ยอดขายกลุ่มรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles) หรือ NEV ซึ่งประกอบไปด้วยรถ Plug-in hybrid และ EV ขุมพลังไฟฟ้าล้วน ที่ทางจีนกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ได้ถูกเปิดเผยผ่านสมาคมรถยนต์นั่งสัญชาติจีน China Passenger Car Association Secretary หรือ CPCA ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 ที่มีจำนวนกว่า 1.5 ล้านคัน โดยคิดเป็นอัตราส่วนกว่า 59% ของยอดขายรถกลุ่มนี้จากทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกันที่มีจำนวนทั้งหมด 2.55 ล้านคัน

 

หากพิจารณาสัดส่วนยอดขายรถ NEV ทั่วโลกในช่วงไตรมาสแรกปี 2023 นั้น คิดเป็นสัดส่วนกว่า 13% ของยอดขายทั้งหมด จะแบ่งออกเป็นรถ Plug-in hybrid จำนวน 30% ขณะที่รถ EV จะคิดเป็นสัดส่วน 70% ในทางกลับกัน สัดส่วนของรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่ใช้ขุมพลังพลังงานใหม่ นั้นมีเพียง 3% ของยอดขายรถยนต์กลุ่มนี้จากทั่วโลกเนื่องจากยังไม่ได้รับความนิยมและได้รับการสนับสนุนที่ดีพอ จึงทำให้การเติบโตของยอดขายจากรถยนต์นั่งเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดกว่า ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 กับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2022 จะพบว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นกว่า 26%

 

สำหรับสถานการณ์ตลาดรถยนต์กลุ่ม NEV ในประเทศจีน หากพิจารณายอดขายเมื่อเปิดศักราชใหม่ปี 2023 จะมีการคาดการณ์ว่า อาจได้รับผลกระทบจากการยกเลิกนโยบายเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์กลุ่มพลังงาน ใหม่ ต่างพร้อมใจกันลดราคาจำหน่ายกันถ้วนหน้า เพื่อให้สามารถแข่งขันและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ยังคงมีอยู่และกำลัง ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้นการพัฒนาและลงทุน ด้วยเม็ดเงินมหาศาลของเหล่าผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมา ทำให้สามารถผลิตและส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดรถยนต์นอกแดนมังกรได้มากยิ่งขึ้น โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 นี้ ประเทศจีนได้ส่งออกรถยนต์เป็นจำนวนกว่า 775,000 คัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 15% ของยอดผลิตรวม โดยมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2022 กว่า 87% ที่ส่งออกรถยนต์ได้ 413,000 คัน

 

สัดส่วนของยอดส่งออกรถยนต์ในไตรมาสแรกของปี 2023 นี้ คิดเป็นประเภทรถยนต์กลุ่ม NEV ในสัดส่วนมากกว่า 28% ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ได้แก่ ค่าย BYD ที่ส่งออกรถ EV จำนวนกว่า 38,722 คัน ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023 มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2022 ที่ส่งออกเพียง 2,598 คัน จนสามารถคว้าตำแหน่ง แชมป์ผู้จำหน่ายรถยนต์กลุ่มพลังไฟฟ้าล้วนในประเทศไทยและอิสราเอล ซึ่งมีหลายประเทศที่กำลังมีการพัฒนาของยอดขายรถยนต์กลุ่ม NEV โดยเฉพาะ ประเทศนอร์เวย์ที่มีสัดส่วนสูงลิ่วกว่า 71% ตามมาด้วยประเทศจีน 28% ประเทศเยอรมัน 18% ขณะที่สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นมีเพียง 8% และ 3% ตามลำดับ นับว่าความจำเป็นและความต้องการของรถยนต์เสียบปลั๊กจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละประเทศ

ที่มา: Carnewschina