Toyota C-HR (Compact High Rider) เป็นรถยนต์ Compact Crossover รุ่นที่ 2 ที่ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม TNGA (GA-C) ถัดจาก Prius เจเนอเรชั่นที่ 4 โดยแพลตฟอร์ม TNGA นั้น เป็นโครงสร้างพื้นตัวถัง และงานวิศวกรรมพื้นฐานของตัวรถที่ Toyota พัฒนาขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์หลายประการ โดยเฉพาะด้านสมรรถนะการขับขี่ อีกทั้งยังถือเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างรถยนต์ของ Toyota ครั้งใหญ่สุด นับตั้งแต่การสร้างรถยนต์ Hybrid คันแรก อย่าง Prius ในปี 1997

Toyota C-HR เจเนอเรชั่นแรก ถูกเปิดผ้าคลุมเผยโฉมในงาน Geneva Motor Show เดือน มีนาคม 2016 ก่อนจะออกจำหน่ายในหลายตลาดทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก ยุโรป ญี่ปุ่น จีน รวมถึงไทย ด้วยรูปลักษณ์ที่แหวกขนบการออกแบบของค่ายในยุคนั้น ตลอดจนการขับขี่ในภาพรวมที่ดี ทำให้ C-HR ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากในระยะแรกหลังเปิดตัว จนกระทั่งล่าสุด Toyota ก็ได้ตัดสินใจพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ต่ออีกเจเนอเรชั่น โดยมีการเผยโฉมครั้งแรกในโลก วันนี้ 26 มิถุนายน 2023

 

ดีไซน์ของ C-HR ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 2 ถูกถอดจากรถยนต์ต้นแบบ C-HR Proloque Concept เกือบทั้งหมด (Concept Car-like Design) ด้านหน้ามาพร้อมภาษาการออกแบบล่าสุดของค่าย กระจังหน้าเป็นแบบ Hammerhead Design ขนาบข้างด้วยชุดไฟหน้าทรง C-Shaped ขณะที่ด้านข้างยังคงเส้นสายคล้ายรุ่นเดิม แต่ปรับให้เส้นสายมีความแข็งตรงมากขึ้น และเปลี่ยนมือจับเปิดประตูแบบดั้งเดิมเป็นแบบ Flush Door Handle เรียบไปกับเปลือกตัวถังเพื่อการไหลผ่านของอากาศที่ดี

มากกว่านั้น ยังคงมีกระจกบังลมหลังลาดเอียงมากกว่า Crossover ทั่วไป พร้อมออกแบบให้สปอยเลอร์หลังมีช่องอากาศไหลผ่านพาเอาคราบนำ้และฝุ่นหลุดออกไป แทนการติดตั้งใบปัดนำ้ฝน อีกทั้งยังเสริมมุมมองความกว้างของบั้นท้ายด้วยชุดไฟแนวนอนลากทอดยาวจากฝั่งซ้ายจรดฝั่งขวา

ล้ออัลลอยในรุ่นปกติ มีขนาด 19 นิ้ว รัดด้วยยาง ขนาด 225/50R19 ส่วนรุ่น GR Sport จะอัพเกรดไปใช้ล้อ ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 245/40 R20

 

ภายในห้องโดยสารมีดีไซน์และการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ มาในสไตล์เดียวกับ Toyota ยุคใหม่หลายรุ่น ชุดมาตรวัดแบบ Full-digital เสริมการทำงานด้วยระบบแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า Head-up Display แบบสี หน้าจอกลางเป็นแบบกึ่งลอยตัว ขนาด 12.3 นิ้ว มาพร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม และระบบเครื่องเสียง JBL Premium Audio System ขณะที่พวงมาลัยใช้รูปทรงเดียวกันกับ Alphard / Vellfire ใหม่

นอกจากนี้ ยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการติดตั้งไฟ Ambient Light ปรับได้ 64 เฉดสี หลังคากระจก Panoramic Sunroof แบบติดตั้งตายตัว ไม่สามารถเปิด – ปิดได้ เสริมการทำงานด้วยระบบกระจกกรองแสง และรังสีอินฟาเรด ทำให้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งม่านบังแดดแบบดั้งเดิม ช่วยลดนำ้หนักไปได้ราวๆ 5 กิโลกรัม อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะ หรือ Headroom ได้ถึง 30 มิลลิเมตร

 

ขนาดและมิติตัวถัง

  • ความยาว 4,360  มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,830 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,558 – 1,564 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ   2,640  มิลลิเมตร

เทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ (ยาว x กว้าง x สูง / ฐานล้อ)

  • All NEW C-HR : 4,360 x 1,830 x 1,564 / 2,640  มิลลิเมตร
  • C-HR (รุ่นเดิม) : 4,360 x 1,795 x 1,565 / 2,640 มิลลิเมตร
  • Corolla Cross : 4,460 x 1,825 x 1,620 / 2,640 มิลลิเมตร
  • Yaris Cross (DNGA) : 4,310 x 1,770 x 1,615 / 2,620 มิลลิเมตร

เมื่อดูจากตัวเลขจะพบว่า C-HR ใหม่ มีขนาดใกล้เคียงกับรุ่นเดิม แต่ขยายความกว้างด้านข้างมากขึ้น

 

ด้านขุมพลังถูกยกจาก Toyota Prius รุ่นปัจจุบันมาประจำการ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ดังนี้

เบนซิน 1.8 ลิตร Hybrid

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1.8 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 140 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

เบนซิน 2.0 ลิตร Hybrid 

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 196 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ E-FOUR

เบนซิน 2.0 ลิตร Plug-in hybrid

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตรแบบ ทำงานแบบ Atkinson Cycle พร้อมเทคโนโลยี Dynamic Force ทำงานร่วมกับมอเตอร์ ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุดรวม 223 แรงม้า (PS) พ่วงด้วยแบตเตอรี่แบบลิเที่ยมไออน ขนาด 13.6 kWh วิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางไกลสูงสุดเป็นระยะทาง 87 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTC)

 

สำหรับตลาดยุโรป All NEW Toyota C-HR ได้เปิดให้ผู้ที่สนใจลงทะเบียนจองล่วงหน้าแบบออนไลน์ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ homologation จะมีการเผยข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดของตัวรถตามมา

เบื้องต้นในขณะนี้ Toyota Motor (Thailand) ยังไม่มีแผนนำ All NEW Toyota C-HR เข้ามาตั้งไลน์ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย หากมีเปลี่ยนแปลงหรือความคืบหน้า ทีมงาน Headlightmag จะนำมารายงานให้ทราบอีกครั้ง

ที่มา : Toyota