ย้อนกลับไปเมื่อ 23 มีนาคม ปี 2011 หรือเกือบ 7 ปีที่แล้ว Ford ได้เผยโฉมกระบะ All NEW Ranger เป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย กับตัวถัง Open Cab แค็บเปิดได้ และ นำตัวถัง Double Cab 4 ประตู มาอวดโฉมครั้งแรกในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่งาน Motor Show 2011

เหตุผลที่บรรดาค่ายรถยนต์ต้องมาเปิดตัวรถกระบะ Compact Pick-up (รถกระบะที่ขายในบ้านเรา) ก็เพราะประเทศไทยเป็นตลาดหลักของรถกระบะ ยอดขายสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าหากมาดูเฉพาะกลุ่ม Compact Pick-up ไทยก็จะมียอดขายเป็นอันดับ 1 ของโลกในกลุ่มนี้ (อ้างอิงจากรายงานของ JATO ปี 2017) ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไม รถกระบะรุ่นต่างๆจึงมักมาเปิดตัวที่ไทย เป็นที่แรกของโลก (World Premiere)

และ 7 กุมภาพันธ์ 2018 ก็จะเป็นอีกครั้งที่ Ford จะมาเปิดตัว Ranger RAPTOR เป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย แต่กว่าจะเริ่มผลิตขายจริง และ ส่งมอบให้ลูกค้าได้คงมีช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

Ford Ranger Raptor จะถูกสร้างขึ้นบนพื้นตัวถัง T6 (แน่นอนครับ ว่า Ranger RAPTOR ไม่ใช่ F-150 RAPTOR อย่างที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนไป) โดย Ranger RAPTOR จะสร้าง Segment ใหม่ เฉพาะของตนเอง ด้วยการเป็นกระบะ Off-Road ที่เหนือกว่ากระบะทั่วไปในตลาด

ความเปลี่ยนแปลงของ Ranger RAPTOR จะไม่ใช่แค่การตกแต่งภายนอก ให้เป็นรุ่นพิเศษเท่านั้น แต่จะเป็นการอัพเกรดทั้งดีไซน์ และ สมรรถนะให้มีความแข็งแกร่งกว่าเดิม โดย ” FORD PERFORMANCE ” หากจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกับ BMW M Power, Mercedes-AMG, NISMO ของ Nissan และ ล่าสุด GR (Gazoo) ของ Toyota นั่นเอง

เบื้องต้น Ford Ranger RAPTOR จะมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

  • เครื่องยนต์ดีเซล ใหม่ 2.0 EcoBlue เทอร์โบเดี่ยว – เทอร์โบคู่
  • เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ลูกใหม่
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ปรับปรุงใหม่ ที่รองรับการลุยมากกว่าเดิม
  • ช่วงล่างถูกปรับปรุงใหม่ รองรับการลุย Off-Road
  • ความกว้างช่วงล้อ หน้า – หลัง ถูกขยายระยะเพิ่ม
  • ตัวถังเพิ่มมัดกล้าม เพื่อรองรับความกว้างช่วงล้อที่เพิ่มขึ้น
  • ด้านหน้าดีไซน์ใหม่ คาดว่าน่าจะอิงงานออกแบบจากรุ่นพี่ F-150 RAPTOR มาบางส่วน
  • ด้านท้ายแม้จะคล้ายเดิม แต่จะมีการปรับดีไซน์ไฟท้าย และ ตัวถังด้านข้างของกระบะท้าย ให้มีมัดกล้ามมากขึ้น

โหมดการขับขี่ของ Ranger RAPTOR จะมีให้เลือก 6 แบบ เหมือนรุ่นพี่ F-150 RAPTOR ดังนี้

  • Normal
  • Sport
  • Weather
  • Mud / Sand (4WD only)
  • Baja (4WD only)
  • Rock / Gravel (4WD Low only)

นอกจาก Teaser ชุดที่ 2 จะเห็นโหมดการขับขี่ทั้ง 6 รูปแบบแล้ว ยังเห็นมาตรวัดรอบ ซึ่งเป็นที่ยืนยันแน่ชัดว่า Ford Ranger RAPTOR จะมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล เพราะ Redline อยู่ที่ประมาณ 4,500 รอบ/นาที

นอกจากนี้ยังเห็นรายละเอียดบางส่วนของชุดมาตรวัด ที่ต่างจาก Ford Ranger Wildtrak ที่ชุดมาตรวัดรอบเป็นแบบดิจิตอล แต่ใน Ranger RAPTOR มาตรวัดรอบจะเป็นแบบเข็มอนาล็อกปกติ พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ และ ระบบตัวรถ แบบสี TFT คล้ายกับของรุ่นพี่ F-150 RAPTOR

Engine เครื่องยนต์

Ford Ranger RAPTOR ” คาดว่า ” น่าจะติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ EcoBlue (หรือเรียกกันว่า Panther) โดยจะแบ่งเป็น 2 ระดับความแรง

2.0 EcoBlue 190 แรงม้า

เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 84.01 x 90.03 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 พละกำลังสูงสุด คาดว่าพละกำลังน่าจะอยู่ราวๆ 190 แรงม้า

2.0 EcoBlue 215 แรงม้า

ครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี. พ่วงเทอร์โบคู่ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 84.01 x 90.03 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.5 : 1 พละกำลังสูงสุด คาดว่าพละกำลังน่าจะอยู่ราวๆ 215 แรงม้า

โดยทั้ง 2 ระดับความแรง อาจจะจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ลูกใหม่

ส่วน Ford Ranger รุ่นปกติ ทั้ง XL, XLS, XLT, FX4, Wildtrak ยังคงใช้เครื่องยนต์เดิม Duratorq TDCi (หรือเรียกกันว่า Puma) โดยมี 2 ความจุ

2.2 Duratorq 125 – 160 แรงม้า

เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว Duratorq TDCi ขนาด 2.2 ลิตร 2,198 ซีซี พร้อมเทอร์โบแปรผัน แบบมีครีบ VG Turbo พร้อมIntercooler 125 – 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิด 320 – 385 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ / เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

3.2 Duratorq 200 แรงม้า

เครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบแถวเรียง 20 วาล์ว Duratorq TDCi ขนาด 3.2 ลิตร 3,198 ซีซี พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบมีครีบ VG Turbo พร้อมIntercooler ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ / เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

เห็นรายละเอียดเบื้องต้นของ Ford Ranger RAPTOR กันคร่าวๆแล้ว หลายท่านคงสงสัยว่า ราคาจะมาในระดับไหน ? คาดว่า Ranger RAPTOR จะวางตำแหน่งทางการตลาดไว้เป็นรุ่นย่อย Top of the line สูงกว่า Wildtrak ดังนั้น ราคาของ Ranger RAPTOR คงไม่น่าจะต่ำกว่า Ranger 3.2 Wildtrak 4×4 ที่ตอนนี้ราคาอยู่ที่ 1,199,000 บาท อย่างแน่นอน ดังนั้นใครที่สนใจ คงต้องมีงบสูงกว่า 1.2 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย

มีการคาดการณ์ราคาที่ออสเตรเลียว่า Ranger RAPTOR ราคาประมาณ 2,000,000 บาท (AUD 81,000) เมื่อเทียบกับราคา Ranger Wildtrak Top ที่ออสเตรเลียคือ 1,750,000 บาท ลบหาส่วนต่าง ประมาณ 2.5 แสน มาบวกจากราคา Ranger Wildtrak ในไทย 1,200,000 + 250,000 บาท คาดว่า Ranger RAPTOR ในไทยราคาจะอยู่ประมาณ 1,500,000 บาท บวกลบ (ขึ้นอยู่กับว่า Ford Ranger RAPTOR เวอร์ชั่นไทย จะใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบแหนบ หรือ คอยล์สปริง เพราะมีผลกระทบต่ออัตราภาษีสรรพสามิต)

รายละเอียดอย่างเป็นทางการของ Ford Ranger RAPTOR ติดตามได้ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์นี้ ครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ระหว่างนี้หากมีรายละเอียดเพิ่มเติม Headlightmag.com จะรีบมารายงานให้ทราบกันครับ


แสดงความคิดเห็นได้ที่นี่ >> community.headlightmag.com/62978.0


Ranger Raptor – Initiate Baja Mode

Strap yourself in, there’s something wild inside this beast. Initiate Baja Mode. #RangerRaptor Find out more 👉 ford.to/2k2gJms

โพสต์โดย Ford Australia บน 7 ธันวาคม 2017

เผยโฉม ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์

เรนเจอร์ แร็พเตอร์ กระบะสุดโหดตัวจริงจะมาเผยโฉมเป็นครั้งแรกในโลกที่เมืองไทย 7 กุมภาพันธ์นี้ เตรียมพบกันในอีกไม่กี่อึดใจ! ดูรายละเอียด https://www.ford.co.th/trucks/ranger/raptor/ #RangerRaptor

โพสต์โดย ฟอร์ด ประเทศไทย – Ford Thailand บน 31 มกราคม 2018