XPeng เปิดตัว Xpeng G6 รุ่น EREV อย่างเป็นทางการในวันนี้ โดยนับเป็นรุ่นขยายระยะทาง (Extended-Range Electric Vehicle) รุ่นแรกของไลน์อัพ G6 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 186,800 หยวน (ประมาณ 867,587 บาท) มุ่งเจาะตลาด SUV แบบขยายระยะทางที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในจีน นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นช่วงเปิดตัวสำหรับลูกค้าที่สั่งจองก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2026 ครอบคลุมทั้งเงินส่วนลดเงินสดและเครดิตสำหรับการตีเทิร์นรถเก่า
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 XPeng ส่งมอบรถยนต์ได้ 15,256 คัน ลดลง 49.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ทำได้ 30,453 คัน การเปิดตัวรุ่น EREV ของ G6 จึงเกิดขึ้นท่ามกลางแนวโน้มของอุตสาหกรรมที่หันมาใช้ระบบขยายระยะทางมากขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ล้วน (BEV) โดยเฉพาะในบางฤดูกาล ขณะที่คู่แข่งอย่าง Li Auto ส่งมอบรถได้ 26,421 คันในเดือนเดียวกัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% เมื่อเทียบกับปี 2025 โดย G6 EREV ถูกพัฒนามาเพื่อแข่งขันกับรุ่นยอดนิยมอย่าง Li Auto L6 และ Deepal S07
ในด้านรูปลักษณ์ Xpeng G6 รุ่น EREV ยังคงดีไซน์ SUV Coupe ทรงท้ายลาด Fastback เหมือนรุ่นขุมพลังไฟฟ้าล้วน พร้อมมือจับประตูแบบซ่อนรูปและหลังคาลาดเอียงสไตล์สปอร์ต ตัวรถมีความยาว 4,771 มิลลิเมตร กว้าง 1,920 มิลลิเมตร และสูง 1,650 มิลลิเมตร โดยมีขนาดใกล้เคียงกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
ระบบขยายระยะทางของ Xpeng G6 ใช้เครื่องยนต์เบนซินรหัส DAM15NTE 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตรพร้อมเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าโดยเฉพาะ และไม่ได้ส่งกำลังไปขับเคลื่อนล้อโดยตรง การขับเคลื่อนหลักมาจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 296 แรงม้า (PS) ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 55.8 kWh และถังน้ำมันขนาด 60 ลิตร
ตัวรถพัฒนาบนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จเร็วระดับ 5C โดยบริษัทระบุว่าสามารถเพิ่มระยะทางได้ถึง 314 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 12 นาที ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สำหรับสมรรถนะสำคัญประกอบด้วย ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนตามมาตรฐาน CLTC 430 กิโลเมตร และมีระยะทางวิ่งได้สูงสุด 1,704 กิโลเมตร มาพร้อมอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ย 13.9 kWh ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร
ระบบอัจฉริยะของรถใช้แพลตฟอร์ม AI รุ่นใหม่ VLA (Vision-Language-Action) เจเนอเรชันที่สอง ซึ่งให้พลังประมวลผลสูงถึง 2,250 TOPS ด้านระบบความปลอดภัยเชิงรุกมีทั้งระบบเบรกอัตโนมัติ AEB และระบบช่วยหักหลบฉุกเฉิน AES ที่สามารถทำงานได้ถึงความเร็ว 130 กม./ชม. รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพกรณียางระเบิดที่รองรับความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.
ช่วงล่างของรถใช้ระบบกันสะเทือนอิสระด้านหน้าแบบปีกนกคู่ และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ 5 จุด พร้อมโช้คอัพปรับไฟฟ้า DCC และบูชไฮดรอลิกที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่
ที่มา: Carnewschina
