ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีการพัฒนาที่รวดเร็วกว่าแบรนด์ตะวันตกอย่างชัดเจน โดยมักเปิดตัวรถรุ่นใหม่ทุก ๆ 2 ปี หรือเร็วกว่านั้น ในขณะที่ค่ายตะวันตกมักใช้เวลาราว 4–5 ปี ความแตกต่างนี้สะท้อนการแข่งขันอันดุเดือดในตลาดจีน ซึ่งบีบให้ผู้ผลิตต้องเร่งนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในรุ่น Modelyear change หรือ Minorchange หรือแม้แต่รถรุ่นใหม่ทั้งหมด Full Modelchange เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
Xiaomi เริ่มส่งมอบรถรุ่นแรกอย่าง SU7 ซีดาน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 และในขณะที่รถรุ่นที่สองอย่าง YU7 รถ SUV ที่ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา Xiaomi ก็เริ่มเดินหน้าพัฒนา SU7 รุ่นปรับโฉมไปก่อนหน้าแล้ว โดย Xiaomi ซึ่งจะได้รับการอัพเกรดทางเทคนิคครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ให้ระยะทางวิ่งไกลขึ้นและชาร์จได้เร็วขึ้น เทคโนโลยีใหม่นี้เพิ่งถูกนำไปทดสอบในศึกทดสอบความทนทาน 24 ชั่วโมง
สื่อจีนรายงานว่า Xiaomi SU7 Max ซึ่งเป็นรุ่นรองท็อปของซีดานไฟฟ้ารุ่นนี้ สามารถวิ่งได้ไกลถึง 4,264 กม. ด้วยความเร็วเฉลี่ย 240 กม./ชม. โดยตลอดการทดสอบ 24 ชั่วโมง รถจะหยุดเพียงเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เท่านั้น การทดสอบดังกล่าวจัดขึ้นที่เมืองหยานเฉิง มณฑลเจียงซู ระหว่างวันที่ 20–21 พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา
ระยะทาง 4,264 กม. นี้ถือเป็นสถิติใหม่ของการทดสอบความทนทาน 24 ชั่วโมง แซงหน้าสถิติเดิมที่ รถจากชาติเดียวกันอย่าง Xpeng P7 ทำไว้ในปี 2025 ซึ่งวิ่งได้ 3,961 กม. และยังเหนือกว่า Xiaomi YU7 ที่ทำได้ 3,944 กม. ในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าของสถิติรถ BEV ที่วิ่งได้ไกลในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ยังคงเป็น Mercedes-AMG GT-XX Concept ที่ทำระยะได้ถึง 5,479 กม. เมื่อเดือนสิงหาคม 2025
Xiaomi SU7 รุ่นปรับโฉมจะมาพร้อมสถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูง 900 โวลต์ในทุกรุ่นย่อย โดย SU7 Max ใช้แบตเตอรี่แบบ NMC ความจุ 101.7 kWh รองรับเทคโนโลยีชาร์จ 5.2C และสามารถชาร์จด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 530 kW ตามข้อมูลจาก Xiaomi รถรุ่นใหม่นี้สามารถเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 670 กม. จากการชาร์จเพียง 15 นาที
นอกจากนี้ Xiaomi ยังอัพเกรดมอเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้มอเตอร์รุ่นใหม่ V6s Plus ซึ่งสามารถหมุนได้สูงสุด 22,000 รอบต่อนาที และให้กำลังสูงสุด 386 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนแบบมอเตอร์คู่ SU7 Max จะให้กำลังรวมถึง 681 แรงม้า แม้จะทำให้ระยะทางวิ่งสูงสุดลดลงเล็กน้อยเหลือ 835 กม. ตามมาตรฐาน CLTC ส่วนรุ่นที่วิ่งไกลที่สุดในตระกูล SU7 คือรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง SU7 Pro ซึ่งทำระยะได้มากกว่า 900 กม.
ที่มา: Autoevolution , Autoblog
