BYD มียอดขายนอกประเทศจีนตลอดปี 2023 อยู่ที่จำนวน 242,759 คัน ซึ่งมากกว่าปี 2022 ที่ขายไปได้เพียง 55,656 คัน ซึ่งเท่ากับว่าเพิ่งขึ้นเป็นอัตราส่วนกว่า 336% โดยยังมีส่วนแบ่งจากยอดขายรวมที่เพิ่มขึ้นจาก 3.0% เป็น 8.1% อีกด้วย โดยยอดขายทั้งปี 2023 แบ่งออกเป็นยอดขายจากรถขุมพลังไฟฟ้าล้วน BEV เป็นจำนวน 211,063 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งของยอดขายรวมกว่า 86.9% ขณะที่จำนวนที่เหลือจะเป็นรถที่ใช้ขุมพลัง Plug-in hybrid อีก 31,696 คัน หรือประมาณ 13.1% ของยอดขายทั้งหมด

 

โดย 10 อันดับที่ครองใจลูกค้านอกแดนมังกรได้แก่

  1. ATTO 3 (Yuan Plus) ตลอดปี 2023 BYD ส่งออก ATTO 3 ไปแล้วมากกว่า 100,020 คัน โดยถูกวางหมากไว้เป็นหัวหอกในการบุกตลาดโลกในครั้งแรก และจะสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้

 

  1. Dolphin ซึ่งขายไปได้จำนวน 74,884 คัน ตลอดปี 2023 ซึ่งนับว่าเป็นรุ่นที่กำลังมาแรงและอาจแซงรุ่นพี่ได้ในปี 2024 เนื่องจากราคาจำหน่ายที่เย้ายวนใจมากกว่าจากคุณสมบัติรถ ทั้งที่จริงแล้ว Dolphin เพิ่งจะออกวางจำหน่ายในตลาดโลกได้ไม่นาน และในบางประเทศ สามารถทำยอดขายแซง ATTO 3 เป็นที่เรียบร้อย

 

  1. Song Plus พี่ใหญ่ตัวถัง SUV ที่ขายไปได้มากกว่า 28,182 คัน โดยยังคงมีให้เลือกทั้งรูปแบบขุมพลังไฟฟ้าล้วนและ Plug-in hybrid ในรูปแบบ range extender และยังมีชื่อทางการตลาดว่า Seal U โดยรถรุ่นนี้เป็นหมากที่ BYD วางเอาไว้ลุยตลาดอเมริกาใต้เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นบราซิลและเม็กซิโกก็ตาม

 

  1. Seal รถซีดานน้องใหม่ไฟแรงไม่แพ้ Dolphin ที่ครองใจสาวกนอกแดนมังกร และได้รับความตอบรับที่ดีเยี่ยม ด้วยยอดขายตลอดปี 2023 กว่า 23,606 คัน ก่อนที่จะเตรียมวางจำหน่ายในประเทศอื่นๆ

 

  1. Destroyer 05 รถชื่อไม่คุ้นหูมาพร้อมขุมพลัง Plug-in hybrid เท่านั้น ปิดตัวเลขยอดขายนอกแดนมังกรตลอดปี 2023 ได้ที่จำนวน 4,241 คัน ที่เน้นความคุ้มค่าและมิติของตัวรถที่ใหญ่โตกว่า Seal เนื่องจากมีพื้นที่เหลือในห้องเก็บสัมภาระมากกว่า

 

6. Seagull รถ EV ขนาดจิ๋วที่ขายไปได้จำนวนกว่า 4,016 คันนอกประเทศจีน ตลอดปี 2023 ที่ผ่านมา และได้ทำให้ BYD ต้องเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้รองรับยอดสั่งจองในไตรมาสสุดท้ายของปี 2023 โดยยังเตรียมบุกตลาดประเทศอื่นๆ ด้วยชื่อ Dolphin mini ในบางประเทศ พร้อมเตรียมขึ้นแท่นรถ EV ที่มีราคาจับต้องได้ง่ายที่สุด

 

  1. BYD E6 ขวัญใจรถแท็กซีในหลายประเทศก็ขายไปได้จำนวน 2,504 คัน และยังได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในประเทศต่างๆ รวมไปถึงการได้สิทธิพิเศษทางภาษี จึงทำให้มีแนวโน้มไปในเชิงบวกในปี 2024 นี้

 

  1. Han & 9. Tang

ยอดขายของทั้ง 2 รุ่น สำหรับตลาดนอกประเทศจีน โดยเฉพาะในปี 2023 ที่รถซีดานเรือธงของแบรนด์ BYD อย่าง Han กวาดไปได้มากกว่า 2,462 คัน ในขณะที่รถ SUV รุ่นพี่ใหญ่อย่าง Tang ก็สามารถขายไปได้จำนวน 1,910 คัน ซึ่งนับว่าทั้งคู่ยังมีบทบาทสำคัญสำหรับรถกลุ่ม D-Segment

 

ขณะที่อันดับที่ 10 ร่วม อย่าง Yuan Pro D1 E2 และ Qin Plus ที่ถูกมัดรวมและขายนอกประเทศจีนไปได้จำนวน 934 คัน เนื่องจากทำตลาดในประเทศเล็กๆ และตัวรถบางรุ่นมีความล้าสมัยเป็นที่เรียบร้อย

 

ที่มา: Carnewschina