แชมป์ยอดขายอันดับ 1 ของ สหราชอาณาจักรอย่าง Ford Puma รถ compact crossover ที่ขายไปได้จำนวน 49,591 คัน ตลอดปี 2023 ในสหราชอาณาจักร ซึ่งรุ่นย่อยที่ขายได้มากที่สุด ได้แก่ ST-Line X รวมไปถึงขุมพลังส่วนใหญ่ที่ขายได้นั้นคือแบบ Mild-hybrid เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จอย่างไม่รอช้า ทาง Ford ยุโรปจึงได้เปิดตัวรุ่นปรับโฉมของ Puma ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของภายในเป็นหลัก รวมไปถึงการปรับทัพขุมพลังแบบต่างๆ

งานออกแบบภายนอกมีการปรับรายละเอียดของกระจังหน้า โดยยังคงใช้กันชนหน้าทรงเดิมกับรุ่นปัจจุบัน โดยได้ทำการเปลี่ยนแปลงไฟคู่หน้าให้มีรายละเอียดภายในทันสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมออฟชั่น Dynamic Matrix LED ขณะทีกั่นชนหลังยังคงใช้งานออกแบบชุดเดิมเช่นเดียวกับด้านหน้า

 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงหลักๆ เกิดขึ้นภายในห้องโดยสาร โดยเฉพาะการยกชุดแผงคอนโซลหน้าใหม่ทั้งหมด โดยหน้าจอกลางแบบ tablet ได้ถูกถอดออกเป็นแบบหน้าจอขนาดใหญ่ 12 นิ้ว ตามสมัยนิยม ที่ติดตั้งกลมกลืนไปกับแผงคอนโซลหน้า นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการ SYNC4 ที่ทำงานผสานกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.8 นิ้ว แบบ Full Digital

นอกจากนี้ยังมาพร้อมการเชื่อมต่อด้วยเครือข่าย 5G และผู้ช่วยส่วนตัว Alexa built-in อย่างไรก็ตามกลับเลือกที่จะเปลี่ยนปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศให้เป็นระบบสัมผัสผ่านหน้าจอกลาง ซึ่งสวนทางกับ Volkswagen ที่หันกลับมาใช้ปุ่มควบคุมแบบกด ทั้งนี้ ยังมีระบบความปลอดภัยที่ประกอบไปด้วยแพ็คเกจ ADAS ซึ่งได้รับการปรับปรุงและพัฒนาผ่านอุปกรณ์ชุดใหม่ เพื่อให้ระบบควบคุมตัวรถให้อยู่ในเลนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รุ่นปรับโฉมนี้มีให้เลือกสำหรับรุ่นย่อยการตกแต่ง Titanium ST-Line ST-Line X และ ST ซึ่งมาพร้อมกับสีตัวถังใหม่ สีเทาCactus Grey

 

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ยังขยายไปยังขุมพลังที่มีให้เลือก โดย Ford ได้ตัดสินใจยกเลิกเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 4 สูบ Ecoboost ในรุ่น ST ที่มีพละกำลังกว่า 200 แรงม้า (PS) พร้อมเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะออกไป เหลือไว้เพียงเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร 3 สูบ Ecoboost พร้อมระบบ mild-hybrid ให้พละกำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ แบบคลัทช์คู่

 

ขณะที่รุ่นย่อยอื่นๆก็ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร เช่นเดียวกัน แต่ปรับแต่งให้มีพละกำลังตั้งแต่ 125 – 155 แรงม้า (PS) พร้อมเทคโนโลยี mild-hybrid 48V จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาซึ่งมีให้เลือกในเวอร์ชั่นแรงน้อยกว่าเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การเตรียมเปิดตัว Puma เวอร์ชั่นขุมพลังไฟฟ้าล้วน Puma Gen-E ภายในปี 2024 นี้ ที่มาพร้อมงานออกแบบภายนอกซึ่งแตกต่างจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งจะใช้ขุดมอเตอร์ขับเคลื่อนร่วมกับ E-Transit Courier ที่พกพละกำลังมา 136 แรงม้า (PS) เพื่อให้ต่อกรกับ Alfa Romeo Milano Jeep Avenger Peugeot e-2008 และ Opel Mokka Electric ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

ที่มา: Carscoops