข้าไปเองประกันฯจะขาดไหม ถ้าไม่ขาดคงหิ้วไปเองดีกว่าครับ

ปล. ความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ ถ้าใครไม่เชื่อทดลองได้ครับ ได้ผลยังไงก็มาแชร์กันครับ

หิ้วจากข้างนอกไปไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมว่าอยู่ที่ศูนย์เค้าจะพิจารณามากกว่า

ส่วนซิตี้ผม ซื้อเป็นน้ำมันสังเคราะห์แท้ ซื้อจากศูนย์นั่นแหละครับ รู้สึกว่าจะ 1700 บาท(ประมาณ) ลองถามที่ศูนย์ดูก็ได้ครับ เค้าน่าจะมีทั้งสังเคราะห์และกึ่ง ถ้ากึ่งมันจะตกลิตรละ 200 ประมาณนั้นอะครับ
บันทึกการเข้า

mongolias
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1387



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 15:34:52 »

ต้องดูประเภทของน้ำมันเครื่องด้วยนะครับ ที่ของฮอนด้าราคา 1020 มันเป็นกึ่งสังเคราะห์หรือเปล่า

ส่วนโมบิลวัน 0w40 1,700 บาท เป็นประเภทสังเคราะห์แน่นอน

ประเภทกึ่งสังเคราะห์ กับ ประเภทสังเคราะห์ เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกครับ
เช็คแล้ว เป็นกึ่งสังเคราะห์ครับ
แต่เทียบกับตัวเก่าที่เบอร์หลังเป็น 30 ผมจำไม่ได้ว่า 15w30 หรือ 10w30 อันนั้นยังจะลื่นกว่าตัว 0w20 เลยครับ เลยคงจะขอบายน้ำมันเครื่องศูนย์ล่ะครับ


หิ้วจากข้างนอกไปไม่ทราบเหมือนกันครับ ผมว่าอยู่ที่ศูนย์เค้าจะพิจารณามากกว่า

ส่วนซิตี้ผม ซื้อเป็นน้ำมันสังเคราะห์แท้ ซื้อจากศูนย์นั่นแหละครับ รู้สึกว่าจะ 1700 บาท(ประมาณ) ลองถามที่ศูนย์ดูก็ได้ครับ เค้าน่าจะมีทั้งสังเคราะห์และกึ่ง ถ้ากึ่งมันจะตกลิตรละ 200 ประมาณนั้นอะครับ
ถ้าคิดราคาแล้ว กึ่งสังเคระห์ตอนนี้ลิตรละราวๆ 250 บาทครับ เพราะ 4 ลิตร มัน 1020 บาท ผมก็ลืมถามเค้าไปว่าสังเคราะห์ยังมีขายอยู่หรือเปล่า จำได้แต่ยี่ห้ออพอลโล ซึ่งโดยส่วนตัวไม่รู้จัก แหะ แหะ
บันทึกการเข้า

หลงใหลยนตกรรม แต่ดันทำงานสายไอที

Newhang
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1426


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 15:44:56 »

อันแรกรถ จขกท อาจจะเหมาะกับเบอร์30มากกว่า เพราะก็ใช้มานานแล้ว
ส่วนน้ำมันเครื่องฮอนด้าที่ผมเคยใช้ก็รู้สึกว่าไม่ดีเลย
ส่วนวาโวลีน สังเคราะ 5w-30 ก็มีปัญหากินน้ำมันเครื่อง ตอนนี้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นแล้ว อาการหายเป็นปลิดทิ้ง ผมสาบส่งวาโวลีนมาก เป็นบริษัทที่ไม่มีธรรมภิบาล จริงๆเรื่องน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้ยาวเลยล่ะ ผมถึงกล้าพูด
บันทึกการเข้า

nemesis
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 192



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 15:46:25 »

0W20 ผมว่าน่าจะใสมาก เหมาะกับรถใหม่ๆ เครื่องยังฟิตอยู่ รถวิ่งมา 2 แสนโลแล้ว คงสึกหรอไปพอสมควร น้ำมันเครื่องคงสร้างฟิล์มได้ไม่หนาพอ เลยเกิดการกินน้ำมันเครื่อง 10W40 ก็น่าจะเหมาะสมกว่า ด้วยประการทั้งปวง
บันทึกการเข้า

mongolias
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1387



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:07:01 »

อันแรกรถ จขกท อาจจะเหมาะกับเบอร์30มากกว่า เพราะก็ใช้มานานแล้ว
ส่วนน้ำมันเครื่องฮอนด้าที่ผมเคยใช้ก็รู้สึกว่าไม่ดีเลย
ส่วนวาโวลีน สังเคราะ 5w-30 ก็มีปัญหากินน้ำมันเครื่อง ตอนนี้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นแล้ว อาการหายเป็นปลิดทิ้ง ผมสาบส่งวาโวลีนมาก เป็นบริษัทที่ไม่มีธรรมภิบาล จริงๆเรื่องน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้ยาวเลยล่ะ ผมถึงกล้าพูด
ผมเดาว่าเบอร์ 20 มันใสเกินไป รถผมวิ่งเยอะ มันก็เลยกินน้ำมันเครื่อง ว่าแต่วาโวลีนนี่ไม่ Work เหรอครับ เคยอ่านเจอเหมือนกันว่า วาโวลีน จะกินน้ำมันเครื่อง มากกว่า โมบิลวัน สงสัยผมคงกลับไปใช้โมบิลวันเหมือนเดิมดีกว่า

0W20 ผมว่าน่าจะใสมาก เหมาะกับรถใหม่ๆ เครื่องยังฟิตอยู่ รถวิ่งมา 2 แสนโลแล้ว คงสึกหรอไปพอสมควร น้ำมันเครื่องคงสร้างฟิล์มได้ไม่หนาพอ เลยเกิดการกินน้ำมันเครื่อง 10W40 ก็น่าจะเหมาะสมกว่า ด้วยประการทั้งปวง
เดาอย่างนั้นเหมือนกันครับ เพียงแต่ตอนที่จะถ่ายน้ำมันเครื่อง ลองถามที่ศูนย์แล้ว เค้าแจ้งว่ามีเฉพาะเบอร์ 0w20 เท่านั้นครับ เบอร์อื่นไม่มีแล้ว
บันทึกการเข้า

หลงใหลยนตกรรม แต่ดันทำงานสายไอที

sk-non
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 103



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:33:04 »

วาลโวลีนเจออากาศร้อนหน่อยไม่ไหวเลยครับ
ลองมาสองแกลลอน
แนะนำ สังเคราะห์แท้
helix ultra 5w-30, 5w-40
eneos 0w-40 ตัวนี้ใกล้เคียง mobil 0w-40
บันทึกการเข้า

BestHuafoo
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1994


เอี๊ยดแอ๊ด


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:36:47 »

เผลอๆ ระวังโดนศูนย์ย้อมแมวนะครับ ปากบอกยี่ห้อ A ถ่ายจริงใช้ยี่ห้อ B

0W20 ยืนยันจากผู้ใช้ Honda Jazz หลายคนมากว่า ลื่นหัวแตก รวมถึงผมด้วย

สมัย GD คันเก่า
ผมเคยเปลี่ยน 5W30  ลิตรละ 190  
ตามนโยบายศูนย์ แรกๆ ก็รู้สึกอืด วิ่งไม่ไป

พอเอาตัว 5W30 ของฮอนด้า ไปถ่ายกับอู่ข้างนอก ยืนดูขณะเปลี่ยนถ่ายอย่างใกล้ชิด
รถกลับพุ่งกว่าเดิมแบบเห็นได้ชัด ออกตัวปรู๊ด แรงตามเท้า

บันทึกการเข้า


Satanic za'
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2066



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:39:16 »

อันแรกรถ จขกท อาจจะเหมาะกับเบอร์30มากกว่า เพราะก็ใช้มานานแล้ว
ส่วนน้ำมันเครื่องฮอนด้าที่ผมเคยใช้ก็รู้สึกว่าไม่ดีเลย
ส่วนวาโวลีน สังเคราะ 5w-30 ก็มีปัญหากินน้ำมันเครื่อง ตอนนี้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นแล้ว อาการหายเป็นปลิดทิ้ง ผมสาบส่งวาโวลีนมาก เป็นบริษัทที่ไม่มีธรรมภิบาล จริงๆเรื่องน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้ยาวเลยล่ะ ผมถึงกล้าพูด
ผมเดาว่าเบอร์ 20 มันใสเกินไป รถผมวิ่งเยอะ มันก็เลยกินน้ำมันเครื่อง ว่าแต่วาโวลีนนี่ไม่ Work เหรอครับ เคยอ่านเจอเหมือนกันว่า วาโวลีน จะกินน้ำมันเครื่อง มากกว่า โมบิลวัน สงสัยผมคงกลับไปใช้โมบิลวันเหมือนเดิมดีกว่า

0W20 ผมว่าน่าจะใสมาก เหมาะกับรถใหม่ๆ เครื่องยังฟิตอยู่ รถวิ่งมา 2 แสนโลแล้ว คงสึกหรอไปพอสมควร น้ำมันเครื่องคงสร้างฟิล์มได้ไม่หนาพอ เลยเกิดการกินน้ำมันเครื่อง 10W40 ก็น่าจะเหมาะสมกว่า ด้วยประการทั้งปวง
เดาอย่างนั้นเหมือนกันครับ เพียงแต่ตอนที่จะถ่ายน้ำมันเครื่อง ลองถามที่ศูนย์แล้ว เค้าแจ้งว่ามีเฉพาะเบอร์ 0w20 เท่านั้นครับ เบอร์อื่นไม่มีแล้ว

ถ้าเอาไปใส่รถที่มีอายุนานแล้ว แนะนำให้ใช้ซักเบอร์ 5w หรือ 10w - 30ถึง 40 ครับ ตัว 0w-20 ผมว่ามันเหลวเกินไป เหมาะกับรถใหม่ๆมากกว่า

ส่วนเรื่องกินน้ำมันเครื่อง ผมว่ามันไม่น่าเกี่ยวกับยี่ห้อนะครับ ถ้าเป็นเกรดเดียวกัน ความหนืดเดียวกัน ถ้ามันกินน้ำมันเครื่อง ผมคิดว่าจะใช้ยี่ห้อไหนก็น่าจะเหมือนกัน เพราะความหนืดมันเท่ากัน ต่างกันแค่ส่วนผสม หรือพวก additive ต่างๆ ต่างกันมากกว่า มันไม่น่าจะทำให้กินน้ำมันเครื่องต่างกันได้นะครับ

รถคันเก่าผม (มิตซูบิชิ ซิกม่า กาแลนท์ รุ่นปี 79) ตอนที่ผมใช้อยู่ ก็กินน้ำมันเครื่องครับ ไม่ว่าจะเติมยี่ห้อไหนก็กินหมด ผมใช้รถแทบจะไม่เคยถ่ายน้ำมันเครื่องเลย 5555

จำได้ว่าผมใช้ทั้ง mobile1 vavoline ทั้งเกรดความหนืด 30 40 50 สรุปว่ามันกินเรียบ เพราะเครื่องมันหลวมหมดแล้ว

สรุปสุดท้าย ผมใช้ ปตท เพราะมันถูก อยากกินก็กินไป 555
บันทึกการเข้า

Newhang
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1426


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:51:22 »

อันแรกรถ จขกท อาจจะเหมาะกับเบอร์30มากกว่า เพราะก็ใช้มานานแล้ว
ส่วนน้ำมันเครื่องฮอนด้าที่ผมเคยใช้ก็รู้สึกว่าไม่ดีเลย
ส่วนวาโวลีน สังเคราะ 5w-30 ก็มีปัญหากินน้ำมันเครื่อง ตอนนี้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่นแล้ว อาการหายเป็นปลิดทิ้ง ผมสาบส่งวาโวลีนมาก เป็นบริษัทที่ไม่มีธรรมภิบาล จริงๆเรื่องน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้ยาวเลยล่ะ ผมถึงกล้าพูด
ผมเดาว่าเบอร์ 20 มันใสเกินไป รถผมวิ่งเยอะ มันก็เลยกินน้ำมันเครื่อง ว่าแต่วาโวลีนนี่ไม่ Work เหรอครับ เคยอ่านเจอเหมือนกันว่า วาโวลีน จะกินน้ำมันเครื่อง มากกว่า โมบิลวัน สงสัยผมคงกลับไปใช้โมบิลวันเหมือนเดิมดีกว่า

0W20 ผมว่าน่าจะใสมาก เหมาะกับรถใหม่ๆ เครื่องยังฟิตอยู่ รถวิ่งมา 2 แสนโลแล้ว คงสึกหรอไปพอสมควร น้ำมันเครื่องคงสร้างฟิล์มได้ไม่หนาพอ เลยเกิดการกินน้ำมันเครื่อง 10W40 ก็น่าจะเหมาะสมกว่า ด้วยประการทั้งปวง
เดาอย่างนั้นเหมือนกันครับ เพียงแต่ตอนที่จะถ่ายน้ำมันเครื่อง ลองถามที่ศูนย์แล้ว เค้าแจ้งว่ามีเฉพาะเบอร์ 0w20 เท่านั้นครับ เบอร์อื่นไม่มีแล้ว

ถ้าเอาไปใส่รถที่มีอายุนานแล้ว แนะนำให้ใช้ซักเบอร์ 5w หรือ 10w - 30ถึง 40 ครับ ตัว 0w-20 ผมว่ามันเหลวเกินไป เหมาะกับรถใหม่ๆมากกว่า

ส่วนเรื่องกินน้ำมันเครื่อง ผมว่ามันไม่น่าเกี่ยวกับยี่ห้อนะครับ ถ้าเป็นเกรดเดียวกัน ความหนืดเดียวกัน ถ้ามันกินน้ำมันเครื่อง ผมคิดว่าจะใช้ยี่ห้อไหนก็น่าจะเหมือนกัน เพราะความหนืดมันเท่ากัน ต่างกันแค่ส่วนผสม หรือพวก additive ต่างๆ ต่างกันมากกว่า มันไม่น่าจะทำให้กินน้ำมันเครื่องต่างกันได้นะครับ

รถคันเก่าผม (มิตซูบิชิ ซิกม่า กาแลนท์ รุ่นปี 79) ตอนที่ผมใช้อยู่ ก็กินน้ำมันเครื่องครับ ไม่ว่าจะเติมยี่ห้อไหนก็กินหมด ผมใช้รถแทบจะไม่เคยถ่ายน้ำมันเครื่องเลย 5555

จำได้ว่าผมใช้ทั้ง mobile1 vavoline ทั้งเกรดความหนืด 30 40 50 สรุปว่ามันกินเรียบ เพราะเครื่องมันหลวมหมดแล้ว

สรุปสุดท้าย ผมใช้ ปตท เพราะมันถูก อยากกินก็กินไป 555

อันนี้บอกได้คำเดียวครับว่าต้องลองดู  มันหายจริงๆ ยี่ห้อใหม่มันไม่หาย
น้ำมันเครื่องศูนย์ 5w-30(ใช้แค่ 1000กิโลแรก) นอกนั้น valvoline syn power5w-30 ตลอดจน 40000กิโลก็เจอปัญหากินน้ำมันเครื่อง ส่วนยี่ห้อใหม่ ผมใช้ 0w-30 ไม่หายเลยครับ

ส่วนเครื่องดีเซล น้ำมันเครื่องศูนย์ ผมไม่แน่ใจตัวหน้า(ตอนนี้ลืมแล้ว)ไม่มีปัญหากินน้ำมันเครื่องเลย  แต่ว่าพอเปลี่ยนมาใช้ valvoline tri-syn 5w-40  หายไปเหมือนกัน

สรุปง่ายๆ สังเคราะห์ทุกตัวของ valvoline กินน้ำมันเครื่องมากกว่าน้ำมันเครื่องติดรถธรรมดาๆ เบอร์เดียวกันอีก
รถเก่าที่มันหลวม มันก็กินมากกว่าครับ

ปล. ต้นปี2010 valvoline ผมยังใช้ดีๆอยู่เลยครับ มารู้ตัวก็วิ่งไป40000กิโลเพิ่งสังเกตุ ปีนั้นก็2011ราวๆต้นปีเหมือนกัน  บางทีที่ไม่เจออาจจะต่างเวลากันก็ได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:54:55 โดย Newhang » บันทึกการเข้า

J!MMY
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15117



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:58:30 »

สำหรับผม

ต่อจากนี้ไป คงต้องหา Castrol มาเติมแล้วแหละ....หมดประกันแล้วนี่ T_T
บันทึกการเข้า

mnirun
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 16:59:59 »

ผมอ่านจากนิตยสาร With Dreams ของ Honda มาเลเซีย Vol.21 เดือนธันวาคม 2554 เค้าระบุว่า SM 0W-20 เป็น fully synthetic ครับ

บันทึกการเข้า


mongolias
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1387



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 17:03:12 »

ผมอ่านจากนิตยสาร With Dreams ของ Honda มาเลเซีย Vol.21 เดือนธันวาคม 2554 เค้าระบุว่า SM 0W-20 เป็น fully synthetic ครับ


ผมว่าเพื่อความชัวร์เดี๋ยวผมกลับไปดูที่แกลอนให้ครับ เมื่อวานก็พยายามดูแล้ว แต่หาไม่เจอว่ามัน Fully หรือ Semi สงสัยจะมืดมองไม่เห็น

ว่าไป ผมลืมคิดถึง Castrol ไปเลยแฮะ หรือจะไปลองเจ้านี่ก่อนดีหว่า เพราะราคาก็ใกล้กันกับ Mobil1

ขอบคุณทุกความเห็นครับ
บันทึกการเข้า

หลงใหลยนตกรรม แต่ดันทำงานสายไอที

mnirun
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 17:13:07 »

มาเพิ่มเติมข้อมูลให้ครับ ลองเข้าไปดูที่ http://www.honda.com.my/services/parts/pmss-part/lubricant/ จะเจอว่า SM OW-20 (Fully Synthetic) ครับ
บันทึกการเข้า


joeyote
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 893



ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 17:39:30 »

ผมเป็นคนนึง ที่ใช้ น้ำมันเครื่องของฮอนด้ามาตลอด สองปีกว่า  ผมว่ามันก็โอนะ  ไม่เคยมีปัญหาใดๆกับเครื่องยนต์เลย

เร่งดีปกติ  เอ  รึผมยังไม่เคยเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นหว่าา  5555
บันทึกการเข้า

CAR: HONDA CITY 2009 + MINI ONE + New D-Max 4dr z/p
Now: HONDA ACCORD 2.0EL G9

Newhang
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1426


ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 18:08:28 »

ผมเป็นคนนึง ที่ใช้ น้ำมันเครื่องของฮอนด้ามาตลอด สองปีกว่า  ผมว่ามันก็โอนะ  ไม่เคยมีปัญหาใดๆกับเครื่องยนต์เลย

เร่งดีปกติ  เอ  รึผมยังไม่เคยเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นหว่าา  5555

จากที่เคยใช้เมื่อ3ปีที่แล้ว พบว่าเวลาวิ่งไปสัก5000กิโล มันจะเริ่ม drop และ 8000 กิโล มันจะเริ่มมีกลิ่นไหม้และเสียงเริ่มดัง
พอเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง มันจะมีชีวิตชีวา และเครื่องลื่น เสียงเงียบ

แต่หลังจากนั้นผมเปลี่ยนมาใช้สังเคราะห์ตลอด อาการหลังจากเปลี่ยนน้ำมันเครื่องจะเป็นน้อยลง จนบางครั้งไม่รู้สึกเลย แม้แต่valvoline ที่กินน้ำมันเครื่องที่ผมว่าข้างบนก็เถอะ
อันนี้เทียบน้ำมันเครื่องศูนย์ honda ธรรมดา กับสังเคราะห์ยี่ห้ออื่นนะครับ
บันทึกการเข้า

NONT4477
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6243


Let the SKYFALL


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 19:05:00 »

แฟนผมใช้ City iDSI ก็เครื่องแบบเดียวกับ จขกท. นั่นแหละ แล้วผมมีโอกาสได้ใช้บ่อยมาก
และรับรูถึงความ sensitive ของมันเป็นอย่างดี
ตอนนี้ใกล้ระยะถ่ายน้ำมันเครื่องแล้ว(วิ่งไป8000 ครบระยะที่10000)
มีอาการเร่งอืดอย่างเห็นได้ชัด เร่งอื้อๆ ความเร็วขึ้นช้าลง
และ
ไม่ใช่น้ำมันเครื่อง ลมยางก็ด้วย อ่อนกว่าปกติไปหน่อยก็เร่งไม่ขึ้นเหมือนกัน (เจ้าของแกบ่นมาก่อน พอผมไปลองขับ มันก็เป็นจริงๆ อืดลง)
และ
ไม่ใช่แค่ City ที่ผมเจอแบบนี้
Civic FD, CR-V gen2 ก็เป็นเหมือนกัน
เหมือน Honda เป็นรถที่ sensitive สุดๆเลย
รถยี่ห้ออื่นที่ใช้บ่อยๆ Toyota, Nissan ไม่ sensitive ขนาดนี้แฮะ
 ลังเล
บันทึกการเข้า

Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

freedスプーン3300
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 440


freed korat


ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 19:05:18 »

Jazz GD idsi 2006
ประกันน่าจะหมดแล้วนี่ครับ 3ปี หรือ 1แสน กม. เพราะฉะนั้นเรื่องประกันเครื่องไม่เกี่ยวแล้ว
แถวเราใช้ของดีกว่าด้วย

Jazz GD2003 หลังๆ ผมใช้น้ำมันนอกศูนย์ แต่ให้ศูนย์ถ่ายให้ตลอด โดยเลือกยี่ห้อที่ไว้วางใจได้
(หลังเลย3ปี)
แต่คันปจจุบัน หลังจากผ่าน 5000กม มา3รอบ (ผมเปลี่ยนที่5000 เพราะวิ่งระยะทางสั้นๆ รถติดตลอด)
พอรอบที่4 ระยะทาง 20000กม เลยจัดน้ำมัน TOP 1  8000   เกรด 5W 50
 ที่ได้ฟรีมา ตอนเป็นช่างภาพให้ทีมแข่งแจ๊ซวันเมคเรซ มาาใส่   โอ้ววว  ลื่นครับเครื่องเงียบ เร่งแซงดี เสียงไม่หึ่งๆ
(FREED E 1.5)

บันทึกการเข้า


toonze
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1019


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 19:37:17 »

ผมเป็นคนนึง ที่ใช้ น้ำมันเครื่องของฮอนด้ามาตลอด สองปีกว่า  ผมว่ามันก็โอนะ  ไม่เคยมีปัญหาใดๆกับเครื่องยนต์เลย

เร่งดีปกติ  เอ  รึผมยังไม่เคยเปลี่ยนไปใช้อย่างอื่นหว่าา  5555

ผมว่าลองดูก็ดีนะ ใช้ของที่เลือกเอง
บันทึกการเข้า

treebegin
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 19:53:32 »

Honda ให้เอาน้ำมันเครื่องไปเองได้นะ ไม่มีปัญหา

ผมหิ้ว ปตท. สังเคราะห์ ไป  0w30  ครับ  ใช้ดีครับประหยัดน้ำมันดี
 
จขกท รถมีอายุแล้ว เอาไปเอง ใช้แบบหนืด ๆ ดีกว่าครับ  40-50 
บันทึกการเข้า

Honda Brio V AT  2011
Mitsubishi Mirage GLX CVT 2012 

ลดโลกร้อน กันครับ

banch
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1147


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 20:16:58 »

น้ำมันเครื่อง 0 w20 มันน่าจะใสไปครับ สำหรับเครื่อง 2 แสนกิโล

น่าจะลองซักเบอร์ 0 w 40  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

mongolias
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1387



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 20:44:48 »

Jazz GD idsi 2006
ประกันน่าจะหมดแล้วนี่ครับ 3ปี หรือ 1แสน กม. เพราะฉะนั้นเรื่องประกันเครื่องไม่เกี่ยวแล้ว
แถวเราใช้ของดีกว่าด้วย

Jazz GD2003 หลังๆ ผมใช้น้ำมันนอกศูนย์ แต่ให้ศูนย์ถ่ายให้ตลอด โดยเลือกยี่ห้อที่ไว้วางใจได้
(หลังเลย3ปี)
แต่คันปจจุบัน หลังจากผ่าน 5000กม มา3รอบ (ผมเปลี่ยนที่5000 เพราะวิ่งระยะทางสั้นๆ รถติดตลอด)
พอรอบที่4 ระยะทาง 20000กม เลยจัดน้ำมัน TOP 1  8000   เกรด 5W 50
 ที่ได้ฟรีมา ตอนเป็นช่างภาพให้ทีมแข่งแจ๊ซวันเมคเรซ มาาใส่   โอ้ววว  ลื่นครับเครื่องเงียบ เร่งแซงดี เสียงไม่หึ่งๆ
(FREED E 1.5)


คัน GD ประกันหมดตั้งแต่ 2009 แล้วครับ ส่วนที่ผมบอกต้องถามฮอนด้าเรื่องประกัน เพราะเจ้า City MC อีกคันเพิ่งจะ 5,000 ก.ม. เอง(คันนี้แฟนผมใช้ วิ่งไม่เยอะ) แต่ได้เวลาถ่ายแล้ว ก็กะว่าจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นสังเคราะห์ เพราะแฟนผมบ่นว่าช่วงออกตัวมันอืดไปหน่อยครับ คิดว่าใช้สังเคราะห์แล้วเครื่องน่าจะลื่นกว่าน้ำมันเครื่องศูนย์ครับ

น้ำมันเครื่อง 0 w20 มันน่าจะใสไปครับ สำหรับเครื่อง 2 แสนกิโล

น่าจะลองซักเบอร์ 0 w 40  ยิงฟันยิ้ม
ปกติผมใช้ Mobil1 0W40 ครับ เพียงแต่ครั้งที่แล้วที่เอารถไปเช็คระยะ เห็นเค้าว่ามีน้ำมันเครื่องเบอร์ใหม่ เลยอยากลอง เพราะว่าบางคนก็บอกลื่น บางคนก็บอกหนืด ลองด้วยตัวเองนี่แหละดีที่สุดครับ
ผลก็ออกมาอย่างที่ผมแชร์นี่แหละครับ
บันทึกการเข้า

หลงใหลยนตกรรม แต่ดันทำงานสายไอที

Satanic za'
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2066



ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 22:21:41 »

สำหรับรถที่กินน้ำมันเครื่อง ให้เราดูที่ควันก็ได้ครับ ถ้าเร่งเยอะๆ น่าจะมีควันขาวออกมาให้เห็นอยู่นะ

บางทีที่น้ำมันพร่องไป ต้องหมั่นสังเกตุด้วย ว่ามีน้ำมันเครื่องซึมหรือหยดหรือเปล่านะครับ เพราะบางครั้งตอนที่เราเข้าศูนย์ บางทีช่างที่ทำการถ่ายน้ำมันเครื่อง เวลาใส่น๊อตกลับเข้าไปใส่ไม่ดีก็มี เกลียวรูดบ้าง แหวนรองมีปัญหาบ้าง ทำให้เกิดปัญหาน้ำมันเครื่องซึมออกได้ครับ

อันนี้ผมแสดงควา่มเห็นเฉยๆนะครับ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

Tee@Abuser
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 281


TeeAbuser Car Studio


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 23:11:36 »

ไม่ใข้น้ำมันมันไม่ดีครับ

แต่มันไม่เหมาะสมกับรถของพี่มากกว่า รถวิ่งเยอะมาก 2 แสนกิโล น้ำมันเครื่องต้องเบอร์ 40 แล้วครับบบ ถ้าอยากใสก็ 30 แต่ 20 เนี๊ย ใสเกินไปคับ มันจะสึกหรอหนักกว่าปกติ อย่างรวดเร็วเลยย
 
บันทึกการเข้า

T&T Garage & Spp Garage
Sahakorn 17 racing factory

lepon
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38



ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 22, 2012, 23:44:12 »

ที่ศูนย์ H ค่าน้ำมันเครื่องศูนย์ พันต้นๆ ได้ semi ,พันปลายๆ ได้ fully ,ยี่ห้อ idemitsu
ค่าแรงศูนย์ H เปลี่ยนนมค.+ไส้กรอง 0.5 ชม. = 220 บาท
แต่ถ้าเกินระยะประกันไปแล้ว จริงๆ เปลี่ยนปั๊มแถวบ้านก็ได้ ค่าแรง 50-150 บาท
น้ำมันเครื่อง ใช้ fully ดีกว่า (ที่ขายตามเวป 4 ลิตร แค่พันนิดๆ) เปลี่ยนทุก 10,000 กม.
บันทึกการเข้า

AnubisTT
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 295



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2012, 01:18:18 »

ผมมองว่าปัญหานี้ไม่ได้มาจากน้ำมันเครื่อง แต่มาจากการเติมน้ำมันเครื่องไม่เหมาะสมกับเครื่องยนต์มากกว่า

สำหรับเครื่องยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้วกว่า 200,000 km  clearance ระหว่างลูกสูบและกระบอกสูบมันย่อมห่างมากขึ้นกว่าเดิมเป็นธรรมดา
มาเจอกับน้ำมันเครื่องเบอร์ 20 ที่มีความหนืดต่ำ ฟิล์มน้ำมันบาง  อาการเร่งไม่ออกและกินน้ำมันเครื่องมันก็มีอย่างที่เห็น ที่เป็นแบบนั้นเพราะช่องว่าง
ที่ห่างนั้นทำให้สูญเสียกำลังอัด และเป็นช่องทางให้น้ำมันเครื่องสูญเสียไปกับการเผาไหม้ แต่ถ้านำน้ำมันเครื่องตัวนี้มาใส่ MC ที่วิ่งมาแค่ 5,000 km
รับรองได้ว่า ความรู้สึกมันจะต่างจากนี้อย่างชัดเจน

น้ำมันเครื่องฮอนด้า SM 0W-20 ราคา 1,040 บาท นี้ตามเรทน่าจะเป็นแค่กึ่งสังเคราะห์ ยิ่งเจอในนิตยาสารฮอนด้ามาเลเซียที่คุณ mnirun เอามาโพส
ซึ่งมีข้อความ "The all-new 0W20 fully synthetic blended" ทำให้มั่นใจได้ทันทีว่าเป็นกึ่งสังเคราะห์ ซึ่งน่าจะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกที่ทาง
idemitsu ผลิตให้ honda แต่เคยเจอข่าวในเว็บบอร์ดหนึ่งว่าภายในปี 55 ศูนย์ฮอนด้าจะปรับมาตรฐานน้ำมันใหม่เกรด SN และมีตัว 0W-20 สังเคราะห์
แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าข้อมูลนี้จริงเท็จแค่ไหน

สำหรับครั้งต่อไปจะหิ้วเข้าไปให้ศูนย์เติมนั้น ผมเห็นด้วยครับ ไหนๆก็หมดประกันไปแล้วก็ไม่ต้องแคร์อะไร แต่ควรเลือกความหนืดให้เหมาะสม สำหรับรถ
ที่ใช้งานระดับ 200,000 km แล้วนั้นควรจะใช้เบอร์ 40 ได้แล้ว ส่วนจะเป็นสังเคราะห์หรือไม่ไม่นั้นก็เรื่องหนึ่ง ในแง่ของการใช้งาน (ถ้าไม่จัดหนัก)
สังเคราะห์กับกึ่งจะต่างกันที่ระยะทางการใช้งานเป็นหลัก ซึงสังเคราะห์จะใช้ได้ยาวนานกว่า โดยทั่วไปสังเคราะห์แท้จะใช้ได้ถึง 15,000 km  กึ่งสังเคราะห์
ใช้ได้ 10,000 km โดยประมาณ แต่ในใช้งานจริงนั้นก็จะเริ่มออกอาการกันก่อนทุกราย โดยเฉพาะรถที่วิ่งในเมืองซึ่งเครื่องยนต์ทำงานเกินระยางจริงไปมาก
จากการติดเครื่องแช่ไว้ตอนรถติด แต่สำหรับผมแล้วส่วนต่างไม่กี่ร้อยบาทยอมเติมสังเคราะห์ดีกว่า เพื่อการปกป้องที่เหนือกว่าของรถที่เรารัก ส่วนคัน MC
5,000 km ที่กำลังจะเปลี่ยนถ้าไม่ใช้ตัวนี้ 0W-20 สังเคราะห์ที่มีในตลาด ก็เห็นมี sunoco  หรือไปเบิกศูนย์ Mazda ก็ได้ หรือถ้าคิดว่าใส่ไปอยากหนืดอีกนิด
HKS มี 0W-25 เพิ่งออกมาใหม่ ผมก็กำลังจะลองใส่ตัวนี้อยู่ครับ วิ่งต่างจังหวัดบ่อย 20 กลัวจะใสไปนิด
บันทึกการเข้า

mongolias
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1387



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2012, 09:10:11 »

เนื่องจากหลายความเห็น บอกว่าน้ำมันเครื่องมันใสเกินไป ไม่เหมาะกับระยะทางที่วิ่งไปแล้ว ซึ่งผมก็เห็นด้วยครับ
และผมขอย้ำว่า ผมได้สอบถามทางศูนย์บริการแล้ว ว่ามันมีน้ำมันเครื่องเบอร์ 30 หรือ 40 หรือไม่ แต่คำตอบคือไม่มีครับ ดังนั้น ถ้าเอาเข้าศูนย์บริการ ยังไงก็จะได้ใช้เบอร์ 0w20 แน่นอครับ

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผม ตั้งกระทู้ว่า คงจะต้องหิ้วน้ำมันเครื่องเข้าไปเองแล้ว
กระทู้นี้ ที่ต้องการสื่อ ก็เพื่อคนที่ไม่ได้สนใจที่จะถามศูนย์บริการเลยว่าน้ำมันเครื่องที่ตัวเองใช้มันเกรดอะไร เรียกง่ายๆ ว่ามีหน้าที่ขับรถเข้าศูนย์แล้วก็จ่ายเงินเท่านั้นครับ

เพิ่มเติมรายละเอียดรถนะครับ ลืมบอกไปว่ารถติด LPG ด้วย รถผมไม่มีคราบน้ำมันเครื่องหยดลงพื้น รวมถึงสภาพเครื่องยังค่อนข้างโอเคอยู่ครับ แม้ระยะทางที่วิ่งจะเยอะ แต่เป็นวิ่งต่างจังหวัดครับ รถไม่ติดครับ

เจ้า Jazz นี่อาจจะพิสูจน์ได้ไม่ชัดเท่าไหร่ เดี๋ยวจับเจ้า City MC เปลี่ยนน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ แล้วจะมาเปรียบเทียบอีกครั้งนึงครับ

ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นครับ
บันทึกการเข้า

หลงใหลยนตกรรม แต่ดันทำงานสายไอที

liveshow
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2107


รถไม่แรงแต่แซงยาก


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2012, 09:50:32 »

เบอร์ 20 ใสมากๆๆๆ ผมใช้ 30 ยังใสเหมือนน้ำเชื่อมเลย

ตอนนี้ผมใช้ 5-30 บางจาก น้ำมันเครื่องก็หายบ้าง แต่ไม่เยอะเดียวรอบหน้า ลอง mobil-1 5-30 sn Dexos1
แต่ผมยังติดใจ elf อยู่ ถูกและดี แถมนมค. ไม่หายเลย

ที่กล่าวมาคือ fullsyn นะครับ
บันทึกการเข้า

ก็แค่คนธรรมดา ไม่ลองก็ไม่รู้

beebird
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 919



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 23, 2012, 09:51:32 »

CASTROL EDGE - SPORT 0W-40 ลองใช้ดูครับ ไม่ผิดหวัง
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2
พิมพ์
กระโดดไป: