เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2026 Volvo ได้เปิดตัว EX60 หมากตัวสำคัญที่สุดของแบรนด์ในยุคของขุมพลังไฟฟ้าล้วน หลังจาก XC60 สร้างยอดขายสะสมกว่า 2.7 ล้านคันนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2008 จนกลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของ Volvo การมาถึงของ EX60 เกิดขึ้นในช่วงที่ยอดขายรถไฟฟ้าล้วนของบริษัทในปี 2025 ลดลงถึง 13% ทำให้ Volvo ต้องพึ่งพารถรุ่นนี้ในการฟื้นความเชื่อมั่นทั้งด้านเทคโนโลยี ภาพลักษณ์ และยอดขายในตลาดพรีเมียม EV ระดับโลก ถึงแม้จะมีการปรับทิศทางการเข้าสู่ยุคของขุมพลังไฟฟ้าล้วนในปี 2030 อย่างสิ้นเชิง
การพัฒนาของ EX60 แยกขาดจาก XC60 อย่างสิ้นเชิงในเชิงวิศวกรรม โดยพัฒนาบนงานวิศวกรรมพื้นฐานสำหรับขุมพลังไฟฟ้าล้วน SPA3 ที่ออกแบบมาเพื่อรถ EV โดยเฉพาะ ส่งผลให้โครงสร้างตัวถังแข็งแรงขึ้น มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ การกระจายน้ำหนักสมดุล และพื้นที่ภายในถูกใช้ได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่มีข้อจำกัดจากเครื่องยนต์หรือชุดเกียร์แบบเดิม ถือเป็นพื้นฐานสำหรับ Volvo EV เจเนอเรชันใหม่ในระยะยาว
งานออกแบบภายนอกถอดแบบจากรุ่นพี่ EX90 แต่ปรับให้สปอร์ตและเพรียวขึ้น จุดเด่นคือมือจับประตูไฟฟ้าแบบไร้ก้านจับ ที่ซ่อนอยู่ในแนวเส้นตัวถัง ช่วยลดแรงต้านอากาศจนได้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ต่ำเพียง 0.26 ไฟหน้าแยกส่วนพร้อมไฟ DRL ทรง Thor’s Hammer เวอร์ชันใหม่ กระจังหน้าแบบปิดทึบพร้อมลวดลายเฉพาะตามสไตล์รถ EV และไฟท้ายแนวตั้งเอกลักษณ์ Volvo ที่ผสานกับกระจกฝาท้ายอย่างลงตัว
ด้านออฟชั่นภายนอก EX60 มีล้ออัลลอยให้เลือกตั้งแต่ 20 21 และ 22 นิ้ว พร้อมลวดลายเฉพาะแต่ละเกรด สีตัวถังใหม่ เช่น สีเทา Vapour Grey สีเงิน Aurora Silver และสีเขียว Frost Green สำหรับรุ่น Cross Country โดยเฉพาะ มาพร้อมหลังคากระจก Panoramic แบบเคลือบอินฟราเรดช่วยลดความร้อน ระบบไฟแบบ Full Matrix LED อัจฉริยะ และแพ็กเกจตกแต่ง Black Edition สำหรับลูกค้าที่ต้องการลุคดุดันขึ้น
ในรุ่น EX60 Cross Country ได้เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยแผ่นกันกระแทกสเตนเลสหน้า–หลัง ซุ้มล้อสีเข้ม ล้ออัลลอยลายเฉพาะรุ่นขนาด 21 นิ้ว และช่วงล่างยกสูงขึ้นอีก 20 มม. พร้อมช่วงล่างระบบถุงลมที่สามารถปรับเพิ่มความสูงได้อีก 20 มม. สำหรับการลุยทางทุรกันดารและจะลดระดับอัตโนมัติเมื่อใช้ความเร็วสูงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ภายในห้องโดยสาร EX60 เน้นความหรูแบบสแกนดิเนเวียนร่วมสมัย วัสดุภายในมีให้เลือกทั้งขนสัตว์รีไซเคิล Nordico โดยเลี่ยงการใช้หนังแท้ อย่างไรก็ตามยังมีวัสดุเกรดพรีเมี่ยมอย่างไม้แท้และอะลูมิเนียมปัดลาย คอนโซลกลางออกแบบให้มีพื้นที่เก็บของอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ช่องวางแก้วแบบซ่อนตัวได้ ระบบไฟ Ambient Light ปรับได้หลายโหมดและเบาะหน้าแบบปรับไฟฟ้าพร้อมระบบนวด ระบบเป่าลมและฮีตเตอร์
เทคโนโลยีภายในคืออีกจุดขายหลักของ EX60 หน้าจอ Infotainment ขนาดใหญ่ทำงานร่วมกับจอผู้ขับแบบ Full digital รองรับ Google Gemini AI เป็นครั้งแรกของ Volvo ใช้งานร่วมกับระบบนำทาง Google Maps, OTA Update และคำสั่งเสียงแบบภาษาธรรมชาติ ระบบเสียง Bowers & Wilkins 28 ลำโพง พร้อมลำโพงในพนักพิงศีรษะ ให้มิติเสียงระดับห้องคอนเสิร์ต

ด้านขุมพลังของ EX60 มีให้เลือก 3 รุ่น
- รุ่น P6 มอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 369 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ความจุ 80 kWh ระยะเดินทางสูงสุดต่อ 1 รอบการชาร์จที่ 500 กม. มีอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 5.7 วินาที
- รุ่น P10 มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 503 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ความจุ 91 kWh ระยะเดินทางสูงสุดต่อ 1 รอบการชาร์จที่ 515 กม. มีอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 4.4 วินาที
- รุ่น P12 มอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงสุด 670 แรงม้า ใช้แบตเตอรี่ความจุ 112 kWh ระยะเดินทางสูงสุดต่อ 1 รอบการชาร์จที่ 645 กม. มีอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 3.8 วินาที
ทุกเวอร์ชันมาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ การตอบสนองคันเร่งเฉียบคม และโหมดการขับขี่ที่ปรับบุคลิกได้ตั้งแต่ Comfort ถึง Performance โดยยังคงจำกัดความเร็วสูงสุดที่ 180 กม./ชม. ตามปรัชญาความปลอดภัยของ Volvo
ระบบชาร์จรองรับกำลังชาร์จสูงสุด 400 kW สามารถชาร์จ 10–80% ได้ในราว 19 นาที และเพิ่มระยะทางได้ถึง 278 กม. ภายในเวลา 10 นาที EX60 ยังเป็น Volvo รุ่นแรกที่ติดตั้งพอร์ตชาร์จ NACS จากโรงงาน ทำให้สามารถใช้งานสถานี Tesla Supercharger ได้ทันที Volvo จะผลิต EX60 ในโรงงานที่ประเทศสวีเดนบ้านเกิด โดยเปิดให้จองในยุโรปแล้วและเตรียมเข้าสหรัฐฯ ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ โดยรุ่น Cross Country จะตามมาในปี 2027
ที่มา: Motor1
