Škoda Kushaq รถ SUV เปิดตัวครั้งแรกในปี 2021 ในฐานะรถรุ่นที่พัฒนาขึ้นภายใต้กลยุทธ์ใหม่ของ Volkswagen Group สำหรับตลาดอินเดียโดยเฉพาะ และหลังจากทำตลาดมาเกือบ 5 ปี ก็ถึงเวลาของการปรับโฉมครั้งสำคัญ ในวันที่ 20 มกราคม 2026 เพื่อยกระดับทั้งภาพลักษณ์ เทคโนโลยี และการตอบโจทย์ได้ดียิ่งกว่า ด้วยแนวคิด “ผลิตในอินเดียเพื่ออินเดีย” ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศในสัดส่วนสูงถึง 95%
Kushaq ยังรักษาจุดแข็งด้านความอเนกประสงค์ ความปลอดภัย และความหรูแบบยุโรปไว้ครบถ้วนโดยได้เพิ่มเติมรายละเอียดใหม่ ๆ ที่ถูกใจผู้บริโภคอินเดียมากขึ้น ทั้งด้านรูปลักษณ์ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัล
ภายนอกมาพร้อมไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ของ Škoda ได้อย่างครบถ้วน กระจังหน้าออกแบบใหม่ทั้งหมด พร้อมลูกเล่นไฟส่องสว่างที่เชื่อมต่อไฟหน้าเข้าหากัน ทำให้ตัวรถดูกว้างและโดดเด่นมากขึ้น ตามแนวคิด “Light is the new chrome” โดยยังเสริมชิ้นส่วนโครเมียมที่ซี่กระจัง มือจับประตูและกรอบกระจก เพื่อตอบโจทย์รสนิยมของตลาดอินเดีย
ด้านท้ายปรับโฉมใหม่ยกชุดเช่นเดียวกัน ทั้งไฟท้ายทรงเรียว ดีไซน์กันชนหลังใหม่ และแผ่นดิฟฟิวเซอร์สีเข้มที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น เพิ่มเติมแถบไฟส่องสว่างที่เชื่อมไฟท้ายทั้งสองฝั่งตามสมัยนิยม พร้อมโลโก้ Škoda แบบเรืองแสง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Škoda นำองค์ประกอบนี้มาใช้ในรถโปรดักชัน นอกจากนี้ยังมีรุ่น Monte Carlo ที่ตกแต่งแบบสปอร์ตพิเศษ ที่โดดเด่นด้วยชุดตกแต่งสีดำและรายละเอียดสีแดงที่กระจังหน้า
ภาพรวมของงานออกแบบถูกยกระดับให้ดูดุดันและแข็งแกร่งกว่าเดิม ทำให้ Kushaq มีบุคลิกใกล้เคียงกับ SUV รุ่นใหญ่กว่าอย่าง Kodiaq มากยื่งขึ้น สะท้อนความต้องการของลูกค้าอินเดียที่ต้องการรถที่ดูภูมิฐาน โดดเด่น และสร้างการจดจำบนท้องถนนได้อย่างชัดเจน เพิ่มสีใหม่ สีเขียว Shimla Green สีที่ได้แรงบันดาลใจจากเทือกเขาหิมาลัย เสริมด้วยสีเทา Steel Grey สำหรับรุ่น Monte Carlo และสีแดง Cherry Red รวมเป็น 8 สี ซึ่งเน้นภาพลักษณ์หรู สุขุม มากกว่ารุ่นเล็กอย่าง Kylaq
Kushaq อัดแน่นไปด้วยความปลอดภัยให้มาเป็นมาตรฐานตั้งแต่ 6 ถุงลมนิรภัย ระบบช่วยเหลือเชิงรุกและเชิงรับกว่า 25 รายการ และในรุ่นท็อปอาจสูงเกิน 40 ระบบ รวมถึง ABS ESC ระบบเบรกอัตโนมัติ แถมยังการันตีด้วยการคว้าเรตติ้ง 5 ดาวจาก Global NCAP
ภายในห้องโดยสารถูกปรับให้ดูพรีเมียมและสุขุมขึ้น โดยรุ่น Monte Carlo ตกแต่งด้วยโทนแดงเบอร์กันดี เดินด้ายแดง เบาะลายคาร์บอน ส่วนรุ่นมาตรฐานใช้โทนเบจให้ความรู้สึกอบอุ่น ออปชันใหม่ที่โดดเด่น ได้แก่ เบาะหลังพร้อมฟังก์ชันนวด หน้าจอมาตรวัด Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอ Infotainment ขนาด 10.1 นิ้ว และระบบการเชื่อมต่อ Companion App ที่ใช้เทคโนโลยี Google พร้อมผู้ช่วยส่วนตัวสั่งงานด้วยเสียง Gemini AI
ด้านขุมพลังและเทคนิค Kushaq ยกระดับความแตกต่างในคู่แข่งกลุ่มเดียวกัน ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบทอร์กคอนเวอร์เตอร์ สำหรับเครื่องยนต์เบนซินความจุ 1.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ TSI ให้กำลัง 115 แรงม้า ขณะที่เครื่องยนต์เบนซินความจุ 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ TSI ให้กำลัง 150 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติแบบ DSG 7 จังหวะ พร้อมดิสก์เบรกหลังในรุ่นท็อป และยังเพิ่มหลังคากระจกซันรูฟแบบ Panora เป็นครั้งแรก โดยลูกค้าในอินเดียสามารถสั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้ พร้อมแพ็กเกจ Škoda Super Care ที่รวมการรับประกัน บริการฉุกเฉิน และการบำรุงรักษานานถึง 4 ปี
ที่มา: Skoda
