ไตรมาสที่ 3 ของปี 2025 Ford Motor Company ประกาศว่ากำลังพัฒนารถกระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ตั้งราคาเริ่มต้นไว้ราว 30,000 เหรียญสหรัฐฯ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายช่วงใดช่วงหนึ่งในปี 2027 และตอนนี้ค่ายรถก็เริ่มทยอยเปิดเผยรายละเอียดของโมเดลที่จะเปิดตัวมากขึ้น
หัวใจของโครงการนี้คือกระบวนการผลิตแบบใหม่ การออกแบบที่ล้ำสมัย อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีและการมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพในทุกด้าน รถกระบะรุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่ใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน Universal Electric Vehicle รุ่นใหม่ของ Ford ซึ่งบริษัทระบุว่าจะมีความเร็วเร้าใจระดับเดียวกับ Mustang เครื่อง EcoBoost และให้พื้นที่ห้องโดยสารมากกว่า Toyota RAV4
Ford ได้มอบหมายให้ทีมพัฒนาของรถกระบะรุ่นใหม่นี้เผชิญความท้าทายด้วยเป้าหมายใหม่จำนวนมาก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ออกแบบมาเพื่อแปลงทุกการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพให้กลายเป็นการประหยัดต้นทุนแบตเตอรี่และระยะทางวิ่งโดยประมาณ เพื่อทำให้รถรุ่นใหม่นี้มาพร้อมราคาที่เอื้อมถึง ซึ่งรวมถึงกระบวนการผลิตใหม่ที่ลดความซับซ้อน เช่น การใช้ชิ้นส่วนโครงสร้างและตัวยึดให้น้อยลง
ตามข้อมูลจากบริษัท Maverick ระกระบะพื้นฐานรถเก๋งที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2022 มีชิ้นส่วนโครงสร้างด้านหน้าและด้านหลังรวม 146 ชิ้น แต่รถกระบะไฟฟ้ารุ่นใหม่มีเพียง 2 ชิ้นเท่านั้น โดยใช้เทคนิคที่เรียกว่า aluminum unicasting ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ Ford และนี่ก็เป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีที่บริษัทพยายามควบคุมต้นทุนให้ต่ำ
หลักอากาศพลศาสตร์เป็นปัจจัยสำคัญต่อระยะทางวิ่งของรถ EV และการเพิ่มประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยก็ช่วยให้รถมีราคาจับต้องได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่น หากความสูงหลังคารถเพิ่มขึ้นเพียง 1.0 มิลลิเมตร จะเท่ากับต้องเพิ่มต้นทุนแบตเตอรี่ราว 1.30 ดอลลาร์ หรือทำให้ระยะทางวิ่งหายไป 0.055 ไมล์ ดังนั้นเส้นหลังคาจึงถูกออกแบบให้ควบคุมกระแสลมความเร็วสูงให้ไหลเป็นรูปหยดน้ำเหนือกระบะท้าย เพื่อให้ลมไหลผ่านไปได้อย่างลื่นไหล
Ford ทำให้รูน็อตบริเวณใต้ท้องรถตื้นขึ้น เพื่อให้อากาศไหลผ่านได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงบริเวณยางและระบบกันสะเทือน นอกจากนี้ยังออกแบบให้กระแสลมจากล้อหน้าถูกชี้นำไปยังล้อหลัง เพื่อซ่อนล้อหลังจากกระแสลมความเร็วสูงรอบตัวรถ ช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งได้อีก 4.5 ไมล์ ผู้ผลิตยังติดตั้งชุดขับเคลื่อนให้อยู่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ และใช้โครงมอเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อลดการเกิดกระแสลมปั่นป่วน ตำแหน่งที่ต่ำนี้ยังช่วยลดมุมของเพลาขับและแรงเสียดทานในข้อต่อต่าง ๆ อีกด้วย
ที่มา: Motor1 , Ford
