ในที่สุด Aston Martin RB-001 Hybrid ซึ่งเป็น Hypercar ที่เราเคยรายงานไปก่อนหน้านี้
ได้เปิดตัวแล้วในงาน Geneva Motor Show ที่ผ่านมา พร้อมกับชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า
Aston Martin Valkyrie โดยชื่อรุ่นของรถยนต์คันนี้ เป็นชื่อของเทพแห่งสแกนดิเนเวีย ทั้ง
ยังขึ้นต้นด้วยตัว V ซึ่งเป็นรหัสที่ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้ใช้เป็นชื่อเรียกผลิตภัณฑ์ตนมาตั้งแต่ปี
1951

Aston-Martin-AM-RB-001-Hypercar-front-three-quarter-03
Aston-Martin-AM-RB-001-Hypercar-rear-three-quarter-e1467733199720

มาเริ่มต้นในเรื่องของรหัส V ก่อน ซึ่ง Aston Martin นำมาใช้เป็นครั้งแรกกับรุ่น DB2 ในชื่อ
Vantage ที่มีแรงม้ามากกว่ารุ่นปกติอยู่ 20 แรงม้า และมีโลโก้ประจำรุ่นเป็นครั้งแรกบนตัวถัง
ของรุ่น DB5 ต่อมาในปี 2005 รหัส Vantage ที่เคยเป็นชื่อรุ่นที่มีสมรรถนะสูงกว่า ได้กลาย
เป็นรุ่นย่อยของผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่น ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่รหัส V รุ่นเดียวที่ Aston Martin มีเพราะ
ยังมีรุ่น Virage และ Vanquish อีกด้วย

Aston-Martin-AM-RB-001-Hypercar-side

ส่วนชื่อรุ่นของ Aston Martin Valkyrie นั้นเป็นเทพเจ้าเพศหญิง ที่ชี้เป็นชี้ตายว่าใครจะมี
ชีวิตรอดในสนามรบ โดยที่ Marek Reichman ตำแหน่ง Chief Creative Officer ระบุว่า
การตั้งชื่อรถยนต์ของ Aston Martin มีความหมายลึกซึ้ง และการนำชื่อเทพเจ้ามาตั้งชื่อ
ย่อมสื่อถึงพละกำลัง และเกียรติยศ ที่มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้สัมผัส

Aston Martin Valkyrie พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือของ Red Bull Advanced Technologies
และ AF Racing โดยมีโครงสร้างตัวถังแบบ Monocoque ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์โดย
Multimatic ซึ่งเป็นผู้สร้าง Ford GT และไม่มีเหล็กเจือปนทั้งสิ้น น้ำหนักตัวถังจึงต่ำกว่า
1,000 กิโลกรัม ส่วนล้อทำจากวัสดุแมกนีเซียม น็อตล็อคกลาง ขนาด 20 นิ้วในด้านหน้า
และ 21 ในด้านหลัง ยางเป็น Michelin Pilot Sport Cup 2

Aston-Martin-AM-RB-001-Hypercar-exterior-details

ส่วนขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V12 6.5 ลิตร พัฒนาโดย Cosworth พร้อมระบบไฟฟ้า
Electric Boost จาก Rimac คาดว่าจะให้กำลัง สูงสุดไม่ต่ำกว่า 1,000 แรงม้า และ
แรงม้าต่อน้ำหนัก น่าจะอยู่ในอัตราส่วน 1 : 1 เลยทีเดียว

สำหรับกำหนดการส่งมอบคาดว่าจะเริ่มต้นภายในปี 2019 สำหรับจำนวนการผลิตของ
Aston Martin Valkyrie จะจำกัดไว้ที่ 175 คันเท่านั้น โดย 25 คันในกลุ่มนี้ จะถูก
สงวนไว้ทำรถแข่งด้วย

และ ที่สำคัญในงาน Motor Show 2017 นี้ เราอาจจะได้เห็นเจ้าคันนี้ข้ามน้ำ ข้ามทะเล
บินมาอวดโฉมในบ้านเราด้วย 29 มีนาคม – 9 เมษายน 2017 นี้

ที่มา : astonmartinmotorauthority