Toyota RAV4 เจเนอเรชั่นที่ 6 เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2025 อย่างไรก็ตามตลาดญี่ปุ่นบ้านเกิดเพิ่งจะได้สัมผัสเวอร์ชั่นขุมพลัง Full hybrid ไปเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 โดยมีให้เลือกเพียง 2 รุ่นย่อยได้แก่ รุ่น Z และ Adventure เนื่องจากตลาด SUV ขนาดกลางของญี่ปุ่นมีความนิยมลดลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แม้กระทั่ง Honda CR-V ก็มีการทำตลาดเป็นช่วงๆ เนื่องจากเจ้าตลาดอย่าง Nissan X-Trail ครองใจขาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรก
อย่างไรก็ตาม Toyota ไม่ลดความพยายามที่จะดันให้ RAV4 มีความนิยมมากขึ้นในตลาดญี่ปุ่น จึงได้เปิดตัวเวอร์ชั่นขุมพลัง Plug-in hybrid เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เปิดตัวรุ่น GR Sport ในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ควบคู่กับรุ่น Z หลังจากเริ่มทำตลาดในอเมริกาเหนือและยุโรปไปก่อนหน้านี้ จุดเด่นสำคัญของรุ่น PHEV คือระบบจ่ายไฟสำรองสำหรับครัวเรือนที่สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 7 วันผ่านโหมด “Power Supply Time Priority Mode” ซึ่งทำงานร่วมกันระหว่างแบตเตอรี่และเครื่องยนต์สันดาป
ด้านการออกแบบ RAV4 PHEV เวอร์ชันญี่ปุ่นแทบไม่แตกต่างจากรุ่นที่วางจำหน่ายในตลาดโลก แต่มีการปรับรายละเอียดเล็กน้อย เริ่มต้นที่รุ่น Z ซึ่งมาพร้อมการตกแต่งสีดำเงาเพื่อแยกความแตกต่างจากรุ่น HEV ส่วน GR Sport เพิ่มกันชนดีไซน์เฉพาะรุ่น ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ คาลิเปอร์เบรกสีแดง และสปอยเลอร์หลัง พร้อมการปรับแต่งช่วงล่าง โช้คอัพและพวงมาลัยไฟฟ้า รวมถึงการใช้ชุดแบตเตอรี่เป็นส่วนช่วยเพิ่มความแข็งแรงโครงสร้างตัวถัง และยังรองรับชุดแต่งจาก Modellista เช่นเดียวกับรุ่น HEV
ภายในห้องโดยสารมีรูปแบบเดียวกับรุ่นตลาดอื่น โดยติดตั้งหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.9 นิ้ว ที่ทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการ Arene ร่วมกับหน้าจอเรือนไมล์ Full digital ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอ Head-Up Display แบบสี เพิ่มเติมคันเกียร์ไฟฟ้า “Electro Shiftmatic” ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย ประตูท้ายไฟฟ้าเปิด-ปิดด้วยแบบแฮนด์ฟรี เบาะนั่งปรับอุณหภูมิ และหลังคา panoramic roof เป็นอุปกรณ์เสริม
ระบบขับเคลื่อน Plug-in hybrid ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และแบตเตอรี่ Li-ion ความจุ 22.7 kWh ให้พละกำลังรวม 324 แรงม้า เท่ากับรุ่นที่วางจำหน่ายในสหรัฐฯ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อผ่านเกียร์ e-CVT และยังเคลมระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนตามมาตรฐาน WLTC ไว้ที่ 150 กม. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐาน WLTP ของยุโรปที่ 100 กม. และมาตรฐาน EPA ของสหรัฐที่ 84 กม.
ฟังก์ชั่น “Power Supply Time Priority Mode” ที่สามารถจ่ายไฟไฟฟ้าให้ครัวเรือนได้นานสูงสุดประมาณ 7 วัน หรือราว 6.5 วันในโหมดปกติที่โหลดไฟฟ้า 400 W หากเริ่มต้นด้วยแบตเตอรี่เต็มและน้ำมันเต็มถัง นอกจากนี้ยังมีปลั๊กไฟภายในห้องเก็บสัมภาระ และหัวต่อที่ช่องชาร์จซึ่งแปลงเป็นปลั๊กไฟสำหรับต่อพ่วงอุปกรณ์ภายนอกแรงดันไฟ 100V ให้กำลังสูงสุด 1,500 W รองรับการใช้งานตั้งแต่แคมป์ปิ้ง ทำอาหาร ไปจนถึงกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ
Toyota ประเทศญี่ปุ่นเปิดรับจองRAV4 PHEV รุ่นใหม่ในญี่ปุ่นแล้ว โดยตั้งเป้าการผลิตประมาณ 700 คันต่อเดือน รุ่น Z มีราคาเริ่มต้น 6,000,000 เยน (ประมาณ 1,205,055 บาท) สูงกว่ารุ่น HEV ประมาณ 1,100,000 เยน (ประมาณ 220,926 บาท) ขณะที่รุ่น GR Sport มีราคาเริ่มต้นที่ 6,300,000 เยน (ประมาณ 1,265,307 บาท) โดยถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Toyota ในการพัฒนา SUV ไฟฟ้าผสมที่ใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น
ที่มา: Carscoops
