เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2024 Aston Martin เปิดตัวรุ่นปัจจุบันของ Vantage มาตั้งแต่ปี 2018 หลังจากทำตลาดภายใต้ชื่อรุ่นนี้มายาวนานกว่า 74 ปี นับว่าเป็นรถสปอร์ต 2 ประตูแบบ Gran Tourer ต้นตำรับ ที่อยู่คู่วงการรถสปอร์ตมาอย่างยาวนาน ภายหลังจากการทำตลาดครบ 6 ปี ในปัจจุบันนี้ ทาง Aston Martin จึงได้ทำการอัพเดทตัวรถเพิ่มความสดใหม่ด้านหน้าตาภายนอก-ภายใน รวมไปถึงการปรับรายละเอียดทางเทคนิคต่างๆ ทั้งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเพื่อให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้นอีกด้วย

 

ขณะที่ขุมพลังยังคงใช้ชุดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ เครื่องยนต์เบนซิน V8 รหัส M178 จาก AMG ขนาด 4.0 ลิตร 3,982 ซีซี. พ่วงระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบคู่ ได้ถูกปรับปรุงในส่วนของแคมชาร์ฟ เทอร์โบลูกใหม่ และปรับอัตราส่วนกำลังอัด กำลังสูงสุด 510 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 685 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 5,000 รอบ/นาที นอกจากนี้ยังได้ทำการติดตั้งชุดระบายความร้อนผ่านอากาศเพิ่มขึ้นเป็น 3 ชุด จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 จังหวะ ที่ถูกปรับอัตราทดใหม่ให้เข้ากับพละกำลังที่มากขึ้น โดยมีอัตราทดเฟืองท้ายอยู่ที่ 3.083:1 ส่งกำลังผ่านล้อคู่หลัง

  • อัตราเร่งจาก 0-96 กม./ชม. ภายในเวลา 3.4 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด 325 กม./ชม.

 

นอกจากนี้ยังได้ทำการปรับแต่งโครงสร้างของตัวถังเพื่อให้มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ด้วยการปรับปรุงพื้นตัวถังใหม่ รวมไปถึงโรงสร้างตัวถังด้านหน้า เพื่อให้รองรับความแข็งที่เพิ่มขึ้นของชุดช่วงล่างจาก Bilstein DTX แบบแปรผัน พร้อมด้วยเหล็กกันโคลงที่เบากว่าแต่แข็งแรงกว่า ทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มสมรรถนะด้านการยึดเกาะถนน รวมไปถึงปรับปรุงความรู้สึกในการบังคับควบคุมรถอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังได้ทำการปรับแต่งซอฟต์แวร์ที่สั่งการควบคุมการทรงตัวของตัวรถทั้งหมด รวมไปถึงโหมดการขับขี่ต่างๆ เพื่อดึงศักยภาพของชุดขับเคลื่อนชุดใหม่นี้ออกมาให้สูงสุด รวมไปถึงระบบเบรกที่เลือกใช้จานเบรกแบบคาร์บอนเซรามิคขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางคู่หน้าใหญ่โตถึง 400 มิลลิเมตร มาพร้อมคาลิปเปอร์แบบ 6 สูบ และ 360 มิลลิเมตร ที่คู่หลัง มาพร้อมคาลิปเปอร์แบบ 4 สูบ ทั้งหมดนี้สามารถลดน้ำหนักไปได้มากถึง 27 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นน้ำหนักแบบ unsprung weight ที่มีผลต่อการบังคับควบคุมรถโดยตรง

 

ยิ่งไปกว่านั้นการปรับปรุงงานออกแบบภายนอกก็มีส่วนสำคัญ โดยทำให้มิติตัวรถใหญ่ขึ้นเล็กน้อย พร้อมชุดแต่งที่ถูกออกแบบตามหลังอากาศพลศาสตร์ขั้นสุด ก่อนที่จะพร้อมส่งมอบให้ถึงมือลูกค้าได้ภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024 นี้ พร้อมกับการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

ที่มา: Motor1