หลังจากที่มีภาพของ Mini Cooper เจเนอเรชั่นล่าสุดในรูปแบบรถคันจริงเผยสู่สาธารณชนไปเมื่อปี 2023 ก่อนการวางจำหน่ายจริง โดยจะมีรูปของรุ่นย่อย Cooper S ให้ชมกันไปพลาง ก่อนที่ทาง Spotlight Automotive ที่เกิดจากการความร่วมมือระหว่าง BMW กับ Great Wall Motor (GWM) จะเผยรูปของรถคันจริงที่มีให้เลือกทั้งรุ่นย่อย Cooper ปกติ และ Cooper S โดยทั้ง 2 รุ่นจะถูกประกอบขึ้นที่โรงงานเดียวกันนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 เป็นต้นมา ตามที่ได้ระบุรายละเอียดไว้ก่อนหน้า

 

Spotlight Automotive ถูกก่อตั้งขึ้นในปี 2019 ด้วยการถือหุ้นคนละครึ่งของ BMW และ Great Wall Motor โดยตั้งเป้าที่จะใช้เทคโนโลยีรถยนต์ร่วมกัน แต่จะไม่มีการสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่ ต่างฝ่ายต่างแยกกันไปจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของตน จนกระทั่งผลผลิตที่เกิดจากความร่วมมือของทั้ง 2 ยักษ์ใหญ่ ต่างสัญชาติ ผลิดอกออกผลในรูปแบบแบรนด์ Mini ที่หันมาใช้ขุมพลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่

Cooper

กลุ่มพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวจาก Bosch ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ให้พละกำลังสูงสุด 184 แรงม้า (PS) ความเร็วสูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานร่วมกับ แบตเตอรี่แบบ NMC ความจุ 40.7kWh ซึ่งผลิตจากบริษัท SVOLT หรือบริษัทในเครือของ GWM รองรับการชาร์จไฟ AC ด้วยกำลังสูงสุด 11 kW และไฟ DC ด้วยกำลังสูงสุด 95 kW

 

Cooper S

กลุ่มพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวจาก Bosch ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า ให้พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า (PS) ความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานร่วมกับ แบตเตอรี่แบบ NMC ความจุ 54.2kWh ซึ่งผลิตจากบริษัท SVOLT หรือบริษัทในเครือของ GWM รองรับการชาร์จไฟ AC ด้วยกำลังสูงสุด 11 kW และไฟ DC ด้วยกำลังสูงสุด 95 kW

 

Mini Cooper โดนไม้นี้ยังคง มาพร้อมงานออกแบบที่อ้างอิงจากรถรุ่นก่อนๆหลายๆรุ่น โดดเด่นด้วยไฟคู่หน้าทรงกลมขนาดใหญ่ พร้อมปรับเส้นสายรอบคันให้เข้ากับธีมดีไซน์ล่าสุดของค่าย เพิ่มเติมมือเปิดประตูแบบเรียบเนียนกักตัวถังเช่นเดียวกับBMW รุ่นอื่นๆ ซึ่งเปิดตัวในปี 2023 และพิเศษสุดกับบริเวณด้านท้าย ที่มาพร้อมไฟท้ายทรงสามเหลี่ยมออกแบบใหม่ โดยยังติดตั้งแบบปัดน้ำฝนที่กระจกบังลมหลังมาให้ พร้อมโลโก้ของ Spotlight Automotive (光束汽车) ออกแบบพิเศษเฉพาะเวอร์ชั่นจีนเท่านั้น

ที่มา: Carnewschina