ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ตุลาคม 26, 2014, 05:48:56
  • หน้าแรก
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก


หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอความเห็นเรื่อง W124 ยังน่าใช้ไหมครับ  (อ่าน 5861 ครั้ง)
Plakapong
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 09:24:59 »

ส่วนมากเข้ามาอ่าน นานๆจะโพสท์ที ขออนุญาตขอความเห็นทุกท่านดังนี้นะครับ

230E W124 เกียร์ธรรมดา ปี 1993 สภาพค่อนข้างดี สีเดิม เจ้าของรักษาดี จอดในร่มคลุมผ้าตลอด ภายในสะอาด ไม่มี function อะไรเสีย ราคา 3.5 แสน
ยังน่าใช้อยู่หรือเปล่าครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้ทางช่างมากนัก แต่ก็พอดูแลเบื้องต้นได้ เช่น เติมหม้อน้ำ เช็คน้ำมันเครื่อง สังเกตความผิดปกติต่างๆ
เป็นห่วงเรื่องการซ่อมบำรุง กับเรื่องอัตราสิ้นเปลื้องน้ำมันครับ ว่าจะพอรับได้ไหม
(ลองอ่านบทความของพี่แพนแล้วครับ ได้ข้อมูลระดับหนึ่ง อยากขอความเห็นเพิ่มเติมครับ)

เงื่อนไข
- ปกติเป็นคนขับรถไม่เร็วครับ (60-90 กม./ชม.ถนนโล่งก็ไม่เกิน 110) อยู่ต่างจังหวัด ใช้รถในมหาวิทยาลัยเป็นหลัก (เป็นอาจารย์) ไม่ค่อยได้ไปไหนไกลๆ กลับบ้านเดือนละ 1-2 ครั้ง ไปกลับ 160 กม. ครับ ไปเที่ยวนานๆทีก็ 200-300 กม. ไกลกว่านั้นไม่เอารถไปครับ
- คันเก่าใช้ March V CVT ครับ ขายไปด้วยติดปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงนั้นนิดหน่อย แต่ตอนนี้โอเคแล้วครับ รอบนี้ตั้งงบไว้ที่ 4 แสน
- อีกคันที่เข้ามาเป็นตัวเลือก คือ altis 1.6E เกียร์ออโต้ ปี 2001 ราคา 3.5 แสน เท่ากันครับ
- หรือไม่ควรเล่นมือสอง กลับไปใช้ eco car เหมือนเดิม เปลี่ยนเป็นรุ่นล่าง (ราคาพอๆกัน) ดีครับ ได้รถเล็กเหมือนเดิม แต่ดูแลง่ายกว่า หรือมีรถอะไรควรเลือกเพิ่มเติมครับ ไม่ fix idea ครับ แต่ทุกคันจะไม่ติดแก๊สครับ

โจทย์ยาวหน่อย ขอบคุณมากนะครับ
บันทึกการเข้า

เธียร
Jr. Member
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 57



ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 09:42:28 »

ไม่น่าใช้เป็นรถคันหลักครับ
เพราะว่าสภาพดียังไง ชิ้นส่วนต่างๆก็เริ่มหมดอายุไปหมดแล้ว
ต้องซ่อมแน่นอน

แต่ถ้าเป็นคันที่2ขึ้นไป ก็ไม่มีปัญหาครับ
รุ่นนี้จุกจิกน้อยแล้ว แต่ถ้าได้โค๊ดc ก็จะดีกว่า
1.เครืองรุ่นไหม่ หัวฉีดไฟฟ้า ประหยัดขึ้น
2.ตัวถังใหม่กว่าสนิมน้อยกว่า
3.สวยกว่าเล็กน้อย

กินน้ำมันอยู่ ประมาณ 8 โลลิตร นอกเมือง 230e
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2012, 09:57:10 โดย เธียร » บันทึกการเข้า

Plakapong
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 09:57:24 »

ขอบคุณมากครับ คันนี้น่าจะเป็น code B ครับ ใจก็กลัวๆ ไม่กล้าเล่นมือสองอยู่ครับ สงสัยอาจต้องมองไปทาง eco car ป้ายแดงเหมือนเดิม ยิ้ม
บันทึกการเข้า

YenChar
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3902


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 10:23:52 »

ถ้าขับไม่เร็ว เอา Ecocar ดีกว่านะครับ
สบายใจไป 3-4 ปี จ่ายหนักหน่อยคือพวกค่าประกัน (ใช้ชั้น3 หรือชั้น1 ระบุผู้ขับก็ได้ครับ)
ผมกลัวว่าถ้าเอา w124 มาแล้วจะมีค่าใช้จ่ายแอบแฝงเพิ่มนะครับ
บันทึกการเข้า

YIM
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4969


ไม่น่ารัก เราไม่มอง!!


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 11:17:37 »

ผมว่ามันเก่าไปแล้วอ่ะครับ ที่จะเอาใช้งานเป็นรถหลัก ถ้าอยากได้รถที่พึ่งพาทางไกลได้ ทำไมไม่ลองกัดฟันไป B-Segment อย่าง City หรือ Fiesta เลยละครับ?
บันทึกการเข้า

JDM เท่านั้น จะครองโลก!

0%
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 701



ดูรายละเอียด
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 12:07:54 »

คันที่ทำซ่อมเก็บมาหมดแล้ว ราคาก็สูง

เหลือราคาต่ำๆไว้ เอาไว้เก็บและซ่อมเอง ซึ่งหมายถึง เวลาที่จะต้องไปนั่งดูแล เข้าออกอู่อีก
บันทึกการเข้า

Plakapong
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 13:46:54 »

ขอบคุณครับผม ทุกท่านลงความเห็นว่าไม่ควรเอารถเก่า ยิ้ม
ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมไม่เลื่อนไปเป็น B-segment นั้น ผมเองมองว่า eco car ที่ตัวใหญ่ๆหน่อยอย่าง march, almera หรือ swift ก็พอได้ครับ (ตอนใช้มาร์ชวิ่งทางไกลก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งอยู่ครับ) เพราะขับไม่เร็วด้วยมั้งครับ
ช่วงที่แล้วใช้เงินไปหลายอย่าง ตอนนี้ก็เลยอยากประหยัดงบด้วยอ่ะครับ คงเอามาใช้แก้ขัดไปก่อน รอให้คล่องกว่านี้หน่อยเดี๋ยวค่อยเลื่อนขึ้นครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

Appenzell Swiss
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 326



ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 14:25:25 »

สภาพกับอายุมันยังใช้ได้อยู่นะครับ เพียงแต่ว่าควรมีอู่ที่ไว้ใจได้  ต้องดูแลมากกว่ารถป้ายแดง แค่นั้นเอง

แต่รถอายุเท่านี้ ราคาควรถูกกว่านี้ เพราะต้องบวกค่าซ่อมเผื่อไว้อีก ปัญหาคือมันเป็นเบนซ์รุ่นยอดนิยม

คนเราชอบไม่เหมือนกัน ถ้าถูกใจจริงๆนะ ก็น่าซื้อไว้ใช้ครับ  ยิ้ม
บันทึกการเข้า

สภษ.(Proverb)14:15 คนเขลาเชื่อถือวาจาทุกอย่าง แต่คนหยั่งรู้มองดูว่าเขากำลังไปทางไหน

Louhzer
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 14:28:57 »

ก่อนหน้านี้ ผมใ้ช้ W124 อยุ่ครับ ตัว 230e ก็มีปัญหาเหมือนทั่วไปครับ คันเร่งกระตุก ระบบแอร์ พวงมาลัย ระบบไฟฟ้า ซ่อมที ก็จุกครับ (ซ่อมอู่คนรู้จักน่ะครับ ขนาดไม่ใช่ราคาฟันหัวแบะ)

ตอนใช้เข้าใจว่ารถเก่าครับ อะไหล่ๆหลายๆอย่างภายในมันก็ตามสภาพ พอซ่อมอย่างนึงเสร็จ อีกอย่างก็เสีย ก้ต้องตามซ่อมไปเรื่อยๆครับ ถ้ารับได้ ก็โอเคครับ

ตอนนี้ผมถอย City MC มาแทนครับ แฮปปี้มากครับ ประหยัดน้ำมันกว่าเห็นๆ W124 ผมวิ่ง 7-8km/L เครื่องเดิมๆน่ะครับ  


 
บันทึกการเข้า

crucifixzz
Sr. Member
****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 776



ดูรายละเอียด
« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 23, 2012, 22:14:55 »

ต้องซ่อมไปเรื่อยๆอะครับ รถเก่าแล้ว

ปล. ผมมี audi 80 อยู่ ปีนึงก็ซ่อม 2 ครั้ง ปัจจุบันก็ขับอาทิตย์ละครั้งกันแบตเสื่อม ถามว่าอยากขายมั้ย แต่ราคาถูกจนขายไม่ลง
บันทึกการเข้า

Plakapong
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 24, 2012, 12:37:54 »

ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ
คงต้องจอง almera แล้วล่ะครับงานนี้  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

HYDE--
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2477


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 24, 2012, 12:54:38 »

ใช้ Benz อายุเกือบ 20 ปีเป็นรถคันเดียว ผมว่ามันก็ไม่่น่าใว้ใจเท่าไหร่ครับ
ถึงแม้จะเป็นรุ่นยอดนิยมที่ใช้ทน ไม่จุกจิกก็ตามที แถมยังกินน้ำมันจุอีก รวมค่าซ่อมเกรงว่าจะเกินงบที่ตั้งไว้อะครับ

ผมว่า ถ้าไม่ซื้่อ Eco car ป้ายแดง
ก็เอาญี่ปุ่นมือสอง พวก Altis Vios ไรงี้ก็ได้ครับ รถพวกนี้ไม่เก่ามาก แล้วก็ไม่จุกจิกเลยครับ ขับแล้วน่าจะมั่นใจกว่า Eco car
ก็อย่างว่า เอาไว้คล่องตัวกว่านี้ ค่อยขยัีบขยายครับ
บันทึกการเข้า

bytebird
Full Member
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 245


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 24, 2012, 15:28:33 »

W124 นาทีนี้ถ้าจะเล่นจริงๆ ควรจะมีอู่ที่เชื่อใจได้ หรือรู้จักกันไว้ครับ เพราะรถเก่ามากแล้ว อะไหล่ต่างๆ ได้ทยอยเปลี่ยนเรื่อยๆ แน่นอน แล้วก็แนะนำว่าต้องเป็น Code C เท่านั้นครับ จะได้เครื่องใหม่ option จัดเต็มหน่อย

คันเก่าของพ่อผม E280 ปลายปี 94 Full option แอร์แยกซ้ายขวา ม่านไฟฟ้าหลัง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมเมมโมรี่2จุด แอร์แบ็คคู่หน้า
ตีนต้นอืดหน่อยถ้าแต่ถนนลื่นๆ กระแทกคันเร่งออกตัวไม่ได้น่ะครับ ล้อฟรีเลย แต่พอออกตัวได้แล้วก็สบายครับ ท้ารบได้ทุกเมื่อ แต่ซดน้ำมันเอาเรื่อง ถ้าคิดจะใช้ทุกวัน แล้วไม่ติดแก๊ส ผมไม่แนะนำอย่างยิ่ง ค่าน้ำมันมีจุกครับ

นิดนึงครับ เห็นบอกไม่ขับเร็ว เลยสงสัยว่าทำไมถึงอยากได้ W124 เพราะรถเก่ามากแล้ว มีสนิม มีผุแน่นอน คันเก่าพ่อผม ยังเคยหลังคาผุน้ำฝนรั่วเข้ามาเลยขนาดรถวิ่งน้อยแถมรักษาสุดๆ รักยิ่งกว่าลูก ใช้ 12 ปี วิ่งไป 180,000 โล

ผมว่าเอา Eco car ป้ายแดงดีกว่าครับ 3 ปีไม่ต้องกลัวเรื่องอะไหล่ ประหยัดน้ำมันกว่าเยอะมากกกกกกกกกกกก
บันทึกการเข้า

redsun
Hero Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1978


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 24, 2012, 16:40:18 »

ขับทั่วไปใช้ ECO สบายใจกว่ามากเลยครับ
สบายใจรถป้ายแดง ได้รับประกัน ประหยัดน้ำมัน และได้คืนภาษีอย่างเยอะครับ
บันทึกการเข้า

fndsmn
Newbie
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 25, 2012, 14:23:34 »

ความเห็นคล้ายท่านอื่น

ถ้าเป็นรถคันเดียว รถค่อนข้างเก่า มันเสี่ยง ใช้ ๆ ได้สองวัน อาจต้องนอนอู่สามวัน

อย่างผม ใช้ b-segment เกือบทุกวัน ส่วนรถยุโรป (ที่ขับสบายกว่า) นาน ๆ ขับที หรือไม่ก็เสาร์-อาทิตย์ หรือไม่ก็ทางไกล ๆ เพราะขับสบายกว่ากันมาก
บันทึกการเข้า

popdemonic
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 25, 2012, 15:20:26 »

W124 เป็นรถที่ทน อึดครับ ถ้าเค้าดูแลมาดี และตัวจขกท มีความรู้เรื่องรถบ้าง ผมว่าไม่เลวครับ

คือW124 นานทีจะเอาอะไรหละครับ อะไหล่ แท้ เทียบ เทียม มือสอง แหล่งข้อมูลก็เยอะ

ช่างรู้จักกันเกือบหมดแหละครับ แต่ต้องทำใจว่ามันต้องมีเสียบ้าง แต่ที่บ้านผมเองใช้W124

มาเนี่ย ถ้าบอกไปจะเชื่อมั้ยว่าปีนึงๆ เป็นรถที่เข้าอู่น้อยมากๆ ส่วนใหญ่90% คือเปลี่ยน้ำมันเครื่อง

ผ้าเบรค อะไรพวกนี้อย่างเดียวครับ และแนะนำอีกนิดขยับไปเล่น220 280 พวกเครื่องพวกนี้มันหัวฉีดไฟฟ้า

แล้วมันแทบจะไม่มีอะไรจะต้องดูแลเลยครับ เรื่องช่วงล่างก็ทน ต่อให้ช่วงล่างหลวม รถก็ยังขับได้ดีมั่นคง

เสียช่วงล่างก็ไม่ดังอะไรมากมายครับ  ส่วนตัวผมเชียร์124 มากกว่าEco car นะ เดินทางแช่110 ตาม จขกท

นี่สบายครับ ไม่เครียดเลย เรื่องผุ ของผมรถCBU เจอผุนิดเดียวถ้าเทียบอายุ ชายประตูรถผมยังไม่มีผุเลยครับ

ส่วนคันอื่นผุกันเพียบ ติดแก๊สวิ่งประหยัดดีครับ เป็นรถยุโรปที่สมควรมีอยู่ในบ้านจริงๆครับ ผมใช้รถคันนี้

ไม่บ่อยมาก แต่ทุกอาทิตย์ต้องมีขับคันนี้ซักครั้ง เมื่อคืนลองวิ่งยาวๆแตะไปเรื่อยยังได้190km/h แก๊สระบบดูดนะครับ

คอมแอร์ใช้มา3แสนโล ยังไม่เคยเปลี่ยนแอร์ยังเย็นเจี๊ยบ W204ในบ้าน ยังสู้ไม่ได้เลยครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

Plakapong
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #16 เมื่อ: กันยายน 26, 2012, 14:15:54 »

ที่มีพวกรถมือสองอย่าง w124, altis เข้ามาอยู่ใน list คงเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ด้วยส่วนหนึ่งครับ (แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักครับ) คือ ในราคา eco car ก็จะได้รถที่คันใหญ่ขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยการดูแลและค่าน้ำมันที่ควบคุมยากกว่ารถใหม่ ส่วนเรื่องความมั่นในใจการขับขี่เป็นเรื่องที่ตามมาครับ
พอดีว่าเห็นเขาประกาศขายทั้ง benz และ altis อยู่แถวนี้น่ะครับ เลยนึกสนใจอยากลองเล่นขึ้นมา (ใจจริงตั้งใจจะจอง eco car เหมือนคันเก่าตั้งแต่แล้วน่ะครับ โดย downgrade เป็น MT)

แต่ถ้าคิดในแง่ที่ว่ามันเป็นสีสันของชีวิต การเล่นรถเก่าก็อาจจะทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง แต่ก็เสี่ยงเหมือนกัน รถใหม่ก็สบายใจดี ขอบคุณมากๆนะครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
พิมพ์
กระโดดไป: