ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
กรกฎาคม 28, 2014, 19:19:30
  • หน้าแรก
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องของ EGR ในเครื่องดีเซล  (อ่าน 16523 ครั้ง)
Newhang
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1426


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 16:30:49 »

อยากถามว่า เห็นเค้าว่าอุดEGRแล้วดี  ไม่ทราบว่ามันเป็นจริงรึเปล่าครับ แล้วในระยะยาวถ้าอุดแล้วจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์มั๊ยครับ

เพื่อนๆพี่ๆใครมีประสบการณ์เรื่องนี้เล่าให้ฟังหน่อยครับ
บันทึกการเข้า

J!MMY
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15129



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 18:25:20 »

ก่อนอื่น อธิบายคร่าวๆว่า  หน้าที่ของ วาล์ว EGR คือ จะเปิดทำงานเมื่อมี แรงดันย้อนกลับ (Back Pressure)
จากท่อทางเดินไอเสีย ของรถยนต์ ให้ไอเสียบางส่วน กลับเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้อีกรอบหนึ่ง

สงสัยใช่ไหมว่า แล้วมันจะช่วยให้ไอเสียสะอาดขึ้นได้อย่างไร เอาง่ายๆคือ การจะเผาไหม้ได้
มันต้องมีส่วนผสมของ อากาศ และน้ำมัน ถูกไหมครับ? การช่วยให้ ไอเสียบางส่วน
ไหลย้อนกลับเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ ตามหลักการแล้ว มันจะช่วยให้ อุณหภูมิ
ของ ส่วนผสมน้ำมันกับอากาศ ร้อนขึ้น อุ่นขึ้น ในระดับที่เหมาะสม ซึ่ง มันจะช่วยให้การจุดระเบิด
สมบูรณ์ขึ้น ถ้า EGR วาล์ว รับรู้ว่า เครื่องยนต์ อุ่นได้ที่แล้วละ มันก็จะยุติการทำงาน
และปล่อยไอเสียให้ไหลผ่านไป เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ โอเวอร์ฮีต

การอุ่นเครื่องยนต์ และระบบหล่อเย็น ไม่เพียงแต่จะช่วย ให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์
พุ่งขึ้นไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมต่อการทำงานของเครื่อง ซึ่งถ้าอุณหภูมิเหมาะสมเมื่อไหร่
การเผาหม้ที่ตามมาหลังจากนั้น ก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นเร็วเท่านั้น

ยิ่งถ้าเป็นรถไฮบริดด้วยแล้ว ระบบนี้ จำเป็นเลยละ เพถราะอย่าลืมว่า เครื่องยนต็์ ในรถไฮบริดส่วนใหญ่
จะถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ Stop And Go หรือ ดับเครื่องยนต์เองเมื่อ รถหยุดนิ่ง
ถ้ามันต้องจอดนิ่งนานๆ เครื่องยนต์ ก็จะเริ่มเย็นตัวลงเร็ว ดังนั้นการทำงานของ EGR วาล์ว
ก็จะช่วยไม่ให้ อุณหภูมิของเครื่อง เย็นลงเร็วเกินไป และเพื่อให้พร้อมกลับมาติดเครื่องทำงานต่อไป
ได้ทุกเมื่อ

แล้วไอ้การนำไอเสีย บางส่วน กลับไปเผาไหม้อีกรอบเนี่ย มันจะช่วยลดมลภาวะได้ยังไง?
อย่าลืมว่า EGR ทำงานโดยดูจาก ปริมาณก๊าซไนตรัสออกไซด์ หรือ NOx ซึ่งจะเกิดขึ้น
เมื่อมีการเผาไหม้ในอุณหภูมิที่สูงมากๆ 

การนำเอาไอเสียที่ได้ กลับไปผสมกับ ส่วนผสมไอดี (อากาศ กับน้ำมัน) อีกครั้ง
ปริมาณของอ็อกซีเจน ในส่วนผสมไอดี จะลดลง และประสิทธิภาพในการเผาไหม้
ของไอดีเหล่านั้น จะลดลง ซึ่งทำให้ ไอน้ำมัน จะถูกเผาไหม้ในอุณหภูมิที่ลดลง

ในระบบ EGR ส่วนใหญ่ บางส่วนของไอเสีย ที่เข้าไปทาง EGR วาล์ว จะถูกทำให้เย็น
ก่อนปล่อยเข้าไปรวมกับไอดีอีกรอบ ส่วนผสมน้ำมันกับอากาศ และไอเสียที่เผาไหม้
ซึ่งถูกทำให้เย็นตัวลง จะช่วยลดการเกิด ไนโตรเจนออกไซด์ ลงได้
นอกจากนี้ อุณหภูมิที่ต่ำลง ยังช่วยลดการถ่ายพลังงาน หมายความว่า พละกำลัง
จากรถ ที่จะลงสู่ล้อและพื้นถนน ก็จะเต็มเม็ดเต็มหน่วยยิ่งขึ้น นั่นเองครับ
บันทึกการเข้า

jojow
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 539



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 19:45:46 »

พี่จิมมีครับ ละเอียดมากครับ
แต่ขอแบบชาวบ้านนิดครับ
ว่าสรุปแล้ว อุดดีหรือเปล่า
ของผม D-max Ls เครื่อง 3,000 ก็อุดครับ
รู้สึกชัดเจนว่า อุดแล้ว ไอเสียมีควันดำน้อยลงมากครับ
บันทึกการเข้า

2001 BENZ W220 S280
2002 PEUGEOT 406
2004 BMW E60 525ISE
2011 NISSAN 370Z
2011 BMW F10 525d
2012 BMW F10 520i
2012 MAZDA BT-50PRO DBL 2.2
2015 P.......

Arado_kung
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2439


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 20:05:27 »

รถผมก็อุดไปแล้ว EGR น่ะ เครื่องเบนซินไม่อุดพอไหวอยู่ แต่เครื่องดีเซลไม่ไหวมันลด NOX ก็จริงแต่ดันเพิ่มพวกตระกูลคาร์บอนอีกบาน เป็นที่มาว่าทำไมกดคันเร่งควันดำโขมงเลย ดูดคราบเขม่าช่วยเข้าไปขัดสีฉวีวรรณลูกสูบเพลินเลย เป็นที่มาอีกอย่างว่าต่อให้คุณใช้ นมค. เทพมาจากไหนอย่างดีสุดคือ5พันโล นมค.ดำเมี่ยมเลย
บันทึกการเข้า

benley
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289



ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 21:50:37 »

ก่อนอื่น อธิบายคร่าวๆว่า  หน้าที่ของ วาล์ว EGR คือ จะเปิดทำงานเมื่อมี แรงดันย้อนกลับ (Back Pressure)
จากท่อทางเดินไอเสีย ของรถยนต์ ให้ไอเสียบางส่วน กลับเข้าสู่กระบวนการเผาไหม้อีกรอบหนึ่ง

สงสัยใช่ไหมว่า แล้วมันจะช่วยให้ไอเสียสะอาดขึ้นได้อย่างไร เอาง่ายๆคือ การจะเผาไหม้ได้
มันต้องมีส่วนผสมของ อากาศ และน้ำมัน ถูกไหมครับ? การช่วยให้ ไอเสียบางส่วน
ไหลย้อนกลับเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้ ตามหลักการแล้ว มันจะช่วยให้ อุณหภูมิ
ของ ส่วนผสมน้ำมันกับอากาศ ร้อนขึ้น อุ่นขึ้น ในระดับที่เหมาะสม ซึ่ง มันจะช่วยให้การจุดระเบิด
สมบูรณ์ขึ้น ถ้า EGR วาล์ว รับรู้ว่า เครื่องยนต์ อุ่นได้ที่แล้วละ มันก็จะยุติการทำงาน
และปล่อยไอเสียให้ไหลผ่านไป เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ โอเวอร์ฮีต

การอุ่นเครื่องยนต์ และระบบหล่อเย็น ไม่เพียงแต่จะช่วย ให้อุณหภูมิของเครื่องยนต์
พุ่งขึ้นไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมต่อการทำงานของเครื่อง ซึ่งถ้าอุณหภูมิเหมาะสมเมื่อไหร่
การเผาหม้ที่ตามมาหลังจากนั้น ก็จะมีประสิทธิภาพดีขึ้นเร็วเท่านั้น

ยิ่งถ้าเป็นรถไฮบริดด้วยแล้ว ระบบนี้ จำเป็นเลยละ เพถราะอย่าลืมว่า เครื่องยนต็์ ในรถไฮบริดส่วนใหญ่
จะถูกออกแบบมาให้เป็นแบบ Stop And Go หรือ ดับเครื่องยนต์เองเมื่อ รถหยุดนิ่ง
ถ้ามันต้องจอดนิ่งนานๆ เครื่องยนต์ ก็จะเริ่มเย็นตัวลงเร็ว ดังนั้นการทำงานของ EGR วาล์ว
ก็จะช่วยไม่ให้ อุณหภูมิของเครื่อง เย็นลงเร็วเกินไป และเพื่อให้พร้อมกลับมาติดเครื่องทำงานต่อไป
ได้ทุกเมื่อ

แล้วไอ้การนำไอเสีย บางส่วน กลับไปเผาไหม้อีกรอบเนี่ย มันจะช่วยลดมลภาวะได้ยังไง?
อย่าลืมว่า EGR ทำงานโดยดูจาก ปริมาณก๊าซไนตรัสออกไซด์ หรือ NOx ซึ่งจะเกิดขึ้น
เมื่อมีการเผาไหม้ในอุณหภูมิที่สูงมากๆ 

การนำเอาไอเสียที่ได้ กลับไปผสมกับ ส่วนผสมไอดี (อากาศ กับน้ำมัน) อีกครั้ง
ปริมาณของอ็อกซีเจน ในส่วนผสมไอดี จะลดลง และประสิทธิภาพในการเผาไหม้
ของไอดีเหล่านั้น จะลดลง ซึ่งทำให้ ไอน้ำมัน จะถูกเผาไหม้ในอุณหภูมิที่ลดลง

ในระบบ EGR ส่วนใหญ่ บางส่วนของไอเสีย ที่เข้าไปทาง EGR วาล์ว จะถูกทำให้เย็น
ก่อนปล่อยเข้าไปรวมกับไอดีอีกรอบ ส่วนผสมน้ำมันกับอากาศ และไอเสียที่เผาไหม้
ซึ่งถูกทำให้เย็นตัวลง จะช่วยลดการเกิด ไนโตรเจนออกไซด์ ลงได้
นอกจากนี้ อุณหภูมิที่ต่ำลง ยังช่วยลดการถ่ายพลังงาน หมายความว่า พละกำลัง
จากรถ ที่จะลงสู่ล้อและพื้นถนน ก็จะเต็มเม็ดเต็มหน่วยยิ่งขึ้น นั่นเองครับ


อันอื่นๆเข้าใจเหมือนกันครับ แต่อันที่สีแดงเนี่ยสิ สำหรับนาวาร่านะครับ เห็นผลเลยว่า
ถ้าอุดแล้ว วิ่งดี+มาเร็วกว่า สั่นตอนดับน้อยกว่า(งงกับอันนี้มาก) เครื่องนิ่งกว่าหน่อยนึง
ส่วนเรื่องควันดำ ถ้าขับช้าเป็นเวลานานๆๆ ยังไงเขม่าในท่อก็เยอะ กดทีกลบถนน
บันทึกการเข้า

maada2
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 16



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 22:11:40 »

NOx นี่มัน ไนตริกออกไซด์มะช่ายหรอครับ

ไม่รุ้ว่าผมเข้าใจผิดรึป่าวนะครับ
บันทึกการเข้า

I'm che
Hero Member
*****
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1650


ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 23:01:41 »

อ้างถึง
ปริมาณก๊าซไนตรัสออกไซด์ หรือ NOx

อ้างถึง
NOx นี่มัน ไนตริกออกไซด์มะช่ายหรอครับ

ไม่รุ้ว่าผมเข้าใจผิดรึป่าวนะครับ

NO    =  Nitric oxide
NO2  = Nitrogen dioxide
N2O  =  Nitrous oxide

HNO3 = Nitric acid
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 25, 2009, 23:05:06 โดย expextoz » บันทึกการเข้า

Tonaka
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1649



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 00:54:09 »

เอาเป็นว่า "ถ้ารักโลกก็อย่าไปอุดมันเลยครับ"

รถผมก็ไม่อุดน่ะ
บันทึกการเข้า

阿蘇山

?????????
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 221


When I photograh, I make love.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 05:44:18 »

รถที่บริษัททุกคัน และ fortuner ของผม ไม่อุด EGR ด้วยสำนึกว่า เรามาอยู่บนโลกใบนี้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

ลองหาหนังเรื่อง Inconvenient Truth มาดูนะครับ แล้วจะเข้าใจว่าสถานการณ์โลกร้อนขณะนี้เป็นอย่างไร
บันทึกการเข้า

ยิ้ม Women are like cars: we all want a Ferrari, sometimes want  pickup truck, and end up with a station wagon. ยิ้ม

J!MMY
Administrator
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15129



ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 11:25:33 »

นั่นละครับ

ผมคิดแบบคุณ เซมากูเตะครับ

(ขออภัย ที่ลอกกันดื้อๆ ฮ่าๆ)

เอารถเราวิ่งดีเป็นหลัก แต่ปล่อยมลภาวะให้โลกมหาศาล

ผมว่า คนคนนั้น ก็เป็นคนเลว อะครับ ไม่นึกเผื่อเหลือไปถึงอากาศให้รุ่นลูกหลานหายใจกันเลย
บันทึกการเข้า

Arado_kung
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2439


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 14:09:05 »

เหอๆ ผมว่าผมอุด EGR เนี่ยทำโลกร้อนน้อยกว่าแน่ๆครับ มีรถคนรู้จักกันออกมาไล่ๆกับผมแต่แกไม่อุด EGR ระยะทางก็วิ่งมาพอๆกันคือแสนกว่าโลหน่อยๆแล้ว แต่อุปกรณ์ที่เจ๊งไปแล้วมีดังนี้

- มอเตอร์ EGR เดี้ยง เพราะเขม่าไปเกาะเยอะเกิน ตัวแกนมันเลยตายขยับไม่ได้

- cat ตันไปเรียบร้อย เหตุผลเดียวกันเชม่ามันเข้าไปอุดใน cat หมด แกเลยทะลวงไปเรียบร้อยแล้ว

- ลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้าพัง ก็เพราะเขม่าอีกน่ะแหละ

- หัวฉีดกร่อนเพราะโดนเขม่ากัดอีกแหละ

แถมไอ้ที่มันพังเนี่ยต้องจ่ายเอง เพราะมันพังหลังจากประกันหมดแล้วครับ ส่วนรถผมอุด EGR ไปแล้วยังปกติสุขดี โดยเฉพาะ cat ยังไม่ตัน ลิ้นปีกผีเสื้อยังไม่เดี้ยง หัวฉีดยังไม่เดี้ยง เพราะเอาเครื่องเสียบแล้วอาการปกติอยู่ แต่ผมเตือนไว้อย่างนึงนะครับ ระวังช่างตามศูนย์บริการอุดให้ด้วยการใช้กระป๋องน้ำอัดลมมาทำแผ่นอุดอ่ะ  โกรธ โกรธ โกรธ บางคนบอกว่าตูรักษ์โลกเฟ้ย ไม่อุดหรอกแต่หารู้ไม่ว่าโดนช่างจัดการมาแล้ว ชี้ให้ดูยังทำหน้างงอีกต่างหาก
บันทึกการเข้า

jojow
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 539



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 18:45:18 »

รู้สึกจะแรงนะครับ
ต่างคนต่างมุม บางคำพูดอาจทำให้กระทบกระเทือนจิตใจได้ทีเดียว
บันทึกการเข้า

2001 BENZ W220 S280
2002 PEUGEOT 406
2004 BMW E60 525ISE
2011 NISSAN 370Z
2011 BMW F10 525d
2012 BMW F10 520i
2012 MAZDA BT-50PRO DBL 2.2
2015 P.......

nuttapatJazz
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 667



ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 18:49:35 »

ดีแมกซ์ 3000CC ของพ่อผมก็ยังไม่อุดครับEGR

และปัจจุบันเลขไมล์อยู่ที่ 400000

ซึ่งยังไม่เคยเจอปัญหาใดๆเลย

นอกจาก ECU เสีย

นอกนั้นก็ยังปกติ

ถ่ายน้ำมันเครื่อง10000โลตามศูนย์

ใช้ดีเซล B5 ตั้งแต่มีออกขาย

ใช้จนเบื่อจนขายแล้วซื้อไทรทันแล้วเนี่ยครับ

ไม่ได้ซื้อใหม่เพราะเสียหรืออะไรนะครับ

แต่ซื้อเพราะจะเอารถ4ประตู

เรื่องการอุดหรือไม่อุดEGRเนี่ย ไม่มีผลต่อโลกร้อนครับ

แต่มีผลต่ออากาศที่ใช้หายใจมากกว่า

อุดมาวิ่งดีกว่าก็จริง ไม่มีควันดำก็จริง

แต่ควันที่คุณมองไม่เห็นนั่นแหละคือควันพิษครับ
บันทึกการเข้า

Nissan Juke 1.6V '14
Mazda CX5 2.0S '14
Mitsubishi Triton Plus 2.4Benzene 2Dr MT '12
Honda Civic ES RS AT '01
Mitsubishi Triton Plus 2.5DI-D 4Dr AT '09

Arado_kung
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2439


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 20:52:14 »

ดีแมกซ์ 3000CC ของพ่อผมก็ยังไม่อุดครับEGR

และปัจจุบันเลขไมล์อยู่ที่ 400000

ซึ่งยังไม่เคยเจอปัญหาใดๆเลย

นอกจาก ECU เสีย

นอกนั้นก็ยังปกติ

ถ่ายน้ำมันเครื่อง10000โลตามศูนย์

ใช้ดีเซล B5 ตั้งแต่มีออกขาย

ใช้จนเบื่อจนขายแล้วซื้อไทรทันแล้วเนี่ยครับ

ไม่ได้ซื้อใหม่เพราะเสียหรืออะไรนะครับ

แต่ซื้อเพราะจะเอารถ4ประตู

เรื่องการอุดหรือไม่อุดEGRเนี่ย ไม่มีผลต่อโลกร้อนครับ

แต่มีผลต่ออากาศที่ใช้หายใจมากกว่า

อุดมาวิ่งดีกว่าก็จริง ไม่มีควันดำก็จริง

แต่ควันที่คุณมองไม่เห็นนั่นแหละคือควันพิษครับ

คันนี้รุ่น di ไม่ใช่คอมมอนเรลใช่ไหมครับ ตัวนี้ถ้าไม่อุดมันไม่เป็นอะไรหรอก ตัวที่มีปัญหาคือรุ่นคอมมอนเรลครับ ผมเจอมาหลายคันแล้วพวกไม่อุดเนี่ยเลยแสนโลไปแล้วเดี้ยงมันเป็นปกติ จะขออธิบายใหม่นะครับ EGR มันช่วยลด NOx ก็จริงอยู่แต่มันเพิ่ม CO CO2 HC อีกบานตะเกียงครับ สำหรับเครื่องดีเซลนะเครื่องเบนซินไม่เท่าไหร่หรอก อุดแล้วเพิ่ม NOx แต่ลด CO CO2 และ HC ครับ เป็นที่มาว่าทำไมควันดำถึงหายไปเวลาที่อุดแล้ว
บันทึกการเข้า

nuttapatJazz
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 667



ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 21:25:27 »



ดีแมกซ์ 3000CC ของพ่อผมก็ยังไม่อุดครับEGR

และปัจจุบันเลขไมล์อยู่ที่ 400000

ซึ่งยังไม่เคยเจอปัญหาใดๆเลย

นอกจาก ECU เสีย

นอกนั้นก็ยังปกติ

ถ่ายน้ำมันเครื่อง10000โลตามศูนย์

ใช้ดีเซล B5 ตั้งแต่มีออกขาย

ใช้จนเบื่อจนขายแล้วซื้อไทรทันแล้วเนี่ยครับ

ไม่ได้ซื้อใหม่เพราะเสียหรืออะไรนะครับ

แต่ซื้อเพราะจะเอารถ4ประตู

เรื่องการอุดหรือไม่อุดEGRเนี่ย ไม่มีผลต่อโลกร้อนครับ

แต่มีผลต่ออากาศที่ใช้หายใจมากกว่า

อุดมาวิ่งดีกว่าก็จริง ไม่มีควันดำก็จริง

แต่ควันที่คุณมองไม่เห็นนั่นแหละคือควันพิษครับ

คันนี้รุ่น di ไม่ใช่คอมมอนเรลใช่ไหมครับ ตัวนี้ถ้าไม่อุดมันไม่เป็นอะไรหรอก ตัวที่มีปัญหาคือรุ่นคอมมอนเรลครับ ผมเจอมาหลายคันแล้วพวกไม่อุดเนี่ยเลยแสนโลไปแล้วเดี้ยงมันเป็นปกติ จะขออธิบายใหม่นะครับ EGR มันช่วยลด NOx ก็จริงอยู่แต่มันเพิ่ม CO CO2 HC อีกบานตะเกียงครับ สำหรับเครื่องดีเซลนะเครื่องเบนซินไม่เท่าไหร่หรอก อุดแล้วเพิ่ม NOx แต่ลด CO CO2 และ HC ครับ เป็นที่มาว่าทำไมควันดำถึงหายไปเวลาที่อุดแล้ว

ขอโทษนะครับ

ถ้าผมจะบอกว่า

คันที่ผมพูดถึง

เครื่องคอมมอนเรลครับ

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

Nissan Juke 1.6V '14
Mazda CX5 2.0S '14
Mitsubishi Triton Plus 2.4Benzene 2Dr MT '12
Honda Civic ES RS AT '01
Mitsubishi Triton Plus 2.5DI-D 4Dr AT '09

Arado_kung
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2439


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 22:41:40 »

ว้าวถ้าไม่ได้อุดจริงๆผมว่ายอดเลยนะ ผมเกรงว่าบางทีช่างตามศูนย์จะหวังดีอุดให้แทนน่ะสิครับ ถามนิดนึงครับ ถ่าย นมค. ทุก 10000 โล นมค.เป็นสีอะไรครับ ถ้าเป็นสีดำแล้วออกข้นๆเหนียวนิดนึงคล้ายนมข้นหวานแสดงว่า EGR ไม่ได้อุด แต่ถ้าเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือออกน้ำตาลดำ ตะกอนน้อยหน่อย ไม่ถึงกับข้นแสดงว่าโดนอุดมาแล้วครับ ที่บอกให้ฟังเนี่ยบางคนโดนช่างในศูนย์กระทำการอุดมาให้แล้วแต่ไม่ได้บอกลูกค้าครับ เพราะผมเคยเจอมาเหมือนกันเป็นรถเพื่อนคุณแม่ครับ เค้าบอกว่าไม่อุดหรอกเดี๋ยวเครื่องพัง พอดีไอ้ผมดันไปเปิดกระโปรงดู แล้วก็ชี้บอกเขาอ่ะว่า เนี่ยโดนอุดมาแล้วสงสัยที่ศูนย์ทำให้ เพื่อนคุณแม่ทำหน้างงเลยครับ

ปล. ว่าแต่รถคุณไม่กิน นมค.เหรอครับ รุ่นนี้กินกันเป็นงานอดิเรก แจกเครื่องกันเป็นว่าเล่น ขนาดรถผมยังกินเลย 10000 โล full ไป add เลยล่ะ
บันทึกการเข้า

benley
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289



ดูรายละเอียด
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 23:42:59 »

ว้าวถ้าไม่ได้อุดจริงๆผมว่ายอดเลยนะ ผมเกรงว่าบางทีช่างตามศูนย์จะหวังดีอุดให้แทนน่ะสิครับ ถามนิดนึงครับ ถ่าย นมค. ทุก 10000 โล นมค.เป็นสีอะไรครับ ถ้าเป็นสีดำแล้วออกข้นๆเหนียวนิดนึงคล้ายนมข้นหวานแสดงว่า EGR ไม่ได้อุด แต่ถ้าเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือออกน้ำตาลดำ ตะกอนน้อยหน่อย ไม่ถึงกับข้นแสดงว่าโดนอุดมาแล้วครับ ที่บอกให้ฟังเนี่ยบางคนโดนช่างในศูนย์กระทำการอุดมาให้แล้วแต่ไม่ได้บอกลูกค้าครับ เพราะผมเคยเจอมาเหมือนกันเป็นรถเพื่อนคุณแม่ครับ เค้าบอกว่าไม่อุดหรอกเดี๋ยวเครื่องพัง พอดีไอ้ผมดันไปเปิดกระโปรงดู แล้วก็ชี้บอกเขาอ่ะว่า เนี่ยโดนอุดมาแล้วสงสัยที่ศูนย์ทำให้ เพื่อนคุณแม่ทำหน้างงเลยครับ

ปล. ว่าแต่รถคุณไม่กิน นมค.เหรอครับ รุ่นนี้กินกันเป็นงานอดิเรก แจกเครื่องกันเป็นว่าเล่น ขนาดรถผมยังกินเลย 10000 โล full ไป add เลยล่ะ

รุ่นนี้มันแล้วแต่คันครับ VGS ของญาติกินกระจาย แต่เพื่อนผมไม่กิน

ส่วนเรื่องEGR ผมก็อุด เพราะสาเหตุหลักคือตัดความรำคาญแรงสั่นสะเทือนตอนดับเครื่อง
เทียบกับตอนหลังอุดอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเรื่องควันยังไงก็มีสำหรับคันผม ถ้าวิ่งช้าๆบ่อยๆ แล้วพอมาขับแบบกด ควันกลบถนนเลย

แล้วเรื่องควันพิษนั้น จะอุดหรือไม่ ถ้าตราบใดถ้ายังใช้รถกันยังไงก็มี จะมากหรือน้อยก็อีกเรื่อง
ถึงความคิดจะดูเห็นแก้ตัวและใครจะว่ายังไง แต่สำหรับผม เอาหลายๆอย่างมาเปรียบเทียบ ผมขอ play save ไว้ก่อนดีกว่า
ระหว่าง ทำไมไม่รักษาสิ่งแวดล้อมและอากาศละ กับ ใครจะจ่ายค่าซ่อมเครื่องในระยะยาวถ้าเกิดมันมีปัญหาจากเขม่าที่เข้าไปสะสม
บันทึกการเข้า

Tonaka
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1649



ดูรายละเอียด
« ตอบ #17 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 03:39:29 »

ขอมองในแง่รักษ์โลกหน่อยน่ะครับ

 "ทำไมไม่รักษาสิ่งแวดล้อมและอากาศละ กับ ใครจะจ่ายค่าซ่อมเครื่องในระยะยาวถ้าเกิดมันมีปัญหาจากเขม่าที่เข้าไปสะสม"

  ไม่ทราบว่าเครื่องกับโลก อันไหนสำคัญกว่ากัน?ฮืม


สาเหตุที่ต้องมี EGR ก็เพราะใช้ควบคุมมาตรฐาน EURO ต่างๆ ที่หลายประเทศนั้นเคร่งครัดในกฏหมายนี้มากน่ะครับ  ถึงแม้ว่า EGR ทำให้ efficiency ของเครื่องยนต์ลดลงก็ตาม
บันทึกการเข้า

阿蘇山

V221
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1836



ดูรายละเอียด
« ตอบ #18 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 09:32:20 »

ช่วยโลกกันดีกว่าครับ ขอร้องว่าถ้าไม่ลำบากนักก็อย่าไปอุดมันเลยครับจะได้ไม่ไปเพิ่มมลภาวะให้สิ่งแวดล้อมในสังคมเราครับ
บันทึกการเข้า

?????????
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 221


When I photograh, I make love.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #19 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 10:26:24 »

ส่วนเรื่องEGR ผมก็อุด เพราะสาเหตุหลักคือตัดความรำคาญแรงสั่นสะเทือนตอนดับเครื่อง

ก็หวังว่า โลกใบนี้ คงมีคนขี้รำคาญไม่มากนะครับ

แล้วเรื่องควันพิษนั้น จะอุดหรือไม่ ถ้าตราบใดถ้ายังใช้รถกันยังไงก็มี จะมากหรือน้อยก็อีกเรื่อง

"จะมากหรือน้อยก็อีกเรื่อง" ...ตรงนี้แหละครับ ที่เป็นประเด็นหลักของผม

ผมขอ play save ไว้ก่อนดีกว่า ระหว่าง ทำไมไม่รักษาสิ่งแวดล้อมและอากาศละ กับ ใครจะจ่ายค่าซ่อมเครื่องในระยะยาวถ้าเกิดมันมีปัญหาจากเขม่าที่เข้าไปสะสม

สำหรับผมนะ เราใช้รถเอง ก็ต้องจ่ายทุกอย่างเอง ไม่หวังจะให้ใครมาจ่ายแทน ไม่ว่าจะเป็น แม่ค้าริมถนนตอนรถเราติดไฟแดง ที่ต้องช่วยจ่ายแทนในรูปของก๊าสพิษที่สูดเข้าไป

แค่ความเห็นที่แตกต่าง ไม่ได้ต้องการชวนทะเลาะ หรือขุ่นเคืองใจ แต่อย่างใด  ยิ้มกว้างๆ


บันทึกการเข้า

ยิ้ม Women are like cars: we all want a Ferrari, sometimes want  pickup truck, and end up with a station wagon. ยิ้ม

benley
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 289



ดูรายละเอียด
« ตอบ #20 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 11:14:10 »

ส่วนเรื่องEGR ผมก็อุด เพราะสาเหตุหลักคือตัดความรำคาญแรงสั่นสะเทือนตอนดับเครื่อง

ก็หวังว่า โลกใบนี้ คงมีคนขี้รำคาญไม่มากนะครับ

แรกๆมันก็ไม่น่ารำคาญหรอกครับ แต่ระยะหลังยิ่งใช้ยิ่งดัง+เสียง ยิ่งถ้าขับเป็นเวลานานๆ ยิ่งแล้วใหญ่ เสียงตอนดังเครื่องมันเหมือนจะมีบางอย่างหลุดออกมา
ผมก็เอาเข้า0ก็แล้ว ถามว่าเกิดจากอะไร เทพทั้งหลายก็ตอบไม่ได้ จนไปหาข้อมูลได้ว่า ถ้าอุดแล้วเสียงและสั่นสะัเทือนที่ว่าจะหายไป และมันก็จริง
เรื่องนี้ถ้ามันไม่มีเหตุจำเป็นตั้งแต่แรก ผมก็ไม่ทำหรอก เสียเวลามานั่งทำแผ่นอุดเอง เอาไปอุดเอง นั่งวิตกว่าเราขันสกูรแน่นไหม?


ผมขอ play save ไว้ก่อนดีกว่า ระหว่าง ทำไมไม่รักษาสิ่งแวดล้อมและอากาศละ กับ ใครจะจ่ายค่าซ่อมเครื่องในระยะยาวถ้าเกิดมันมีปัญหาจากเขม่าที่เข้าไปสะสม


สำหรับผมนะ เราใช้รถเอง ก็ต้องจ่ายทุกอย่างเอง ไม่หวังจะให้ใครมาจ่ายแทน ไม่ว่าจะเป็น แม่ค้าริมถนนตอนรถเราติดไฟแดง ที่ต้องช่วยจ่ายแทนในรูปของก๊าสพิษที่สูดเข้าไป

ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องรองลงมา แต่ก็ยังอดห่วงไม่ได้ว่า ถึงเค้าจะออกแบบEGRมาดีแล้วสำหรับเครื่องยนต์ลดมลพิษ
แต่ใครบางตอบข้อสงสัยของผมหน่อย
1. การอุด จะมีก๊าซแบบไหนเพิ่ม/ลดบ้าง และเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับไม่อุด
2. ถ้าไม่อุด เขม่าจะเข้าไปสะสมเท่าไหร่ เครื่องยนต์จะสามารถใช้งานได้นานแค่ไหน เปรียบเทียบกับอุด
ในกรณีที่เช็คระยะปกติ(นมค.สังเคราะห์100 เปลี่ยนที่10000)

เอาแค่นี้ละครับ ที่ดูยุ่งยากเพราะผมต้องมองระยะยาวในมุมของผม ที่ค่อนข้างจำกัดจำเขียดในหลายๆเรื่อง
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2009, 11:16:13 โดย benley » บันทึกการเข้า

Tonaka
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1649



ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 14:23:54 »

In internal combustion engines, exhaust gas recirculation (EGR) is a nitrogen oxide (NOx) emissions reduction technique used in most petrol/gasoline and diesel engines.

EGR works by recirculating a portion of an engine's exhaust gas back to the engine cylinders. In a gasoline engine, this inert exhaust increases the amount of matter in the cylinder, which means the energy of combustion raises the temperature of the matter less, and the combustion generates the same pressure against the piston at a lower temperature. In a diesel engine, the exhaust gas replaces some of the excess oxygen in the pre-combustion mixture.

Because NOx formation progresses much faster at high temperatures, EGR reduces the amount of NOx the combustion generates. NOx forms primarily when a mixture of nitrogen and oxygen is subjected to high temperature.


จาก http://en.wikipedia.org/wiki/EGR

และก็นี่คือผลของ NOx

NOx react with ammonia, moisture, and other compounds to form nitric acid vapor and related particles. Small particles can penetrate deeply into sensitive lung tissue and damage it, causing premature death in extreme cases. Inhalation of such particles may cause or worsen respiratory diseases such as emphysema, bronchitis it may also aggravate existing heart disease.[5]

NOx react with volatile organic compounds in the presence of heat and sunlight to form Ozone. Ozone can cause adverse effects such as damage to lung tissue and reduction in lung function mostly in susceptible populations (children, elderly, asthmatics). Ozone can be transported by wind currents and cause health impacts far from the original sources. The American Lung Association estimates that nearly 50 percent of United States inhabitants live in counties that are not in ozone compliance.[6]

NOx (especially N2O) destroys ozone layer.[7] This layer absorbs ultraviolet light, which is potentially damaging to life on earth. [8]

NOx also readily react with common organic chemicals, and even ozone, to form a wide variety of toxic products: nitroarenes, nitrosamines and also the nitrate radical some of which may cause biological mutations.


จาก http://en.wikipedia.org/wiki/NOx


  ปล. ขอโทษครับที่ไม่ได้แปลให้  เพราะว่าถ้าอ่านเป็นภาษาอังกฤษมันน่าจะเข้าใจกว่าที่ผมแปลน่ะ
บันทึกการเข้า

阿蘇山

youngbear
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 577


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 18:20:59 »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม...............an EGR is a part of emission control and its in ECU detecting
such as whenever your EGR clogged up...........there would be detected and
record that in item of EGR fault code which is suppose to be reset or correct it
properly..........anyhow on this EGR faults record i haven't seen warning light
showing in odo meter or in dashboard at all or you may say it isn't serious priority
for your caring..............but it wouldn't be nice for all of us around our world if
everybody plugged it up or removed thier EGR out!!............so please think twice
before you gonna do it wrong!!!!!

                                                                                 yogibear
บันทึกการเข้า

?????????
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 221


When I photograh, I make love.


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: กันยายน 27, 2009, 18:43:15 »

มีอีกประเด็นที่ คนอุด มักอ้างถึง คือ การอุด EGR ทำให้อายุแคต และ เครื่องยนต์ ยาวนานขึ้น ซึ่งก็เป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทาง ซึ่งก็คงจริงนะ

แต่

นั่นมันเป็นผลทางอ้อมมากๆ สำหรับ คนที่ต้องดมแก๊สพิษจากรถตามถนนทุกวัน หากคนเหล่านี้เลือกได้ เขาคงเลือกไอเสียที่สะอาดขึ้น มากกว่า เครื่องยนต์ที่ทนทานขึ้นอีกนิด นั่นคือ ความสำคัญของผลกระทบมันผิดกัน หากต้องเลือก ทุกคนก็อยากเลี่ยงผลกระทบกับสุขภาพของตัวเอง"โดยตรง"มากกว่า"โดยอ้อม" อยู่ดี

...และ ทั้งหมดนี้ ผมหมายถึงคนที่ใช้ถนนทั่วไป คนแก่ข้ามทางม้าลาย แม่ค้าขายลูกชิ้น เด็กนักเรียนรอรถเมล์ โดยไม่อาจนับรวมคนที่นั่งแช่แอร์อยู่ในห้องโดยสารรถที่อุด EGR ด้วย
บันทึกการเข้า

ยิ้ม Women are like cars: we all want a Ferrari, sometimes want  pickup truck, and end up with a station wagon. ยิ้ม

DT.Arabica Coffee
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 143


?????????? Pim Manager's Ride


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: กันยายน 28, 2009, 00:09:59 »

ประมาณว่าผมไม่สนว่า นักการเมืองมันจะโกง
ขอให้ขายของได้มากขึ้นผมก็ยอมละ

แล้วแต่จะคิดครับ 3-4 ปีมานี้ ตำรวจมันเรียกจะออกใบสั่งยังไงไม่เคยคิดจะจ่ายใต้โต๊ะเลยครับ
บอกให้ พ่อหัวปิงปองออกใบสั่งมาเลย ขอยอมรับผิด(ถึงจะคิดในใจโทษว่าทำไมมิงไม่จับคนอื่นๆที่ทำผิดอีกบ้างวะ)
ถ้า ท่จ่ายค่าปรับอยู่ไกลมาก ก็ ยอมจ่ายผ่านไปรษณีย์ครับ

3000CC DCTi  ควันดำ คอนขับคลานๆมานาน  แล้วมาเยีบบหนัก
หรือตอน เครื่องยังไม่ถึงอุณหภูมิทำงานแต่กดเท้าขวาหนักไปแล้ว
บันทึกการเข้า

Everyday '97 AL50 Soluna GLi 3Auto +LPG
and '05 VIGO D-Cab 3.0G.at.2WD

Routine Service/Claim/Annual Tax
'04 Camry 2.4Q
'97 Volvo V40 2.0

DENTE
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 379

ชายใจสะออน


ดูรายละเอียด
« ตอบ #25 เมื่อ: กันยายน 28, 2009, 11:55:16 »

รักตัวเองครับ....

แต่น้อยกว่ารักชาติและรักษ์โลกครับ   ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

ตังมีไม่มาก  แต่อยากขับรถดีดี

i-din
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 455



ดูรายละเอียด
« ตอบ #26 เมื่อ: กันยายน 29, 2009, 12:29:20 »

ในเครื่องยนต์ดีเซลมีเครื่องกรองไอเสียเช่นเดียวกับเครื่องยนต์เบนซิน แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อลด NOx เป็นหลัก เนื่องจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ดีเซลปกติจะอยุ่ในสภาวะ lean มลพิษ พวก CO น้อยอยู่แล้ว ตัว catalyst ที่เป็น platinum base จะใช้ในการลด HC (และ CO ไปพร้อมๆ กัน) แต่จะดักจับ soot ได้เล็กน้อย แต่ก่อนจะพิจารณาถึงเครื่องกรองไอเสีย ค่า S จะต้องน้อยกว่า 0.05% เพื่อป้องกันการรวมตัวกับน้ำกลายเป็นกรดซัลฟูริก (H2SO4) และเกิด sulphate deposite ที่สามารถ block ตัวเครื่องกรองไอเสียได้ แต่ผลพลอยได้จากเครื่องกรองไอเสียชนิดนี้ คือสามารถลดกลิ่นเหม็นจากควันได้ด้วย
ส่วน PM นั้นจะมีเครื่องดัก (Trap) โดยต้องมีอุณหภูมิประมาณ 550 - 600C เพื่อให้ soot ได้ทำปฏิกริยากับ O2
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: