ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีอย่าง Xiaomi ได้เปิดตัวรถ EV ซีดานทรงพรีเมี่ยมไปก่อนหน้านี้ โดยมาพร้อมรายละเอียดทางเทคนิคที่เพียบพร้อมด้วยบรรดาเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ IoT AI สารพัดจะหามาใส่ไว้ในรถหนึ่งคันได้ นับว่าเป็นอีกตัวอย่างของการใช้ความได้เปรียบจากการเป็นบริษัทผลิตเทคโนโลยี ถึงกระนั้นการทดสอบตัวรถเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดรถยนต์ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์รายหนึ่ง

 

ล่าสุดกับการทดสอบด้วยตนเองโดย CEO และ Chairman อย่าง Lei Jun ได้ให้ความสำคัญต่อการทดสอบรถรุ่นใหม่นี้ ด้วยการเข้าสังเกตการณ์ รถทดสอบจำนวนกว่า 576 คัน โดยค่าใช้จ่ายในการทดสอบรถทั้งหมดนี้มีมูลค่ากว่า 2 ล้านหยวน หรือประมาณ 10,049,455 บาท ต่อรถทดสอบ 1 คัน ผ่านระยะทางทดสอบรวมแล้วกว่า 5.4 ล้านกิโลเมตร ทั่วประเทศจีน ขณะที่ตัวเองก็ได้ทำหน้าที่พลขับสำหรับทริปที่เดินทางจากปักกิ่งไปเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นระยะทางกว่า 1,276 กิโลเมตร โดยใช้เวลาในการเดินทางทั้งหมดร่วม 15 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้เป็นการเดินทางที่ผ่อนคลายด้วยการใช้ฟังก์ชั่นระบบรักษาความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบความปลอดภัยในการขับขี่อย่างเต็มพิกัด ตลอดทริปนี้ทาง CEO ใช้ความเร็วเดินทางเฉลี่ยถึง 100 กม./ชม. และแวะชาร์จไฟเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ท่ามกลางสภาพอากาศเย็นจัดในช่วงเดือนมกราคม

 

รายละเอียดเพิ่มเติมของการทดสอบ Xiaomi SU7 ได้แก่ การทดสอบท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนในช่วงกว้าง ด้วยอุณหภูมิ -40°C จนถึง 60°C ผ่านเมืองจำนวนทั้งหมดกว่า 300 เมือง รวมไปถึงการทดสอบบนเทือกเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 4,768 เมตร โดยตลอดการทดสอบมีประชาชนผู้เป็นสักขีพยานตลอดการเดินทาง เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า Xiaomi SU7 มีความพร้อมในการวางจำหน่ายอย่างแท้จริง

 

ข้อมูลด้านขุมพลังของ SU7 ได้แก่ มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 673 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดรวมแล้วกว่า 838 นิวตัน-เมตร ทำให้มีอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.78 วินาที พร้อมการไต่ความเร็วสูงสุดได้ถึง 265 กม./ชม.

 

Xiaomi Group ได้จัดกิจกรรม Open Day ที่โรงงานแห่งใหม่เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2024 ที่ผ่านมา โดยจะเป็นฐานการผลิตให้กับ Xiaomi SU7 โดยภายในโรงงานจะประกอบไปด้วยเครื่องจักรที่มาพร้อมระบบ automation ซึ่งสามารถประกอบชิ้นส่วนจำนวนกว่า 100 ชิ้น ภายในเวลาเพียงแค่ 30 วินาที

Xiaomi Group พร้อมส่งมอบ SU7 ล๊อตแรกไปยังตัวแทนจำหน่ายที่ตั้งอยู่ใน 29 เมือง ทั่วประเทศจีน ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นอีก 10 เมืองในเร็วๆ นี้

ที่มา: Carnewschina