Lotus ออสเตรเลียเปิดตัวรุ่นพิเศษ Emira Turbo Bathurst Edition ที่อัปเกรดพลังจนแรงสุดขีดทะลุ 500 แรงม้า กลายเป็น Emira เวอร์ชันที่แรงที่สุดเท่าที่เคยมีจากโรงงาน โดยพัฒนาโดยตัวแทนจำหน่ายในออสเตรเลียอย่าง Simply Sports Cars และผลิตจำนวนจำกัดเพียง 15 คันเท่านั้น

 

รุ่นพิเศษนี้ตั้งชื่อตามเมืองบาธอร์สต์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนามแข่งระดับตำนาน Mount Panorama Circuit ตัวรถใช้พื้นฐานมาจาก Emira Turbo SE ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์จาก Mercedes-AMG แทนเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบซูเปอร์ชาร์จเจอร์จาก Toyota

 

เดิมทีเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรจาก AMG ให้พละกำลังราว 400 แรงม้าใกล้เคียงกับ V6 แต่มีแรงบิดสูงกว่า อย่างไรก็ตาม ในเวอร์ชัน Bathurst Edition มีการปรับแต่งใหม่ให้กำลังทะลุ 500 แรงม้า แม้ยังไม่เปิดเผยตัวเลขแรงบิดอย่างเป็นทางการก็ตาม

สำหรับ Emira Turbo SE รุ่นมาตรฐาน สามารถทำอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.0 วินาที มาพร้อมความเร็วสูงสุด 291 กม./ชม. แต่รุ่น Bathurst Edition ที่ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขสมรรถนะใหม่แต่อย่างใด แต่จะเน้นที่ความสามารถในสนามแข่งเป็นหลัก พร้อมชุดแต่งลวดลายพิเศษสไตล์ตัวแข่ง GT4 และสติกเกอร์ลาย Bathurst Edition สะท้อนสายสัมพันธ์ที่ Lotus เข้าร่วมกิจกรรมที่บาธอร์สต์มาตั้งแต่ปี 2005

 

ด้านช่วงล่างติดตั้งโช้คอัพปรับได้สามระดับ (three-way adjustable dampers) ปรับตั้งศูนย์ล้อใหม่ และลดความสูงตัวรถเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งมากขึ้น ระบบเบรกอัปเกรดเป็นคาลิเปอร์จาก AP Racing แบบ 4 พอต ทั้งด้านหน้าและหลัง จับคู่กับจานเบรกแบบสองชิ้นระบายความร้อนได้ดียิ่งขึ้น

ยางมาตรฐานเป็น Michelin Pilot Sport Cup 2 และมีตัวเลือกยาง Semi-slick อย่าง Yokohama A052 สำหรับการใช้งานในสนามโดยเฉพาะ

 

Lotus Emira Turbo Bathurst Edition เปิดราคาที่ 249,990 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 5,525,788 บาท) สูงกว่า Emira Turbo SE รุ่นปกติประมาณ 40,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และคาดว่าจะจำหน่ายเฉพาะในออสเตรเลียเท่านั้น

สำหรับแฟนๆในตลาดโลกที่ต้องการตัวเลขพละกำลังที่สูงขึ้น มีรายงานว่า Emira เวอร์ชัน Plug-in hybrid อาจเปิดตัวราวปี 2027 โดยคาดว่าจะให้พละกำลังมากกว่า 900 แรงม้า ซึ่งแนวทางดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังจากที่ Lotus ได้ปรับแผนจากเดิมที่ตั้งใจเปลี่ยนผ่านไปสู่รถ BEV หลังยอดขายของรุ่นไฟฟ้าอย่าง Lotus Eletre และ Lotus Emeya ยังไม่เป็นไปตามเป้าในช่วงแรก

ที่มา: Autoblog , Carscoops