ในช่วงปี 2024 Volkswagen Group ได้ทำการลดภาระค่าใช้จ่ายด้วยการปลดพนักงานกว่า 35,000 ตราในประเทศเยอรมันซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030 ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สายพานการผลิตของรถยนต์ขายดีที่สุดของค่ายอย่าง Golf เตรียมย้ายถังการผลิตจากเยอรมันไปยังเม็กซิโก

 

อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาผลประกอบการในปีที่ผ่านมาทำให้ทางค่ายต้องรับเข็มขัดแน่นขึ้นอีกขั้น โดยขยับเส้นตายจากปี 2030 เป็นปี 2028 เพื่อที่จะให้บรรลุเป้าหมายของการลดต้นทุนเป็นสัดส่วน 20% ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น

 

โดยแผนการปรับปรุงการลดต้นทุนครั้งนี้ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคม 2026 โดย Oliver Blume CEO ของ Volkswagen AG ถึงแม้จะยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจน แต่เชื่อกันว่าการปิดโรงงานอาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่กำลังถูกพิจารณา ซึ่งยังต้องรอดูกันต่อไป อย่างไรก็ตาม รายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า มาตรการลดต้นทุนที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ในโรงงานที่เมือง Wolfsburg Emden และ Zwickau ไม่สามารถบรรลุผลตามที่คาดหวังไว้ได้

 

โฆษกของบริษัทให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters ว่า มาตรการก่อนหน้านี้ช่วยปลดล็อกเงินออมค่าใช้จ่ายได้ในระดับ “หลายหมื่นล้านยูโร” พร้อมระบุว่าเงินออมดังกล่าวช่วยให้บริษัทสามารถบรรเทาผลกระทบจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ เช่น มาตรการภาษีนำเข้าได้

 

ถึงแม้ว่าภาษีนำเข้าจะเป็นประเด็นใหญ่ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเดียวที่บริษัทต้องเผชิญ การเดิมพันครั้งใหญ่ของ Volkswagen Group ที่ยอดจายในตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดไว้ เนื่องจากอัตราการยอมรับของตลาดเติบโตช้ากว่าที่บริษัทประเมินไว้ 

บริษัทยังเผชิญความท้าทายในตลาดจีน ขณะเดียวกัน ปัญหาด้านซอฟต์แวร์และงานวิศวกรรมพื้นฐานก็กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของ Volkswagen ปัญหาและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ได้ฉุดรั้งผลประกอบการของกลุ่มบริษัท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงถึง 33% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 โดยในเวลานั้น บริษัทเปิดเผยว่าภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สร้างภาระต้นทุนให้กับบริษัทถึง 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 468,975,000,000 บาท)

ที่มา: Carscoops