Polestar ประกาศแผนรุกตลาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่อบริษัทเตรียมเปิดตัวรถ BEV ใหม่จำนวนถึง 4 รุ่นภายใน 3 ปีข้างหน้า พร้อมตั้งเป้าเติบโตทั้งยอดขายและตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก อีกทั้งยังระบุว่า ปี 2026 คาดว่ายอดขายจะเติบโตระดับเลขสองหลักต้น ๆ และเตัวแทนจำหน่ายจะขยายเพิ่มอีกราว 30%

แผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ประกอบด้วยรถ 4 รุ่นหลัก ได้แก่ Polestar 5 รุ่นย่อยใหม่ของ Polestar 4 Polestar 2 เจเนอเรชันใหม่ และ Polestar 7 ซึ่งจะทยอยเปิดตัวตั้งแต่ปี 2026 ถึง 2028 ครอบคลุมทั้งกลุ่ม GT ซีดาน และ SUV พรีเมียม

 

Polestar 5 ซึ่งเป็นรถ Grand Tourer 4 ประตูที่เคยเผยโฉมไปแล้วในปี 2025 จะเริ่มส่งมอบได้ช่วงฤดูร้อนปี 2026 วางตำแหน่งเป็นรถเรือธงของแบรนด์ ชูสมรรถนะสูง การควบคุมแม่นยำ และโครงสร้างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา ผ่านการพัฒนาในสนามแข่งระดับโลก

 

ด้าน Polestar 4 รุ่นย่อยใหม่จะเปิดตัวภายในปีนี้ ใช้พื้นฐานเทคโนโลยีเดิมแต่เพิ่มความอเนกประสงค์เพื่อขยายฐานลูกค้า โดยผสานพื้นที่ใช้สอยแบบรถ estate เข้ากับความยืดหยุ่นสไตล์ SUV และยังคงคาแรกเตอร์การขับขี่แบบสปอร์ต นับว่าเป็นการเปิดตัวรถตัวถังแวกอนรุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Polestar ขณะที่แบรนด์ต้นกำเนิดอย่าง Volvo ได้ทยอยยกเลิกการทำตลาดรถ estate ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้

 

เช่นเดียวกับ Polestar 2 เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่จะเปิดตัวต้นปี 2027 รถรุ่นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จของแบรนด์ ด้วยยอดขายสะสมกว่า 190,000 คันทั่วโลก และมีฐานผู้ใช้ที่เหนียวแน่น สร้างฐานลูกค้าและความเชื่อมั่นทำให้แบรนด์เดินหน้าต่อไปได้

 

ในปี 2028 บริษัทจะเข้าสู่ตลาด Compact SUV อย่างจริงจังผ่าน Polestar 7 ซึ่งเป็นเซกเมนต์ BEV ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป คิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในสามของยอดขาย BEV ทั้งหมด โดยบริษัทตั้งเปิดตัวรถสมรรถนะสูงในราคาที่เข้าถึงได้และผลิตในยุโรป

Michael Lohscheller ระบุว่าหลังจากปีที่ทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ บริษัทกำลังมุ่งสู่การเติบโตอย่างมีกำไร ผ่านไลน์อัพที่แข็งแกร่ง พร้อมด้วยพันธมิตรทางเทคโนโลยี และการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย แม้ต้องเผชิญสภาพเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ท้าทาย แต่ด้วยคววามมั่งมั่น Polestar ต้องการเป็นหนึ่งในผู้ชนะของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ยุคไฟฟ้าเต็มตัว

ที่มา: Polestar