ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
พฤศจิกายน 24, 2014, 11:49:37
  • หน้าแรก
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก


หน้า: [1] 2
ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามความรู้เรื่องการเลือกเติมน้ำมันเบนซิน 91 95 หน่อยครับ  (อ่าน 11960 ครั้ง)
Nuzz
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 245


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 09:53:01 »

คือผมเข้าใจว่าค่าออกเทน 91 หรือ 95 เนี่ย คือ ค่าต้านทานการจุดระเบิด ซึ่งรถยนต์แต่ละค่ายก็จะออกแบบ ลูกสูบและเครื่องยนต์มาให้เหมาะกับการจุดระเบิดของน้ำมันที่แตกต่างกัน อย่าง Honda นี่ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด น่าจะออกแบบมาสำหรับออกเทน 91 (มั้งครับ  ยิ้มกว้างๆ) ไม่ได้เกี่ยวกับว่าออกเทน 95 จะแรงกว่า 91 อะไรอย่างนั้น

แต่ล่าสุดผมไปจองรถ ถาม sale ว่าเติมน้ำมันอะไร เค้าบอกเติม 91 หรือ 95 ก็ได้ อย่างนี้แสดงว่าตอนนี้รถรุ่นใหม่ๆ เค้าออกแบบมาให้เติมออกเทนอะไรก็ได้แล้ว หรืือว่า  sale เค้าไม่รู้กันแน่อ่ะครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

mick
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 861



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:09:53 »

เอาง่ายๆคือเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนมากกว่าขั้นต่ำที่รองรับ ได้หมดครับ
บันทึกการเข้า

mongolias
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1500



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:13:39 »

ดูที่ฝาถังน้ำมัน คุณจะเห็นว่าเติมอะไรได้ 91 หรือ 95 รถเล็กส่วนใหญ่จะพยายามชูให้เติม 91 ให้ได้ครับ เพราะมันถือเป็นการดึงดูดลูกค้าอย่างหนึ่ง
มันขึ้นกับคุณแหละว่าจะเติมออกเทนเท่าไหร่ อย่างผมเลือกเติมโซฮอล 95 กับซิตี้ เพราะลองแล้วมันประหยัดพอๆกับเบนซิน91 และวิ่งดีกว่า โซฮอล 91 เห็นๆ
ส่วน Jazz ผมติดแก๊สต้องเติมเบนซิน เลยจัด 91 ไป

เซลส์บางคนข้อมูลรถที่ตัวเองขาย ยังไม่รู้เลยครับ หาข้อมูลในเวปนี่แหละดีสุดแล้ว
บันทึกการเข้า

หลงใหลยนตกรรม แต่ดันทำงานสายไอที

off_033
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 472



ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:14:07 »

ผมจะดูที่กำลังอัด ถ้า 10:1 หรือมากกว่า ผมจะเติม 95 ขึ้นไป ได้ทั้ง 95 เพียว E10 E20

นอกนั้นเติม 91 หรือ โซออล91 ครับ
บันทึกการเข้า

Ruksadindan
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9742


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:27:53 »

เติม + ได้ เติม - ไม่ได้ครับ
ที่เหลือก็อยู่ที่ความพอใจและความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่จ่ายไป
บันทึกการเข้า

mckyparty
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 10:55:17 »

ผมไม่คบกับแก้สโซฮอลล์มาประมาณปีแล้ว ทั้งๆที่ตอนเค้าออกมาใหม่ๆ เมื่อสักน่าจะสิบกว่าปีที่แล้วผมนี่ล่ะ เชียร์ให้ใครต่อใครใช้นัก ซึ่งเติมไปปีสองปีแรกก้อไม่มีใครเปนอะไร แต่หลังจากนั้นเจ๊งกะบ๊งกันหมด ทั้งปั๊มติ้ก ลูกลอย หัวฉีด ถังน้ำมัน

ยิ่งตอนนี้ช่างที่เค้าชำนาญรถนำเข้า และเป็นที่ปรึกษาเรื่องรถเกย์ให้กับบริษัทรถในไทย เค้าทำการสำรวจ ทดสอบออกมาแล้ว ว่าแก้สโซฮอลล์มันทำให้ลิ้นปีกผีเสื้อมีคราบเหนียว เดินเบาสั่น ต้องล้างกันบ่อยๆ แถมซ้ำร้าย เติมแล้วไม่ได้ประหยัดอะไรเท่าไรเลย

จะบอกให้ว่า เติมไปเถอะน้ำมันเพียวๆน่ะ คุณลองกันเลยก้อได้ จ่ายเงินพันนึงเท่ากัน แต่ไปเหนียมที่จะเอาโซฮอลล์ 91/95 ไปคิดว่าลิตรนึงถูกกว่า เทียบกับ 91 สีแดงเพียวๆ
ท้าให้ลองเลย ว่าพันนึง อันไหนวิ่งได้ไกลกว่า หาระยะทางยาวๆไกลๆนะ ไม่ใช่วิ่งในเมืองครับ

รถเสปค 95 ระหว่างคุณไปเติม 95 โซฮอลล์กับ 91 เพียวๆ รับรองว่า 91 เพียวๆ วิ่งได้มากกว่า เครื่องสั่นน้อยกว่า ชัวร์

ปล ความเห็นส่วนตัว กับรถนำเข้ายุ่นและรถยุโรปทำในไทยที่ลองๆกันนะครับ รถเล็กๆในประเทศเค้าอาจจะผลิตมาทนทานกว่าก้อได้
บันทึกการเข้า

LimitedEdition
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3379



ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 11:10:48 »

การกำหนดค่าออกเทนให้เครื่องยนต์เครื่องนึงมีหลายปัจจัยครับ
ทั้งองศาการจุดระเบิด กำลังอัดของเครื่องยนต์ กล่อง ECU ฯลฯ
แต่ถามว่าจะดูที่ไหนเป็นหลัก คำตอบคือ ดูที่ฝาถังน้ำมันหรือคู่มือรถ ครับ
เพราะบริษัทรถยนต์เค้าคำนวณมาให้แล้วว่าอะไรคือ ออกเทน"ต่ำสุด" ที่เครื่องยนต์รับได้

ถ้าเติมต่ำกว่าที่กำหนด เช่นกำหนด 95 แต่ไปเติม 91 มันก็จะเกิดอาการชิงจุด เครื่องยนต์น็อค
กำลังตก และสึกหรอมากกว่าปกติ เพราะลูกสูบยังเคลื่อนไม่ถึงจุดศูนย์ตายบน ก็จุดระเบิดก่อนแล้ว
ตัวลูกสูบที่ต้องเคลื่อนที่ขึ้นตามแรงจากก้านสูบ ก็ถูกอัดกระแทกลงอย่างรวดเร็ว ตัวลูกสูบก็ไปอัดก้าน
ก้านไปอัดข้อเหวี่ยงด้านล่าง รับภาระและสึกหรอกันไปเป็นแถบแถบ

รถสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็ใส่ Knock sensor มาให้หมดแล้ว เพื่อป้องกันอาการชิงจุดอย่างที่ว่า
ถ้ามันจับได้ว่าเกิดอาการน็อคขึ้น มันก็สั่งลดองศาไฟจุดระเบิด รอให้ลูกสูบเคลื่อนถึงจุดบนก่อนแล้วค่อยจุด
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าดี เพราะมันป้องกันสึกหรอได้ก็จริง แต่เราก็ใช้งานเครื่องยนต์แบบไม่เต็มประสิทธิภาพ

แต่ส่วนใหญ่เอาเข้าจริงแล้ว รถที่กำหนดเติมออกเทน 91 พอไปเติม 95 ก็วิ่งดีกว่าหมดแหละครับ
มันทำให้การจุดระเบิดแม่นยำขึ้นอีกนิด และเมื่อแม่นยำขึ้น แรงอัดในกระบอกสูบก็อยู่ในจุดสูงสุดพอดี
จุดระเบิดเปรี้ยงเดียว ก็สร้างแรงขับเคลื่อนได้มากกว่า รถผมที่บ้าน honda จับใส่ Gasohol 95 เพราะถูกกว่าและวิ่งดีกว่า

ผมไม่ทราบความแตกต่างของราคาน้ำมันในไทยแล้ว แต่ถ้าเป็นสมัยก่อนตอนโซฮอล์เปิดตัวใหม่ใหม่ ต่างกัน 1.50 บาท
อันนั้นไม่คุ้มครับ เพราะอัตราการสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้นของโซฮอล์ไม่คุ้มกับค่าน้ำมันที่ถูกกว่า แต่พอรัฐชดเชยค่าภาษีต่างต่าง
แล้วทำให้มันต่างกัน 7-8 บาท (เทียบโซฮอล์ 95 กับเบนซิน 95) มันทำให้คุ้มค่าขึ้นมา

ถ้าผมจำไม่ผิดครั้งล่าสุดที่เติมเมื่อปีที่แล้ว เบนซิน 91 แพงกว่าโซฮอล์ 95 อยู่นิดหน่อย
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น เติมโซฮอล์ 95 จะทำให้อัตราเร่งดีกว่า แต่เทียบเงินแล้วเติมเบนซิน 91 ได้ระยะทางมากกว่า
แต่ถ้ามันอาจจะไม่แฟร์ถ้าเทียบข้ามออกเทนกัน เพราะถ้าลองเทียบโซฮอล์ 95 กับเบนซิน 95 ยังไงโซฮอล์ก็ประหยัดเงินกว่าครับ
บันทึกการเข้า

XL_SiZe
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 990



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 12:34:28 »

รถเสปค 95 ระหว่างคุณไปเติม 95 โซฮอลล์กับ 91 เพียวๆ รับรองว่า 91 เพียวๆ วิ่งได้มากกว่า เครื่องสั่นน้อยกว่า ชัวร์

รถกำหนดสเป็ก 95 มา เราเติม 91 ได้เหรอครับ....
ควรเติมแก๊ส 95 กับ เบนซิน 95 เท่านั้น รึป่าวครับ ?

Honda ส่วนมากจะกำหนดมาออกเทน 91 มาเกือบหมด หาเติมง่ายครับ ไล่ไปเลย เบน91 เบน95 ออกเทน ยิ่งสูงยิ่งดี
ส่วนแก๊สต้องดูระบุสูงสุดที่รับได้คือกี่ % 10,20,85 อย่าเติมเกินกว่ากำหนด สูงเกินไม่ได้ พัง....
บันทึกการเข้า

Devil13
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1293


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 12:36:43 »

สรุปง่ายๆนะครับ
95 แรงกว่า จุดระเบิดได้ดีกว่า แต่ทำให้เครื่องร้อนมากกว่า  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

AnubisTT
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 295



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 12:42:18 »

91 คือ ค่าออกเทนต่ำสุดที่สามารถใส่ได้ จะใส่ 95, 100, 105 หรือ 130 ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่จะต้องเสียเงินมากกว่าแต่ก็ได้สมรรถนะที่ดีกว่ากลับมาเช่นกัน

ออกเทน 91 กับ 95 สร้างกำลังได้ไม่ต่างกันเป็นความเข้าใจที่มีทั้งถูกและผิด สมมติว่ามีแก๊สโซลล์ฮอล E10 ออกเทน 91 กับ 95 มาเผา 2 กรณี
กรณี 1 เทใส่ถ้วยด้วยปริมาณเท่ากันแล้วจุดไฟเผา พลังานความร้อนที่ได้จะมีค่า "เท่ากัน"
กรณี 2 สันดาปในเครื่องยนต์ "ออกเทน 95 จะสร้างกำลังได้มากกว่า ออกเทน 91"

สิ่งที่แตกต่างคือกรณีแรกปัจจัยมาจากตัวน้ำมันเพียงอย่างเดียว แต่กรณี 2 ปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างนั่นคือ "องศาจุดระเบิด"
ซึ่งก็เป็นไปตามที่ จขกท.เข้าใจว่าค่าออกเทนคือค่าต้านทานการน๊อค และคุยเนยก็ได้เสริมมาแล้วว่ารถสมัยใหม่นั้นมี knock sencor และ ecu เข้ามาควบคุม
ผมขอเพิ่มเติมอีกนิดเท่าที่รู้เพราะจะได้เห็นความชัดเจนว่าทำไมออกเทน 91 กับ 95 สร้างกำลังได้ต่างกัน เป็นที่รู้กันอยู่ว่าวัฏจักรเครื่องยนต์ 4 จังหวะจะเป็น
( ดูด>อัด>ระเบิด>คาย ) จังหวะที่องศาจุดระเบิดเข้ามาเกี่ยวข้องจะอยู่ในช่วงตอนปลายของจังหวะอัดจนถึงตอนต้นของจะหวะระเบิด [องศาในที่นี้หมายถึง
มุมที่ก้านสูบในจังหวะนั้นๆกระทำกับตัวมันเองในตำแหน่ง 0 องศา ซึ่งตำแหน่ง 0 องศา คือตำแหน่งที่ลูกสูบถูกดันขึ้นในตำแหน่งสูงสุดในกระบอกสูบหรือที่เรียกตำแหน่งที่ลูกสูบขึ้นสุดนี้กันว่าจุดศูนย์ตายบน (top dead center) นั่นเอง หรือจะให้เป็นทางการก็คือมุมข้อเหวี่ยงกระทำกับก้านสูบ แต่แบบแรกนึกภาพง่ายกว่า]
หลักการทั่วไปของการจุดระเบิดคือ
> ECU จะสังหัวเทียนให้ประจุประกายไฟออกมาจุดระเบิดก่อนลูกสูบจะขึ้นถึงจุดศูนย์ตายบน (before top dead center) จะจุดก่อนกี่องศาก็ขึ้นกับปัจจัยรอบด้าน
   ทั้งออกเทนของเชื้อเพลิง อุณหภูมิไอดี อุณหภูมเครื่องยนต์ ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดนั้นเป็นปัจจัยที่มีผลให้เกิดการน๊อค โดยตัวที่ตรวจวัดคือ knock sencor
> ช่วงลามไฟ ช่วงนี้จะเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มประจุไฟจนลูกสูบถูกดันขึ้นสุด (จุดศูนย์ตายบน) ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวะที่ลูกเคลื่อนตัวลง (after top dead center)
> แรงดันสูงสุดจากการสันดาปหรือ peak pressure ที่เกิดขึ้นในกระบอกสูบจะเกิดขึ้นที่ after top dead center โดยทฤษฎีแรงดันที่เกิดในช่วง 13-15 องศา
   after top dead center (ขึ้นกับช่วงชัก) จะสร้างกำลังได้มากที่สุด

    จากหลักการทั้งหมดแล้วหัวใจสำคัญที่จะเผาใหม้หรือสันดาปให้ได้กำลังสูงสุดแล้วคือต้องให้ peak pressure เกิดในช่วงค่าทฤษฎีหรือใกล้เคียงที่สุดที่จะเป็นได้
ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าช่วงเวลาของการลามไฟทั้งหมดเป็นฟังค์ชั่นของเวลากับตำแหน่งองศาก้านสูบซึ่งความเร็วลูกสูบที่สูงขึ้น(ความเร้วรอบเพิ่มขึ้น)จำทำให้องศาของช่วงลามไฟนี้กว้างขึ้นตามไปด้วย  แต่การจะให้ peak pressure เกิดในช่วงนี้ตำแหน่งองศาตามทฤษฎีหรือใกล้เคียงนั้นต้องเริ่มตั้งองศาที่เริ่มประจุไฟ ถ้าตัดปัจจัยอื่นๆเช่น อุณหภูิมไอดี อุณหภูมิเครื่อง หรืออื่นๆที่ส่งผลต่อการน๊อคออกไปให้เหลือแต่เชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว เชื่อเพลิงที่มีค่าออกเทนสูงกว่า (ต้านการน๊อคได้ดีกว่า) สามารถเพิ่มองศาจุดระเบิด (Advance ไฟ หรือไฟแก่ ส่วนการลดองศา retard ไฟหรือไฟอ่อนไม่ขออธิบายให้ไปดูใน rep คุณเนย) ให้จุดล่วงหน้าก่อนถึงจุด
ศูนย์ตายบนได้มากกว่าซึ่งก็จะทำให้ peak pressure ที่ปกติมักจะเกิดขึ้นที่เลยองศา after top dead center ไปไกล เขยิบเข้ามาใกล้ค่าตามทฤษฎีมากยิ่งขึ้น
กำลังที่ได้ก็จะมากกว่านั่นเอง

    สำหรับ จขกท. แม้ว่าทาง บ.ผูผลิตรถยนต์ได้แจ้งมาว่ารถของท่านสามารถเติมออกเทน 91 ได้ แต่ผมขอแนะนำว่าเดิม 95 ดีกว่าครับ ราคาโซฮอล 91 กับ 95
ต่างกันบาทกว่าๆมาตั้งนานแล้ว ยิ่งราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างนี้สัดส่วนความแตกต่างด้านราคาก้ยิ่งน้อยลง แม้ 95 จะแพงกว่าแต่เมื่อเอามาเทียบเป็น km/L ประหยัด
กว่า 91 นะครับ แถมได้สมรรถนะที่ดีกว่าการสึกหรอกน้อยกว่า ยิ่งวิ่งทางไกลใช้ความเร็วสูงยิ่งเห็นชัด สงกรานต์ที่ผ่านมานี้ผมลองเทียบดูโดยพยายามคุมตัวแปร
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันประหยัดกว่าถึงเกือบ 1 km/L
บันทึกการเข้า

YenChar
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3905


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 13:12:45 »

โซฮอล 95
ทำอัตราเร่งได้ดีกว่าเบนซิน 91 เพียวๆครับ

แอลกอฮอล ทำให้เผาไหม้ได้หมดจดกว่า

จริงอยู่ที่ว่า เบนซิน สร้างความร้อนได้มากกว่าแอลกอฮอล
การที่มีแอลกอฮอลผสมอยู่ 10% หมายความว่าจะได้ค่าความร้อนต่ำกว่าเบนซินเพียวๆ

แต่ถ้าถามว่า ความร้อนที่น้อยลง ทำให้กำลังลดลงแค่ไม่กี่ %
เทียบกับราคา บาทต่อกิโลเมตรแล้ว
การเติมโซฮอล มันคุ้มค่ากว่ากันมากๆ
โดยเฉพาะรถบางคันเติมโซฮอล91ได้ ถามว่าจะเติม91หรือ95เพียวๆทำไม
ในเมื่อเติมโซฮอล91 หรือ โซฮอล95 รถก็วิ่งได้เหมือนกัน ค่าความร้อนน้อยกว่า
ถ้าไม่ได้ลงสนาม วัดกันเป็นวินาที
ถึงโซฮอลจะมีอัตราสิ้นเปลืองมากกว่า แต่วัดบาทต่อกิโลเมตรแล้วคุ้มค่ากว่ามาก
บันทึกการเข้า

-Anonymous-
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2364


Catch me if you can !!!


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 14:54:36 »

โซฮอล 95
ทำอัตราเร่งได้ดีกว่าเบนซิน 91 เพียวๆครับ

แอลกอฮอล ทำให้เผาไหม้ได้หมดจดกว่า

จริงอยู่ที่ว่า เบนซิน สร้างความร้อนได้มากกว่าแอลกอฮอล
การที่มีแอลกอฮอลผสมอยู่ 10% หมายความว่าจะได้ค่าความร้อนต่ำกว่าเบนซินเพียวๆ

แต่ถ้าถามว่า ความร้อนที่น้อยลง ทำให้กำลังลดลงแค่ไม่กี่ %
เทียบกับราคา บาทต่อกิโลเมตรแล้ว
การเติมโซฮอล มันคุ้มค่ากว่ากันมากๆ
โดยเฉพาะรถบางคันเติมโซฮอล91ได้ ถามว่าจะเติม91หรือ95เพียวๆทำไม
ในเมื่อเติมโซฮอล91 หรือ โซฮอล95 รถก็วิ่งได้เหมือนกัน ค่าความร้อนน้อยกว่า
ถ้าไม่ได้ลงสนาม วัดกันเป็นวินาที
ถึงโซฮอลจะมีอัตราสิ้นเปลืองมากกว่า แต่วัดบาทต่อกิโลเมตรแล้วคุ้มค่ากว่ามาก

อ้าวเป้นเรื่องจริงหรอครับนี่ โซฮอล95อัตราเร่งดีกว่าเบนซิน91

แล้วงี้โซฮอล95กับเบนซิน95ก็ไม่ได้ต่างอะไรมากหรอครับ
บันทึกการเข้า

Weetting
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 976


ช่วงล่าง+เครื่องยนต์


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 15:12:59 »


รถเสปค 95 ระหว่างคุณไปเติม 95 โซฮอลล์กับ 91 เพียวๆ รับรองว่า 91 เพียวๆ วิ่งได้มากกว่า เครื่องสั่นน้อยกว่า ชัวร์

ปล ความเห็นส่วนตัว กับรถนำเข้ายุ่นและรถยุโรปทำในไทยที่ลองๆกันนะครับ รถเล็กๆในประเทศเค้าอาจจะผลิตมาทนทานกว่าก้อได้
   

ไม่จริงครับและมั่วมาก  โฟกัส เติมได้ 95เพียว  โซฮอล์95  E20  ขึ้นไป   แม่ผมเคยเติมผิด เติม 91 เพียวมาเต็มถังด้วย

ปรากฏว่ารถสั่นมากตอนเดินเบา  เร่งก็ไม่ค่อยไปเสียงเครื่องดังมาก  พอใช้ไปซักครึ่งถังผมรีบขับไปเติม E20 ใช้เต็มทันที  ปรากฏว่า อาการสั่น

น้อยลงชัดเจน อัตราเร่งก็ดีขึ้น  เสียงเครื่องก็เงียบขึ้น ..... คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

ตราบใดที่สิ้น M/T บนแ่ผ่นดินนี้แล้วไซร้ข้าเจ้าจักเลิกขับรถเสียให้สิ้นตามเกียร์

AnubisTT
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 295



ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 15:15:58 »


อ้าวเป้นเรื่องจริงหรอครับนี่ โซฮอล95อัตราเร่งดีกว่าเบนซิน91

แล้วงี้โซฮอล95กับเบนซิน95ก็ไม่ได้ต่างอะไรมากหรอครับ

จริงครับ แม้ความร้อนจากการเผาใหม้ต่อหน่วยโซฮอล 95 จะน้อยกว่าเบนซิน 91 แต่ ECU จะสั่งฉีดน้ำมันให้หนาขึ้นเพื่อชดเชยครับ ทีนี้ผลความแตกต่างก็จะมาจากค่าออกเทนที่อย่างได้กล่าวไว้แล้ว ต่อเนื่องมาถึงคำถาม "โซฮอล 95 กับเบนซิน 95 ก็ไม่ได้ต่างอะไรมากหรอครับ?" ด้วยเหตุผลทีสอดคล้องกันอัตราเร่งจะไม่ต่าง แต่สิ่งที่แตกต่างคืออัตราการบริโภค โซลฮอล 95 จะให้อัตรา km/L ต่ำกว่าเบนซิน 95
บันทึกการเข้า

Nuzz
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 245


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 15:19:27 »

ขอบคุณทุก reply มากๆครับ โดยเฉพาะคุณ Nuay Pual R. กับคุณ AnubisTT ครับ อธิบายได้กระจ่างชัดมากครับผม  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

-Anonymous-
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2364


Catch me if you can !!!


ดูรายละเอียด
« ตอบ #15 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 15:29:04 »


อ้าวเป้นเรื่องจริงหรอครับนี่ โซฮอล95อัตราเร่งดีกว่าเบนซิน91

แล้วงี้โซฮอล95กับเบนซิน95ก็ไม่ได้ต่างอะไรมากหรอครับ

จริงครับ แม้ความร้อนจากการเผาใหม้ต่อหน่วยโซฮอล 95 จะน้อยกว่าเบนซิน 91 แต่ ECU จะสั่งฉีดน้ำมันให้หนาขึ้นเพื่อชดเชยครับ ทีนี้ผลความแตกต่างก็จะมาจากค่าออกเทนที่อย่างได้กล่าวไว้แล้ว ต่อเนื่องมาถึงคำถาม "โซฮอล 95 กับเบนซิน 95 ก็ไม่ได้ต่างอะไรมากหรอครับ?" ด้วยเหตุผลทีสอดคล้องกันอัตราเร่งจะไม่ต่าง แต่สิ่งที่แตกต่างคืออัตราการบริโภค โซลฮอล 95 จะให้อัตรา km/L ต่ำกว่าเบนซิน 95

ขอบคุณมากๆเลยครับ
บันทึกการเข้า

archian
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 869



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 16:16:45 »

ผมก็  โซฮอล 95  ......

เหตุผล  เพราะ   ช่วยเกษตรกร  ช่วยเหลือคนไทย  .....

สึกหรอมันไม่เท่าไหร่   แลกกับความภูมิใจ  เทียบกันไม่ได้เลย   ....
บันทึกการเข้า

redsun
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1998


ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 16:24:19 »

รถผมใช้แก๊สครับ วิ่งน้ำมันค่อนข้างน้อย ทำให้ผมเลือกเติม 95 เพียวครับ

ปล.
วันนี้ 18/04/2555
น้ำมัน 95เพียวต่างกับน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 เกือบ 8 บาทแล้ว (47.80-40.23 = 7.57 บาท)  แพง...
บันทึกการเข้า

Bier
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #18 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 16:39:11 »

อยากขอเสริมเรื่องน้ำมันครับ น้ำมันที่ขายอยู่ทั่วไปทุกปั้ม มาจากโรงกลั่นไม่กี่แห่งในประเทศ คุณภาพน้ำมันที่กลั่นออกมาเหมือนกัน (มีกฏหมายควบคุมคุณภาพ) แต่ละยี่ห้อจะมี Additive ต่างกัน แล้วแต่สูตรของเจ้าไหน เมื่อรถมารับน้ำมันที่คลังแล้ว ก็จะไปส่งที่ปั๊มต่างๆทั่วประเทศ  ก็จะมีเรื่องคุณภาพของน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย บางปั๊มเอารถของตัวเองมารับน้ำมันเอง  บางปั๊มจ้างรถมารับน้ำมันเอาไปส่ง บางทีอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนของน้ำมันได้ เราไม่มีทางรู้ ก็ต้องจำไว้ว่าถ้าเราเติมปั๊มไหนแล้ววิ่งปกติ เราก็เติมปั๊มนั้น หรือเลือกปั๊มใหญ่ๆ ที่รถเข้าเยอะๆ มันช่วยเซฟความซวยได้ครับ  ยิงฟันยิ้ม

ส่วนเรื่องการเลือกเติมน้ำมัน 91 - 95 นั้น ควรจะเติมให้เหมาะสมกับรถรุ่นนั้นๆ ถ้าเครื่องรถรับ 91 ได้ก็เติม 91 ถ้าเครื่องรถรับ 95 ก็ต้อง 95 ขึ้นไปหรือต้อง E20 ถ้าจำเป็น (และถ้ารับได้)      กรณีที่คุณใช้รถทุกวัน แนะนำให้เติม ตามที่ผมบอกมาจะเหมาะสมมีประสิทธิภาพและประหยัดเงินในกระเป๋า    
แต่ถ้าขับ 3 วันจอด 2 วันขับ 2 จอด 3 วัน แนะนำให้เติมเผื่อ เป็น 95 (ในกรณีใช้โซฮอล) เพราะค่าออกเทนจะเสื่อมลง ทำให้เครื่องน็อคได้และจะ Start ไม่ติดไปดื้อๆ ซวยอีก  ยิ้ม

ส่วนน้ำมันอันไหนดีกว่ากันแรงกว่ากันผมตอบไม่ได้ครับ เครื่องรถที่รับ 91 ได้ ไปเติม 95 แล้วจะแรงกว่า เติม 91 มันยังไงๆอยู่ มันเหมือนเอา USB 3.0 มาใช้กับเครื่องคอมที่ไม่มี Port รองรับ 3.0 น่ะครับ ใช้ด้วยกันได้ แต่ก็ไม่ได้แรงกว่าเดิม แค่นั้นเอง  ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า

YenChar
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3905


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 20:22:18 »

ตราบใดที่ไม่ได้เอารถไปลงสนามแข่ง หรือวัดอัตราเร่ง"อย่างจริงจัง"แล้วล่ะก็

รถอะไร เติม 91 ได้ ก็เติมโซฮอล91 หรือ E20 ไปเถอะ
รถอะไร เติม 95 ได้ ก็เติมโซฮอล95 หรือ E20 ไปเถอะ

วีออสผม เติม 91 ได้ ผมก็เติมโซฮอล91 มาตลอด
การเติมโซฮอล95 หรือเบนซิน95 ยอมรับว่ามันแรงกว่าจริง เร่งลื่นกว่า
ตามหลักแล้วก็อย่างว่า เบนซินเพียวๆ ให้ค่าความร้อนสูงกว่า ให้พลังงานมากกว่า
มันก็ไม่แปลกที่จะแรงกว่า

แต่จะสนใจอะไร ในเมื่อบางคนไม่เคยเหยียบคันเร่งมิดเลยด้วยซ้ำ
เติม 95 เพียวๆลิตรนึงตั้งแพง มาขับติ๋มๆ ขับย่องๆในเมือง หรือแค่ขับไปจ่ายตลาด รับลูก ไปห้าง

แล้วมาอ้างว่ารักรถ มาอ้างว่า 95เพียวๆแรงกว่า ได้อัตราสิ้นเปลืองดีกว่า
ถ้าคุณมีเงินเติม เติมไปเถอะครับ
แต่ความภูมิใจ ช่วยโลก ช่วยเกษตรกรไทย ช่วยชาติประหยัดพลังงาน ไม่มีเลย
บันทึกการเข้า

LimitedEdition
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3379



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 20:25:17 »

ต้องบอกว่า ซอฟต์แวร์และ Electronics มันอธิบาย Mechanics ไม่ได้ครับ

เรากำลังพูดถึงการจุดระเบิด ซึ่งค่าออกเทนคือค่าต้านทานการวาบไฟของน้ำมัน
ดังนั้น น้ำมันที่มีค่าออกเทนมาก มันก็จะวาบไฟได้ยาก พูดง่ายง่ายคือไม่ใช่แค่ร้อนนิดร้อนหน่อย
ก็ทนไม่ไหว ติดไฟลุกพรึ่บขึ้นมา เป็นการชิงจุดระเบิด แต่มันจะต้องรอให้หัวเทียนสร้างประกายไฟจริงจริง
มันถึงจะได้ติดไฟขึ้นมา รถใช้ LPG ถ้าจูนแบบถวายชีวิตไม่สนความประหยัด มันถึงได้วิ่งกันลื่นกว่าน้ำมันไงครับ
เพราะออกเทนมันปาเข้าไปเกิน 100 เรื่องการชิงจุดนี่ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน ถ้าระบบทุกอย่างสมบูรณ์

เรื่องเครื่องยนต์มันละเอียดอ่อนครับ ตัวแปรนิดนิดหน่อยหน่อยที่ต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันมากแล้ว
เอาแค่ กรองอากาศตอนสะอาด กับตอนเริ่มตัน อัตราเร่งรถก็ต่างกันเยอะแล้ว ดังนั้น ชนิดเชื้อเพลิง
มีผลต่อการตอบสนองของเครื่องยนต์แน่นอน แต่จะสังเกตุเห็นได้หรือไม่ อยู่ที่เราตั้งใจจับอาการกันแค่ไหน

ผมขอแก้ไขอีกนิดนึงเรื่องเครื่อง knock นะครับ หลายคนชอบพูดกันติดปากว่า เครื่องน็อคจนดับ หรือน็อค Start ไม่ติด
คือ เรากำลังสับสนกันระหว่างเครื่องยนต์เกิดอาการ knock กับ นักมวยถูกต่อยแล้ว knock out ลงไปนอนพะงาบอยุ่บนพื้น
เครื่อง knock ไม่มีวันดับครับ มันจะมีเสียง "เขก" ดังกร้อกๆๆๆๆๆ เหมือนเหล็กเคาะกัน เวลาได้รับโหลดมากมาก
เช่นตอน เร่งแซง หรือเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็ว เสียงมันก็เกิดจากที่ผมอธิบายไปก่อนหน้าแหละครับ
ชิงจุด ลูกสูบยังขึ้นไม่ถึงศูนย์ตายบน ยังกำลังเคลื่อนที่ขึ้นอยู่แต่มันจุดระเบิดก่อนแล้ว มันก็เลยถูกถีบลง
ตัวลูกสูบก็กระแทกอัดกับก้านสูบ เกิดเสียงกระแทกของเหล็กดัง กร้อก ไล่ไปแต่ละสูบ นั่นคืออาการ knock ครับ
มันมาจากเสียง เหมือนเราเคาะประตู ฝรั่งเรียก "knock the door" คือเสียงก๊อกๆๆๆ นั่นเอง ไม่ใช่ถูกต่อยชนะน็อค
จนเครื่องดับหรือสตาร์ทไม่ติดอะไรอย่างนั้นน่ะครับ
บันทึกการเข้า

G...G
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6820



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 20:35:44 »

เจอผมเต็มจะหนาว ผมเติมโซฮอล์ 91 ในรถที่ใช้ 95 ล้วน ไม่เห็นจะเขกเลย ยิ้มเท่ห์

เครื่องขับก็ปกติดี ประหยัดตังด้วยครับ
บันทึกการเข้า

รักโลก รักความปลอดภัย รักสิ่งแวดล้อม

naikai
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #22 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 20:42:16 »

ต้องบอกว่า ซอฟต์แวร์และ Electronics มันอธิบาย Mechanics ไม่ได้ครับ

เรากำลังพูดถึงการจุดระเบิด ซึ่งค่าออกเทนคือค่าต้านทานการวาบไฟของน้ำมัน
ดังนั้น น้ำมันที่มีค่าออกเทนมาก มันก็จะวาบไฟได้ยาก พูดง่ายง่ายคือไม่ใช่แค่ร้อนนิดร้อนหน่อย
ก็ทนไม่ไหว ติดไฟลุกพรึ่บขึ้นมา เป็นการชิงจุดระเบิด แต่มันจะต้องรอให้หัวเทียนสร้างประกายไฟจริงจริง
มันถึงจะได้ติดไฟขึ้นมา รถใช้ LPG ถ้าจูนแบบถวายชีวิตไม่สนความประหยัด มันถึงได้วิ่งกันลื่นกว่าน้ำมันไงครับ
เพราะออกเทนมันปาเข้าไปเกิน 100 เรื่องการชิงจุดนี่ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน ถ้าระบบทุกอย่างสมบูรณ์

เรื่องเครื่องยนต์มันละเอียดอ่อนครับ ตัวแปรนิดนิดหน่อยหน่อยที่ต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันมากแล้ว
เอาแค่ กรองอากาศตอนสะอาด กับตอนเริ่มตัน อัตราเร่งรถก็ต่างกันเยอะแล้ว ดังนั้น ชนิดเชื้อเพลิง
มีผลต่อการตอบสนองของเครื่องยนต์แน่นอน แต่จะสังเกตุเห็นได้หรือไม่ อยู่ที่เราตั้งใจจับอาการกันแค่ไหน

ผมขอแก้ไขอีกนิดนึงเรื่องเครื่อง knock นะครับ หลายคนชอบพูดกันติดปากว่า เครื่องน็อคจนดับ หรือน็อค Start ไม่ติด
คือ เรากำลังสับสนกันระหว่างเครื่องยนต์เกิดอาการ knock กับ นักมวยถูกต่อยแล้ว knock out ลงไปนอนพะงาบอยุ่บนพื้น
เครื่อง knock ไม่มีวันดับครับ มันจะมีเสียง "เขก" ดังกร้อกๆๆๆๆๆ เหมือนเหล็กเคาะกัน เวลาได้รับโหลดมากมาก
เช่นตอน เร่งแซง หรือเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็ว เสียงมันก็เกิดจากที่ผมอธิบายไปก่อนหน้าแหละครับ
ชิงจุด ลูกสูบยังขึ้นไม่ถึงศูนย์ตายบน ยังกำลังเคลื่อนที่ขึ้นอยู่แต่มันจุดระเบิดก่อนแล้ว มันก็เลยถูกถีบลง
ตัวลูกสูบก็กระแทกอัดกับก้านสูบ เกิดเสียงกระแทกของเหล็กดัง กร้อก ไล่ไปแต่ละสูบ นั่นคืออาการ knock ครับ
มันมาจากเสียง เหมือนเราเคาะประตู ฝรั่งเรียก "knock the door" คือเสียงก๊อกๆๆๆ นั่นเอง ไม่ใช่ถูกต่อยชนะน็อค
จนเครื่องดับหรือสตาร์ทไม่ติดอะไรอย่างนั้นน่ะครับ

เห็นภาพเลยครับ
ผมสงสัยมานานว่าทำไม ติดกล่องที่ใช้ E85 เป็นแค่เครื่องหน่วงเวลาจุดระเบิดนี่เอง
E85 ออกเทนมันตั้ง 110 โน้น
ขอบคุณมากครับ กระจ่างเลย
บันทึกการเข้า

prototype82
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 36


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 21:53:14 »

ต้องแยกให้ออกระหว่าง"ออกเทน"กับ"เปอร์เซนต์ของแอลกอฮอล์"

ออกเทนแต่ละเบอร์จะเหมาะกับเครื่องที่ทำมารองรับออกเทนเบอร์นั้นๆ

เค้าจะคำนวณว่าออกเทนเท่านี้ อัตราส่วนกำลังอัดต้องเท่าไหร่ถึงจะได้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์สูงสุด

กรณีที่กล่องปรับลดองศาไฟให้ ผมคิดว่าเค้าคงเผื่อไว้กันน็อค(เขก)กรณีที่อาจจะเติมน้ำมันที่ไม่ได้คุณภาพมากกว่า

ส่วนเปอร์เซนต์ของแอลกอฮอล์ E10 E20 E85 E100 เลขพวกนี้จะเป็นตัวกำหนดความทนทานของระบบเชื้อเพลิงของรถแต่ละรุ่นว่า

รองรับแอลกอฮอล์ได้สูงสุดกี่เปอร์เซนต์  เพราะแอลกอฮอล์มีฤทธิ์กัดกร่อน หากระบบเชื้อเพลิงไม่รองรับโอกาสที่เครื่องจะเสียหายก็มีสูง

ฉะนั้นในคู่มือรถระบุว่าต้องเติมน้ำมันประเภทไหนก็ควรเติมตามที่เค้าระบุไว้ตามนั้นเถอะครับ  ยิงฟันยิ้ม

 


 


บันทึกการเข้า

mckyparty
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 634



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #24 เมื่อ: เมษายน 18, 2012, 22:12:10 »


รถเสปค 95 ระหว่างคุณไปเติม 95 โซฮอลล์กับ 91 เพียวๆ รับรองว่า 91 เพียวๆ วิ่งได้มากกว่า เครื่องสั่นน้อยกว่า ชัวร์

ปล ความเห็นส่วนตัว กับรถนำเข้ายุ่นและรถยุโรปทำในไทยที่ลองๆกันนะครับ รถเล็กๆในประเทศเค้าอาจจะผลิตมาทนทานกว่าก้อได้
   

ไม่จริงครับและมั่วมาก  โฟกัส เติมได้ 95เพียว  โซฮอล์95  E20  ขึ้นไป   แม่ผมเคยเติมผิด เติม 91 เพียวมาเต็มถังด้วย

ปรากฏว่ารถสั่นมากตอนเดินเบา  เร่งก็ไม่ค่อยไปเสียงเครื่องดังมาก  พอใช้ไปซักครึ่งถังผมรีบขับไปเติม E20 ใช้เต็มทันที  ปรากฏว่า อาการสั่น

น้อยลงชัดเจน อัตราเร่งก็ดีขึ้น  เสียงเครื่องก็เงียบขึ้น ..... คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า  ยิ้มเท่ห์

อ่านไม่จบแต่ดันมาว่ามั่ว ก้อตรูบอกแล้วว่าตรู จริงๆอยากหยาบคายกว่านี้แต่อดทน
พี่ทดสอบกับรถญี่ปุ่นนำเข้า estima / alphard มาแล้ว
ทุกวันนี้ก้อเติม 91 ตลอด เทียบกันกับ gasohal 95 วิ่งได้ไกลกว่า แต่เร่งไม่มันเท่าแน่นอน แล้วไงล่ะ
และ ยุโรปในประเทศอย่าง W204
รถตั้งแต่สมัยสิบปีที่ผ่านมาน่าจะใส่ได้ทั้ง 95/91 แล้ว พึ่งเคยได้ยินรถน้องนี่ล่ะ มีปัญหา
บันทึกการเข้า

Lilylizzie
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #25 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 00:37:37 »

ต้องบอกว่า ซอฟต์แวร์และ Electronics มันอธิบาย Mechanics ไม่ได้ครับ

เรากำลังพูดถึงการจุดระเบิด ซึ่งค่าออกเทนคือค่าต้านทานการวาบไฟของน้ำมัน
ดังนั้น น้ำมันที่มีค่าออกเทนมาก มันก็จะวาบไฟได้ยาก พูดง่ายง่ายคือไม่ใช่แค่ร้อนนิดร้อนหน่อย
ก็ทนไม่ไหว ติดไฟลุกพรึ่บขึ้นมา เป็นการชิงจุดระเบิด แต่มันจะต้องรอให้หัวเทียนสร้างประกายไฟจริงจริง
มันถึงจะได้ติดไฟขึ้นมา รถใช้ LPG ถ้าจูนแบบถวายชีวิตไม่สนความประหยัด มันถึงได้วิ่งกันลื่นกว่าน้ำมันไงครับ
เพราะออกเทนมันปาเข้าไปเกิน 100 เรื่องการชิงจุดนี่ไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน ถ้าระบบทุกอย่างสมบูรณ์

เรื่องเครื่องยนต์มันละเอียดอ่อนครับ ตัวแปรนิดนิดหน่อยหน่อยที่ต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกันมากแล้ว
เอาแค่ กรองอากาศตอนสะอาด กับตอนเริ่มตัน อัตราเร่งรถก็ต่างกันเยอะแล้ว ดังนั้น ชนิดเชื้อเพลิง
มีผลต่อการตอบสนองของเครื่องยนต์แน่นอน แต่จะสังเกตุเห็นได้หรือไม่ อยู่ที่เราตั้งใจจับอาการกันแค่ไหน

ผมขอแก้ไขอีกนิดนึงเรื่องเครื่อง knock นะครับ หลายคนชอบพูดกันติดปากว่า เครื่องน็อคจนดับ หรือน็อค Start ไม่ติด
คือ เรากำลังสับสนกันระหว่างเครื่องยนต์เกิดอาการ knock กับ นักมวยถูกต่อยแล้ว knock out ลงไปนอนพะงาบอยุ่บนพื้น
เครื่อง knock ไม่มีวันดับครับ มันจะมีเสียง "เขก" ดังกร้อกๆๆๆๆๆ เหมือนเหล็กเคาะกัน เวลาได้รับโหลดมากมาก
เช่นตอน เร่งแซง หรือเหยียบคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็ว เสียงมันก็เกิดจากที่ผมอธิบายไปก่อนหน้าแหละครับ
ชิงจุด ลูกสูบยังขึ้นไม่ถึงศูนย์ตายบน ยังกำลังเคลื่อนที่ขึ้นอยู่แต่มันจุดระเบิดก่อนแล้ว มันก็เลยถูกถีบลง
ตัวลูกสูบก็กระแทกอัดกับก้านสูบ เกิดเสียงกระแทกของเหล็กดัง กร้อก ไล่ไปแต่ละสูบ นั่นคืออาการ knock ครับ
มันมาจากเสียง เหมือนเราเคาะประตู ฝรั่งเรียก "knock the door" คือเสียงก๊อกๆๆๆ นั่นเอง ไม่ใช่ถูกต่อยชนะน็อค
จนเครื่องดับหรือสตาร์ทไม่ติดอะไรอย่างนั้นน่ะครับ

อ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะพี่  ยิงฟันยิ้ม

เจอมากับตัวเองเลยค่ะ ส่วนตัวใช้รถ Mazda Protege รุ่นสุดท้ายก่อนเปลี่ยนเป็นMazda3
ตั้งแต่ซื้อรถมาเติมแต่เบนซิน91มาตลอดค่ะ แต่ช่วงนั้นน้ำมันแพงและคนเริ่มใช้โซฮอลล์กันเยอะ คุณพ่อเลยบอกว่าเติมๆไปเหอะ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย เค้าใช้กันเยอะแยะ ปรากฎว่ารถพังค่ะ Knockคาที่เลยค่ะ สตาร์ทไม่ติดประมาณ2ครั้ง อีกครั้งนึงขับอยู่ดีๆดับไปเลยค่ะ กลางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเลยค่ะ ตกใจมากๆ
ต้องให้ศูนย์มาลากไปซ่อมอยู่ประมาณ3ครั้ง ภายใน2อาทิตย์ เสียเงินค่าซ่อมไปหลายหมืนมากค่ะ ตั้งแต่วันนั้นเข็ดแล้วค่ะ น้ำมันแพงก็ยอมค่ะ

จากที่เจอมากับตัวเองเลยอยากให้แต่ละท่านลองค่อยๆคิดว่าเติมอะไรจะเหมาะสม และสังเกตุอาการของรถด้วยนะคะหลังจากเปลี่ยนรูปแบบของเชื้อเพลิงที่ใช้ค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาถ้ารถเกิดมีปัญหาตามมาค่ะ
บันทึกการเข้า

LimitedEdition
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3379



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 01:23:23 »

รถผมก็ Protege รุ่นเดียวกันครับ

เติมโซฮอล์ตั้งแต่ออกขายครั้งแรกในตลาด ตอนวิ่งได้ 3 หมื่น กม.
ตอนนี้ 120,000 กม. แล้ว ยังไม่เคยมีปัญหาอะไรกับระบบน้ำมันทั้งสิ้น
ผมคิดว่า ที่มีปัญหาอาจจะเป็นพวกท่อยางหรือลูกยางต่างต่างมากกว่า
เพราะรถผมเคยรื้อปั๊มติ๊กออกมาดู ก็มีแค่มันกัด filter จนขาดหมดเท่านั้นเองครับ
บันทึกการเข้า

Lilylizzie
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 37



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #27 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 01:42:49 »

รถผมก็ Protege รุ่นเดียวกันครับ

เติมโซฮอล์ตั้งแต่ออกขายครั้งแรกในตลาด ตอนวิ่งได้ 3 หมื่น กม.
ตอนนี้ 120,000 กม. แล้ว ยังไม่เคยมีปัญหาอะไรกับระบบน้ำมันทั้งสิ้น
ผมคิดว่า ที่มีปัญหาอาจจะเป็นพวกท่อยางหรือลูกยางต่างต่างมากกว่า
เพราะรถผมเคยรื้อปั๊มติ๊กออกมาดู ก็มีแค่มันกัด filter จนขาดหมดเท่านั้นเองครับ

มันหลายปีแล้วอ่ะค่ะพี่ จำไม่ได้ว่าอะไรเสีย รู้สึกเหมือนคอยล์จะไหม้หมดทุกตัวเลยค่ะ ถามศูนย์ช่างเค้าบอกว่าไม่แนะนำให้ใช้เลยไม่เคยใช้เลยค่ะ
ที่บ้านมีของพี่สาวอีก2คัน ก็ไม่มีใครกล้าเติมโซฮอลล์เลยค่ะ แต่คันTributeของคุณพ่อ เติมได้ไม่มีปัญหาอ่ะค่ะ

สรุปมันเติมได้ใช่มั้ยคะพี่ คือขับอย่างเดียวไม่ค่อยเข้าใจเรื่องรถอ่ะค่ะ T^T
บันทึกการเข้า

tokyo
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 627


ดูรายละเอียด
« ตอบ #28 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 07:39:41 »

ถ้าจำไม่ผิด protege ของที่บ้านผมเคยบรรจุแก็ส95 แค่ถังเดียว
เพราะพอเติมไปปุ้ป รู้สึกเหมือนว่ารถไม่มีแรง เร่งไม่ค่อยไป

สุดท้ายก็ต้องกลับมาหา เบนซิน95เหมือนเก่า ตอนนั้นยังมีให้เติมเยอะอยู่
ปล. 1.6 AT รู้สึกว่าจะเป็นโฉมแรกเลย ปัจจุบันคงโลดแล่นแถวๆ ปราณบุรี  ฮืม
บันทึกการเข้า

07 mazda 3

LimitedEdition
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3379



ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: เมษายน 19, 2012, 08:42:08 »

เติมช่วงแรกมันจะเพี้ยนอยู่แล้วครับ ต้องให้เวลามันสักถังสองถังให้กล่องมันเรียนรู้
คิอ ตามสเปค Protege ไม่ได้แนะนำให้เติมโซฮอล์ครับ เพราะลูกยางต่างต่างไม่ได้รองรับ
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ระบบไฟฟ้าช็อตอะไรนะครับ ผมว่ามันประจวบเหมาะกันมากกว่า

เพราะอย่างที่บอกครับ รถผมเองก็เติมมานานแล้ว ก็ยังไม่เคยมีปัญหาอะไรใดใดจริงจริง
แต่อย่าเอาคำพูดผมเป็นเครื่องยืนยันเลยครับ
บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2
พิมพ์
กระโดดไป: