ถ้าหากคุณผู้อ่านติดตามข่าวสารบทความ World’s News ประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน 2011 คุณก็น่าจะรับทราบข่าวเกี่ยวกับการเร่งแผนเปิดตัว Honda Civic เจเนเรชั่นใหม่ล่าสุด Minorchange ก่อนกำหนดเพื่อแก้ไขความเสื่อมศรัทธาในแบรนด์ที่ลดต่ำลงเรื่อย ๆ หลังจากเปิดตัว All New Honda Civic จนได้รับคำติอย่างล้นหลามทั้งสื่อมวลชน, หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่าง Consumer Report และสุดท้ายแม้แต่แฟนพันธุ์แท้ก็ต้องเบือนหน้าหนี

 

ข่าวล่าสุดก็สร้างความตะลึงให้กับวงการรถยนต์อีกครั้งเมื่อสำนักข่าว AP รายงานว่า Honda Civic เจเนเรชั่นที่ 9 จะมีกำหนดเปิดตัวรุ่น Minorchange ก่อนสิ้นปี 2012!!!! เลื่อนจากแผนการเดิมที่จะต้องเปิดตัวภายในปี 2013 (ซึ่งก็เลื่อนจากแผนการณ์เดิมที่จะต้องเปิดตัวในปี 2014 อีกทอดหนึ่ง) หลังจาก Honda Civic เจเนเรชั่นล่าสุดวางจำหน่ายได้เพียง 8 เดือนก็มีกระแสเสียงด้านลบถาโถมไม่หยุดยั้ง โดย American Honda Motor ได้แจ้งข่าวการปรับโฉมของ Honda Civic ไปยังดีลเลอร์ทั่วสหรัฐอเมริกาแล้ว

สาเหตุที่ทำให้ Honda Civic เจเนเรชั่นล่าสุดได้รับเสียงวิจารณ์แง่ลบกระหน่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเช่นนี้เป็นเพราะ Honda Motor จำเป็นต้องลดต้นทุนการพัฒนา Civic โฉมใหม่ลง ผู้บริหารและทีมงานเชื่อว่าลูกค้าต้องการรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้นและราคาไม่แพงไปกว่าเดิมจึงกำหนดทิศทางการพัฒนาใหม่ด้วยการลดขนาดตัวถังลงเพื่อลดน้ำหนักตัวลงเล็กน้อยซึ่งช่วยทำให้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น

Consumer Report ถึงกับผิดหวังอย่างมากเมื่อได้ทดลองขับ Honda Civic โฉมใหม่จนทีมงานไม่อาจยกตำแหน่งรถที่น่าซื้อ “Recommended Buy” ให้เหมือนกับเจเนเรชั่นก่อนอีกต่อไป Mr. David Champion หัวหน้าอาวุโสแผนกทดสอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์แห่ง Consumer Report เผยสาเหตุว่า Honda Civic โฉมใหม่ไม่ได้เป็นรถที่ประเสริฐเหมือนกับเจเนเรชั่นก่อน Honda Civic จะต้องเป็นรถที่มีการขับขี่สปอร์ต, คุณภาพภายในสูง, ไม่มีเสียงรบกวนและการเบรคอันยอดเยี่ยม และแน่นอนว่า Honda Civic โฉมใหม่ไม่มีสิ่งดี ๆ จากรุ่นก่อนเหลืออยู่เลย

Mr. Tetsuo Iwamura ผู้บริหาร American Honda Motor กล่าวว่า Honda จะปรับปรุง Civic ใหม่ด้านความสามารถในการขับขี่ และ Mr. John Mendel รองประธานกิตติมศักดิ์ก็เผยคร่าว ๆ ว่า Honda ยังต้องปรับปรุงอะไรบางอย่างเพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

ในอดีตตลาดรถยนต์คอมแพคท์สหรัฐอเมริกาถูกครอบครองโดย Toyota Corolla และ Honda Civic เสมอมา แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนผันไปคู่แข่งที่ไม่เคยอยู่ในสายตาในกลุ่มรถคอมแพคท์อย่าง GM, Hyundai และ Ford ต่างพัฒนารถคอมแพคท์ของตนให้มีคุณภาพยอดเยี่ยมน่าประทับใจภายใต้ราคาสมเหตุสมผลก็ทำให้ลูกค้าบางส่วนเริ่มแปรพักตร์จาก Toyota และ Honda บ้าง

จนกระทั่งเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ในญี่ปุ่นวันที่ 11 มีนาคม 2011 ก็ทำให้ค่ายรถญี่ปุ่นแท้อย่าง Toyota และ Honda ไม่สามารถผลิตชิ้นส่วนสำคัญป้อนโรงงานรถยนต์ทั่วโลกส่งผลให้ไม่สามารถประกอบรถยนต์รุ่นยอดนิยมวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาได้ โดยเฉพาะ Honda Civic โฉมใหม่ก็ดันเปิดตัวเดือนเมษายนในช่วงที่ขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญอย่างหนักและประกอบกับกระแสลูกค้าและสื่อมวลชนพากันผิดหวังเมื่อได้สัมผัส Honda Civic โฉมใหม่ก็ยิ่งเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ทำให้ชื่อเสียงของ Honda Civic ไหม้เป็นธุลีในชั่วพริบตา

กาลกลับตาลปัตรเช่นนี้จึงทำให้ค่ายรถรองบ่อนในกลุ่มคอมแพคท์ (ถึงแม้จะมียอดขายโดดเด่นในกลุ่มอื่นหรือมีแบรนด์ที่เข้มแข็งกว่า Toyota, Honda ก็ตาม)ผงาดขึ้นมามีส่วนแบ่งการตลาดแซงหน้าหรือเทียบชั้นเจ้าตลาดในชั่วข้ามคืน ถึงแม้ Toyota และ Honda เริ่มกลับมาผลิตรถยนต์เกือบเต็มกำลังแล้ว แต่ด้วยสภาพตลาดที่มีความเปลี่ยนแปลงกะทันหันเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด เจ้าตลาดรถคอมแพคท์ทั้งสองก็ต้องหากลยุทธ์พิสดารเรียกคะแนนนิยมลูกค้ากลับคืนมาก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนพฤษภาคม –พฤศจิกายน 2011 ในกลุ่มตลาดรถคอมแพคท์สหรัฐอเมริกา เบอร์ 1 คือ Chevrolet Cruze 140,000 คัน  ตามมาด้วย Toyota Corolla 118,000 คัน, Hyundai Elantra 110,000 คันและ Honda Civic โฉมใหม่เกือบ 109,000 คัน

เมื่อเราเจาะลึกดูยอดขายประจำเดือนพฤศจิกายน 2011 ก็พบว่า Honda Civic สามารถทำยอดขายเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถคอมแพคท์ราว 17,000 กว่าคัน น่าจะเป็นเพราะความจงรักภักดีกลุ่มลูกค้า Honda Civic ยังมีสูงมากแม้จะเกิดวิกฤตการณ์มาบั่นทอนชื่อเสียงก็ตาม