เราถามจริง ๆ ว่ายังมีใครที่รู้สึกว่าชื่อ Google ไม่น่าจะมีข่าวในเว็บของเราได้เลยบ้างไหม? เราก็เข้าใจความรู้สึกดีนะ
เพราะชื่อของ Google มันมีชื่อเสียงในด้านวงการ IT และระบบปฏิบัติสมาร์ทโฟนอย่างมาก แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกนะ
ว่าเส้นเชื่อมต่อทางด้านนวัตกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องมีเส้นทางเชื่อมขนานกันในเร็ว ๆ นี้ นั่นจึงทำ
ให้ชื่อของ Google ได้ก้าวเข้ามาในแวดวงยานยนต์อย่างช่วยไม่ได้

วันนี้ Google สร้างความฮือฮาในแก่ Geek ผู้คลั่งไคล้เทคโนโลยีและ Auto Enthusiast (ผู้คลั่งไคล้รถยนต์) เป็นอย่าง
มาก ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะ Google เล่นปล่อยภาพและข้อมูลของรถขับขี่อัตโนมัติเวอร์ชันโปรโตไทป์เป็นครั้งแรกนั่นเอง

2014 05 28 Google

หากใครติดตามข่าวจาก Google ก็น่าจะพอรู้ว่าพวกเขากำลังทุ่มเทในการพัฒนาระบบการขับขี่อัตโนมัติมาอย่างยาวนาน
เพียงแต่มันอาจยังไม่เป็นรูปธรรมมากนักเพราะยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ก็ไม่แปลกใจเท่าไรนักที่ Google จึงปล่อยภาพ
Rendering ของโปรโตไทป์รถขับขี่อัตโนมัติก่อนที่จะส่งรถคันจริงให้เหมาเช่าเพื่อทดสอบในกลุ่มบางองค์กรก่อน

Google มีแผนที่จะปล่อยรถขับขี่อัตโนมัติออกมาให้ทดสอบกันถึง 100 คัน รถทุกคันเป็นรถ 2 ที่นั่งขนาดพอกับ Smart
Fortwo แต่จะ “ไร้พวงมาลัยและแป้นใด ๆ ทั้งสิ้น” ได้ยินแบบนี้แล้ว Shock โลกกันไหม? เพียงแค่ใช้ Google Maps นำ
ทางไปและมีเซนเซอร์เรดาร์และเลเซอร์ในตัวสำหรับการตรวจจับ

มีข่าวในเบื้องต้นแล้วว่า Google จะว่าจ้างผู้ผลิตรถยนต์รายใดรายหนึ่งในแถบดีทรอยต์ให้ผลิตรถขับขี่อัตโนมัติสมบูรณ์
แบบ

Google เปิดเผยว่าพวกเขาจะเริ่มทดสอบรถขับขี่อัตโนมัติในช่วงฤดูร้อน ในช่วงเริ่มแรกก็จะต้องทดสอบกับรถที่มีการ
ควบคุมด้วยตนเองจากภายในบริษัทโดยผู้ขับขี่ที่ต้องขับปลอดภัยจริง ๆ

ความเร็วสูงสุดของรถจาก Google ก็ทำได้แค่เพียง 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั่นเป็นเพราะมันใช้ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า
และเพียงแต่ Google ไม่เปิดเผยว่ารถคันนี้จะถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่หรือนำพื้นฐานของรถรุ่นใดรุ่นหนึ่งมาดัดแปลง

Egil Juliussen นักวิเคราะห์จากสำนักวิเคราะห์ข้อมูลยานยนต์ IHS Automotive ได้ทำนายเอาไว้ว่า รถที่สามารถขับขี่
ได้อัตโนมัติจะกลายเป็นรถที่มีส่วนแบ่งการตลาดใหญ่โตขึ้นภายใน 20 ปีข้างหน้า โดยมียอดขายราว 11.8 ล้านคันภายใน
ปี 2035 และเขายังทำนายว่ารถยนต์ในปี 2050 จะกลายรถขับขี่อัตโนมัติจนหมด

นี่คือจุดเริ่มต้นแห่งอนาคตเท่านั้น แต่กว่าจะเป็นที่รถขับขี่อัตโนมัติจะแพร่หลายคงต้องรอกันอีกนานมาก ๆ

ที่มา : Autonews