เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026 Renault ได้เปิดตัว SUV เรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ แต่ไม่ใช่สำหรับตลาดยุโรปอย่างที่แฟนๆคาดหวัง เมื่อแบรนด์ฝรั่งเศสเผยโฉม Renault Filante ในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งกลายเป็นรถ SUV ที่มีขนาดใหญ่ หรูหรา และพรีเมียมที่สุดเท่าที่ Renault เคยผลิตมา โดยผสานงานออกแบบแบบฝรั่งเศสเข้ากับเทคโนโลยีจากเครือ Geely สะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์ที่มุ่งขยายตลาดนอกยุโรปมากขึ้น

 

ชื่อ Filante ได้แรงบันดาลใจจากต้นแบบรถทำความเร็วในอดีตของ Renault ขณะที่ตราสัญลักษณ์รูปดาวแบบสไตลิช เป็นการนำโลโก้ที่เคยใช้กับรถหรูในยุคทศวรรษ 1930 กลับมาใช้อีกครั้ง Renault ตั้งเป้าให้ Filante ประสบความสำเร็จในตลาดพรีเมียม มากกว่ารถระดับบนในอดีตอย่าง Vel Satis ซึ่งแม้จะมีเอกลักษณ์ แต่ไม่สามารถครองใจลูกค้าได้ในระยะยาว

 

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยด้านหน้าที่ดุดัน พร้อมไฟหน้า LED ดีไซน์ทันสมัย เส้นสายตัวถังเน้นความลื่นไหลตามหลักอากาศพลศาสตร์ ขณะที่ด้านท้ายออกแบบให้มีมิติชัดเจน ตัวรถมีความยาว 4,915 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อยาว 2,820 มิลลิเมตร ใหญ่กว่ารถ Renault ทุกรุ่นที่วางจำหน่ายอยู่ในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น Austral Espace หรือ Rafale รวมถึง Grand Koleos ที่ทำตลาดในเกาหลีใต้

 

ด้วยขนาดตัวถังดังกล่าว ทำให้ Filante ถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกับ SUV เกรดพรีเมียม E-Segment อย่าง Volvo XC90 Genesis GV80 Lexus RX Audi Q7 BMW X5 และ Mercedes-Benz GLE ซึ่งเป็นกลุ่มที่เน้นทั้งความหรูหรา พื้นที่ใช้สอย และภาพลักษณ์ไฮโซแบบเต็มขั้น

 

ภายในห้องโดยสารชูจุดขายด้านเทคโนโลยีด้วยหน้าจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 3 จอ เชื่อมต่อกันในชุดที่ Renault เรียกว่า OpenR Panorama Screen เสริมด้วยหน้าจอ Head-up display แบบ AR ขนาดใหญ่ถึง 25.6 นิ้ว ให้ประสบการณ์ล้ำสมัยแตกต่างจาก Renault รุ่นที่วางจำหน่ายในยุโรป ถึงแม้จะยังคงใช้ระบบ Infotainment พื้นฐานจาก Google Android เช่นเดิม ฟังก์ชั่นทั้งหมดยังรวมถึงระบบเสียง Arkamys หรือ Bose หลังคา Panoramic และระบบปรับอากาศแยก 3 โซน พร้อมพื้นที่ผู้โดยสารตอนหลังที่กว้างขวางและห้องเก็บสัมภาระขนาด 654 ลิตร

 

ด้านโครงสร้าง Filante ใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน CMA จาก Geely ซึ่งเป็นพื้นฐานเดียวกันกับ Volvo XC40 และ Polestar 2 ขุมพลังเป็นระบบ E-Tech Hybrid 250 ที่รวมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แบตเตอรี่ความจุ 1.64 kWh และเกียร์อัตโนมัติ DHT Pro 3 จังหวะ ให้พละกำลังรวม 247 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 565 นิวตัน-เมตร โดยไม่มีแผนทำตลาดรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในล้วนแต่อย่างใด การผลิตจะเริ่มที่โรงงาน Busan ในเกาหลีใต้ พร้อมเปิดตัวเดือนมีนาคม 2026 ก่อนส่งออกไปอเมริกาใต้และตะวันออกกลางในปี 2027 ขณะที่ ยุโรปถูกตัดออกจากแผนจำหน่าย โดย Renault ยืนยันว่า Rafale จะยังคงเป็น SUV เรือธงของภูมิภาคบ้านเกิดต่อไป

ที่มา: Carscoops