ตลาดรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเกิดปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เมื่อปริมาณรถนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ รถเหล่านั้นจำนวนมากไม่ได้มาจากผู้ผลิตต่างชาติ หากเป็นรถของค่ายญี่ปุ่นเองที่ผลิตในโรงงานต่างแดนแล้วส่งกลับมาขายในประเทศบ้านเกิด แนวโน้มนี้เติบโตต่อเนื่องจนในปี 2025 ที่ผ่านมา ตัวเลขพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี

 

ตลอดปี 2025 มีรถที่ผลิตโดยบริษัทยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นในโรงงานต่างประเทศถูกนำเข้ากลับเข้ามาจำหน่ายในญี่ปุ่นรวม 111,513 คัน เพิ่มขึ้นถึง 19% จากปี 2024 และสูงกว่าสถิติเดิม 107,092 คันที่ทำไว้ตั้งแต่ปี 1995 การเติบโตครั้งใหญ่ส่วนหนึ่งมาจากความเคลื่อนไหวของค่าย Suzuki ซึ่งกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดนำเข้ากลับประเทศ (reverse import)

Suzuki ทำผลงานโดดเด่นแบบก้าวกระโดด โดยเพิ่มปริมาณนำเข้ามากกว่า 7 เท่าตัว แตะ 43,266 คัน ปัจจัยสำคัญคือการเปิดตัว Suzuki Jimny Nomade รุ่น 5 ประตู ซึ่งผลิตในอินเดียและเพิ่งเริ่มวางขายในญี่ปุ่นหลังปล่อยให้แฟน ๆ รอคอยมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ Suzuki ยังนำเข้า SUV รุ่น Fronx จากอินเดียเข้ามาทำตลาดควบคู่กันด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกค่ายที่จะเดินตามทิศทางเดียวกัน ข้อมูลจากสื่อท้องถิ่นแดนปลาดิบ Nikkei Asia ระบุว่า Honda กลับลดการนำเข้าลง 18% เหลือ 37,022 คัน สาเหตุหลักมาจากการลดจำนวนส่งออก ของ SUV รุ่น WR-V ที่ผลิตในอินเดีย ขณะที่ Nissan ลดลงมากถึง 33% เหลือ 9,595 คัน และ Toyota ก็ลดลงในสัดส่วนเท่ากันที่ 33% จนเหลือ 9,587 คัน

 

แต่สำหรับ Toyota ปีนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อทางบริษัทประกาศชัดเจนว่าจะเริ่มนำเข้า รถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ 3 รุ่นหลัก ได้แก่ Camry Highlander และรถกระบะ Full-size อย่าง Tundra เข้ามาจำหน่ายในญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลว่าเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และช่วยปรับสมดุลความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

 

ถึงกระนั้น การนำเข้ารถขนาดใหญ่จากอเมริกาก็ไม่ได้รับประกันความสำเร็จ ปัจจัยด้านราคาจะเป็นตัวแปรสำคัญ หากตั้งราคาไว้สูงเกินไป ความต้องการอาจมีจำกัด นอกจากนี้พฤติกรรมผู้บริโภคญี่ปุ่นที่นิยมรถขนาดเล็ก ประหยัด และมินิแวน อาจทำให้ SUV ไซส์ใหญ่แบบ Highlander หรือกระบะ Tundra ต้องใช้เวลาสร้างตลาดพอสมควร

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่าห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนแปลง จากเดิมที่ผลิตในประเทศเป็นหลัก สู่โมเดลผลิตจากโรงงานที่มีการควบคุมต้นทุนได้รัดกุมมากที่สุด แล้วค่อยส่งกลับมาจำหน่ายในบ้านเกิด โดยเฉพาะกับรถที่ต้นทุนการผลิตในต่างประเทศได้เปรียบ กรณีของ Jimny จากอินเดียจึงอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ที่รถญี่ปุ่นไม่จำเป็นต้องผลิตในญี่ปุ่นเสมอไป

ที่มา: Carscoops