ดูเหมือนว่าการผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดในช่วงนี้ อาจยังไม่ใช่จังหวะที่ดีมากนัก เพราะด้วยราคาค่าตัวรถที่ยังไม่ได้สามารถ
กดต่ำลงกว่านี้ได้ ทำให้ผู้บริโภคมองว่าการซื้อรถที่ใช้เครื่องยนต์ธรรมดายังมีความคุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานมากกว่า (ด้วยระยะ
ทางที่แล่นได้ไกลกว่า) ตอนนี้ตลาดรถไฟฟ้าจึงค่อนข้างซบเซา ทำเอาผู้ผลิตรถยนต์ผิดหวังกันไปตามๆกัน เพราะไม่สามารถขายได้
ถึงเป้าที่คาดกันไว้

alt

สำหรับ Ford เอง ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อผลิต Ford Focus Electric และหวังว่าจะสร้างยอดขายได้จำนวน
หนึ่ง เพราะจะใช้ Focus ที่ได้รับความนิยมในสหรัฐอเมริกาเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้คนมาสนใจรถยนต์พลังไฟฟ้าของตน แต่ล่าสุด
การณ์กลับกลายเป็นว่า Focus Electric ไม่สามารถสร้างยอดขายได้ถึงเป้าเลย โดยเมื่อปี 2012 ที่ผ่านมา Ford ทำการผลิต
Focus Electric จำนวน 1,627 คัน แต่กลับขายออกได้เพียง 685 คันเท่านั้น จนในตอนนี้ต้องจัดโปรโมชันส่วนลดสูงถึง
10,750 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 320,000 บาทต่อคันเลยทีเดียว ซึ่งราคาค่าตัวของ Ford Focus Electric ในขณะนี้
อยู่ที่ 39,200 เหรียญสหรัฐฯ สูงกว่า Nissan Leaf เป็นจำนวน 10,400 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 300,000 บาท

ด้าน Wes Sherwood โฆษกของค่าย Ford กล่าวว่า การมอบส่วนลดในครั้งนี้ไม่ได้มาจากความพยายามจำหน่าย Ford Focus
Electric ออกไปให้เร็วที่สุด แต่มาจากการแข่งขันในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าที่เริ่มรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รถยนต์ไฟฟ้าประสบปัญหาฝืดเคืองทางด้านยอดขาย เพราะที่ผ่านมา Mitsubishi i-MiEV/Citroen C-Zero/
Peugeot iOn ก็ต้องยุติบทบาทไปเนื่องจากราคาค่าตัวที่สูงและความจำกัดด้านระยะทางของตัวรถ หรือแม้แต่ Nissan Leaf
เองที่ต้องมีการปรับปรุงในรุ่นปี 2013 หลังไม่สามารถจำหน่ายได้ถึงเป้า จากราคาที่สูงไป และระยะทางวิ่งที่ไม่เพียงพอต่อ
การใช้งานในชีวิตจริงของคนส่วนใหญ่ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ กว่าที่ราคาขายปลีกของรถยนต์ไฟฟ้าจะลดระดับลงมา
และผู้บริโภคส่วนใหญ่ยินยอมที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นรถยนต์คันหลักของพวกเขาครับ