กระแสรถยนต์ขับเคลื่อนกำลังมาแรงและผู้ผลิตรถยนต์หลายรายล้วนแล้วแต่ส่งรถยนต์อัตโนมัติไปวิ่งทดสอบใน
สนามปิดบ้าง ออกถนนจริงบ้าง หรือแม้กระทังในสนามแข่งซึ่ง Audi เลือกที่จะใช้ตัวเลือกสุดท้ายในการพัฒนา
เทคโนโลยีอัตโนมัติซึ่งไม่ได้วิ่งด้วยความเร็วเอื่อยเฉื่อยแต่สามารถสร้างสถิติเวลาต่อรอบเร็วกว่าคนจริงๆขับซะอีก

Audi-A7-Autonomous-Piloted-Drive-front-three-quarters-in-motion-02

Thomas Muller หัวหน้าฝ่ายพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Audi กล่าวว่าความท้าทายในสนามแข่งนั้นจะทำให้เรา
สามารถนำขีดจำกัดของเทคโนโลยี auto pilot มาใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบซึ่งสิ่งที่ได้เราได้จากการพัฒนาครั้งนี้ไม่ได้นำไป
ใช้ใน auto pilot เท่านั้นแต่จะนำมาใช้ในระบบเบรกอัตโนมัติของและ adaptive cruise control ใน A4 และ A8 รุ่นถัดไป

สำหรับรถยนต์ทดสอบนั้นเป็น Audi RS7 ที่มีอยู่ 3 คันด้วยกันซึ่งทุกคันมีชื่อเล่นหมดและสร้างสถิติที่แตกต่างกัน โดยที่
คันแรก Bobby สามารถวิ่งรอบสนาม Hockenheimring ด้วยความเร็วสูงถึง 238.56 กิโลเมตร/ ชั่วโมง คันต่อมามีชื่อว่า
Jack วิ่งทดสอบบนถนนจริงจาก Silicon Valley ไป Las Vegas ในประเทศสหรัฐซึ่งกินระยะทางกว่า 894 กิโลเมตรและ
ยังเคยใช้ความเร็ว 130 กิโลเมตร/ ชั่วโมงบน Autobahns ในประเทศเยอรมันและฝ่ารถติดในเซี่ยงไห้ของประเทศจีนมาแล้ว

Audi-A7-Autonomous-Piloted-Drive-grille-02

ส่วนคันสุดท้ายคือ Robby เจ้าของสถิติวิ่งรอบสนาม FAST Parcmotor ด้วยเวลา 2:07.67 นาทีซึ่งสนามนี้ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ
Barcelona ของประเทศสเปนและมีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตรและยังเคยสร้างสถิติรอบสนาม California Sonoma
Raceway ในประเทศสหรัฐความยาว 4 กิโลเมตรด้วยเวลาต่อรอบ 2:01.01 นาทีซึ่งเร็วกว่านักแข่งบางคนเสียด้วยซ้ำ

RS7 ทุกคันใช้เครื่องยนต์เดิม V8 4.0 ลิตร TFSI เทอร์โบตัวเดิมให้กำลังสูงสุด 568 แรงม้า (PS) ที่ 5,700-6,600 รอบ/นาที
และแรงบิดสูงสุด 71.33 กก-ม. (700 นิวตันเมตร) ที่ 1,750-5,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะให้อัตราเร่ง
0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายใน 3.7 วินาทีส่วนความเร็วสูงสุดนั้นไปได้ถึง 305 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายหลังปลดล็อค
ยกเว้นนาย Robby ที่มีน้ำหนักเบากว่ารถเดิมๆอยู่เกือบ 400 กิโลกรัม

Audi-A7-Autonomous-Piloted-Drive-rear-three-quarters

ใครที่คิดว่ารถยนต์อัตโนมัติทุกคันจะอ้อยอิ่งจนโดนตำรวจจับเหมือน Google Cars นั้นจะกลับใจตอนนี้ถือว่ายังไม่สายนะ
ไม่แน่ว่าการเปิดโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติระหว่างที่อยู่ในสนามแข่งอาจจะให้ประสบการณ์ตื่นเต้นเร้าใจเหมือน Ring Taxi ก็ได้

 

ที่มา : motortrend