Toyota Motor Corporation เปิดตัว bZ4X Touring รถ BEV รุ่นใหม่ในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 โดยพัฒนาต่อยอดจากแพลตฟอร์ม bZ4X เดิม แต่เพิ่มความยาวตัวถัง ขยายพื้นที่สัมภาระ และปรับปรุงสมรรถนะการชาร์จในอากาศหนาว เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกที่ต้องการรถ EV สำหรับกิจกรรม Adventure และ Outdoor

 

ตัวรถมีขนาดยาว 4,830 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,675 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. ห้องโดยสารออกแบบให้รองรับผู้โดยสาร 5 คนอย่างสบายๆ ระยะห่างศีรษะเบาะหลัง 113 มม. และระยะห่างผู้โดยสารหน้า–หลัง 1,000 มม. ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุ 619 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,240 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังแบบแยก 60:40 โดยความยาวพื้นที่บรรทุกขยายได้สูงสุด 1,850 มม.

 

ด้านขุมพลังมีให้เลือก 2 ระบบ ได้แก่ รุ่น FWD ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า AC synchronous เดี่ยว จับคู่แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 74.69 kWh ส่วนรุ่น 4WD เพิ่มมอเตอร์ eAxle อีกหนึ่งชุด ให้กำลังรวมสูงสุด 380 แรงม้า ชูจุดเด่นอัตราเร่งจากความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.6 วินาที พร้อมระบบควบคุมแรงบิดอัตโนมัติและโหมดการขับขี่ X-MODE สำหรับการขับขี่บนพื้นผิวลื่นหรือทางออฟโรด ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Subaru Corporation

 

รุ่น FWD เกรด Z ทำระยะทางสูงสุด 734 กม. ต่อการชาร์จ (มาตรฐาน WLTC) ถือเป็นระดับแนวหน้าของคลาส ปัจจัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ได้แก่ การใช้สารกึ่งตัวนำ SiC ใน eAxle ลดการสูญเสียพลังงาน ชุดสปอยเลอร์หลังคาและด้านข้างเพื่อปรับอากาศพลศาสตร์ รวมถึงการออกแบบกันชนหลังใหม่เพื่อลดแรงต้านอากาศ

 

ด้านการชาร์จ มีระบบ Battery Preconditioning ปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ล่วงหน้าเมื่อกำหนดสถานีชาร์จในระบบนำทาง ทำให้สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในประมาณ 28 นาที ด้วยเครื่องชาร์จเร็ว 150 kW แม้อุณหภูมิภายนอกอยู่ที่ -10°C นอกจากนี้ยังมีเครื่องชาร์จบ้าน 6 kW (แรงดันไฟฟ้าสูงสุด200V) เป็นออปชัน พร้อมตัวควบคุมโหลดไฟฟ้าในบ้านป้องกันไฟเกิน

 

ระบบความปลอดภัยติดตั้ง Toyota Safety Sense เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงรถบบช่วยเหลือการขับขี่ Proactive Driving Assist และระบบเบรกป้องกันการชน อีกทั้งยังมีเทคโนโลยี Toyota Teammate ได้แก่ Advanced Drive สำหรับช่วยขับขี่บนทางด่วนในสภาพจราจรติดขัด และ Advanced Park พร้อมฟังก์ชันควบคุมระยะไกล

 

bZ4X Touring มีสีตัวถังให้เลือก 5 สี รวมถึงสีใหม่ Brilliant Bronze Metallic หลังคา Crystal Black Silica เสริมภาพลักษณ์สายลุยด้วยล้ออัลลอยดำ 20 นิ้ว ราวหลังคา และแผ่นกันกระแทกหน้า-หลังครบถ้วน วางหน่ายในเกรด Z เพียงเกรดเดียว ราคา 5,750,000 เยน (ประมาณ 1,144,496 บาท) สำหรับรุ่น FWD และ 6,400,000 เยน (ประมาณ 1,273,874 บาท) สำหรับรุ่น 4WD และจะผลิตที่โรงงาน Yajima ของ Subaru ในญี่ปุ่น ตั้งเป้ายอดเดือนละ 920 คัน และเตรียมเปิดให้บริการผ่านแพ็กเกจสมัครสมาชิก KINTO ตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 เป็นต้นไป 

ที่มา: Theevreport