Bentley เปิดตัว Continental GT S และ GTC S รุ่นใหม่ เติมความสปอร์ตเต็มพิกัดให้กับไลน์อัพแกรนด์ทัวเรอร์สุดหรู หลังจากเพิ่งเผยโฉมรุ่น Supersports จำนวนจำกัดไปก่อนหน้านี้ โดยรุ่น S ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการทั้งความแรง อารมณ์การขับขี่ และเทคโนโลยีขั้นสูง โดยยังคงภาพลักษณ์ความหรูหราตามแบบฉบับ Bentley เอาไว้

 

รูปลักษณ์ภายนอกถูกปรับให้ดุดันด้วย Blackline Specification เพิ่มรายละเอียดสีดำเงารอบคัน ทั้งกระจังหน้า โลโก้ สปอยเลอร์หน้า กระจกมองข้าง รวมถึงชุดแต่งสปอร์ต ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว และระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ต ช่วยเสริมคาแรกเตอร์ให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน

 

ขุมพลังของ Continental GT S และ GTC S คือระบบ High Performance Hybrid ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 671 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 930 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Active รองรับทั้งการขับขี่แบบสปอร์ตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ถึงแม้จะเป็นรถ Plug-in hybrid แต่สมรรถนะกลับอยู่ในระดับรถสมรรถนะสูง โดยสามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.3 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 306 กม./ชม. ขณะเดียวกัน ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนยังสามารถรถวิ่งได้ไกลถึง 80 กิโลเมตร ช่วยลดการใช้น้ำมันและเพิ่มความคล่องตัวในเมือง

 

ด้านโครงสร้างและช่วงล่าง รุ่น S ได้รับ Bentley Performance Active Chassis แบบเดียวกับ GT Speed และ GT Mulliner ประกอบด้วยระบบ Torque Vectoring ช่วงล่างถุงลมพร้อมโช้กอัพแบบ Twin-Valve และระบบกันโคลงไฟฟ้า ช่วยให้ตัวรถมีทั้งความนุ่มนวลและการควบคุมที่เฉียบคมในย่านความเร็วสูง

 

Continental GT S ยังมาพร้อมเทคโนโลยีใหม่หลายรายการเป็นครั้งแรกของรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นเฟืองท้าย Limited Slip แบบอิเล็กทรอนิกส์ (eLSD) และระบบล้อหลังเลี้ยวได้ เสริมความมั่นใจในการเข้าโค้งและเพิ่มความคล่องตัว โดยโหมด Dynamic เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ควบคุมอาการท้ายรถได้ดั่งใจมากขึ้น และสามารถปิดระบบควบคุมเสถียรภาพได้หากต้องการอารมณ์การขับแบบเต็มพิกัด

ถึงแม้ Bentley จะยังไม่เผยภาพภายในห้องโดยสาร แต่ยืนยันว่ารุ่น S จะมาพร้อมการตกแต่งแบบทูโทนเฉพาะรุ่น มาพร้อมกับเบาะนั่งลาย Fluted Seat Design และวัสดุ Dinamica ในหลายจุด ขณะที่ตำแหน่งทางการตลาดจะอยู่ระหว่างรุ่น Azure และ Speed โดยรุ่น Speed ยังคงเป็นตัวแรงสุดของตระกูลด้วยพละกำลัง 771 แรงม้า

ที่มา: Carscoops