Volkswagen ตัดสินใจถอยจากแผนเดิมในการพัฒนา Amarok รุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) และ Plug-in Hybrid (PHEV) สำหรับตลาดโลก โดยจะยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซลและเบนซินแบบดั้งเดิมต่อไปในเจเนอเรชันปัจจุบัน ถือเป็นการตอกย้ำแนวทางอนุรักษ์ของค่ายเยอรมันในตลาดรถกระบะขนาดกลาง ขณะที่ Amarok รุ่นที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มเดียวกับ Ford Ranger ในขณะที่รุ่นที่จำหน่ายในอเมริกาใต้ยังคงใช้แชสซีส์บันไดแบบดั้งเดิมของ Volkswagen เอง

 

ปัจจุบัน Ford Ranger PHEV มาพร้อมขุมพลัง เบนซินเทอร์โบ 2.3 ลิตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าหนึ่งตัว ให้กำลังรวม 281 แรงม้า (PS) และใช้แบตเตอรี่ความจุ 11.8 kWh ซึ่งสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ราว 40 กิโลเมตร

เดิมที Volkswagen เผยว่ากำลังพิจารณาระบบขับเคลื่อนแบบเดียวกันจาก Ford มาต่อยอดใน Amarok แต่ล่าสุดได้ถูกยุติแนวทางดังกล่าว

ตามรายงานของสื่อออสเตรเลีย CarExpert ระบุว่า Nathan Johnson ผู้อำนวยการฝ่ายรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ของ Volkswagen เปิดเผยว่า Stefan Mecha CEO ของ VW Commercial Vehicles ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า Amarok เวอร์ชัน PHEV และ BEV จะไม่ถูกผลิตออกมาในเจเนอเรชันปัจจุบันอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ Johnson ย้ำว่า นี่เป็นการตัดสินใจในระดับโลก ซึ่งหมายความว่าตลาดหลักทั้งหมด รวมถึงยุโรป แอฟริกา และออสเตรเลีย 

 

อย่างไรก็ตาม Johnson ระบุเพิ่มเติมว่าการตัดสินใจนี้ไม่ได้หมายความว่าแนวคิด Amarok ขุมพลังไฟฟ้าจะถูกยกเลิกถาวร โดยคาดว่า Amarok รุ่นต่อไป ซึ่งอาจเปิดตัวช่วงปี 2029–2030 มีแนวโน้มสูงที่จะมาพร้อมขุมพลังไฮบริดหรือไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษและแนวโน้มตลาดโลกในอนาคต

ในขณะที่ตลาดโลกหยุดแผนขุมพลังไฟฟ้าไว้ก่อน แต่ Volkswagen South America กลับเดินหน้าในทิศทางตรงกันข้าม โดยรถกระบะรุ่นใหม่นี้จะใช้ Platform จาก SAIC Motor ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงอุตสาหกรรมระหว่างสองบริษัท โดยจะผลิตที่โรงงาน General Pacheco ประเทศอาร์เจนตินา

ภาพ Teaser เบื้องต้นเผยให้เห็นว่ารถกระบะ Hybrid รุ่นใหม่นี้จะมีความเกี่ยวข้องทางเทคนิคกับ Maxus Interstellar X LDV Terron 9, และ MGU9 ซึ่งเป็นกระบะที่ใช้พื้นฐานเดียวกันจากกลุ่ม SAIC แต่ Volkswagen จะปรับดีไซน์ภายนอกและรายละเอียดให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์ยุโรป โดยรถรุ่นนี้จะจำหน่ายเฉพาะตลาดอเมริกาใต้เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนกับ Amarok เวอร์ชั่นตลาดโลกที่พัฒนาร่วมกับ Ford

ที่มา: Carscoops