ค่ายรถ BYD จากแดนมังกรโชว์ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยการรายงานยอดขายครึ่งปีแรกของ BYD ของปี 2022 เติบโตกว่าปี 2021 ในช่วงเวลาเดียวกันถึง 314.9% คิดเป็นจำนวนรถมากถึง 641,350 คัน ซึ่งในจำนวนนี้ได้นับรวมรถประเภท EV Plug-in hybrid (PHEV) และพลังงานไฮโดรเจนเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) เข้าไว้ด้วยกัน หรือที่ทางการจีนเรียกกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่นี้รวมกันว่า NEV ซึ่งย่อมาจาก New Energy Vehicles

 

ในขณะที่ Tesla ขายรถ EV ไปได้จำนวน 564,000 คัน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 ซึ่งยังถือเป็นอัตราการเติบโตถึง 46% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2021 เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และการเริ่มขาดแคลนไมโครชิปสำหรับการประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ จนรวมระยะเวลาทั้งหมดเกือบ 2 ปี โดยทาง Elon Musk CEO ของ Tesla ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออเมริกาว่า “สายพานการผลิตของ Tesla กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาใหญ่ของการขาดแคลนชิ้นส่วนที่จำเป็นของรถยนต์ และเป็นชะตากรรมเดียวกันทั้งโลก”

ยิ่งไปกว่านั้น BYD ยังตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 2022 ไว้สูงถึง 1.1-1.2 ล้านคัน โดยแบ่งเป็นรถ EV จำนวน 600,000 คัน และ รถ Plug-in hybrid อีกจำนวน 500,000-600,000 คัน

 

สาเหตุที่ BYD สามารถทำตามเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากมีการขยายกำลังการผลิตที่โรงงานทั่วประเทศ อีกทั้งยังสร้างยอดขายต่อเดือนล่าสุดได้แตะระดับ 1 แสนคัน เป็นระยะเวลาต่อเนื่องถึง 4 เดือน จากที่เคยอยู่ระดับ 9 หมื่นคันเมื่อปลายปี 2021 ที่ผ่านมา เมื่อพิจารณายอดขายเดือนมิถุนายน 2022 จะพบว่า BYD ขายรถไปได้ถึง 134,036 ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนเพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีที่แล้วถึง 224%

โดยโรงงานใหม่ล่าสุดซึ่งเป็นแห่งที่ 6 ของ BYD ตั้งอยู่ที่เมืองเหอเฝย์ มณฑลอานฮุย ซึ่งกำลังทำการผลิตรถรุ่น Qin Plus DM-i และเตรียมขยายกำลังการผลิตไปยังรุ่นอื่นต่อไปในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2022

เมื่อเรียงลำดับรถที่สร้างยอดขายได้ดีที่สุด 6 รุ่น ของ BYD ในเดือนมิถุนายน 2022 นี้ ได้แก่

  1. Song ขายได้จำนวน 32,077 คัน และมียอดขายสะสม 1,210,000 คัน
  2. Qin  ขายได้จำนวน 26,623 คัน และมียอดขายสะสม 650,000 คัน
  3. Han ขายได้จำนวน 25,439 คัน และมียอดขายสะสม 250,000 คัน
  4. Yuan ขายได้จำนวน 19,731 คัน และมียอดขายสะสม 300,000 คัน
  5. Dolphin ขายได้จำนวน 10,376 คัน และมียอดขายสะสม 80,000 คัน (มีอัตราส่วนเพิ่มจากยอดขายเดือนพฤษภาคม 2022 ถึง 61.4%)
  6. Tang ขายได้จำนวน 8,134 คัน และมียอดขายสะสม 340,000 คัน

(BYD Song Plus EV)

(BYD Qin EV)

(BYD Han EV)

(BYD Yuan Plus)

(BYD Dolphin EV)

(BYD Tang EV)

อย่างไรก็ตามยอดผลิตรถยนต์ของทุกค่ายยังคงอยู่ในสภาวะวิกฤติ เนื่องจากผลกระทบของการขาดแคลนไมโครชิปที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง หากมีแนวโน้มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2022 เราอาจเห็นตัวเลขการผลิตของค่ายรถยนต์หลายค่ายปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: Carnewschina