Ferrari เป็นอีกค่ายรถยนต์ที่หนีความนิยมรถ EV ไปไม่ได้ เนื่องจากโลกกำลังจับตาความเคลื่อนไหวของบรรดาผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูง โดยเฉพาะค่าย Supercar จากอิตาลีเจ้านี้ หลังจากสร้างเสียงฮือฮาจากการเปิดตัวรถ Crossover สายพันธุ์ใหม่รุ่น Purosangue ที่ค่ายม้าลำพองไม่อาจเรียกมันได้ว่า SUV อย่างเต็มปาก เพราะมันไม่ได้เกิดมาเพื่อมอบอรรถประโยชน์ใช้สอยให้กับเจ้าของรถ หากแต่เปลี่ยนความสนุกบนล้อทั้ง 4 ให้อยู่บนห้องโดยสารที่กว้างขวางขึ้นและอยู่สูงจากพื้นถนนมากขึ้นเท่านั้น

 

สำหรับความเคลื่อนไหวของรถ EV รุ่นแรกจากค่ายม้าลำพอง สารจาก Benedetto Vigna หรือ CEO ของบริษัท ได้ให้คำนิยามรถ EV รุ่นแรกไว้ว่า “ถึงแม้จะเป็นรถขุมพลังไฟฟ้าล้วน แต่จะต้องมอบความสนุกสนานในการขับขี่ รวมไปถึงอรรถรสทั้งด้านสมรรถนะและเสียงบรรเลงยามขับขี่ เฉกเช่นรถสปอร์ตที่ติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายใน” นั่นหมายความว่า รถสปอร์ตขุมพลังไฟฟ้าล้วนของ Ferrari จะไม่ได้มาพร้อมการขับเคลื่อนที่เงียบสนิทเหมือนกับรถ EV รุ่นอื่นๆ และยังรวมไปถึงแนวทางการพัฒนารถ EV คันนี้อีกด้วย

เป็นอีกครั้งที่ Ferrari มีจุดยืนชัดเจน นับตั้งแต่เปิดตัว Purosangue ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องแข่งคุณสมบัติของรถ SUV กับคู่แข่งโดยตรง แต่กลับเลือกที่จะใช้เอกลักษณ์ที่มีมาอย่างยาวนานของทางค่าย ผสมผสานให้ตัวรถมีความโดดเด่น ปราศจากการปรุงแต่งจากกระแสนิยมของโลกยานยนต์ในปัจจุบันและอนาคต

รถ EV สมรรถนะสูงจาก Ferrari จะต้องมีคุณสมบัติของ Ferrari อย่างแท้จริง ตามปรัชญาการออกแบบรถยนต์ของค่ายที่มีมาอย่างยาวนาน

 

สำหรับเสียงสังเคราะห์สมจริงของรถ EV ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด โดยเฉพาะรถ muscle car สัญชาติอเมริกันตัวเจ็บรุ่นล่าสุดอย่าง Dodge Charger Daytona ที่ได้ทำการปรับแต่งเสียงขุมพลังไฟฟ้าให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตามแบบฉบับ Dodge ขุมพลัง V8 รวมไปถึง BMW และค่ายอื่นๆ ที่ได้นำเสียงสังเคราะห์สมจริงเข้ามาใช้กับรถ EV ของตน

 

อีกหนึ่งไฮไลท์ ได้แก่ คำยืนยันจาก Benedetto Vigna ในการทำตลาดขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปภายในควบคู่กับขุมพลังไฟฟ้าล้วน ตราบใดที่ยังมีความต้องการหลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ Plug-in hybrid หรือ เครื่องยนต์สันดาปล้วน จนกว่าจะมีความต้องการจากลูกค้าในที่สุด หรือการบีบบังคับจากกฎหมายทางมลพิษต่างๆ ที่เริ่มบังคับใช้ในอนาคต

ที่มา: Carscoops