Rox Motor ลุยตลาดจีนบ้านเกิดด้วยการเปิดตัว Polestones Adamas รถ SUV ออฟโรดขุมพลังแบบ Range-Extender (EREV) สำหรับตลาดจีนเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา รถรุ่นนี้ถือเป็นเวอร์ชันปรับปรุงจาก Polestones 01 และถูกวางตำแหน่งเป็น SUV ขนาดกลางถึงใหญ่แบบ 6 และ 7 ที่นั่ง โดยจุดเด่นคือระยะทางวิ่งรวมตามมาตรฐาน CLTC สูงถึง 1,405 กิโลเมตร

ก่อนเข้าสู่ตลาดจีน Rox ได้นำ Polestones Adamas ไปเปิดตัวในตลาดตะวันออกกลาง ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย ตั้งแต่เดือนตุลาคม และสามารถรับยอดสั่งจองได้มากกว่า 2,000 คันภายในหนึ่งเดือน นอกจากนี้ยังมีรุ่นพิเศษ Polestones Adamas Royal Edition สำหรับราชวงศ์ตะวันออกกลาง สนนราคาเกือบ 1 ล้านหยวน (ประมาณ 4,496,408 บาท) ตกแต่งด้วยลวดลายสีดำทรงเรขาคณิตด้านข้างตัวรถที่ได้แรงบันดาลใจจากลายผ้าชุด Thobe แบบดั้งเดิม

 

ด้านการออกแบบ Adamas ยังคงสไตล์ทรงเหลี่ยมแข็งแกร่งแบบเดียวกับ Polestones 01 แต่มีการปรับรายละเอียดเล็กน้อย ตัวรถมีความยาวประมาณ 5.05–5.30 เมตร กว้าง 1.985 เมตร สูง 1.86 เมตร และมีระยะฐานล้อ 3,010 มิลลิเมตร ลูกค้าสามารถเลือกสีตัวถังได้ 5 สี ได้แก่ เทา ขาว เขียว ทอง และดำ

ภายในมีให้เลือก 4 โทนสี ได้แก่ ขาว ส้ม ม่วง และดำ ใช้หน้าจอกลาง 15.7 นิ้ว คู่กับจอเรือนไมล์ 12.3 นิ้ว ทำงานบนระบบ Rox OS เบาะหนัง Nappa มีระบบปรับอากาศและอุ่น เบาะ พร้อมอุปกรณ์หรูอย่างจอเพดานหลัง 3K ขนาด 15.7 นิ้ว (ออปชัน) ตู้เย็น 8.5 ลิตร ลำโพง 24 ตัว ระบบสั่งงานด้วยเสียง AI และถุงลมนิรภัย 8 จุด ทำให้ Polestones Adamas เป็น SUV ที่ผสาน “ลุย + หรู + เทคโนโลยี” เข้าไว้ด้วยกันอย่างชัดเจน

 

ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ Range-Extender ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้กำลัง 145 แรงม้า ทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟ ให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอ Li-ion จาก CATL ความจุ 44.5 kWh ให้ระยะทางในโหมดพลังงานไฟฟ้าล้วน 215 กม. และระยะรวมสูงสุด 1,405 กม. โดยมอเตอร์ด้านหน้ามีพละกำลัง 204 แรงม้า (PS) ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเพิ่มมอเตอร์หลัง 272 แรงม้า (PS) ทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 5.5 วินาที

Adamas มาพร้อมช่วงล่างถุงลมแบบปิดวงจร ปรับระดับความสูงได้ 140 มม. สามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 770 มม. และไต่ความชันสูงสุด 45 องศา มาพร้อมโหมดการขับขี่ออฟโรด 7 รูปแบบ ทำให้สามารถใช้งานได้ทั้งในเมือง ทางไกล และสภาพเส้นทางทุรกันดารระดับจริงจัง

 

ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 3 ตัว กล้อง 11 ตัว และเซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว ประมวลผลด้วยชิป Horizon Robotics Journey J6M เพื่อรองรับฟังก์ชันช่วยขับขี่อัตโนมัติระดับสูงในอนาคต สะท้อนทิศทางที่แบรนด์ต้องการให้ Adamas เป็นทั้งรถลุยและรถหรูที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี

Polestones Adamas EREV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ราคา 349,900 และ 359,900 หยวน หรือประมาณ 1,573,256 และ 1,618,219 บาท ตามลำดับ

ที่มา: Carnewschina