Mercedes-Benz EQS ที่ทำตลาดในปัจจุบันต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แต่ Mercedes สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า EQS ไม่สามารถทำยอดได้ตามที่คาดหวังไว้ ยอดขายน้อยกว่า S-Class เครื่องยนต์สันดาปอย่างเห็นได้ชัดและไม่เคยทำยอดขายทั่วโลกได้เกิน 30,000 คันต่อปี ทำให้การทดลองทำตลาดรถตระกูล EQ จึงเรียกได้ว่าเจออุปสรรคตั้งแต่ก่อนจะจบโครงการเสียด้วยซ้ำ

 

หลังจากบทเรียนราคาแพงครั้งนั้น Mercedes-Benz ก็ได้ปรับแนวคิดใหม่ รถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของค่ายถูกควบรวมอยู่ในไลน์รถรุ่นหลักที่มีอยู่แล้ว ตัวอย่างชัดเจนคือ CLA โฉมใหม่ และล่าสุดกับ GLB เจเนอเรชันใหม่ และในอนาคตอันใกล้ก็จะมีเพิ่มอีก รวมถึง S-Class เวอร์ชันขุมพลังไฟฟ้า

Mercedes-Benz ไม่ได้ท้อจากความล้มเหลวของ EQS เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก Jörg Burzer หัวหน้าฝ่ายพัฒนาของ Mercedes ระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อยานยนต์ท้องถิ่น Automobilewoche อย่างไรก็ตาม อย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นภายในปีสองปีนี้ แต่สุดท้ายมันจะมาแทนที่ EQS แน่นอน

 

Mercedes-Benz จะไม่ทำพลาดซ้ำเดิมอีก รถธงไฟฟ้ารุ่นใหม่จะเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัพ S-Class แทนที่จะเป็นรุ่นแยกต่างหากและมีแนวโน้มว่าจะใช้ดีไซน์ที่ดูดั้งเดิมมากขึ้น

ตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันชัดเจนว่า Mercedes-Benz จะเลือกแนวทางใดสำหรับรุ่น S-Class ขุมพลังไฟฟ้า แต่โดยหลักมีสองทางเลือก คือใช้พื้นฐานจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) แล้วปรับให้เป็นระบบไฟฟ้า หรือพัฒนางานวิศวกรรมพื้นฐานสำหรับขุมไฟฟ้าใหม่แยกต่างหาก แต่ยังใช้ชื่อ S-Class เช่นเดิม

 

ถ้าเลือกแนวทางแรก ก็จะคล้ายกับที่ BMW ทำกับ 7-Series รุ่นปัจจุบัน ซึ่งประหยัดต้นทุนและใช้เวลาพัฒนาน้อยกว่า แต่ต้องแลกกับข้อจำกัดเรื่องน้ำหนักและการจัดวางชิ้นส่วน ส่วนการสร้างงานวิศวกรรมพื้นฐานใหม่แม้จะแพงกว่า แต่เปิดโอกาสให้วิศวกรออกแบบขนาดแบตเตอรี่และพื้นที่ห้องโดยสารได้อย่างเหมาะสมกว่า

นับว่าเป็นช่วงเวลาท้าทายสำหรับรถซีดานหรูระดับเรือธง ที่ผู้บริโภคจำนวนมากหันไปหา SUV และครอสโอเวอร์ ทำให้รถซีดานขนาดใหญ่ขายได้น้อยลง แม้ BMW 7-Series ยังไปได้ดี แต่เมื่อมองคู่แข่งรายอื่น ภาพรวมค่อนข้างน่ากังวล

 

ทางด้าน Audi เองก็ยังไม่ชัดเจนกับอนาคตของ A8 และมีความไม่แน่นอนสูง ทางด้าน Jaguar ก็กำลังเตรียมเปิดตัวซีดานไฟฟ้ารุ่นใหม่ ขณะที่ Lexus ได้ยกเลิก LS ไปแล้ว ปล่อยให้ ES ทำตลาดแทน และมีแผนจะเปลี่ยน LS ไปเป็นรถมินิแวนหรูแทน ความท้าทายของผู้ผลิตตอนนี้คือทำอย่างไรให้รถซีดานเหล่านี้พิเศษพอที่จะดึงลูกค้าจาก SUV กลับมาสู่ซีดานหรูแบบดั้งเดิมได้

ที่มา: Autoblog