หลังจากที่ BMW ได้ควบรวมกับแบรนด์ Alpina อย่างเต็มรูปแบบ บริษัทก็ได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่คันแรกภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ นั่นก็คือ BMW Alpina XB7 Manufaktur ในฐานะรุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด เพื่อปิดฉากการผลิตของ XB7 อย่างเป็นทางการ โดยจะมีเพียง 120 คัน เท่านั้น และวางจำหน่ายเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและแคนาดาเท่านั้น

 

รุ่น Manufaktur มากับสีตัวถังแบบด้านให้เลือกสองเฉด ได้แก่สีเขียว Frozen Alpina Green และสีน้ำเงิน Frozen Alpina Blue พร้อมชุดตกแต่ง Shadowline สีดำเงา และล้ออัลลอยฟอร์จขนาดใหญ่ 23 นิ้ว แบบ 20 ก้าน นอกจากนี้ยังมีตรา Manufaktur ที่ท้ายรถและเสา B-pillar พร้อมเส้นตกแต่งสีดำบาง ๆ ที่พาดยาวจากซุ้มล้อหน้าถึงด้านหลัง

 

ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหราเป็นพิเศษด้วยเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังเกรดพรีเมี่ยม Tartufo Full Merino และวัสดุตกแต่งสุดหรู Alpina Walnut Nature Black โลโก้ Alpina ปักบนพนักพิงศีรษะ พร้อมพรมปูพื้นลายเฉพาะรุ่น และเพลทบอกความลิมิเต็ท “1 of 120” เพื่อยืนยันความพิเศษของแต่ละคัน ด้านหลังติดตั้งเบาะนั่งแบบ Captain’s Seat เพื่อความสบายระดับเดินทางไกล และยังมาพร้อมกระเป๋าหนัง Hand Made ทำมือสำหรับผู้โดยสาร

 

ด้านสมรรถนะยังคงเหมือนรุ่นมาตรฐานของ BMW Alpina XB7 โดยใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ ความจุ 4.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 631 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 800 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับระบบ Mild-hybrid 48 V และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ส่งกำลังไปยังระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถเร่งจากความเร็ว 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในภายในเวลา 3.9 วินาที

 

ช่วงล่างใช้ระบบถุงลมที่ปรับความสูงได้สูงสุดประมาณ 3.2 นิ้ว พร้อมบูชเพลาหลังที่แข็งขึ้นและระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง ช่วยให้ SUV ขนาดใหญ่คันนี้ยังคงให้การควบคุมที่คล่องตัวเกินขนาดตัวรถ

 

BMW ระบุว่ารถทุกคันจะมาพร้อมสเปกเดียวกันทั้งหมด ไม่สามารถปรับแต่งได้เพิ่มเติมในตอนนี้ และจพมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นอยู่ที่ 180,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 5,770,438 บาท) ทำให้กลายเป็นหนึ่งใน SUV ที่เร็วและหรูที่สุดของ Alpina ก่อนที่ไลน์ XB7 จะปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ

ที่มา: BMW , Carscoops