เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2025 GAC Toyota ได้เปิดตัว Frontlander รุ่น Minorchange สำหรับตลาดจีนโดยรถรุ่นนี้เป็นคู่แฝดของ Corolla Cross แต่ผลิตและทำตลาดโดย GAC Toyota เพื่อตอบโจทย์กฎระเบียบที่ผู้ผลิตต่างชาติจำเป็นต้องทำตลาดผ่านบริษัทร่วมทุน การปรับโฉมรอบนี้ถือเป็นการอัปเดตกลางอายุโมเดล ที่เน้นการปรับดีไซน์ภายนอกใหม่ เพิ่มเทคโนโลยีภายในห้องโดยสารและยกระดับระบบความปลอดภัยให้ทันสมัยมากขึ้น
ด้านการออกแบบภายนอก Frontlander แตกต่างจาก Corolla Cross ที่ขายโดย FAW Toyota (อ้างอิงตลาดโลก) เล็กน้อย โดยกันชนหน้าถูกออกแบบใหม่ให้คล้ายกับรถ EV ที่ใช้ช่องดักลมขนาดเล็กพร้อมแผงตกแต่งสีเดียวกับตัวรถ เพิ่มความพรีเมียมและช่วยปรับทิศทางอากาศ ขณะที่รุ่นสูงสุดมาพร้อมไฟหน้า LED ดีไซน์เดียวกันกับ Corolla Cross รุ่นท็อปในตลาดโลก และไฟท้ายแบบใหม่ที่ให้ลายกราฟิกโดดเด่นยิ่งขึ้น
ห้องโดยสารภายในได้รับการอัพเดทเพิ่มความสดใหม่ด้วยหน้าจอ Infotainment ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 12.9 นิ้ว รองรับระบบการเชื่อมต่อที่ทันสมัยกว่าเดิม ร่วมกับจอมาตรวัดแสดงผลข้อมูล Diigital ขนาด 8.8 นิ้วที่เพิ่มความล้ำสมัย นอกจากนี้ยังมีไฟสร้างบรรยากาศ (ambient lighting) ช่องแอร์ดีไซน์เพรียวบาง เบาะนั่งออกแบบใหม่ และคอนโซลกลางที่ปรับให้ดูเรียบหรูพร้อมแท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ส่วนระบบความปลอดภัยก็ถูกยกระดับเป็น Toyota Safety Sense รุ่นล่าสุด
ในด้านขุมพลัง Toyota ยังคงวางเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร 169 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ CVT สำหรับรุ่นมาตรฐาน ส่วนรุ่น Hybrid จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร 156 แรงม้า ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 111 แรงม้าและแบตเตอรี่ Lithium-Ion จับคู่dy[เกียร์ E-CVT พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ให้สมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดเชื้อเพลิง
ขนาดตัวถังของ Frontlander ยังคงใกล้เคียงกับ Corolla Cross โดยมีความยาวตัวถัง 4,490 มม. กว้าง 1,825 มม. สูง 1,625 มม. และระยะฐานล้อ 2,640 มม. แม้จะไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมมากนัก แต่ก็มีการเพิ่มความยาวเล็กน้อย 5 มม. เพื่อเสริมภาพลักษณ์ทันสมัย ขณะที่งานออกแบบโดยรวมยังคงเน้นความสมดุลระหว่างความกะทัดรัดและความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร
GAC Toyota ตั้งราคาจำหน่ายของ Frontlander รุ่นไมเนอร์เชนจ์อยู่ระหว่าง 132,800–165,800 หยวน (ประมาณ 598,749–747,535 บาท) Frontlander ถือเป็นโมเดลสำคัญที่ช่วยผลักดันยอดขาย โดย Corolla Cross เองก็สามารถทำยอดขายสูงถึง 859,000 คันในปี 2024 ขึ้นแท่นรถขายดีอันดับ 3 ของโลก
ที่มา: Carnewschina
