หลังจากที่ Volvo ได้ประกาศการแต่งตั้ง CEO คนใหม่ Jim Rowan เพื่อเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2022 เป็นต้นไป แทนที่ Håkan Samuelsson ผู้ที่ดำรงค์ตำแหน่ง CEO ตั้งแต่ปี 2012 และพา Volvo ให้ค่อยๆเติบโตทางด้านยอดขาย รวมทั้งปรับปรุงจุดบอดสำคัญ เช่น การริเริ่มที่จะเปลี่ยนระบบนำทางของตัวรถไปใช้ Google Maps แทน นอกจากนี้ยังพา Volvo ไปถึงจุดสูงสุดด้วยยอดขายแตะหลัก 7 แสนคันต่อปี ถือเป็นสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติกาล

ในขณะที่ CEO คนใหม่ซึ่งมาจากกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า และหนึ่งในนั้นก็คือ Dyson Group ทำให้เห็นถึงภูมิหลังที่แตกต่างจาก Samuelsson อย่างสิ้นเชิง ซึ่งเคยร่วมงานทั้ง Scania และ MAN 2 ยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถบรรทุก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถอดบทสัมภาษณ์ที่ Rowan ได้ให้ไว้กับสำนักข่าว Bloomberg ก็พบประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

ประเด็นแรกและเป็นประเด็นสำคัญ คือ ความคิดที่จะเปลี่ยนให้ Volvo กลายไปเป็น Tech company หรือบริษัทที่เน้นนวัตกรรม โดยให้เหตุผลว่าสิ่งที่ต้องปรับปรุงไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าหรือ Electrification เพราะนั่นคือส่วนที่ง่ายของบริษัทรถยนต์อย่าง Volvo หากแต่เป็น Software และ ส่วนควบต่างๆ ในเชิงเทคโนโลยี เพื่อหล่อหลอมให้ขับเคลื่อนระบบช่วยเหลือการขับขี่ในอนาคต เช่น Lidar Radar สารพัดกล้อง รวมไปถึงบรรดา Software กองมหึมาที่จะทำให้ทุกสิ่งทำงานได้จริง

เนื่องจากพนักงานของ Volvo ทั้งหมด กว่า 42,000 คน มีพื้นฐานจากอุตสาหรรมยานยนต์เป็นหลัก จึงต้องเพิ่มกำลังคนที่มาจากกลุ่มบริษัทที่ทำธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกรูปแบบ ซึ่งจะคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อจะนำมาปรับใช้กับแนวทางการดำเนินธุรกิจยานยนต์ที่ Volvo ถนัด เพื่อให้เพิ่มขีดจำกัดความสามารถแบบทวีคูณ

(Jim Rowan เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่ง CEO ของ Dyson)

Rowan จึงอยากเน้นให้มีการคิดให้รอบคอบในส่วนการพัฒนาหรือเลือกซื้อ Software ต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยต้องเพิ่มความรู้ความเข้าใจในส่วนนี้ให้มากกว่าปัจจุบัน เพื่อให้รับมือกับคู่ค้าในด้านการเจรจาและบริหารต้นทุน

(Håkan Samuelsson อดีต CEO ของ Volvo)

สิ่งที่ไม่น่าแปลกใจ คือ แนวคิดของ Rowan ซึ่งคล้ายคลึงกับ CEO บริษัทรถยนต์อีกหลายค่ายในปัจจุบัน ว่า “บริษัทรถยนต์ในปัจจุบัน อีกไม่ช้าก็เร็วจะกลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีติดล้อ”

แต่นั่นก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องเสมอไป เนื่องจากเทคโนโลยีที่ล้ำเลิศและฉลาดมากเพียงใด ก็ไม่สามารถตอบโจทย์บริษัทรถยนต์ได้ครอบคลุมซะทีเดียว

ถึงแม้ Rowan จะย้ำว่าหลายสิ่งที่เราใช้งานบน Smartphone ในทุกวันนี้ จะถูกนำไปติดตั้งลงในรถยนต์ทุกคันในอนาคต แต่ก็ไม่สามารถเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า บริษัทรถยนต์ต้องผันตัวไปเป็น Tech company อย่างเต็มตัว เพราะหากมีการวางแผนผิดพลาด ผลกระทบอาจจะใหญ่หลวงกว่าบริษัท Tech company ทั่วไป

สิ่งสำคัญที่ Volvo เป็นมาโดยตลอด 5 ปีนี้ คือการเติบโตอย่างมั่นคงและค่อยเป็นค่อยไป และยังคงยึดมั่นกับการพัฒนารถยนต์ให้ตอบโจทย์ลูกค้า รวมไปถึงแสดงความรับผิดชอบหากเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนการวิจัยเพื่อนำไปใช้กับรถยนต์เวอร์ชั่นผลิตจริงอาจสร้างปัญหาหรือความผิดพลาด ด้วยการสั่งหยุดการดำเนินงานในส่วนนั้น ทางแหล่งข่าวยังคงหวังว่า แนวทางเหล่านี้จะไม่เปลี่ยนไป เพราะนั่นคือจุดยืนสำคัญของ Volvo ท่ามกลางคู่แข่งที่มีพลังมากกว่าอย่าง Mercedes และ BMW

————————///————————

ที่มา: Jalopnik